เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

60.2 ใจๆลึกของปักษาฤดูหนาว

ชื่อตอน : 60.2 ใจๆลึกของปักษาฤดูหนาว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 80

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2562 22:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
60.2 ใจๆลึกของปักษาฤดูหนาว
แบบอักษร

ดวงไฟสีดำพลันลุกโชติช่วงดั่งความตายเริ่มสะบัดคมเคียวสังหารสรรพสิ่งอีกครั้ง ณ ดินแดนแห่งความเงียบงันราวขอบจักรวาล ใต้สะพานอันไร้ซึ่งแสงใดปรากฏสาดส่อง อากาศอึมครึมอย่างว่าที่นี้คือปราสาทร้างของนางมารสึรุเนะ ไร้หิมะเหน็บหนาว ทว่าเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ ความเย็นเยียบที่ราวแตกซ่านเป็นคลื่นพลังกลืนกินความเจริญรุ่งเรือง แม้ความจริงมิอาจมองด้วยตาเปล่า กระนั้นร่างกายและวิญญาณสามารถสัมผัสถึงความตายได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าเวลาใด ความมืดมิดดุจหลุมดำ ความเงียบดั่งสุสานร้าง สองความเคียงข้างความตายอันเป็นนิรัน ที่ใดมีสองสิ่งนี้นั้นแปลว่าจุดจบของชีวิตใกล้มาเยือนแล้ว 

กระแสลมปริศนาพัดผ่านโยนความลับหนึ่งมอบแด่ปักษาน้อยผู้ที่ยังมิตระหนักรู้ตนเองมีค่าและความหมายมากมายเพียงใด 

พลังอำนาจที่นางครอบครองสักวันจักปะทุและกวาดล้างความหวังและความสิ้นหวังให้หมดสิ้นดั่งศรแห่งจุดจบ ประหนึ่งเสียงเคาะไม้เท้าของจ้าวแห่งการทำลายล้าง และเทียบเท่าคำพิพากษาแห่งสมรภูมิทมิฬ 

“..” 

ภายใต้ดวงตาแห่งความตายจ้องมองเรไร เหนือหลังคาอาคารสมุด เหนือยอดหอนาฬิกา ณ ปลายหลังคามีเงาร่างหนึ่งยืนนิ่งมิไหวติง มันคือตัวอะไร เรื่องนั้นยากอธิบายด้วยคำพูด วลี และวาจา บางตำนานกล่าวขานมันคือปีศาจร้าย บางนิทานเล่าขานมันคือยมทูต กระนั้นสิ่งหนึ่งที่ทุกตำนานเล่าเหมือนกันคือ.. 

มันไม่มีวันตาย 

.. 

ด้านใต้อาคาร บริเวณสวนไม้มีต้นหลิวเติบโตสลับต้นคูน พุ่มดอกเข็มสีดอกสดดั่งโลหิต และหมู่ดอกไม้นานชนิดที่คนดูแดสวนขยันปลูกและดูแลอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้พวกคุณดอกไม้เบ่งบานออกดอกสวยงามให้คนเดินผ่านมองแล้วจิตใจแจ่มใสพร้อมรับวันใหม่ เรไรโดนพวกเมรัยทิ้งไว้กลางทางประหนึ่งภรรยาตัวน้อยโดนผัวทิ้งซะดื้อๆอย่างไม่เข้าใจสักนิดว่าเพราะอะไรถึงโดนทิ้ง 

วันนี้พวกเมรัยมีภารกิจสองอย่าง หนึ่งคือรับใช้ไดอาเรียและสองคือสำรวจเมืองแห่งวิญญาณ 

ภารกิจแรกมีนารีคอยทำหน้าที่ วันนี้เป็นวันเปิดเรียนและไดอาเรียต้องไปเรียนหนังสือกับเพื่อนๆซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวนารีต้องคอยรับใช้ข้างกายคุณหนูน้อย ทั้งยามเรียนหนังสือ และยามทานข้าวเที่ยง นารีบอกนางสามารถรับมือและจัดการภารกิจแรกได้เพียงลำพัง ฉะนั้นเลยส่งมอบเรไรให้เมรัยดูแลแทน ดวงดาวน้อยอยากให้เรไรไปดูแลเมรัยด้วย นี้คือเหตุผลที่ปักษาน้อยติดสอยมากับกลุ่มเมรัยซึ่งทำภารกิจที่สอง กระนั้นระหว่างทางมิรู้หมอผีน้อยนึกอะไรได้ นางเลยโยนเรไรทิ้งอย่างหน้าไม่อาย บอกว่าโลกอีกฟาก สถานที่แห่งวิญญาณไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาเข้าไป เรไรที่นับว่ายังเป็นคนปกติย่อมต้องเข้าใจ และเคารพการตัดสินใจของเมรัยอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่เพราะโดนเมรัยกล่อมและลูบนิดหน่อย ปักษาน้อยเลยเบลอๆกระทั่งโดนทิ้งไว้เบื้องหลัง 

อยากไปด้วย แต่เหมือนเมรัยห่วงเรไรมีอันตรายเลยต้องกีดกั้นไว้ห่างๆเรื่องที่ไม่แน่อาจมีอันตรายถึงชีวิต 

แคทเธอรีนที่เป็นจอมอาคมเห็นด้วยกับการตัดสินใจของเมรัย เพราะสำหรับคนธรรมดา มิเหมาะและมิควรยุ่ง..กับโลกอีกฟากจริงๆ 

ในเมื่อโดนดักหมดมิเหลือคำให้ค้าน ปักษาน้อยคอตกโดนสั่งให้เดินเล่นในเมือง สำรวจเมืองแห่งความลับรอพวกเมรัยทำภารกิจเรียบร้อย เวลาช่วงนั้นหากเรไรมีใจอยากช่วย ไม่ขี้คร้านเหมือนเมรัย ปักษาน้อยลองๆมองหาเบาะแสหรือสิ่งผิดปกติในเมืองแห่งความลับ หากเห็นสิ่งใดที่คิดว่าแปลกประหลาดก็จดลงสมุดบันทึก และตอนกลางคืนคอยมีคุยกันบนเตียง 

“บอกมองหาสิ่งประหลาด ข้าก็ว่ามันประหลาดทุกอย่าง..” 

เรไรทรุดเข่า น้ำตาตกอย่างน่าสงสาร นางเป็นเพียงนกน้อยตัวเล็กๆที่เพิ่งหัดบินออกจากรัง นี้อาจเป็นครั้งแรกที่นางโดนทิ้งให้อยู่เพียงลำพักและเผชิญหน้ากับโลกที่นางมิรู้จัก โลกด้านในกำแพง ดินแดนที่เต็มไปด้วยคำถามชวนสงสัย เรไรอยากกลับคฤหาสน์ แต่ใจโลเลมิรู้จักกลับดีหรือไม่ ไหนๆมีโอกาสและเวลาอยู่คนเดียวแล้ว นางลองทำสิ่งที่ตนเองอยากทำดีกว่า อย่างน้อยลองเปลี่ยนบรรยากาศ ในเวลาที่ไม่มีนารีและเมรัยเคียงข้าง 

เมื่อตัดสินใจเรียบร้อย เรไรตบๆกระเป๋าเงินที่ซุกไว้ในอกเสื้อ จำนวนเงินมากพอใช้จ่าย คิดว่าไม่มีปัญหาหากนางอยากซื้อขนมหรือใช้บริการรถเหล็กมาโฮ เรไรตระหนักถึงความร้ายกาจของเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ดีในระดับหนึ่งซึ่งมันไม่ปลอดภัยและสวยงามอย่างที่เห็นภายนอก ทุกหนแห่งมีอันตรายซ้อนเร้น กระนั้นก็มีพื้นที่ปลอดภัยอย่างแน่นอน 

นางรู้เพราะป้ายเขียนบอก “เขตพื้นที่ปลอดอาวุธ” 

ป้ายสีขาวพิมพ์ด้วยตัวอักษรงดงามบอกว่าบริเวณสวนไม้คือสถานที่ปลอดภัย ห้ามต่อสู้และก่อความวุ่นวาย เจ้าของพื้นที่ไม่อนุญาตให้ใครก็ตามสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ใครที่ฝ่าฝืนกฎมีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือสั่งประหารตามแต่คำพิพากษาของศาล กฎความสงบนี้คือหนึ่งในกฎที่กลุ่มของอีธานตั้งขึ้นเพื่อมอบความสงบให้ผู้พักอาศัยในเขตของเขา 

พื้นที่ส่วนใหญ่ที่เขาครอบครองใช้เป็นพื้นที่สำหรับผู้รักสงบอย่างแท้จริง มีสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและโรงเรียนสอนหนังสือ บ้านพักคนชรา และสวนสาธารณะ รวมพื้นที่สีเชียวที่มีมากที่สุดในเมืองแห่งความลับด้วย อีธานอาจมิใช่คนรักสงบชอบความเงียบเพียงอย่างเดียว กระนั้นเขาอยากให้หลังบ้านตนเองสงบเงียบไร้เรื่องร้ายๆและเรื่องวุ่นวาย สำหรับอาณาเขตของเขา เขาอยากให้มันเป็นเช่นไร ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น 

สัมผัสแห่งความสงบสุขราวตัดขาดกับทุ้งกระสุนปืน เรไรแหงนหน้ามองข้ามหลังคาอาคารสูง นางหลับตาพลิ้วพลางเงี่ยหูฟังเสียงเปียโนที่ฟังแล้วหัวใจผ่อนคลาย ปักษาน้อยอาจมิรู้ส่วนพื้นที่ส่วนอื่นของเมืองแห่งความลับวุ่นวายเพียงใด นางรู้เพียงแถวนี้สงบมากราวสวรรค์ แม้ไร้ผู้คนเดินสัญจรคึกคัก กระนั้นก็เหมาะให้คนชอบอ่านหนังสือและนักดนตรีมีพื้นที่ฝึกฝนและนั่งเงียบๆปรับอารมณ์และสร้างสรรค์ผลงานอันเลิศค่า 

“..” 

ปักษาน้อยยืนเกาะกำแพงอิฐปานลูกหนูน้อยผจญภัย นางเงยหน้ามองฟ้าและก้มลงแลสวนไม้ เวลานี้เป็นเวลาทำงานให้สมบทบาท เด็กน้อยวาดรูปเล่นในหนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์ โจรร้ายปล้นธนาคาร และเจ้าพ่อค้าอาวุธสั่งลูกน้องไปเก็บกวาดลูกหนี้ที่กำลังขับรถหนีบนทางด่วน เรไรเหมือนคนว่างงานและเด็กวัยสิบขวบที่โดดเรียนมายืนเหม่อมองฟ้าประหนึ่งมีเรื่องหนักใจ คุณแม่งดค่าขนม และคุณพ่อก็ช่วยนางมิได้ เพราะเงินคุณพ่อก็โดนคุณแม่ยึดหมด 

กลีบดอกคูณพัดปลิดปลิวและบินโบยเคียงคู่แสงตะวันเรืองรอง เรไรถอนหายใจเบาๆอย่างเบื่อหน่ายมิมีสิ่งใดทำ นางมิใช่คนเลือดร้อนที่ชอบพุ่งเอาหัวชนประตูอย่างเมรัย นางมิใจเย็นปานสายน้ำอย่างนารี ตลอดเวลาที่เรไรใช้ชีวิตที่บ้านเกิด แต่ละวันนางมีเรื่องให้ทำมากมายและชัดเจนตรงต่อเวลากำหนด เช้าฝึก เรียนหนังสือ เข้าสังคม ตอนเย็นก็กลับบ้าน ดูแลน้องสาว แต่ละวันมีเรื่องให้ครุ่นคิดมากมาย และหากนึกย้อนกลับไป นางคล้ายจดจำสิ่งที่นางอยากทำได้หลายอย่าง 

ความปรารถนาของนาง 

“แหวน..”เรไรหยิบแหวนที่เมรัยกำชับว่ามันคือของสำคัญที่สุดของหมอผีน้อย แหวนสีเงินธรรมดาที่คราต้องแสงแดดแล้วให้สะท้อนประกายแพรวพราว ปักษาน้อยมิรู้เรื่องราวเบื้องหลังของแหวนวงนี้ กระนั้นเมรัยบอกว่ามันสำคัญกับนางมาก และเมรัยให้เรไรเก็บรักษาไว้ถือเป็นของแทนใจและความรักของเมรัย “รัก..” หากมันคือตัวแทนแห่งความรัก แปลว่าในอดีต..เมรัยเคยมีคนรักหรือเปล่า 

เรไรได้ยินเรื่องอดีตของเมรัย กระนั้นไม่เคยยินเมรัยเอ่ยถึงเรื่องคนรักหรือใครที่นางรักหมดใจ นอกจาก.. คุณแม่ 

ดวงตางามเบิกกว้าง หรือแหวนวงนี้คือแหวนที่คุณแม่เมรัยมอบให้ มันเลยเหมือนของต่างหน้าและของเพียงไม่กี่ชิ้นที่เมรัยเก็บรักษาไว้ข้างกายตลอดเวลา 

“อยากรู้จัง” 

ปักษาน้อยพึมพำเสียงเหงาๆ นางคิดว่าถามเมรัยตอนนี้หมอผีน้อยคงเลี่ยงที่จะตอบอย่างที่แล้วๆมา นางกลัวอดีต และนางไม่อยากให้ใครยุ่งกับมันทั้งนั้น พยายามเก็บงำและปิดซ้อนมันไว้ในส่วนลึกหัวใจ เรไรรู้เมรัยกำลังต่อสู้กับหัวใจตนเอง เผชิญกับอดีตทุกครั้งเมื่อนางก้าวไปข้างหน้าเพื่อมุ่งสู่อนาคตใหม่ สักวันเมรัยคงบอกว่าแหวนวงนี้มีค่าและได้รับจากใคร กระนั้นเรไร.. กลัว 

นางจำเรื่องในคืนวันนั้นได้ดี วันที่นารีแอบหนีไปเที่ยวเล่นตอนกลางคืนและเมรัยและเรไรช่วยกันตามหา 

อุ้งมือนั้นกางสุดปลายนิ้วและพยายามเหนี่ยวรั้งสุดชีวิต… เพื่อไม่ให้ใครสักคนจากไป… 

ความหวาดกลัวในน้ำเสียงและแววตาที่สิ้นหวังอย่างยากยอมรับ… ความสูญเสียที่จารึกในวิญญาณของเมรัย เรไรไม่รู้อะไรเลย 

ยิ่งหากนั้นคือสิ่งที่เมรัยกำลังสู้แล้วละก็ วันใดที่นางบอกความจริง วันนั้นอาจเป็นวันสุดท้ายของเมรัยก็ได้.. 

ไม่ๆ… เรไรส่ายสะบัดหน้าไล่ความคิดแง่ร้ายออกจากสมอง หากเป็นเช่นนั้นเรไรจะไม่ยอมให้เมรัยเป็นอะไรเด็ดขาด หากเวลานั้นมาถึงมันจักมีทางเลือกให้ปักษาน้อยเลือก จะยอมปล่อยมือหรือคว้ามือนั้นไว้ เมรัยกำลังสู้ และหากหมอผีน้อยทำท่าจะล้ม ปักษาน้อยจักช่วยพยุงและดันหลังนางไม่ยอมให้ล้มหรอก เหมือนอย่างที่นารีตัดสินใจ “เพราะข้ารู้ว่าเมรัยต้องการพวกเรา” 

ตอนนี้.. เรไรและนารีกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เมรัย 

อยากมีชีวิต 

.. 

“ฮึๆ” 

เรไรกำแหวนและแผ่วหัวเราะ นางคิดตกแล้วให้รู้สึกยินดีที่ชีวิตนางมีค่าและความหมายต่อชีวิตเมรัยมากมายเพียงนี้.. ดีใจจัง 

โง่เขลา 

“โอ๊ย” 

ฉับพลันเรไรเจ็บศีรษะ ความเจ็บปวดที่จู่โจมปักษาน้อยประหนึ่งเศษเสี้ยวลิ่มน้ำแข็งอันแหลมคมที่ทิ่มแทงหัวและกรีดบาดเส้นเลือด นางทรุดเข่า ยกมือกุมหัว ความคิดสับสน แว่วยินเสียงหนึ่งที่นางไม่รู้จัก กระนั้นรู้สึกคุ้นเคยราวมัน.. “..” เรไรอ้าปากหอบหายใจ ในแววตาปรากฏคลื่นพลังแปรปรวน นางเงยมองสรรพสิ่งรอบด้าน ภาพที่เห็นแตกต่างจากยามปกติอย่างสิ้นเชิง ทุกอย่าง ตึกอาคาร ต้นไม้ ลำธาร กระรอก นก หมา แมว ผีเสื้อ 

พริบตาที่ตัวเลขนับล้านปรากฏ และนับถอยหลัง.. 

เพียงพริบตาเท่านั้น 

“..เจ็บจัง” 

เรไรจับกำแพงและลุกยืน ความเจ็บปวดรุนแรงที่ค่อยๆทุเลาลง กระทั่งหายสนิท เรไรเป็นเช่นนี้อีกแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มต่อสู้กับโซฟี ด้วยทุกครั้งที่ทั้งสองปะทะกัน พลังของพวกนางจักปะทุและยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประหนึ่งความแข็งแกร่งที่เพิ่มทวีขึ้นราวเปลวเพลิงน้ำแข็งที่ลุกโชติช่วง ยิ่งนางแข็งแกร่งกว่าครั้งก่อน มากกว่านี้ มากกว่านี้ 

“แหวน?” 

เรไรกำมือและลูบต้นคอพบว่าสร้อยที่ร้อยแหวนไว้หายไป ปักษาน้อยตกใจลนลานจนลืมเรื่องเจ็บปวดเมื่อครู่ นางกวาดตามองรอบๆเห็นสร้อยเงินตกพื้น แต่ไม่เห็นแหวน “ไม่จริง” เรไรตกใจ นางก้มหาแหวนของสำคัญที่เมรัยฝากไว้ ถ้าหากนางทำหายละก็ ไม่อยากนึก เมรัยต้องเสียใจมากแน่ๆ ไม่นะ “โธ่ หรือว่า” ปักษาน้อยเด้งตัวและพุ่งไปเกาะกำแพง มองลงด้านหลัง เห็นพื้นหญ้าสีเขียวขจี แม้มิรู้แหวนตกลงด้านล่างหรือไม่ กระนั้นหาด้านบนแล้วไม่เจอก็ต้องลงล่างเท่านั้น 

แหวนคงไม่มีปีกบินหนีขึ้นฟ้าหรอก 

ปักษาน้อยลงบันไดและเริ่มคว้านหาแหวนบริเวณพื้นหญ้า ปรากฏว่าหาไม่พบ “งือ” ตายๆ แหวนจ้า หนูอยู่ไหน 

ปักษาน้อยอยากร่ำไห้ให้นิสัยซื่อบื้อของตน ถ้าเมื่อครู่ไม่เจ็บหัวนะ 

“เหมียว” 

แว่วเสียงแมวร้องเหมียวๆเรไรพลันเงยหน้า กวาดตาเสาะหาแมวตามสัญชาตญาณทาสแมว ปักษาน้อยเห็นแมวขนสีน้ำตาลสลับขาวตัวหนึ่งนั่งหย่อนก้นบนหญ้ามิไกล เบื้องหน้ามันมีแหวนของเรไร “เจ้าแมว” ปักษาน้อยยิ้มดีใจปานรอดตายจากบทลงโทษของแคโรไลน์ นางคลานไปเก็บแหวนและแนบมือเหนือหน้าอกนุ่มนิ่ม กำแน่นให้รู้ว่ามันใช่ของจริง “ฟู่” เรไรร้อยสร้อยคอใส่แหวนและสวมไว้ที่คอดังเดิม หลังจากนี้จะดูแลและรักษามันอย่างดี ไม่ยอมให้หลุดมืออีกแล้ว 

“เหมียว” 

“น่ารัก” 

เมื่อเรื่องชวนเสียวกลิ้งผ่าน เรไรที่มิรู้จักเล่นกับใครก็พบเพื่อนใหม่เป็นเจ้าแมวอ้วน พุงบานน่าจิ้ม ปักษาน้อยอาจมิใช่คนรักสัตว์ แต่นางเหมือนเด็กสาวธรรมดาที่ชอบของน่ารักและเจ้าแมวอ้วนนี้น่ารักน่ากอดยิ่งนัก มองแล้วนึกถึงเมรัย ทว่าน่าเสียดายที่ท้องเจ้าแมวยังมิอาจใหญ่เทียบเท่าของหมอผีน้อย เจ้ายังต้องกินอีกเยอะ พยายามเข้านะ 

เรไรกลิ้งเล่นกับเจ้าแมวอ้วนปานเด็กอนุบาลหยอกกับสัตว์เลี้ยง เจ้าแมวรักมนุษย์และไม่กลัวคนแปลกหน้า ปักษาน้อยใช้มือลูบหน้าท้องและเกาหัว เกาคาง เจ้าแมวยอมให้นางเล่นสนุกกับทุกส่วน ปักษาน้อยยิ้มแย้มและหัวร่อสนุกสนาม ว่างๆเล่นกับสัตว์ก็มิเลว “..ทานเยอะนะเรา” ช่วงนี้ตัวเรไรก็เริ่มบานๆแล้ว คาดว่าไม่เกินหนึ่งปี นางอาจสู้กับเมรัยไหว 

เรไรขำเบาๆอย่างที่นางไม่รู้เลยความจริง หนึ่งปีนางสู้เมรัยไหว แต่สิบปีข้างหน้า เรไรเนี่ยแหละ ผู้ชนะ ขนาดเมรัยยังสู้ไม่ไหว!!! 

ลูกรักของแคโรไลน์อะนะ จะตัวโตที่สุดก็ไม่แปลก 

ขณะสบายใจกับเรือนร่างชวนทานในปัจจุบัน ก่อนที่อนาคตจะมาถึง ตอนนี้แต่ละนางต่างกำลังลุยงานของตนเองอย่างขยันขันแข็ง แต่ผู้ค้นพบปริศนาและได้รับคำใบ้มีเพียงเรไร ปักษาน้อยที่ราวจะเป็นแก่นกลางและผู้กุมชะตากรรมของดวงดาวน้อยและหมอผีน้อย 

“..?” 

หมู่เมฆบนฟ้าปรากฏเค้าโครงเมฆฝนอย่างไม่น่าเป็นไปได้ ราวโลกแห่งความหวังที่จู่ๆโดนความสิ้นหวัง โอบกอด แสงตะวันค่อยๆเลือนหายแทนที่ด้วยเมฆมืดอึมครึมชวนใจสั่นสะพรึงกลัว เรไรอุ้มเจ้าแมวอ้วนและลุกยืนมองฟ้าที่จู่ๆเปลี่ยนสีราวพระเจ้าโศกเศร้าในความโง่เขลาของมนุษย์ จากเทาเป็นดำทะมึน และถัดจากนั้น แปะ แปะ แปะ 

“เอ๊ เอ๊” 

ฝนตกโปรยปราย 

เรไรแตกตื่นมิคิดฝนจักตก นางถูกสายฝนดึงความสนใจ ไม่ทันสนใจด้านหลังมีเงามืดปรากฏกาย เงาแห่งวิญญาณร้าย.. 

-- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น