ละครกระดาษ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 : อยู่ ม.5 แล้วค่ะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 : อยู่ ม.5 แล้วค่ะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 37

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ม.ค. 2562 16:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 : อยู่ ม.5 แล้วค่ะ
แบบอักษร

“ความจริงแล้วผมไม่ใช่หมอหรอกครับ ผมเป็นเพียงนักกายภาพบำบัดคนหนึ่ง ผมทำงานมาเกือบ 30 ปีแล้ว เด็กๆ มักจะเรียกติดปากว่าพี่หมอ ส่วนบัวเป็นรุ่นน้อง...ไม่สิต้องบอกว่าเป็นรุ่นลูกด้วยซ้ำ จบมาจากที่เดียวกัน ผมไม่รู้หรอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้มันคืออะไร นึกแล้วก็ตลกดีเหมือนกันนะ น้องแว่นเชยๆ แต่งตัวเฉิ่มๆ เดินตกบ่อปลาเมื่อปีที่แล้ว กลายเป็นน้องมะปรางสายบู๊ขาโหดไปเสียแล้วสิ…”

            7 เดือนที่แล้ว...วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของภาคการศึกษาใหม่ บัวกำลังทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ภายในห้องปฐมพยาบาลเล็กๆ ในโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่ง ภายในอาคารครึ่งไม้ครึ่งปูนแห่งนี้ยังมีห้องของครูฝ่ายปกครอง “ครูเพ็ญศรี” อยู่ติดกันอีกด้วย

            เจ้าหน้าที่และคณะครูแต่ละคนต่างช่วยกันทำความสะอาดห้องพักครู ส่วนเด็กนักเรียนแต่ละชั้นปี ต่างก็ช่วยกันจัดห้องเรียน ทำความสะอาดกันเต็มไปหมด มีเด็กนักเรียนหลายคนกำลังแย่งที่นั่งเรียนใหม่กันด้วยนะ

            “เมื่อก่อนผมทำงานอยู่ในโรงเรียนที่กรุงเทพ แต่ผมเลือกที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่เอง หลายคนคงแปลกใจสิว่า ผมย้ายมาโรงเรียนต่างจังหวัดห่างไกลความเจริญแบบนี้ไปทำไม งบประมาณก็ไม่ค่อยจะมี การเดินทางก็ลำบาก...ทุกวันนี้ผมก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองอยู่นะว่า ผมตัดสินใจแบบนี้ถูกหรือผิด? ดีหรือไม่ดี? เผลอไปแป๊บเดียวก็เกือบ 20 ปีแล้ว”

            “ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี นักเรียนแต่ละรุ่น ไม่เหมือนกันสักปี บางปีเราได้เด็กเก่งด้านวิชาการมา ครูใหญ่ท่านก็สนับสนุน ส่งเสริมเด็กมาโดยตลอด บางปีมีแต่เด็กกิจกรรม สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนมาก็เยอะ บางปีก็เงียบจริงๆ”

“แต่ปีนี้มีความพิเศษสักหน่อย ตอนนี้ผมคิดว่า... ผมกำลังจะได้คำตอบที่ผมตามหามากว่า 20 ปีแล้วว่า ผมย้ายมาที่นี่ทำไม…”

            ในช่วงเวลาเดียวกันห่างจากโรงเรียนไม่มากนัก มะปรางสาวน้อยวัย 17 ปี นักเรียนแผนกวิทย์-คณิต กำลังเห่อชุดนักเรียนชุดใหม่ที่คุณแม่เพิ่งซื้อให้ “แม่ ปรางสวยมั๊ย วันนี้ปรางจะใส่ชุดใหม่ไป เรียนห้องใหม่ แต่ยังใช้โบว์อันเดิม แว่นอันเดิมอยู่นะคะ” พร้อมๆ กับชู 2 นิ้วขึ้นมา “พร้อมแล้วค่ะ”

            “เพิ่งรู้เหมือนกันว่า ลูกสาวคนนี้ของแม่ก็มีอาการเห่อชุดใหม่เหมือนกัน” พ่อกับแม่ของมะปรางต่างเดินมาต้อนรับมะปรางกำลังเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเอง พร้อมกับแต่งชุดนักเรียนใหม่เอี่ยม

            “หนูขึ้น ม.5 แล้วนะแม่ ต่อไปหนูจะตั้งใจเรียน สอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ พ่อกับแม่จะได้ไม่ลำบาก หนูอยากให้พ่อกับแม่หยุดขายของ แล้วหนูจะดูแลพ่อกับแม่เอง”

            “นี่ได้เวลาต้องไปโรงเรียนแล้วนะสาวน้อยของแม่”

            “มะปรางเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของครอบครัว พ่อกับแม่มีอาชีพขายขนมในตลาด เป็นครอบครัวเล็กๆ อยู่ที่ประเทศจีนตั้งแต่มะปรางอายุได้ 9 ขวบ เพิ่งมาเรียนต่อ ม.4 ที่นี่ มะปรางเคยบอกไว้กับครูในวันปฐมนิเทศว่า อยากเป็นครูสอนวิชาเลข ผมเคยคุยกับคุณพ่อของมะปรางครั้งหนึ่ง คุณพ่อก็อยากให้มะปรางเป็นครูสอนเลขที่นี่ ก็ดีเหมือนกัน จะได้มีครูสอนเลขเก่งๆ เพิ่มขึ้นอีกคน”

            “บัว เดี๋ยวพี่ไปกับครูเพ็ญศรี ครูใหญ่เรียกประชุมที่อาคาร 1 ก่อน สงสัยคงประชุมยาว ช่วงบ่ายโมงไปเจอพี่ที่ยิมครูหนึ่งเลย”

            “ได้ค่ะพี่วิทย์” บัวยังคงก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดห้องต่อไป ในขณะที่วิทย์เดินออกจากห้องไปตามทางอาคาร 1 ซึ่งเป็นอาคารของนักเรียนระดับมัธยมต้น

“พี่หมอ เด็กชมรมดนตรีทะเลาะกับเด็กชมรมมวยอีกแล้ว หลังตึกครับพี่” เด็กนักเรียนคนหนึ่งตะโกนบอก

“เอาอีกแล้ว เด็ก 2 กลุ่มนี้มีปัญหากันได้ทุกวัน ทุกเวลาจริงๆ นี่เล่นกันตั้งแต่วันเปิดเทอมวันแรกเลยเหรอเนีย!”

วิทย์รีบวิ่งไปที่หลังตึก 1 ด้วยความร้อนใจ ไม่นานนักก็เห็นเด็กนักเรียนกลุ่มใหญ่ทั้งมัธยมต้นกับมัธยมปลาย ยืนปะปนกันทั้งชาย-หญิง ยืนล้อมวงมีเสียงเฮลั่นเป็นระยะๆ “หยุดๆๆ มีอะไรกันอีกแล้ว 2 กลุ่มนี้ แยกๆๆ”

เด็กนักเรียนที่กำลังชุลมุนกันอยู่ เมื่อได้ยินเสียงวิทย์ตะโกนห้ามดังลั่น ทำให้แต่ละคนเริ่มใจเย็นลง “โอ๋ บอกพี่มาเดี๋ยวนี้ว่า เกิดอะไรขึ้น”

“ไม่มีอะไรหรอกพี่ เด็กชมรมมวยมันไปตะโกนแซวเด็กดนตรี แล้วก็มั่วกันแบบนี้แหละพี่”

“ห้องชมรมก็อยู่ใกล้ๆ กัน แทนที่จะรักกัน มีปัญหากันได้ทุกวัน แล้วต่อไปจะอยู่กันยังงัยเนีย เด็กมวย ม.4 ปีนี้ท่าทางเอาเรื่องนะเนีย แยกๆๆ อยู่โรงเรียนเดียวกันแท้ๆ มาตีกันทำไม”

หลังจากเรื่องคลี่คลายแล้ว วิทย์ก็รีบเดินด้วยความเร่งรีบขึ้นอาคาร 1 เข้าประชุมกับครูใหญ่

ภาพที่ครูหน้าป้อมยามเห็นเป็นประจำทุกเช้าจนชินตา เด็กนักเรียนสาวน้อยคนหนึ่งน้อยผูกโบว์สีน้ำเงิน สะพายกระเป๋านักเรียนแบบเป้ใบใหญ่ ใส่แว่นกรอบสีดำเดินเข้ามาในโรงเรียนทุกเช้า “สวัสดีค่ะ คุณครู”

“อยู่ ม.5 แล้วนะมะปราง เอ๊ะ! วันนี้ครูแอบเห็นใส่ชุดใหม่มาด้วยนี่น่า” ครูฝ่ายปกครองทักชุดนักเรียนชุดใหม่เอี่ยมของมะปราง

“ตัวผมเองไม่ค่อยสนิทกับมะปรางหรอกนะ น้องเขาสนิทกับบัวผู้ช่วยผมมากกว่า ตามประสาผู้หญิงๆ นั่นแหละ แต่ผมก็เห็นมาตั้งแต่อยู่ ม.4 แล้วล่ะ ทักทายกันบ้าง”

“โอ๋เป็นรุ่นพี่มะปราง 1 ปี ผมสนิทกับโอ๋มากกว่า เวลาที่ชมรมมวยต้องไปแข่งกับทีมต่างโรงเรียน บางทีผมต้องเดินทางไปด้วยหลายครั้ง มะปรางเป็นเด็กห้องครูเพ็ญศรี เด็กเรียนนั่นแหละ ใส่แว่นขอบสีดำเชยๆ สะพายกระเป๋านักเรียนแบบเป้ใบใหญ่ ข้างในคงมีแต่หนังสือเต็มไปหมด ถูกระเบียบเป๊ะตั้งแต่วันแรกที่มาเรียน ผมไม่เคยเห็นน้องเขาแต่งตัวผิดระเบียบเลยนะ อาจจะเป็นเพราะว่า น้องเขาแต่งตัวเหมือนกันทุกวันก็เป็นไปได้ เป็นเด็กที่เรียบร้อยสุดๆ… แต่ไม่ใช่วันนี้หรอกนะ น้องเขาเพิ่งไปอัดนักกีฬาทีมตรงข้ามจนล้มฟุบคาเวทีเมื่อกี้เอง”

“พี่หมอ เดี๋ยวปรางเข้าไปเตรียมตัวก่อนนะ ปรางต้องขึ้นเวทีแข่งแล้ว” มะปรางค่อยๆ ลุกขึ้นด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยถนัดเท่าใดนัก เดินหายเข้าไปในห้องพักนักกีฬาด้านใน

“ผมเห็นสีหน้ามะปรางดีขึ้นเล็กน้อย แต่ผมคงไม่ห้ามน้องปรางแล้วล่ะ…ริ้วรอยฟกช้ำที่ผมเห็นบนใบหน้า ที่แขนก็มี ที่ขาก็มี มันเป็นเส้นทางที่แท้จริงของน้องปราง ผมและพวกเราทุกคนในโรงเรียนปิดกั้นพรสวรรค์ของน้องมานานแล้ว ที่นี่คือโลกที่แท้จริงของน้องเขาต่างหาก...”

*****************************

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น