ละครกระดาษ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 : ยุบชมรมดนตรี

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 : ยุบชมรมดนตรี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 29

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ม.ค. 2562 12:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 : ยุบชมรมดนตรี
แบบอักษร

​            มะปรางเดินเข้าห้องเรียนคาบเช้าวันแรกของภาคการศึกษาใหม่ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งถึงช่วงเวลาเที่ยง เสียงระฆังก็ดังขึ้นมาบอกเวลาพักกลางวันของทุกชั้นเรียนแล้ว

            “มะปราง โอ๋อยู่นี่” โอ๋รุ่นพี่ ม.6 จากชมรมมวย ตะโกนเรียกมะปรางพร้อมกับกวักมือเรียก

            “มะปรางของพวกเรา มีหนุ่มๆ มาเรียกหาตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกเลยนะ” เสียงแซวจากเพื่อนร่วมห้องตามมาทันที

            โอ๋กับมะปรางเดินมาตามทางสนามหญ้าหน้าอาคารเรียน โอ๋แปลกใจที่มะปรางมีสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนัก “วันก่อนครูเพ็ญศรีบอกว่า อาทิตย์หน้าจะให้ปรางไปแข่งตอบปัญหาที่แพร่ ถ้าได้ที่ 1 ได้เงินตั้งสามหมื่นบาท ครูเพ็ญศรีจะเอาไปซื้อเครื่องกรองน้ำใช้ในโรงอาหาร”

            “ไม่มั่นใจเหรอ แข่งเลขป่ะ” โอ๋ถามด้วยความสงสัย

            “อืมๆ คนที่มาแข่งคราวนี้ มีอยู่ 3-4 คนเคยได้รางวัลที่กรุงเทพด้วย”

            “ไม่เป็นไรหรอก ปรางเก่งอยู่แล้ว ปีที่แล้วก็พูดแบบนี้ แต่ก็ทำได้นี่น่า”

            “งั้นเย็นนี้ปรางรีบกลับบ้านเลยก็แล้วกัน ต้องเตรียมตัวเร็วกว่าปกติหน่อย พลาดขึ้นมา ครูเพ็ญศรีอดได้เครื่องกรองน้ำแน่ๆ เลย”

            “โห เหลือเวลาอีกตั้งอาทิตย์หนึ่ง ปรางจะรีบไปไหนเนีย ไม่เบื่อบ้างเหรอ วันๆ อยู่กับหนังสือ แล้วก็สลับไปอยู่กับครูเพ็ญศรี เข้าใจชีวิตวัยรุ่นบ้างมั๊ยเนีย” โอ๋เห็นสีหน้ามะปรางไม่ค่อยดีก็เลยพูดแซวให้ผ่อนคลายลง

            “เอางี้ วันอาทิตย์นี้ไปเดินตลาดกับโอ๋นะ แต่งตัวสวยๆ หน่อย วัยรุ่นน่ะเข้าใจมั๊ย ห้ามใส่แว่นเชยๆ แบบนี้มาเด็ดขาด โอเคป่ะ”

            “ไม่ต้องมายุ่งกับปรางเลย” มะปรางแอบอมยิ้มกับคำพูดของโอ๋

            “ทำไม ใส่แว่นรักษาคอนเซปต์เด็กเรียนเหรอ...โอ๋เป็นห่วงปรางมากเลยนะ” คำพูดของโอ๋ ทำให้ท่าทีของมะปรางเขินอายเป็นอย่างมาก

            “ไม่ต้องพูด...รู้หรอกน่า”

            “โอ๋อยากเป็นแฟนกับปรางนะ” โอ๋พูดแบบมะปรางไม่ทันตั้งตัว แม้ว่าจะไม่ได้ตอบรับโดยตรงแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธ

            “นี่ คนที่เป็นแฟนกัน ต้องเดินจับมือกันไม่ใช่เหรอ” โอ๋พูดหยอก “เดินกันเฉยๆ แบบนี้มันแค่เพื่อนนะ”

            โอ๋ค่อยๆ ยื่นมือไปจับมือของมะปราง มะปรางเองก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนอะไร “ให้จับมือเฉพาะตอนอยู่นอกโรงเรียนนะ ในโรงเรียนเดินด้วยกันเฉยๆ”

            โอ๋พยักหน้าตอบรับคำพูดทันที “เย้ๆๆ ได้มะปรางเป็นแฟนแล้วๆๆๆ”

“ความจริงแล้วโอ๋กับน้องปรางเขารู้จักกันโดยบังเอิญ ที่ผมรู้เพราะว่า ผมก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยเหมือนกัน ผมยังจำได้เป็นอย่างดี ตอนนั้นปรางอยู่ ม.4 เพิ่งมาโรงเรียนเป็นวันแรก...”

“พลอย” ประธานชมรมดนตรีกับน้องๆ ในชมรมรวมถึงมะปรางด้วย กำลังช่วยกันขนของจากห้องชมรมดนตรีเดิมไปที่อาคารใหม่ แต่ละคนต่างช่วยกันจนวุ่นวายไปหมด “พลอยขอบคุณพี่หมอกับพี่บัวมากนะคะที่มาช่วยขนของ”

“มะปรางๆ มาช่วยพี่ยกกล่องกระดาษ 2 ใบนี้ ไปวางไว้หน้าตู้ก่อน ในนี้เป็นกล่องเอกสารสำคัญของชมรมนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ ปรางยกคนเดียวได้ พี่พลอยไปช่วยคนอื่นๆ ก่อน” มะปรางยกกล่องกระดาษ 2 ใบซ้อนกัน แล้วก็อุ้มขึ้นมา เดินไม่ค่อยถนัดเท่าใดนัก ต้องชะโงกหน้ามองทางเดินข้างๆ กล่องเป็นระยะๆ

“ไหวแน่นะน้องปราง พี่พลอยว่าเอาไปทีละกล่องก็ได้มั๊ง”

ทางเดินยังคงเป็นดินลูกรังเปียกน้ำฝนที่ตกลงมาเมื่อตอนเช้า เดินมาจนถึงบริเวณบ่อเลี้ยงปลาหลังอาคารใหม่ มะปรางไม่ทันระวังเดินเหยียบก้อนหินก้อนหนึ่ง ทำให้เสียหลักลื่นหกล้มตกลงไปในบ่อเลี้ยงปลาที่อยู่ข้างทางเดิน ส่วนกล่องเอกสารทั้ง 2 ใบ ตกลงมาที่ขอบทางเดิน

“ตอนนั้นมีผม, บัวแล้วก็โอ๋ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรหล่นลงในบ่อน้ำ เสียงดังมาก ทุกคนต่างรีบวิ่งเข้าไปดูที่บ่อน้ำทันที ภาพที่ผมเห็นก็คือ น้องมะปรางตกบ่อปลา เนื้อตัวเต็มไปด้วยโคลนเลอะเทอะเต็มไปหมด โอ๋กับบัวรีบวิ่งเข้าไปประคองน้องมะปรางทันที”

“น้องเป็นไงมั่ง มาๆๆ พี่ช่วย” โอ๋รีบยื่นมือดึงมะปรางขึ้นมาจากบ่ออย่างทุลักทุเล เสียงน้ำดังมากพอที่จะทำให้ทุกคนที่อยู่ในชมรมดนตรีกับชมรมมวย แล้วก็เด็กนักเรียนแถวๆ นั้น วิ่งเข้ามาดูอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ “รีบพาไปห้องพยาบาลก่อน”

“พี่ๆ เห็นกล่องเอกสารมั๊ย กล่องเปียกมั๊ยๆๆๆ” มะปรางตะโกนถามหาแต่กล่องเอกสาร

“ไม่ต้องไปห่วงกล่องหรอก ห่วงตัวเองก่อน ใครมีเสื้อผ้าสำรองมาบ้าง” บัวพูดตัดบททันที

หลังจากที่วิทย์เข้าร่วมประชุมกับคณะครูจนเสร็จสิ้นแล้วด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยที่บัวยืนคอยอยู่ที่หน้าห้องประชุมด้วยใจจดจ่อ “บัวร้อนใจเลยมารอพี่วิทย์ที่นี่...ไม่ดีเหรอพี่วิทย์”

            “ครูใหญ่บอกว่า ปีนี้ทางโรงเรียนได้งบมาจากส่วนกลางแค่ 2 ล้านกว่าๆ เอง งบอันนี้รวมทุกอย่าง แต่ต้องเอาเงินไปซ่อมอาคาร 2 กับโรงอาหาร ล้านห้าแสนแล้ว เหลืองบทำกิจกรรมทุกอย่างแค่ 7 แสนนิดๆ เอง ส่วนเงินจากเอกชน ปีนี้ไม่มีสักบาทเลย”

            “โห ได้น้อยลงกว่าปีที่แล้วเกินครึ่งอีกนะพี่ แล้วจะทำยังไงกันดีล่ะพี่” บัวมีท่าทีตกใจกับสิ่งที่ได้ยินจากวิทย์

            “ครูใหญ่บอกว่า สงสัยปีนี้ต้องเลือกเฉพาะชมรมที่พอจะมีผลงาน คงต้องเน้นไปที่งานวิชาการเป็นหลักแล้ว เพราะว่าใช้งบไม่เยอะมาก เอางานกิจกรรมน้อยลง ครูใหญ่ให้ลองไปหาเด็กๆ ดูว่า ใครพอจะมีแววส่งเสริมด้านไหนได้บ้าง แล้วรีบทำรายงานมาไปที่ครูใหญ่โดยตรงเลย”

            “มิน่า วันก่อนเห็นครูเพ็ญศรีเรียกมะปรางไปคุยเรื่องแข่งที่แพร่”

            “ชมรมบอลปีที่แล้วได้ที่ 6 ของอำเภอคงได้อยู่ต่อ ส่วนวอลเลย์บอลแม้ว่าปีที่แล้วจะตกรอบแรก แต่ครูมนูญบอกว่า ปีนี้มีเด็ก ม.4 มีแววอยู่หลายคนเลยได้อยู่ต่อเหมือนกัน แต่ได้งบทำทีมน้อยลงเยอะเลยแหละ ส่วนบาสยุบชมรมเลย เด็กๆ รู้ข่าวนี้กัน สงสัยนั่งร้องไห้กันหมดแน่ๆ เลย”

            “แล้วมวย, ฟันดาบ, เทควันโด้ กับดนตรีล่ะพี่”

            “มวย, ฟันดาบและเทควันโด้ยุบรวมกัน อาจจะตั้งชมรมใหม่ว่ามาร์เชียลอาร์ต (Martial Arts) ต้อมทำเหรียญทองมวย 2 ปีซ้อนคงได้ทำต่อ ส่วนดนตรีอาจจะยุบเหมือนบาส รุ่นพลอยไปแข่งยังมีเข้ารอบบ้าง แต่พอมารุ่นของมะปรางตกรอบคัดเลือกหมดเลย คงยุบชมรมเทอมนี้แหละ”

            “รุ่นมะปรางรวมตัวกันไม่ค่อยได้ ครูเพ็ญศรีอยากให้มะปรางไปวิชาการมากกว่า ส่วนเด็ก ม.4 ปีนี้เข้าชมรมดนตรี 50-60 คน เยอะก็จริง แต่เราไม่มีงบซื้อเครื่องดนตรีแล้ว งานโรงเรียนเทอมนี้อาจจะใช้วิธีจ้างวงข้างนอกมาเล่นแทน”

            “ถ้าน้องปรางรู้ข่าวนี้ จะเป็นยังไงเนีย”

*****************************

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น