พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อีกมุมของคนฟอร์มจัด (30%)...น่าร้ากกกกกกกก

ชื่อตอน : อีกมุมของคนฟอร์มจัด (30%)...น่าร้ากกกกกกกก

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.5k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ม.ค. 2562 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อีกมุมของคนฟอร์มจัด (30%)...น่าร้ากกกกกกกก
แบบอักษร


“กุ้ง?”

“ใช่ กุ้งสามตัว…ที่ฉันเอาให้เธอกินเมื่อกี้ไง ทำเป็นลืมไปได้” เขาเอ่ยหน้าตาย ทำให้คนที่หลงคิดว่าคนกวนประสาทอย่างเขาอย่างน้อยก็ยังมีมุมใจดีมีน้ำใจอยู่บ้างถึงกับอ้าปากหวอ     

“แต่นายเป็นคนเอามันให้ฉันเองนะ”  

เธอทำปากยื่นเถียงด้วยความลืมตัว ท่าทางน่ารักทำเอาคนมองลอบยิ้มตรงมุมปาก ส่วนสามหนุ่มที่เหลือต่างมองทั้งคู่ด้วยความแปลกใจ เพื่อนสนิทของพวกเขาและรุ่นพี่นักเรียนใหม่ต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่พอได้ต่อปากต่อคำกันมองรวมๆ แล้วเข้ากันเป็นบ้า เคมีได้จนน่าทึ่งเลยทีเดียว  

“แต่เธอก็ไม่ปฏิเสธมันนี่ เพราะฉะนั้นเธอติดกุ้งฉัน วันหลังเลี้ยงข้าวฉันด้วย” คนที่ริอ่านทำตัวเจ้าเล่ห์ตั้งแต่เด็กทำหน้าตาย ขณะกอดอกสวนกลับอย่างฉะฉาน ตบท้ายด้วยการสรุปเองเสร็จสรรพ

“เลี้ยงข้าว?”

“อือฮึ…ก็เธอติดหนี้บุญคุณฉัน บุญคุณต้องทดแทนไม่เคยได้ยินหรือไง” คนขี้เก๊กตีมึนไปเรื่อย อาการแถจนสีข้างแทบถลอกทำให้อีกสามหนุ่มต่างอยากระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเต็มทน

“แล้วฉันไปได้หรือยัง”

“ยัง”

“นี่นาย!” เธอเผลอขึ้นเสียงใส่พร้อมมองหน้าหล่อๆ ทว่ายียวนกวนประสาทด้วยนัยน์ตาวาววับ ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปากอีกฝ่ายก็สวนขึ้นเสียก่อน

“เรียกป๋าสิ เรียกนี่นาย นี่นาย อยู่ได้”

“นั่นชื่อนายจริงๆ เหรอ” คิริมาทำท่ากังขา ก่อนจะแทบอ้าปากค้างเมื่อวาจาแสนเอาแต่ใจหลุดออกมาจากปากหยักของคนที่ลอยหน้าทำท่ากวนๆ

“ก็จะให้เรียกป๋า มีอะไรไหม”  

“ไม่มี ขี้เกียจมี” ที่สุดเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างยอมจำนน เพราะถ้ามัวแต่ต่อปากต่อคำไม่จบไม่สิ้นเห็นทีเธอจะไม่หลุดพ้นไปจากตัวก่อกวนเป็นแน่ ซึ่งการยอมลงให้ก็ทำเอามุมปากหยักกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจ

“อ้อ…แล้วก็อย่าลืมด้วยล่ะ ว่าเธอติดกุ้งฉันสามตัว ฉะนั้นวันหลังเธอต้องเลี้ยงข้าวฉัน ถ้าไม่เลี้ยงฉันจะตามไปกินที่บ้านเธอ” เขาร่ายยาวย้ำเตือนอีกรอบ ทำเอาคนถูกบีบบังคับถึงกับกำหมัดแน่น          

“ไอ้คนหน้าเลือด!” เธอกดเสียงต่ำประณาม แล้วก้าวฉับๆ จากไป ท่ามกลางการตกตะลึงขั้นสุดของคนที่โดนตอกหน้า ครั้นตั้งสติได้ยัยแว่นตัวแสบก็เดินลิ่วจากไปเสียแล้ว    

“เฮ้! อย่าเพิ่งไปสิวะ ด่ากันแล้วจะมาเดินหนีไปง่ายๆ อย่างนี้เหรอ” คนถูกด่าแบบไม่ไว้หน้าผุดลุกขึ้นตะโกนเรียกตามหลัง ก่อนจะคำราม “ฮึ่ม…ฝากไว้ก่อนเถอะยัยแว่นตัวแสบ!”   

จากนั้นก็ทรุดกายลงนั่งด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น    

“ไอ้คนหน้าเลือด!”

คิมหันต์ทำเสียงเลียนแบบคิริมา ทำเอาคนถูกล้อหันขวับไปชี้หน้าและตวัดตาขุ่นคลั่กใส่อย่างเอาเรื่อง ทว่านอกจากจะไม่กริ่งเกรงแล้ว อีกฝ่ายยังรวมหัวกับอีกสองหนุ่มหัวเราะเยาะเขาเสียงดังลั่นโรงอาหาร จะไม่ให้พวกเขาขำได้ไงหนุ่มฮอตสุดของโรงเรียนโดนสาวด่าแบบไม่ไว้หน้า    

“เออ…ไอ้ป๋า เมื่อกี้กูเห็นมึงตักผักของเขามากิน มึงก็ไม่ชอบกินผักไม่ใช่ไงวะ” เมื่อความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวเผ่าก็หันไปจ้องหน้าเพื่อนซี้พร้อมเปิดประเด็นทันควัน 

“ก็ใช่ แต่ก็พอกินได้” คนที่กำลังถูกเพื่อนตัวแสบไล่บี้อ้อมแอ้มตอบแบบไม่เต็มเสียงมากนัก ท่าทางดูไม่เป็นตัวของตัวเองทำให้สามหนุ่มต่างลอบมองตากันอย่างยิ้มๆ      

“แล้วทำไมถึงไปแย่งผักจากจานเขาวะ”

“ก็กูพอกินได้ไง ก็เลยเอามากินเอง”

“แล้วสละกุ้งสุดโปรดของตัวเองให้เขาเนี่ยนะ” คราวนี้เป็นคุณชายธีรเดชที่ไล่ต้อนไอ้คนปากแข็งให้จนมุม การตกอยู่ในสถานการณ์ถูกรุมทำให้พงษ์สวัสดิ์ออกอาการฮึดฮัด    

“ก็เออสิวะ! พวกมึงจะมาเซ้าซี้อะไรนักหนา”

เขากระแทกเสียงใส่ไอ้เพื่อนรู้มาก คว้าแก้วน้ำมาดื่มอึกๆ แล้วผุดลุกขึ้น จากนั้นก็เดินล้วงกระเป๋าตรงไปยังห้องเรียน โดยมีสามหนุ่มเดินตามมาติดๆ เสียงกลั้วหัวเราะพร้อมน้ำคำล้อเลียนทำให้คนหน้าตายหันกลับไปชี้หน้าเพื่อนซี้ทั้งสามอย่างเอาเรื่อง แต่นอกจากจะไม่สะทกสะท้านแล้ว เผ่า คิมหันต์ และธีรเดช ต่างพากันดัดเสียงเลียนแบบคิริมาประณามเขาว่า ‘ไอ้คนหน้าเลือด!’


กริ๊ง!!! กริ๊ง!!! กริ๊ง!!!

เสียงออดดังรัวๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าหมดเวลาสอนในคาบสุดท้ายของวัน ทำให้อาจารย์ที่อยู่หน้าห้องหยุดบรรยายตามสไลด์ที่ฉายอยู่บนจอโปรเจกเตอร์ แล้วสั่งการบ้านลูกศิษย์ จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป คล้อยหลังอาจารย์เด็กนักเรียนก็พากันเก็บของ แล้วเดินออกจากห้อง          

“ป่ะแก กลับบ้านกัน” ศุภชัยเอ่ยเบาๆ กับคนที่นั่งข้างกัน ก่อนจะต่างลงมือเก็บหนังสือ และสมุดปากกาใส่กระเป๋า ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งคู่จะเดินออกจากห้องเสียงฟ้าก็ร้องครืนๆ เมฆที่ตั้งเค้าเพียงเล็กน้อยในช่วงบ่ายกลายเป็นสีดำทะมึนน่าประหวั่นพรั่นพรึง ก่อนที่เสียงฟ้าจะผ่าเปรี้ยงปร้าง และมีสายฝนเทลงมา  

ซ่า!!!

“ว้า…ฝนตกซะแล้ว ฉันไม่ชอบเลยแกที่ฝนตกเวลาเลิกโรงเรียน” เจ้าของร่างบึกบึนทว่ามีท่วงท่าตุ้งติ้งเอ่ยบอกพร้อมทำหน้าหงิก เรียกเสียงหัวเราะคิก   

“ทำไมล่ะ ฝนตกเย็นดีจะตาย”

คิริมาถามเสียงกลั้วหัวเราะ ใบหน้าแต้มยิ้มน้อยๆ ก่อนจะทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง สายฝนที่โปรยปรายลงมาทำให้เธอนึกถึงวันที่แม่กางร่มลงจากรถมารับในเวลาเลิกเรียน ความรู้สึกเย็นสดชื่นเมื่อครู่มลายสิ้น เหลือเพียงความอ้างว้างเข้ามากัดกินหัวใจดวงน้อย แล้วเสียงของเพื่อนซี้ก็ทำให้เธอหลุดออกจากห้วงความคิด       

“เย็นก็เย็นอยู่หรอก แต่เฉอะแฉะจะตาย” ศุภชัยทำหน้าแหยงๆ เพียงแค่คิดว่าตัวเองจะต้องเดินลุยน้ำฝนไปขึ้นรถบิดาคนรักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจก็นึกขนลุกขึ้นมาเสียแล้ว  

จากนั้นทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องเรียน พากันลงบันไดจนมาหยุดยืนที่ชั้นล่างสุดของตัวอาคาร มองฝนที่กำลังเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของศุภชัยจะดังขึ้น เขากดรับสายแล้วคุยกับผู้โทรมาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันมาหาคิริมา แล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย    

“ครีม แกกลับกับฉันไหม เดี๋ยวให้พ่อแวะไปส่ง”

“ไม่เป็นไรหรอก วันนี้ครอบครัวแกมีนัดรวมญาติไม่ใช่เหรอ” คิริมาส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะมองสายฝนด้วยความอ่อนใจ ท่าทางอีกนานกว่าฝนจะหยุดตก 

“อืม…แต่แวะไปส่งแกก่อนก็ได้” ศุภชัยพยักหน้ารับ ทว่าก็ไม่ทิ้งเพื่อนของตัวเองให้รอจนฝนหยุดตกเพียงลำพัง เพราะรู้ซึ้งดีว่าการปล่อยให้คิริมาอยู่คนเดียวอีกฝ่ายจะโดนคนในโรงเรียนกลั่นแกล้ง

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร แกไปเถอะ เดี๋ยวฝนก็หยุดตกแล้ว” คิริมายังคงยืนยันคำเดิม เพราะรู้สึกเกรงใจที่ทำให้เพื่อนห่วงหน้าพะวงหลัง อีกทั้งพ่อของอีกฝ่ายก็มาจอดรถรออยู่ด้านนอกอาคารแล้ว 

“แกแน่ใจนะว่าจะกลับเอง ฝนมันตกหนักนะแก”

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันรอให้ฝนหยุดแล้วค่อยกลับก็ได้ คอนโดฉันอยู่ใกล้แค่นี้เอง”

“เอางั้นเหรอแก” หนุ่มหุ่นล่ำทว่าใจเป็นหญิงยังคงทำท่าเป็นกังวล เพราะไม่อยากทิ้งเพื่อนซี้ให้รอจนกว่าฝนหยุดตกเพียงลำพัง กระทั่งคิริมาพยักหน้าบอกอีกครา   

“อืม…แกรีบไปเถอะ พ่อแกรอนานแล้ว”

“งั้นฉันไปนะ เออ…พรุ่งนี้ฉันลาป่วยอีกวันนะแก หมอนัดไปตรวจ ถ้ามีอะไรโทรหาฉันได้ตลอดเลยนะ และถ้าใครมารังแกอย่าได้ไปกลัว ต่อยแม่งปากแตกเลย” ขาดคำศุภชัยก็วิ่งฝ่าสายฝนไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ไม่ไกล    

คิริมามองตามหลังจนกระทั่งคนที่วิ่งกระย่องกระแย่งเพราะขยะแขยงน้ำสกปรกก้าวขึ้นรถคันหรู แล้วขับออกไป เธอถึงได้หันมาย้อนมองตัวเองอย่างเศร้าใจ ก่อนจะกล้ำกลืนความเจ็บปวดกลับลงไปในอก แล้วมองไปรอบๆ ก็พบว่ายังมีเด็กนักเรียนคนอื่นยืนออกันอยู่ในตัวอาคารจำนวนไม่น้อย      

ไม่นานเด็กนักเรียนคนอื่นก็ทยอยขึ้นรถซึ่งผู้ปกครองขับมารับถึงหน้าตึกทีละคนสองคน บางคนคุณหนูจัดถึงขั้นที่คนขับรถต้องกางร่มมารับไปขึ้นรถด้วยท่าทางพินอบพิเทา เริ่มบางตาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผ่านไปเกือบชั่วโมงคนที่รอให้ฝนซาก็ทยอยขึ้นรถไปหมด จะเหลือก็แต่คิริมาที่ยังคงยืนเหม่อมองสายฝนด้วยความเศร้าใจ เธอไม่มีพ่อแม่มารับเหมือนอย่างใครเขา ฉะนั้นคงไม่แคล้วที่จะต้องวิ่งตากฝนไปขึ้นรถแท็กซี่แถวหน้าโรงเรียนเพื่อกลับคอนโด คิดได้ดังนั้นเจ้าของใบหน้าหม่นเศร้าก็ปลดกระเป๋าสะพายหลังลงจากบ่า แล้วยกมันขึ้นมาบดบังเหนือศีรษะ ก่อนจะขยับปากพึมพำเบาๆ ให้กำลังใจและปลอบตัวเองให้เข้มแข็งเข้าไว้ ทว่าน้ำตากลับพานจะไหลเสียดื้อๆ     

“สู้ๆ ครีม วิ่งแป๊บเดียวก็ถึงหน้าโรงเรียนแล้ว”

บอกตัวเองให้เข้มแข็ง แต่พอก้าวพ้นตัวอาคารมาเจอสายฝนที่หอบเอาสายลมหนาวเหน็บเจือความอ้างว้างมาด้วยสาวน้อยก็ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกสุดตัวพร้อมหลุดอุทานออกมา

พลั่ก!!!

มีใครบางคนเดินมาชนเธอจนร่างบางกระเด็นไปข้างหน้า เสียหลักลงไปกองกับพื้นถนนที่เฉอะแฉะไปด้วยน้ำฝนเจิ่งนองอย่างไม่เป็นท่า ครั้นเงยหน้าขึ้นก็ปรากฏว่าพิริยากำลังยืนกางร่มยิ้มเย้ยด้วยความสะใจ     

“หึ…สมน้ำหน้า” 

พิริยาบิดปาก แล้วเชิดหน้าเดินจากไป ซึ่งการกัดไม่ปล่อยเหมือนหมาบ้านั้นก็ทำให้คิริมาตัวสั่นเทิ้มด้วยความกรุ่นโกรธสุดฤทธิ์ เธอจะไม่ทนอีกแล้ว!  

วินาทีถัดมาคนที่ยอมให้คนอื่นข่มมาโดยตลอดก็เกิดพลังฮึดสู้ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พลางกัดฟันพยุงตัวเองลุกขึ้น แล้วก้าวเร็วๆ ตามอีกฝ่ายไป ทันใดนั้นคนที่ใครต่อใครต่างคิดว่าหน่อมแน้มไม่สู้คนก็วาดมือไปกระชากแขนของอีกฝ่ายอย่างแรง ทำเอาร่างระหงถึงกับกระตุกเฮือก หลุดเสียงกรีดร้องออกมา    

“กรี๊ด!!!”

“แกล้งคนอื่น แล้วคิดจะเดินหนีไปง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ” ทันทีที่พิริยาหันขวับกลับมาหาเธอก็เปิดฉากใส่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทว่าแทนที่จะกริ่งเกรงอีกฝ่ายกลับลอยหน้าสวนกลับอย่างถือดี     

“ถ้าใช่ แล้วแกจะทำไม”

“ก็ทำแบบนี้ยังไงล่ะ” ขาดคำคิริมาก็กระชากร่มออกจากมืออีกฝ่าย แล้วปาทิ้งท่ามกลางการอ้าปากค้าง เพราะไม่คาดคิดว่าคนที่ไม่มีปากมีเสียงเอาแต่ก้มหน้าให้คนอื่นรังแกจะกล้าสู้คนถึงเพียงนี้ จากนั้นคิริมาก็...  



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น