น้ำมิ้ม

ในเมื่อความรักที่เขาเพียรรักษา ไม่มีค่าสำหรับใครเลย คงจะไม่แปลกอะไรถ้าวันนี้เขาจะเลือก "เงิน" ดูบ้าง ..นับจากนี้พัทธ์บอกตัวเอง เขาจะเป็นฝ่ายตีราคาดูบ้างว่าความรักมันควรจะตีเป็นเงินเท่าไร

เธอไม่มีสิทธิ์-1

ชื่อตอน : เธอไม่มีสิทธิ์-1

คำค้น : บ่วงพัทธ์ , จำเลยรัก , ตบจูบ , พัทธ์ , หนึ่งนาถ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 57

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ม.ค. 2562 21:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เธอไม่มีสิทธิ์-1
แบบอักษร

“จอดรถเดี๋ยวนี้นะ ฉันจะลง”

“เธอมีสิทธิ์สั่งฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ยัยเด็ก..”

“ฉันชื่อหนึ่งนาถ!” หญิงสาวขัดขึ้นก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้พูดจบ แต่ดูเหมือนว่าพัทธ์จะไม่สนใจเรื่องชื่อเท่ากับเรื่องที่หญิงสาวทำ

“เธอจะชื่ออะไรก็ช่าง แต่เธอไม่มีสิทธิ์เอาแหวนของฉันไปขาย ฉันลากคอเธอเข้าคุกได้เลยนะรู้ตัวหรือเปล่า!”

“ฉันไม่สน! ในเมื่อยายจะคืนแหวนให้คุณแล้วแต่คุณไม่เอาเอง แหวนวงนี้มันก็ต้องเป็นของยายฉัน ฉันจะเอาไปขายหรือเอาไปทำอะไรมันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน”

คราวนี้พัทธ์จอดรถตรงไหล่ทางอย่างกะทันหันจนหนึ่งนาถตกใจเพราะริมถนนข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้หนาทึบทั้งยังไม่ค่อยมีรถผ่านจนหญิงสาวใจเสียเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจ้าของใบหน้าคร้ามเข้มที่ตอนนี้บึ้งตึงจนแทบจะกลายเป็นยักษ์ไปแล้ว

“เธอไม่มีสิทธิ์! และการที่เธอทำแบบนี้มันจะยิ่งทำให้ฉันยิ่งเห็นธาตุแท้ของพวกเธอ ทั้งแม่เธอ ทั้งยายเธอมันก็แค่คนทรยศ ไอ้คำขอโทษที่ยายเธอบอกฉันมันก็เป็นแค่อีกคำโกหกที่พวกเธอหวังจะมาหลอกฉัน เธอคิดว่าฉันโง่ซ้ำสองหรือไง!”

“คุณก็ดีแต่คิดเองเออเอง ไม่เคยคิดที่จะฟังอะไรเลย ไม่ว่าวันนี้หรือเมื่อวาน ยายฉันต้องการพบคุณเพราะเป็นห่วงคุณ มีเรื่องสำคัญจะพูดกับคุณ คุณก็ไล่ยายแล้วก็เอาแต่กล่าวโทษท่าน ฉันถามจริงๆเถอะ คุณเคยคิดที่จะเปิดโอกาสเปิดใจให้ฟังคนอื่นเขาบ้างหรือเปล่า หรือดีแต่โทษคนอื่นเขา”

“ฉันไม่ได้โทษคนอื่น ยายเธอกับแม่เธอทำตัวเองทั้งนั้น และหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าแม่เธอทรยศฉันก็คือเธอไงหนึ่งนาถ!”

“หยุดกล่าวหาแม่ฉันเดี๋ยวนี้นะ พ่อกับแม่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด”

พัทธ์แค่นยิ้มหยันกับสิ่งที่หญิงสาวข้างตัวพูด ก่อนจะหันมาจ้องหญิงสาวตาวาว

“แล้วเธอคิดว่าคนแบบไหนกันที่หนีไปในวันงานหมั้น! หายไปยี่สิบปี ไม่กล้ากลับมาสู้หน้าฉันได้แต่ส่งลูกสาวมาเถียงฉอดๆแบบนี้”

หนึ่งนาถกัดริมฝีปากตัวเองแน่น แม้จะพยายามควบคุมตัวเองแล้วแต่หางเสียงยังคงสั่นพร่าอย่างโกรธจัดในยามที่จ้องอีกฝ่ายขณะพูด

“พวกท่านไม่ได้กลัวที่จะต้องมาเจอคุณ แต่...แต่ถ้าแม่รู้ว่าคนที่แม่อยากจะเจอ คนที่แม่คิดว่าเขาคือเพื่อน เอาแต่กล่าวหาว่าแม่เป็นคนไม่ดี แม่คงไม่ฝากฝังให้ยายมาเจอคุณ ถ้าคุณคิดว่าฉันกับยายโกหก ต่อให้ยายอยากจะอธิบายเรื่องเมื่อยี่สิบปีก่อนยังไงคุณก็คงจะไม่เชื่ออยู่ดี ฉันก็จะไม่เสียเวลาคุยกับคนอย่างคุณอีก”

หญิงสาวก้าวลงจากรถอย่างไม่ลังเล ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ส่วนไหนของเชียงราย แต่เธอก็จะไม่ยอมทนให้คนที่อคติกับเธอมาดูถูกกันมากไปกว่านี้ แต่ก้าวไปได้ไม่เท่าไหร่ ร่างสูงก็ตามมากระชากแขนเธออย่างแรงจนร่างเพรียวเกือบล้มถ้าไม่ได้แขนแข็งแรงนั้นโอบรัดไว้

“จะไปไหน! ฉันยังพูดไม่จบ”

“แล้วทำไมฉันจะต้องทนฟังสิ่งที่คุณว่าร้ายแม่กับยายของฉันด้วย”

“เธอต้องฟัง เพราะถ้าเธอไม่ฟัง ฉันจะไปแจ้งตำรวจว่าเธอขโมยแหวนฉันไป รู้หรือเปล่าว่าข้อหาลักทรัพย์ติดคุกกี่ปี รับรองว่ายายของเธอได้ตายในคุกแน่”

หนึ่งนาถไม่รู้สึกตัวเลยว่าตัวเองทำอะไรลงไป รู้ตัวอีกทีใบหน้าคร้ามนั้นก็หันสะบัดพร้อมๆกับเสียงดังเพี๊ยะ! ก่อนที่หญิงสาวใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักอีกฝ่ายสุดแรงเกิด

“คุณมันแย่ที่สุด ทำไมต้องแช่งยายของฉันด้วย ท่านกำลังป่วยอยู่ก็เพราะคุณ เพราะคุณคนเดียวที่ทำร้ายจิตใจยายสารพัดจนยายโรคหัวใจกำเริบ ตอนนี้จะผ่าตัดก็ยังไม่ได้เพราะคุณไปขวางไม่ให้ฉันขายแหวน แล้วตอนนี้คุณยังมาแช่งยายของฉันอีก คุณมันใจดำ ใจดำที่สุด ฉันเกลียดคุณจริงๆ”

  หญิงสาวทั้งผลักทั้งทุบอีกฝ่ายสุดแรงแต่ร่างสูงใหญ่ที่แม้จะเซไปบ้างแต่นอกจากอาการนิ่งงันไปอย่างตกใจแล้วพัทธ์ก็ไม่ได้ตอบโต้อีกฝ่าย ได้แต่ปล่อยให้หนึ่งนาถระบายทุกอย่างออกมาจนหมดแรง 

“ฉันไม่น่าพายายมาเจอคุณเลยจริงๆ ทำไมยายต้องอยากมาเจอคนอย่างคุณด้วย”

“พูดจบหรือยัง ถ้าจบแล้วก็ไปขึ้นรถ”

“ฉันไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น!”

พัทธ์มองคนที่ตอบเขาเสียงสะบัดแล้วได้แต่ขมวดคิ้ว ก่อนจะกระชากแขนอีกฝ่ายลากกลับไปที่รถโดยไม่สนใจอาการดิ้นรนหยิกข่วนเขาพัลวัน

“ปล่อยนะ ฉันไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น”

“เธอไม่มีสิทธิ์เลือกหนึ่งนาถ ชีวิตของเธอกับยาย หลังจากนี้ไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรอีกแล้วทั้งนั้น นั่งไปเงียบๆก่อนที่ฉันจะจับเธอมัดไว้กับเบาะรถ!”

คนพูดไม่พูดเปล่าแต่ยังล็อกข้อมือเรียวของเธอที่ทำท่าจะเงื้อตบไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว จนหนึ่งนาถที่พยายามจะสะบัดมือที่แข็งราวกับคีมเหล็กนั้นออกได้แต่ฮึดฮัดเมื่อใบหน้าคร้ามก้มลงมาเกือบชิดพลางกระซิบขู่

“แล้วอย่าคิดตบฉันอีก เพราะถ้ามีครั้งต่อไปฉันจะไม่ยืนเฉยๆให้เธอตบอยู่ฝ่ายเดียวแน่”

หนึ่งนาถเบือนหน้าหนีสายตาคมเข้มที่จ้องอยู่ระยะประชิดอย่างขัดใจแต่ไม่กล้าออกอาการ เพราะคนตัวโตยังคงไม่คลายข้อมือที่กำไว้ในขณะที่อีกมือที่ว่างจัดแจงรัดเข็มขัดนิรภัยให้เธอจนหญิงสาวเผลอกลั้นใจโดยไม่รู้ตัวเมื่อร่างสูงนั้นเบียดเข้ามาใกล้จนรถจี๊ปคันใหญ่ดูแคบไปถนัดตา

“ยายของเธออยู่โรงพยาบาลไหน”

คนถามถามขึ้นโดยที่ยังคงยืนเบียดอยู่ข้างเบาะที่นั่งของหญิงสาว พลางจ้องไปยังเสี้ยวหน้าเนียนใสที่ตอนนี้หันหน้าหนีไม่แม้แต่จะมองหน้ากัน

“โอเค ไม่บอกก็ตามใจ งั้นคืนนี้ไปนอนที่ไร่ของฉันก็แล้วกัน”

“ก็โรงพยาบาลใกล้ๆร้านทองในเมืองไงคะ”

“ก็แค่นั้น... หันหน้าเอียงคออย่างนั้นระวังคอจะเคล็ดเอานะ เดี๋ยวจะหาว่าฉันเป็นคนทำอีก”

พัทธ์แค่นเสียงใส่ก่อนจะปิดประตูรถเสียงดังจนหนึ่งนาถแทบสะดุ้งพลางเผลอค้อนอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว คนอะไรใจร้ายใจดำแถมยังทำตัวแย่ที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา แย่จนเธอไม่เข้าใจจริงๆว่า ทำไมยายถึงต้องพยายามตามมาขอโทษ และอยากที่จะมาใส่ใจดูแลผู้ชายคนนี้ด้วย ไม่เข้าใจจริงๆ... ................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น