กอบเพลิง / พรรณพชร
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.4 ข่าวดี

คำค้น : ลุ้นรักวิวาห์ร้อน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 745

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ม.ค. 2562 21:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.4 ข่าวดี
แบบอักษร

:: ๔ ::

ข่าวดี


“พร้อมตั้งนานแล้วค่ะคุณหมอ รีบบอกมาเถอะก่อนที่ฉันจะเป็นลมไปเสียก่อน” ตอนนี้เริ่มหงุดหงิดคุณหมอคนนี้ซะแล้ว ลีลาอยู่ได้จะบอกก็รีบบอกซะที

            “โทษทีครับงั้นฟังให้ดี ๆ หมอขอแสดงความยินดีด้วยครับคุณตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้ว”

            ฉันอึ้ง!!!!!

            นั่งเอ๋อแดกอยู่อย่างนั้น มองหน้าคุณหมอตาค้าง ในสมองมันขาวโพลนไปหมดคิดอะไรไม่ออก

            “คะ..คุณหมอลองพูดอีกครั้งได้ไหมคะ ฉันได้ยินไม่ถนัด”

            “คุณตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้ว ชัดหรือยังครับ”

            “ชัดแล้วค่ะ เต็มสองรูหูเลยค่ะ” ว่าแล้วก็หันไปมองหน้าเพื่อนทั้งสองคนอย่างเซ็ง ๆ

            “ทำใจดี ๆ ไว้นะแกทุกอย่างมันต้องมีทางออก” น้ำเอ่ยพลางตบไหล่ฉันเบา ๆ เพื่อเป็นการปลอบใจ

            “ไม่ต้องห่วงพวกฉันจะช่วยเลี้ยงหลานเองนะ” โบ๊ทเอ่ยหลังจากนั้น

            “ขอบใจพวกแกมาก แต่ฉัน....ฉันทำให้ป๊ากับม๊าเสียใจ ฮึก” ฉันเอ่ยเสียงสั่นจะร้องไห้ออกมารอมร่อ ทั้งที่พยายามห้ามแล้วแต่มันก็ทำไม่ได้

            “ทุกปัญหาย่อมมีทางออก หมอยินดีให้คำปรึกษาตลอดเวลาเมื่อคุณต้องการนะครับ” คุณหมอยื่นนามบัตรให้จากนั้นจึงพูดต่อ “ตอนนี้คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วนะครับ ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ในท้อง เขาจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว หมอเข้าใจว่าการโดนทิ้งมันเจ็บปวดมากแค่ไหน เพราะหมอเองก็เคยโดนทิ้งเหมือนกัน แต่อดีตมันผ่านมาแล้วเราต้องเดินหน้าสู้ต่อไปนะครับ”

            เดี๋ยวนะหมอ*! ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าโดนทิ้ง*

            “หมอรู้ได้ไงว่าฉันโดนทิ้งคะ” ฉันจ้องหน้าถาม คำว่าโดนทิ้งไม่มีในสารบบความคิดฉันเลย และมันจะไม่มีวันนั้น

            “อ้าว! ก็พวกคุณพูดไปในแนวทางนั้นนี่นา ผมเลยเดาว่าน่าจะใช่” หมอเอ่ยหน้าตาย แถมยังส่งยิ้มหล่อมาให้อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

            “ฉันทิ้งผู้ชายต่างหากค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะคะ” ฉันยกมือไหว้แล้วรีบลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทันที

            หมอบ้าอะไรจะทำให้คนไข้อารมณ์เสียอย่างนี้

            “เดี๋ยวคุณ! ไปรับยาก่อนค่อยกลับนะครับ”

            “ไม่ต้องห่วงค่ะคุณหมอเดี๋ยวพวกหนูไปรับให้มันเอง ไปแล้วนะคะ”

            ฉันได้ยินเสียงสองคนนั้นพูดคุยกับคุณหมอก่อนจะเดินตามหลังออกมา

            “ข้าวรอพวกฉันด้วย!”

            ได้ยินเสียงเพื่อนเรียกฉันจึงหยุดชะงัก ยืนกอดอกรอพวกมันสองคนด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ตอนนี้ไม่รู้จะโมโหให้ใครก่อนดี ระหว่างไอ้คนที่ทำให้ฉันต้องเป็นทุกข์อย่างนายฟีฟ่า หรือคุณหมอที่พูดจาหมาไม่แดกนั่น

            “วันนี้ไม่ต้องไปบ้านฉันแล้วนะไม่มีอารมณ์รับแขก”

            “เออ ๆ ไม่ไปก็ได้แต่แกต้องสัญญานะว่าจะดูแลตัวเองดี ๆ นี่ยาฉันไปเอามาให้” โบ๊ทยื่นถุงยาให้

            “ขอบใจละกัน โทษทีที่พูดใส่อารมณ์ ฉันรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกน่ะสิ”

            “อย่างนี้ล่ะอารมณ์ของคนท้องมักจะแปรปรวนในช่วงแรก ๆ” น้ำว่า

            “ทำอย่างกับแกเคยท้องงั้นล่ะ”

            “ไม่เคยท้องแต่ก็เคยอ่านในเน็ตย่ะ เพราะอีกไม่นานฉันก็จะท้องเหมือนกัน”

            “ขอบใจพวกแกสองคนนะที่มาเป็นเพื่อน แต่เรื่องนี้ห้ามบอกใครเด็ดขาด โดยเฉพาะนายนั่น” พูดถึงแล้วก็อยากฆ่าให้ตายซะเหลือเกิน ถ้าเขารู้จะทำหน้ายังไงนะ จะดีใจหรือเสียใจที่มีลูกกับฉัน แต่สำหรับฉันเสียใจมากที่มีลูกกับผู้ชายคนนั้น

            “ฉันว่าควรให้พี่ฟีฟ่ารู้นะอย่างน้อยเขาก็เป็นพ่อของลูก หรือว่าแกจะเอาเด็กออกงั้นเหรอ อย่าทำอย่างนั้นเด็ดขาดนะ” น้ำมันคิดเองเออเองจับมือฉันเขย่าแรง ๆ

            “ทำไมฉันจะต้องทำอย่างนั้นด้วยล่ะ คิด ๆ ดูแล้วเป็นอย่างนี้มันก็ดีเหมือนกันนะ เพราะฉันเองก็ไม่คิดอยากจะมีครอบครัวอยู่แล้ว ฉันจะเลี้ยงลูกเอง” ฉันเอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ

            ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องเดินหน้าสู้ต่อไปอย่างที่คุณหมอหน้าหล่อนั่นบอก

            “อ้าว! พ่อของลูกในท้องแกคือพี่ฟีฟ่างั้นเหรอ ไหนบอกว่าเกลียดกันนักหนาทำไมถึงมีอะไรกันล่ะยะ หมดกันผู้ชายที่ฉันหมายปอง” โบ๊ทจ้องหน้าฉันราวกับเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตาย คงจะช็อกที่รู้ว่าพ่อของลูกเป็นเขา

            “สรุปแกห่วงฉันหรือห่วงผู้ชายกันแน่”

            “ก็ห่วงแกนั่นล่ะเพียงแต่ฉันสงสัยเฉย ๆ”

            “งานเลี้ยงวันนั้นที่แกกลับก่อนไง ไอ้นั่นมันเข้าห้องผิดแล้วก็เกิดเรื่องบ้า ๆ ขึ้น ถ้าวันนั้นแกไม่กลับก่อนฉันคงไม่ต้องมาเครียดอยู่อย่างนี้หรอก” เมื่อพูดถึงก็พาลหาเรื่องเพื่อนซะงั้น

            “ฉันขอโทษก็วันนั้นผู้หล่อมากฉันพลาดไม่ได้นี่นา” มันทำหน้าหงอยอย่างสำนึกผิด

            “เออ ๆ ช่างเถอะมันเกิดขึ้นแล้วนี่นา เอาเป็นว่าฉันกลับก่อนนะ ไม่อยากอยู่ที่นี่นาน ๆ รู้สึกกระอักกระอ่วนเต็มที” ฉันไม่ชอบกลิ่นโรงพยาบาลเลยสักนิด มันรู้สึกอย่างที่พูดจริง ๆ

            “ขับรถดี ๆ ละกันนึกถึงลูกในท้องให้มาก ๆ” น้ำบอก

            “โอเค ๆ ไปละนะ”

            ฉันโบกมือลาเพื่อนก่อนจะเดินแยกตัวออกไป

o:::::o o:::::o o::::o

            ในระหว่างขับรถกลับบ้านฉันก็คิดเรื่องป๊าไปด้วย กำลังตัดสินใจว่าจะบอกท่านตอนไหนดี จะเกริ่นเข้าเรื่องยังไง หากรู้ว่าพ่อของลูกในท้องคือนายฟีฟ่ามีหวังบ้านอีกหลังได้โดนถล่มแหลกเป็นจุณแน่ ๆ ที่สำคัญฉันกลัวว่าป๊าจะเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตัวด้วยน่ะสิ

            ขับรถมาถึงหน้าบ้านก็พบว่าน้องชายสุดที่รักกำลังยืนคุยกับลูกชายคนเล็กของบ้านโน้น ใช่แล้วค่ะ นั่นคือน้องชายของนายฟีฟ่าชื่อยูโร ส่วนน้องชายฉันชื่อเจ้านาย ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกัน ตอนนี้อยู่มอหกกันแล้ว แปลกไหมล่ะพ่อทะเลาะกันทุกวัน แต่ลูกชายกลับเป็นเพื่อนสนิทกันซะอย่างนั้น

            ปี๊บ ๆ ๆ

            ฉันบีบแตรรถเพื่อให้คนทั้งสองหลีกทางให้ เพราะตอนนี้ยืนคุยกันอยู่ตรงประตูรั้วทางเข้า ไม่รู้คุยอะไรกันนักหนาถึงมองไม่เห็นว่ารถขับมาจะเลี้ยวเข้าบ้าน เจ้านายเปิดประตูให้จากนั้นก็ยืนคุยกับเพื่อนต่อ

            ลงรถแล้วฉันจึงเดินออกมาหาน้องชายเพื่อถามหาป๊ากับม๊า

            “สวัสดีครับพี่ข้าว” ยูโรยกมือไหว้ฉันอย่างมีสัมมาคารวะ นิสัยดีต่างจากพี่ชายมากมาย

            “สวัสดีจ้ะยูโร คุยกันถึงพริกถึงขิงเลยนะจนลืมดูว่าพี่ขับรถมา”

            “ก็นิดหน่อยครับ” ยูโรตอบยิ้ม ๆ

            “ว่าแต่ป๊ากับม๊ายังไม่กลับเหรอนาย”

            “ยังอ่ะพี่ข้าวสงสัยเย็นโน่นล่ะ ลูกค้าคงเข้าร้านเยอะมั้ง” น้องชายผู้แสนเรียบร้อยและบอบบางของฉันหันมาเอ่ยด้วย

            เจ้านายเป็นผู้ชายตัวเล็ก ๆ บอบบางกว่าผู้หญิงอย่างฉันเสียอีก แต่ทว่าเป็นคนที่เรียนเก่งมาก ๆ ได้ที่หนึ่งของห้องมาโดยตลอด ส่วนยูโรจะนิสัยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง รายนั้นเป็นผู้ชายห้าว ๆ แมน ๆ ชอบแต่งรถ ไม่รู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทกันได้ยังไง

            “ออ...งั้นคุยกันต่อเถอะพี่จะเข้าบ้านแล้ว”

            “ครับ”

            กำลังจะเดินเข้าบ้านแต่ฉันก็ตาดีเห็นสิ่งผิดปกติที่คอน้องชาย มันคือรอยแดงเป็นจ้ำ ๆ คล้ายกับรอยคิสมาร์กที่นายฟีฟ่าเคยทำไว้บนตัวฉันเมื่อสองเดือนก่อน

            “เอ๊ะ! คอแกไปโดนอะไรมา ทำไมมันเป็นรอยคล้ายกับโดนใครดูดมา” ไม่ว่าเปล่าฉันรีบเดินเข้าไปใกล้ เอื้อมมือจะจับแต่ทว่าอีกฝ่ายรีบจับคอเสื้อนักเรียนปิดไว้ แก้มที่เคยขาวใสแดงก่ำขึ้นมาทันที

            “มะ...ไม่มีอะไรหรอกพี่พอดีเกิดอุบัติเหตุที่โรงเรียนนิดหน่อย” น้องชายสุดที่รักไม่ยอมสบตาฉัน แค่นี้ก็รู้แล้วว่าโกหกคำโต ต้องมีอะไรแน่ ๆ หรือว่ามันกำลังจะมีแฟนงั้นเหรอ

            “แกกำลังโกหกพี่ บอกมาซะดี ๆ ว่าใครทำ แกไปมีแฟนตั้งแต่ตอนไหนทำไมพี่ไม่รู้” หากป๊ารู้ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ ๆ เพราะท่านหวังกับเจ้านายไว้มาก ไม่อยากให้ชิงสุกก่อนห่าม แกทำใครท้องขึ้นมามีหวังอนาคตดับแน่

            “มันยังไม่มีแฟนหรอกครับพี่ข้าว วัน ๆ ก็อยู่แต่กับผมถ้ามีผมต้องรู้ดิ” กลายเป็นว่ายูโรตอบแทนซะงั้น รักเพื่อนมากเหลือเกินนะ

            “ชะ...ใช่ครับพี่ข้าว ผมยังไม่คิดเรื่องจะมีแฟนเลย ผมรู้ว่าป๊าอยากให้เรียนหมอ ผมไม่ทำให้ป๊าผิดหวังเด็ดขาด”

            ได้ยินอย่างนั้นฉันก็เหลือบตามองเด็กทั้งสองคนสลับไปมาอย่างจับผิด พูดยืนยันกันขนาดนี้ก็คงต้องเชื่อแล้วล่ะ อีกอย่างเจ้านายก็ไม่เคยโกหกเลยสักครั้งฉันคงจะคิดมากไปเอง

            “พี่จะเชื่อก็ได้ ที่บอกเพราะอยากให้แกตั้งใจเรียนเพราะป๊าหวังกับแกไว้มาก อย่าทำให้ป๊าผิดหวังเหมือน...”

            “เหมือนใครพี่” เจ้านายถาม

            “ปะ...เปล่าไม่มีอะไรคุยกันต่อเถอะพี่เข้าบ้านละ”

            “พี่ข้าวไม่ต้องห่วงนะครับผมจะดูแลมันเอง โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง ไม่มีทางเข้าหามันหรอกถ้าผมอยู่ด้วย” ยูโรกล่าว

            “ยังไงก็ฝากมันด้วยนะยูโร”

            “ครับผมจะดูแลให้ดีเลยล่ะ ไอ้นี่มันว่านอนสอนง่าย ไม่กล้าหือกับผมหรอก” ว่าแล้วยูโรก็ยกมือขึ้นไปลูบกลางกระหม่อมเจ้านายเบา ๆ ราวกับเอ็นดูกันมากซะเหลือเกิน

            ดูแล้วทำไมรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็ช่างเถอะเด็กผู้ชายสนิทกันมากคงจะแสดงออกประมาณนี้ล่ะมั้ง ตอนนี้สิ่งที่ฉันควรกังวลคือเรื่องตัวเองมากกว่า...ว่าควรจะหาวิธีบอกป๊ายังไงไม่ให้บ้านแตก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น