Badberry

ขอบคุณที่กดเข้ามานะคะ

ชื่อตอน : Part 21 : ปฐมนิเทศ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2562 14:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Part 21 : ปฐมนิเทศ
แบบอักษร


“ไอ้ภีม! ตื่นรึยังมึง...วันนี้ปฐมนิเทศนักศึกษาฝึกงานที่บิ๊กเนเชอร์มึงจะสายตั้งแต่วันแรกไม่ได้นะโว้ย!!” ธาวินร้อนใจกดโทรศัพท์หาภีมพล ที่ดูเหมือนเจ้าตัวจะเพิ่งตื่นนอนและกำลังรีบแต่งตัวอยู่

ส่วนธาวินตอนนี้กำลังผจญการจราจรที่ติดขัดอยู่บนท้องถนน ปฐมนิเทศเริ่มแปดโมงครึ่งตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงสิบหานาที ยังไงเขาคงไปไม่ทันแน่นอน

ทันทีที่พ้นถนนช่วงที่รถติดเขาเหยียบคันเร่งจนมิดเท้าเพื่อให้ไปถึงบริษัทให้เร็วที่สุด

“คุณๆ แลกบัตรก่อนครับ” เสียง รปภ. ประจำอาคารจอดรถตะโกนไล่หลังรถหรูของธาวินที่ขับเลยขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

“เต็ม เต็ม นี่ก็เต็ม...เหี้ย! นี่มันที่จอดรถห้างหรือเปล่าวะ?เต็มแม่งทุกชั้น พนักงานที่นี่คงรวยมากถึงมีรถกันคนละคัน มิน่ารถแม่งถึงติดฉิบหาย” ธาวินบ่นอยู่ลำพังภายในรถ เขาตัดสินใจขับวนขึ้นไปชั้นบนสุดของอาคารจอดรถโดยไม่รู้ว่าเป็นที่จอดสำหรับผู้บริหารและแขกวีไอพีเท่านั้น เป็นจังหวะเดียวกับ รปภ. ที่ดูแลไม่อยู่พอดี เขาจึงฉวยโอกาสเข้าไปจอดทันที

เอี๊ยด!!

ธาวินรีบถอยเข้าไปจอดในช่องที่ว่างโดยไม่ได้ดูป้ายที่ติดอยู่ เมื่อจอดสนิทเขารีบคว้ากระเป๋าเป้ในรถวิ่งเข้าตึกทันที

โครมมม!

ด้วยความรีบร้อนเขาวิ่งโดยไม่ดูทาง ประตูรถยนต์คันหรูสีดำได้ถูกเปิดออกกระทันหันทำให้กระแทกเข้ากับตัวธาวินอย่างจังจนเขาล้มลง

“โอ๊ยย!!...”

“คุณ! เป็นไงบ้าง” เจ้าของรถรีบลงมาดูธาวินที่นั่งอยู่กับพื้น เขาพยายามช่วยดึงแขนธาวินให้ลุกขึ้น

“ปล่อยโว้ย! เปิดประตูยังไงไม่แหกตาดูคนหรือไงวะ!” ธาวินบ่นด้วยความโมโห เขาสะบัดมือผู้หวังดีออก

“คุณต่างหากวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ...นี่บริษัทนะคุณ! ไม่ใช่สนามเด็กเล่น” เจ้าของรถสีดำต่อว่าธาวิน ถ้ารู้ว่าปากแบบนี้จะปล่อยให้นั่งอยู่กับพื้นนั่นแหละ

“มึงว่าไงนะเตี้ย” ธาวินที่ยืนเต็มความสูงเรียกชายหนุ่มรูปร่างเล็กที่สูงไม่ถึงไหล่เขา

“คุณว่าใครเตี้ย เสียมารยาท” ชายหนุ่มเริ่มโมโหที่ธาวินมาล้อเลียนปมด้อยเขา

“ก็มึงไง...ไอ้เตี้ยๆๆ ฮ่าๆๆ” ธาวินไม่เลิกพูด...เขายังล้อคนตัวเล็กกว่าอย่างสนุกปาก

“คุณ!” เจ้าของรถสีดำเรียกเขาเสียงดุแต่ธาวินไม่ได้มีอาการหวาดกลัวเลย คนตัวเล็กโมโหจนหน้าแดงก่ำ เขาอยากจะชกไอ้คนตรงหน้าให้ปากแตกจริงๆ

“อย่าพูดมากเลย...มึงอยู่มหาลัยไหนวะ?! มาสายละสิเหมือนกูเลย ป่ะ!...รีบไปได้แล้วพิธีปฐมนิเทศเริ่มไปตั้งนานแล้ว สายกว่านี้เดี๋ยวเขาจะไม่ให้ฝึกงานมึงจะลำบากไปเร็ว” ธาวินรีบคว้าข้อมือของคนที่เขาที่เขาเพิ่งหัวเราะเยาะวิ่งเข้าไปในตึกโดยไม่ถามความสมัครใจของเจ้าตัว

“เดี๋ยวคุณ! เดี๋ยว! ผมก้าวไม่ทัน” เจ้าของรถสีดำถูกธาวินลากจนตัวปลิวที่สำคัญเขาไม่ยอมขึ้นลิฟท์กลับวิ่งไปทางบันไดหนีไฟ กว่าลิฟท์จะมาถึงเขาคงต้องสายกว่านี้แน่ๆ เขาจึงเลือกที่จะลงบันไดแทน

“เจอแล้ว! ห้องนั้นไงไปเร็ว” ธาวินจูงมือชายหนุ่มตัวเล็กที่พบโดยบังเอิญวิ่งจนเหมือนลากเขาไปตามทางเดินจนถึงหน้าห้องประชุมที่ตอนนี้ไม่เหลือใครอยู่ด้านนอกแล้ว

“เดี๋ยวๆ คุณเข้าไปก่อนเถอะ...แฮ่กๆๆ” คนตัวเล็กหอบจนหน้าแดง เม็ดเหงื่อเล็กๆ ผุดขึ้นเต็มใบหน้าไปหมด ผมที่เซ็ทมาอย่างดีหล่นมาปรกใบหน้าเล็กๆ จนยุ่งไปหมด

“ทำไมวะ? รีบเข้าไปด้วยกันสิ” ธาวินบอกกับชายตัวเล็ก ตัวเขาเองไม่มีอาการเหนื่อยหอบใดๆ เพราะออกกำลังกายเป็นประจำ

“คุณเข้าไปก่อนเลย ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อน” เขาบอกกับธาวิน

“อะไรของมึงวะมาปวดขี้ตอนนี้..เออๆ กูเข้าไปก่อนก็ได้รีบตามมานะมึง” พูดจบธาวินรีบวิ่งเข้าไปในห้องสองมือผลักประตูเข้าไปโดยไม่เคาะก่อนอย่างเสียมารยาท

“คุณ!!” ชายร่างเล็กหน้าเรียกชื่อเขาเสียงดุใบหน้าที่แดงอยู่แล้วกลับแดงก่ำขึ้นกว่าเดิม “คนอะไร...ปากเสียชะมัด”

..........

ผลัวะ!!

ธาวินผลักประตูเข้าไปในห้องประชุมขนาดใหญ่ ทุกสายตาในห้องจับจ้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียว เขารู้สึกประหม่าขึ้นมาเพียงนิดหน่อยเท่านั้น

ชายร่างสูงสง่าที่กำลังยืนพูดอยู่หน้าสแตนด์กับเลขาคนสนิทหยุดพูดทันที สายตาเฉียบคมหันไปมองนักศึกษาที่ก้าวเข้ามาใหม่เพียงลำพัง แววตาของคนตัวสูงทำธาวินรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาทันที

เจ้าหน้าที่ทุกคนในห้องละสายตาจากธาวิน มาจ้องที่ร่างสูงสง่าแทน ทุกคนทำหน้าตาเลิ่กลักคิดว่าคนที่เข้ามาใหม่จะต้องถูกต่อว่าแน่นอน เพราะคนตัวสูงสง่าเกลียดคนไม่รักษาเวลาเป็นที่สุด

สายตาเฉียบคมมองสำรวจกดดันคนที่เข้ามาใหม่ ธาวินจัดเป็นหนุ่มหน้าตาหล่อมีเสน่ห์ดึงดูดรับกับรูปร่างที่สูงกว่าภีมพลเล็กน้อยแต่ดูแข็งแรงกว่า เขาเหลือบมองไปที่ด้านหลังรอบๆ ตัวธาวิน เมื่อไม่เห็นคนที่เขารออยู่จึงหันไปกระซิบเบาๆ กับตะวัน

“เชิญคุณเข้าไปนั่งด้านในเลยครับ” ตะวันพูดผ่านเฮดโฟนที่สวมอยู่บอกกับธาวิน เจ้าหน้าที่ทุกคนในห้องต่างแปลกใจหันมามองหน้ากัน ธาวินไม่โดนยักษ์จับกินแถมยังปล่อยให้เขาเข้ามานั่งฟังการปฐมนิเทศต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ขอบคุณครับ” ธาวินยกมือไหว้อย่างมีมารยาทก่อนเดินเข้าไปนั่งในห้องตรงที่ว่าง ชายหนุ่มจำทศกัณฐ์ได้ทันทีว่าเคยเจอกันที่สำคัญไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วย หน้าตาหล่อคมกับรูปร่างสูงสง่าเด่นขนาดนี้เห็นแค่ครั้งเดียวก็จำได้แล้ว

ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่ายืนกล่าวต้อนรับกลุ่มนักศึกษาฝึกงานด้วยมาดนิ่งๆ สายตาเฉียบคมไม่จับจ้องคนข้างในแต่กลับคอยชำเลืองมองประตูอยู่เรื่อยๆ จนตะวันรู้สึกผิดสังเกต

..........

“คุณทศเป็นอะไรรึเปล่าครับ”

“ทำไมหรอ?”

ตะวันถามทศกัณฐ์เมื่อทั้งคู่เดินกลับเข้ามาในห้องทำงาน ร่างสูงสง่าทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาว เขาปลดเนคไทด์ที่คอลงเล็กน้อยเพื่อให้ผ่อนคลาย

“ผมเห็นคุณทศชำเลืองมองที่ประตูอยู่เรื่อยๆ คุณทศรอใครอยู่หรือเปล่าครับ” ตะวันเลขาช่างสังเกตถามเจ้านายที่ปกติจะจริงจังกับการทำงานเสมอไม่มีสักครั้งที่เขาจะไม่มีสมาธิเหมือนวันนี้ คนอื่นอาจจะไม่สังเกตเห็นแต่สำหรับตะวันที่ทำงานกับทศมานานเขาจึงรู้สึกได้

“ไม่มีอะไร คงเพราะปีนี้มีนักศึกษาเข้ามาฝึกงานเยอะกว่าทุกปี”

“ภีมพล ภาสุภัทร” ทศกัณฐ์มีปฏิกิริยากับชื่อนี้จนตะวันสังเกตได้ เขาชะงักไปเมื่อเลขาเอ่ยชื่อนี้ออกมา

“มีอะไร” ร่างสูงถามนิ่งๆ ด้วยน้ำเสียงปกติ

“นักศึกษาที่ไม่ได้เข้าปฐมนิเทศวันนี้ครับ” ตะวันบอกกับเจ้านายของเขา เพราะเด็กคนนี้ทศกัณฐ์มอบหมายให้เขาดูแล ตามกฏบริษัทถ้านักศึกษาคนใดไม่ได้เข้าปฐมนิเทศน์จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการฝึกงานที่นี่

ทศกัณฐ์นิ่งไปชั่วครู่เพื่อใช้ความคิด...

“ถ้าเขามาถึงเมื่อไหร่ให้พามาพบผมที่ห้องนี้ละกัน” ทศกัณฐ์สั่งเลขาของเขาที่มีท่าทีแปลกใจเพราะปกติเจ้านายของเขาจะไม่อนุญาตให้ใครเข้าออกห้องทำงานส่วนตัวง่ายๆ และคนที่ไม่มีความรับผิดชอบอย่างนี้คงถูกไล่ออกไปนานแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้ตะวันเองชักอยากจะเห็นหน้าของภีมพล ภาสุภัทร ขึ้นมาแล้วสิ

“ครับ” เลขาหนุ่มตอบรับเจ้านายเพียงสั้นๆ



::::::::::

ความคิดเห็น