@I am_novice

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ ๑ การหายตัวไปของยอดนักสืบ "โมริ โคโกโร่" แก้ไข

ชื่อตอน : ตอนที่ ๑ การหายตัวไปของยอดนักสืบ "โมริ โคโกโร่" แก้ไข

คำค้น : สืบสวนสอบสวน

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2562 20:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๑ การหายตัวไปของยอดนักสืบ "โมริ โคโกโร่" แก้ไข
แบบอักษร

 

ณ ที่ทำการนักสืบ "โมริ โคโกโร่" โต๊ะทำงานตัวเดิมที่ติดริมหน้าต่างได้มีโน็ตจดหมายเขียนเอาไว้ 

" 

ถึงโมริ รัน ลูกรัก 

ที่พ่อจากไปคราวนี้ไม่รู้ว่า..ต้องอีกนานเท่าไหร่กว่าพวกเราจะได้มาพบกัน ก่อนที่พ่อจะออกเดินทาง พ่อได้ฝากคนที่จะมาดูแลการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของลูกแล้ว...เธอคนนั้นก็คือผู้สาวแสนสวยประจำกรมตำรวจ "ซาโต้ มิวาโกะ" เธอจะมาอยู่กับอาศัยกับลูกที่ทำการนักสืบจนกว่าพ่อจะกลับมา และสุดท้ายนี้พ่ออยากบอกพ่อรักลูกมากนะรัน เรื่องที่พ่อหายไปนั้น มีอยู่ไม่กี่คนที่รับรู้เรื่องนี้ แล้วก็เวลาที่ลูกอยู่สองต่อสองกับเจ้าเด็กนั้น ระวังตัวหน่อยไว้ก็ดี 

จาก โมริ โคโกโร่ 

" 

โมริ รัน ที่ได้อ่านจดหมายฉบับนั้นเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความคิดถึง แต่กับมีเสียงเข้ามาขัดบรรยากาศอันแสนเศร้าเอาไว้ซะก่อน 

"เธอจะร้องไห้ไปถึงเมื่อไหร่..ถึงร้องไห้มากเท่าไหร่ตาลุงนั้นก็ไม่กลับมาอยู่ดี"คุโด้ ชินอิจิที่เดินเดินออกมาร้องทัก พร้อมกับเดินไปหาหญิงสาวที่กำลังที่กำลังยืนร้องไห้จนตาบวมเบ่งเข้ามาในอ้อมกอดของเขา 

"ชินอิจิ"เสียงร้องของเธอขาดช่วงไปเพราะเมื่อชายหนุ่มที่สูงกว่าเธอกำลังโน้มใบหน้าที่แสนหล่อเหลาของเขามีจุมพิตที่ริมฝีปากของหญิงสาวอย่างดูดดื่ม 

รัน หายใจอย่างแผ่วเบาใบหน้าของเธอเริ่มแดงกล่ำแขนทั้งสองข้างของเธอคล้องขอกอดคอชายหนุ่มคนรักที่ตัวสูงกว่าเล็กน้อย ก่อนที่ถอดริมฝีปากออกจากกันแต่น้ำลายที่เริ่มเหนียวจนกลายเป็นเส้นตรงที่เชื่อมต่อกันระหว่างทั้งสองก็ขาดออกจากกัน 

ชินอิจิลูบศรีษะของหญิงสาวคนรักอย่างอ่อนโยน 

"โมริ รัน ฉันรักเธอ" 

ตัดภาพมายามค่ำคืน ณ บ้านของ ดร.อากาสะ ที่ติดอยู่กับบ้านของครอบครัว "คุโด้" ที่ตอนนี้ไม่ใครอยู่ภายในบ้านหลังใหญ่แม้แต่คนเดียว 

"นี้ดร. ฉันต้องอยู่ในร่างกายแบบนี้ไปนานสักเท่าไหร่กันแน่ ถึงจะกลับคืนสู่ร่างเดิม"โมริ โคโกโร่ นักสืบติ๊งต๊อง ที่เริ่มมีชื่อเสียงเนื่องจากการไขคดีที่ผิดพลาดนับครั้งไม่ถ้วน จนได้รับฉายาประจำตัวเองว่า "นักสืบสายฮ่า โมริ โคโกโร่" และในบางคดีเขาก็ไขคดีได้ราวกับเทพเซียนเมื่อยามลงไปนั่งที่เก้าอี้ในท่วงท่าที่คล้ายกับคนนอนหลับ เขามักจะไขคดีได้แทบทุกครั้งจนได้รับอีกฉายาว่า "โคโกโร่นิทรา" 

คนบ้าอะไรก็ไม่รู้มีสองฉายาที่ต่างกันราวกับฟ้ากับเหว..บางครั้งก็ผิดพลาดจนไม่น่าอภัย แต่บางครั้งก็เหมือนว่าความผิดพลาดทั้งหมดราวกับไม่เคยเกิดขึ้น 

"เรื่องนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยก็ต้องถามชินอิจิเขานั้นหล่ะ"ดร.อากาสะ ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถผลิตยาแก้พิษนี้ได้เมื่อไหร่ ได้แต่ภาวนาว่าสักวันเขาคงจะผลิตยาแพ้พิษนี้ได้เป็นผลสำเร็จ 

โคโกโร่ ได้แต่โมโหตัวเองที่ทำเรื่องผิดพลาดขึ้นมาเพราะแอบตามไปดูกลุ่มคนชุดดำเข้าจนกลายเป็นเรื่องแบบนี้ขึ้นมา โชคดีได้เจ้าหนูที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของลูกสาวตัวเองมาช่วยชีวิตของตัวเองเอาไว้ได้ทันท่วงที ด้วยการพาร่างกายอันเป็นเด็กของตัวเองแอบหนีออกมาจากโกดังล้างจากท่าเรือเมืองเบกะ 

เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากการขอความช่วยเหลือจากกรมตำรวจผ่านทาง "สารวัตรเมงุเระ" ที่เคยเป็นหัวหน้าเก่าสมัยที่ตนเองยังเป็นตำรวจ ว่าได้มีกลุ่มปริศนาลอบได้ทำการอะไรบางอย่าง ที่น่าสงสัย จนตำรวจเริ่มเอะใจถึงความผิดปกติ 

พวกเขาได้วางกำลังกันเป็นกลุ่มต่างๆ โดยมียอดนักสืบเอกชน สองฉายา ชื่อดังเป็นคนช่วยกันวางแผนในการจับกุมกลุ่มคนน่าสงสัยในครั้งนี้ แต่แล้วก็เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น เพราะกลุ่มของ "โมริ โคโกโร่" ดันมีสายลับที่แผลงตัวเข้ามาลอบกัดโจมตีตำรวจากทางด้านหลัง 

ยอดนักสืบติ๊งต๊องรู้ถึงกลิ่นไม่ไดี แต่ก็สายไปเสียแล้วตำรวจที่มากลับตัวเองเสียชีวิตเกือบยกกลุ่ม มีตำรวจบางรายที่ลอบหลบหนีได้สำเร็จก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลไปมากพอสมควร ส่วนคนที่รอดชีวิตบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "โมริ โคโกโร่" ได้ถูกจับตัวไปเพื่อเอาตัวเข้าแลกกับชีวิตของตำรวจที่เหลือ 

วีรกรรมครั้งนี้สมควรได้รับการยกย่อง แต่ก็ไม่สามารถบอกต่อสาธารณชนได้ ก็เพราะว่า "ปฏิบัติการครั้งนี้" เป็นความลับสุดยอดของกรมตำรวจญี่ปุ่น และตำรวจที่เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ ทางกรมตำรวจได้ทำการยกย่องจนออกเป็นข่าวไปทั่วประเทศญี่ปุ่นว่า "การเสียชีวิตของตำรวจในครั้งใหญ่ ครั้งนี้มาจากการวางแผนการจับกุม การค้ายาเสพติดข้ามชาติ" 

และดูเหมือนโชคครั้งนี้ของกรมตำรวจญี่ปุ่น จะมากจากการจับกุมครั้งนี้ได้ค้นพบสารตั้งต้นของสิ่งเสพติดได้จำนวนหนึ่งที่มากพอ ที่สามารถออกเป็นข่าวได้ แต่ในข่าวสารที่กำลังฉ่ายออกไปทั่วประเทศนั้นกลับไม่มีข่าวการหายตัวไปของ "โมริ โคโกโร่" แม้แต่ข่าวเดียว 

หลังจาก "โมริ โคโกโร่" ที่กำลังหัวร้อนกับตัวเองได้มีชายหนุ่มเดินเข้าในห้องเล่นภายในบ้านของดร.อากาสะ 

"นี้ลุง ไม่ต้องคิดมากไปหรอก...ลุงก็แค่หายตัวไปสักสองสามปี มันก็น่าจะดีขึ้นเอง"คุโด้ ชินอิจิชายผู้มาใหม่ออกความคิดเห็น 

"ไอ้เด็กบ้าที่ฉันเป็นห่วงไม่ใช่ตัวเองแต่เป็นยัยรัน...ลูกสาวของฉันต่างหาก!!"เสียงคำรามที่แสดงถึงความโกรธเกรี้ยวที่ออกมาร่างของเด็กชายตัวน้อยมันช่างน่ารักเสียยิ่งกว่าไร 

ชินอิจิ ไม่ได้แสดงความทุกข์ร้อนใจเลยแม้แต่น้อย 

"นี้ลุงเรื่องของรัน ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก เพราะว่าทางกรมตำรวจได้จ่ายค่าชดเชยให้รัน หลังจากลุงได้หายตัวไป เป็นระยะเวลา 10 ปี ปีละ 12 ล้านเยน เพียงพอให้ยัยรันได้ใช้ชีวิตที่ช่วงที่ขาดลุงอยู่ได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ" 

ชินอิจิที่ได้บอกเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น แล้วพร้อมกับแผกนการรับมือในอนาคตของเขาให้ว่าที่พ่อตาฟังอย่่างใจเย็น และหลังจากนี้เป็นต้นไปชื่อของ "โมริ โคโกโร่" จะค่อยๆ หายไปตามกาลเวลา จนสุดท้ายอาจจะมีสักวันชื่อของเขาจะกลับ เพราะฉะนั้นการหายตัวไปของเขา จึงจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญของ "คุโด้ ชินอิจิ" ในครั้งนี้นั้นเอง 

"นี้เจ้าหนู...ฉันฝากดูแลยัยรันด้วยหล่ะ" 

ชินอิจิตบปากรับคำของชายวัยกลางในร่่างกายของเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่แสดงที่ความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง 

"ไม่ต้องเป็นห่วงผมจะดูแลปกป้องรัน ไว้ด้วยชีวิตของผม" 

ความคิดเห็น