น้ำมิ้ม

ในเมื่อความรักที่เขาเพียรรักษา ไม่มีค่าสำหรับใครเลย คงจะไม่แปลกอะไรถ้าวันนี้เขาจะเลือก "เงิน" ดูบ้าง ..นับจากนี้พัทธ์บอกตัวเอง เขาจะเป็นฝ่ายตีราคาดูบ้างว่าความรักมันควรจะตีเป็นเงินเท่าไร

สิ่งที่สำคัญกว่า-2

ชื่อตอน : สิ่งที่สำคัญกว่า-2

คำค้น : บ่วงพัทธ์ , จำเลยรัก , ตบจูบ , พัทธ์ , หนึ่งนาถ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 47

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ม.ค. 2562 22:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สิ่งที่สำคัญกว่า-2
แบบอักษร

ร่างเพรียวระหงเดินลัดเลาะริมถนนมาตามที่พยาบาลแนะนำว่าห่างจากโรงพยาบาลไม่เท่าไหร่จะมีร้านทองขนาดใหญ่อย่างที่หญิงสาวตามหา มือเรียวกำกล่องแหวนไว้แน่นราวกับกลัวตัวเองจะเปลี่ยนใจ แม้เธอจะรู้ดีว่ายายให้ความสำคัญกับแหวนวงนี้มากเพียงใด เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่แม่ฝากยายเอาไว้เพื่อนำมาคืนพัทธ์ แต่...ในเมื่อยายเอาไปคืนแล้วเขาไม่ต้องการ ไม่แม้แต่จะฟังคำขอโทษ แหวนวงนี้ก็ควรจะมีประโยชน์มากกว่านั้น

“ดิฉันเอาแหวนมาจำนำค่ะ”

เสียงหวานใสเอ่ยอย่างหนักแน่น พลางยื่นกล่องกำมะหยี่ส่งให้กับชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานที่ถูกตามมาจากหลังร้าน **“ทศวรรษ”** ที่อาสามาเฝ้าร้านทองให้บิดาเดินออกมาพลางจับสังเกตหญิงสาวแปลกถิ่นเอาแหวนเพชรที่ไม่มีใบรับรองมาจำนำอย่างพินิจพิเคราะห์ เค้าหน้าอย่างนี้ทำไมเขารู้สึกคุ้นๆจัง

“ผมต้องขอเวลาตรวจสอบแหวนของคุณสักครู่นะครับ”

“แต่เมื่อกี้ลูกน้องของคุณก็ตรวจไปแล้วนะคะ”

คราวนี้เจ้าของร้านทองหนุ่มยิ้มกว้างก่อนจะบอกอย่างคนอารมณ์ดีเป็นนิตย์

“ใจเย็นๆครับ พอดีแหวนของคุณเป็นแหวนทองฝังเพชร เราต้องตรวจทั้งน้ำหนักทองแล้วก็ต้องตรวจเพชรด้วยว่าเป็นเพชรน้ำไหน กี่กะรัต จะได้ตีราคาให้คุณถูก เดี๋ยวคุณนั่งรอแป๊บเดียว ผมจะให้เด็กเอาน้ำมาให้”

ทศวรรษว่าพลางเรียกลูกน้องให้มาจัดการ ก่อนที่ตัวเองจะเลี่ยงเอาแหวนเจ้าปัญหาไปตรวจสอบ พลางพลิกดูคร่าวๆอย่างถี่ถ้วน แหวนเพชรที่ไม่มีใบรับรองแบบนี้เสี่ยงต่อการเป็นแหวนขโมยเป็นอย่างมาก ต่อให้คนที่เอามาขายสวยราวกับนางฟ้า แต่มิจฉาชีพหน้าตาดีก็มีถมไป

“อ้าว..มีสลักชื่อไว้ด้วยนี่หว่า” ชายหนุ่มว่าก่อนจะตาโตเมื่อเห็นตัวอักษรถนัด ...วนาพงษ์

“ฉิบละ ...แหวนไอ้พัทธ์!”

ทศวรรษก้มลงมองแหวนสลับกับมองเจ้าของใบหน้าเรียวสวยที่นั่งรออยู่ที่หน้าร้านอย่างครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือกดหาคนที่เขามั่นใจว่าเป็นเจ้าของแหวนตัวจริง

“ไอ้พัทธ์...ฉันมีอะไรจะให้แกดูว่ะ แกเข้าเมืองมาหาฉันหน่อยเป็นไง เออ...อย่าบ่นน่า เร็วๆละกัน ถ้าช้าอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

..........................................

ดวงตากลมโตมองตามร่างสูงที่เดินถือแหวนกลับออกมาหาเธออีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มนิดๆเมื่อเห็นว่าหนึ่งนาถมองตัวเองด้วยสายตาที่เป็นประกายเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังเมื่อเจ้าของร้านทองหนุ่มเอ่ยอย่างยินดีที่จะรับแหวนวงนี้ไว้จำนำที่ร้าน

“ผมตีราคาให้คุณคร่าวๆก่อนสองแสนบาท แต่ถ้าคุณมีใบรับประกันเพชรแท้มาเพิ่ม ผมจะตีราคาให้คุณใหม่” ทศวรรษเอ่ยกับหญิงสาวแปลกหน้าพลางคืนแหวนให้ ก่อนจะถือโอกาสซักเพิ่มเมื่ออีกฝ่ายทำหน้านิ่วคิ้วขมวดกับราคาที่เขาประเมินให้

“อันที่จริง ร้านผมไม่มีนโยบายรับจำนำแหวนเพชรนะ ถ้าคุณไม่พอใจที่ผมตีราคาให้คุณต่ำไป คุณจะลองไปที่โรงรับจำนำก่อนก็ได้”

“แล้วถ้าฉันขายขาดละคะ ฉันจะได้เงินมากกว่านี้ไหม พอดีฉันมีเรื่องจำเป็นที่ต้องใช้เงินจำนวนมากจริงๆค่ะ”

“เรื่องจำเป็น?”

“ค่ะ...” หนึ่งนาถเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างชั่งใจ ผู้ชายตรงหน้านี้แม้จะท่าทางภูมิฐานและดูท่าทางจะเป็นเจ้าของร้านทองแห่งนี้ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะต้องเล่าเรื่องราวของตัวเองให้คนแปลกหน้าฟัง

“ผมไม่ได้อยากจะละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของคุณหรอกนะครับ คุณไม่คิดเหรอว่า ผมเองก็ต้องแบกรับความเสี่ยงเหมือนกันที่จะรับซื้อของของคุณ ผมเองก็ต้องการฟังเหตุผลประกอบการตัดสินใจด้วย”

ทศวรรษเอ่ยขึ้นพลางจ้องใบหน้าเรียวสวยผุดผาดนั้นอย่างเพลิดเพลิน ตั้งแต่เขาตกพุ่มม่ายมาหลายปีแทบไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ทำให้เขารู้สึกสะดุดตาสะดุดใจมากเท่ากับหญิงสาวลูกครึ่งคนนี้มาก่อน โดยเฉพาะดวงตากลมโตที่กระจ่างใสราวกับกระต่ายน้อยและรอยยิ้มอ่อนๆติดริมฝีปากที่เจ้าตัวมีให้ผู้อื่นเสมอแม้กับเด็กในร้านที่เขาให้เอาน้ำมาเสิร์ฟให้ หรือแม้กระทั่งในตอนนี้ที่หญิงสาวลอบถอนใจเบาๆก่อนจะคลี่รอยยิ้มเซียวๆออกมา

“ฉันขอโทษค่ะ ฉันเองก็ลืมคิดถึงข้อนี้ไป แหวนวงนี้เป็นของคุณยายของฉันเองและตอนนี้ท่านก็ป่วยเข้าโรงพยาบาล ต้องผ่าตัด แต่ตอนนี้ฉันยังไม่มีงานทำ ฉันเลยต้องเอาแหวนวงนี้มาขาย เอาเงินไปรักษายายค่ะ”

“คุณเรียนจบแล้วเหรอครับ ขอโทษที่ต้องถามแบบนี้ เห็นท่าทางเหมือนยังเด็กๆอยู่เลย”

“ดิฉันอายุ 20 แล้วค่ะ เพิ่งเรียนจบอนุปริญญาสาขาคหกรรมมา แต่ก็ยังไม่ได้ทำงานที่ไหนค่ะ”

“งั้นเอาอย่างนี้ดีไหม...” ทศวรรษเอ่ยพลางจ้องใบหน้าเรียวสวยนั้นอย่างคนที่เชื่อในสัญชาตญาณตัวเอง เขาอยากจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง ไม่ว่าเรื่องที่หญิงสาวเล่ามาจะเป็นความจริงหรือไม่ และไม่ว่าผู้หญิงคนนี้จะเกี่ยวข้องกับพัทธ์เพื่อนของเขาอย่างไร แต่อาการหัวใจที่เต้นผิดจังหวะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานทำให้ของเจ้าของร้านทองหนุ่มคึกคักอยากจะลองจีบเด็กดูสักตั้ง

“ผมจะรับจำนำแหวนของคุณห้าแสนบาท แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องทำงานให้ผมที่ร้านทองนี่ คุณจะได้มีเงินมาจ่ายดอกแล้วก็มาไถ่แหวนของคุณไปไง”

“คะ? แต่ดิฉันคิดว่า...”

แต่แหวนวงนั้นมันเป็นของฉัน!”  เสียงเข้มที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่เดินตรงมาหาคนทั้งคู่ทำเอาทศวรรษรู้สึกเสียใจที่โทรหาเพื่อนรักไวไปหน่อย เพราะพัทธ์ไม่แค่เดินมาเฉยๆ แต่มือหนายังคว้ากล่องกำมะหยี่และยังกระชากแขนเรียวของหญิงสาวจนร่างเพรียวเซถลาไปปะทะกับอกกว้างนั้น

“เธอกล้าเอาแหวนของฉันมาขายอย่างนั้นเหรอ”

“ก็ตอนนั้นยายเอาไปคืนคุณแล้วแต่คุณบอกเองว่าไม่เอานี่”

“มากับฉันเดี๋ยวนี้เลย เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกยาวแน่ยัยเด็กบ้า”

พัทธ์คว้าแขนหญิงสาวลากออกไปโดยไม่สนใจทศวรรษที่ได้แต่ยืนอ้าปากค้าง จะห้ามก็คงไม่ทันเพราะร่างสูงของพัทธ์ก้าวพรวดๆจนถึงรถจี๊ปคันใหญ่ของเจ้าตัว ก่อนจะขับพากันออกไปโดยที่คนเป็นเพื่อนได้แต่ขัดใจ ... ไม่น่าโทรเรียกไอ้พัทธ์มาเลยจริงๆ*!*

........................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น