Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หนึ่งพันราตรี!

ชื่อตอน : หนึ่งพันราตรี!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 805

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ม.ค. 2562 22:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หนึ่งพันราตรี!
แบบอักษร

​รุ่งเช้า

ท้องพระโรง

ทั้งขุนนางและเหล่าองค์ชายต่างมารอพร้อมกันที่ท้องพระโรงในยามเช้า สำหรับเทียนจินนั้นไม่ง่ายเลยที่จะตัดใจออกจากตำหนักมาเพราะ

เยว่จืองอแงอย่างหนักจะนอนกอดเขาท่าเดียว

"ฝ่าบาทเสด็จ....."หลังสิ้นเสียงขันทีประจำพระองค์ทุกชีวิตในท้องพระโรงต่างพากันถวายคำนับและเปล่งเสียงสรรเสริญดังกึกก้องไปทั่ว

"ลุกขึ้นได้"โอรสสวรรค์กล่าวเสียงราบเรียบ แค่เห็นหน้าขุนนางก็พาลอารมณ์เสีย เขายังไม่ทันได้ตัดสินใจอะไรขุนนางพวกนี้ก็เริ่มวางแผนส่งเสริมคนของตนเองให้สร้างผลงานเพื่อขึ้นเป็นรัชทายาทเสียแล้ว

"ขอบพระทัยฝ่าบาท"

"เอาล่ะจากเรื่องเมื่อวานนี้เจิ้นได้คิดทบทวนดูแล้ว อย่างไรเสียครั้งนี้คงต้องยอมให้มีสงครามเกิดขึ้น"สิ้นคำตอบของฮ้องเต้เสียงพูดคุยก็ดังขึ้น มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ปัง!

"จะฟังเจิ้นพูดรึไม่!?"ตบโต๊ะเสียงดังลั่นก่อนจะตวาดถาม ขุนนางพวกนี่มันอย่างไรกัน มันน่าจับมาเป็นฮ้องเต้แทนสักสองสามเดือนนักจะได้รู้ว่ามันยากลำบากเพียงไหน

"ครั้งนี้เราจะให้องค์ชายเฟยเทียนนำทัพเช่นทุกครั้ง พวกท่านเห็นว่าอย่างไร"

คำถามนี้ใครได้ฟังต่างก็รู้ว่าฮ้องเต้ทรงหนั่งเชิงเพื่อดูว่าขุนนางนั้นเอนไปทางองค์ชายองค์ใด ครั้นไม่เลือกองค์ชายเทียนจินผู้มีฝีมือด้านการรบแต่ไปเลือกองค์ชายองค์อื่นก็อาจแพ้ศึกได้

"กระหม่อมเห็นด้วยพ่ะยะค่ะ เพียงแต่เห็นว่าองค์ชายสี่ก็มีฝีมือไม่น้อย ไม่นานมานี้ยังสามารถปราบพวกกบฎได้สำเร็จ โบราณว่าสองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว ขอฝ่าบาททรงพิจารณาด้วย"หลังสิ้นความเห็นของขุนนางผู้นี้ก็ตามมาด้วยเสียงเห็นด้วยกับความคิดนี้ของขุนนางอีกหลายคน

"เสด็จพ่อเรื่องนี้ลูกมีความเห็นพ่ะยะค่ะ"เทียนจินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทรงพลังหนักแน่นทำเอา

ท้องพระโรงเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ขุนนางต่างตกอยู่ในความกลัวแม้เขา

ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยสักนิด

"ไหนๆทุกท่านก็อยากให้น้องสี่ออกรบกับลูกแล้ว ไม่สู้ให้น้องสี่ได้นำทัพพิสูจน์ตัวหรือพ่ะยะค่ะ ตัวลูกจะขอคุมกำลังเพียงหนึ่งในสามส่วนคอยช่วยหนุนหลังน้องสี่เอาไว้"

คำพูดที่ดูเหมือนเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายหากใครไม่ทันคิดคงรีบเห็นด้วย แต่หากฟังดีๆแล้วจะรู้ว่านี่ไม่ต่างจากการบอกกรายๆว่าตัวเขาเองนั้นมีฝีมือและผ่านสนามรบมามากไม่จำเป็นต้องใช้คนจำนวนมากก็ชนะได้

แม้จะโดนดูถูกแต่อย่างไรเสียโอกาสก็อยู่ตรงหน้าใครเล่าจะไม่กว่าไว้ องค์ชายสี่หยางเฉินส่งสัญญาณให้ขุนนางของตนทันทีว่าให้รีบตกลง

"กระหม่อมเห็นด้วยกับความคิดขององค์ชายรองพ่ะยะค่ะ"เหล่าขุนนางเกือบครึ่งกล่าวออกมาพร้อมกัน

ฮ้องเต้มองมาที่โอรสแล้วยิ้มในใจ เจ้าลูกคนนี้ฉลาดยิ่งนัก ดูไปแล้วคงมีแผนอยู่ในใจ ใช่ว่าเขารักลูกไม่เท่ากันเพียงแต่เขาไม่ชอบการซ่องสุมพรรคพวกเอาขุนนางมาร่วมฝ่ายเดียวกับตนอย่างที่โอรสคนที่สี่ของเขากำลังทำอยู่

หากคิดสู้ก็ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้ ผลงานมากมายที่องค์ชายสี่ทำใช่ว่าเขาไม่เห็น ในสายตาของเขาคนมีความสามารถต่อสู้ให้ได้ในสิ่งที่ฝันนั้นดีกว่าคนเล่นพรรคเล่นพวกเป็นไหนๆ เพราะหากวันใดมิตรกลายเป็นศัตรูอำนาจที่มีจะไม่สั่นคลอนหรือ?

"เช่นนั้นก็ได้ ให้องค์ชายสี่นำทัพใหญ่

ให้องค์ชายสองคอยหนุน เจิ้นหวังว่าพวกเจ้าสองคนจะนำความสงบมาให้แคว้นหมิงของเราได้สำเร็จ หากชนะสงคราครั้งนี้ได้เจิ้นจะมีรางวัลให้อย่างงาม"

"น้อมรับพระบัญชา"สองโอรสมังกรรับคำของบิดาพร้อมกัน เทียนจินยกยิ้มอย่างมีเลศนัย เขาวางแผนการรบทุกอย่างเอาไว้แล้ว

ดีที่เขาคาดเดาเหตุการณ์ไว้ล่วงหน้ามาหลายปีส่งไส้ศึกเข้าไปแฝงตัวเอาไว้จนคนแคว้นเจิ้นฉีไว้วางใจได้รับตำแหน่งใหญ่โต กลการรบใดๆเขาล่วงรู้จนหมดสิ้น

ครานี้ก็แค่รอให้น้องชายต่างมารดาก้าวพลาดพลั้งเท่านั้น เหยื่อล่อชั้นดีคงล่อข้าศึกได้มากทีเดียว

ตำหนักยวิ๋นชิง

"ฮืออออออ ไม่เอาข้าไม่ให้ไปนะเพคะ"เยว่จือ

กอดสามีแน่น แค่รู้ว่าอีกไม่กี่วันสามีต้องออกรบนางก็ร้องไห้ฟูมฟายลั่นจวนอย่างไม่อายใคร

ถึงก่อนหน้านี้เขาจะคุยกับนางรู้เรื่องแล้วก็เถิด พอเอาเข้าจริงความรู้สึกกลับต่างกันลิบลับ ใครจะรับประกันได้ว่าสามีนางจะปลอดภัย ไหนๆก็ไหนๆก็ให้องค์ชายสี่นำทัพไปเสียเลยสิมายุ่งกับสามีนางทำไมกัน!

"เยว่เออร์พี่ว่าเราพูดกันเข้าใจแล้วไม่ใช่รึ พี่แค่คุมกองหนุนไม่ได้ออกไปเสี่ยงอันตรายเสียหน่อย"เทียนจินถอนหายใจพรืดใหญ่ ตั้งแต่ตั้งท้องลูกคนนี้ชายาของเขาเหมือนกลับไปเป็นเด็ก ร้องไห้งอแงได้แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อย

"ฮึก กองหนุนก็เสี่ยงเพคะ ขึ้นชื่อว่าออกรบก็เสี่ยงทั้งนั้น ข้าไม่ให้ท่านไป"น้ำใสๆไหลซึมออกมาจากดวงตาคู่งามหยดแล้วหยดเล่าจนเสื้อของอีกฝ่ายเปียกชุ่มไปหมด

"เห้ออ แค่ครั้งนี้ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นพี่สัญญาจะไม่ออกรบอีก(ถ้าไม่จำเป็น)"

"อึก ก็ได้เพคะ แต่หากท่านพี่มีบาดแผลกลับมาแม้แต่น้อยข้าจะหาสามีใหม่!"พูดจบก็เดินหายใจฟึดฟัดออกจากห้องไปด้วยความไม่พอใจ

"หึ เกรงว่าเจ้าคงไม่อาจมีสามีใหม่ได้ เพราะพี่จะตามฆ่าคนพวกนั้นด้วยมือของพี่เอง"เทียนจินเอ่ยขึ้นพร้อมกัยรอยยิ้มเยือกเย็นชวนขนลุก ตาคมมองไปทางที่ภรรยาของเขาเดินออกไป

หลายวันต่อมา

ประตูวัง

และแล้วก็ถึงกำหนดวันี่ต้องเคลื่อนทัพ เยว่จือมาส่งสามีของนางที่หน้าประตูวังส่วนเฟยเทียนนั้นร่ำลาเสร็จก็รีบกลับตำหนักของตนไปเพราะมีเรื่องให้ต้องทำมากมายในขณะที่ผู้เป็นพี่ชายไม่อยู่

"อย่าลืมที่ตกลงกันไว้นะเพคะ ถ้าท่านไม่ปลอดภัยกลับมาข้าจะหาสามีใหม่"นางกล่าวติดตลกแต่ดวงตากลับคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆที่พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ

"หึๆ"ไม่มีคำพูดใดตอบกลับมามีเพียงเสียงหัวเราะในลำคอที่นางฟังแล้วขนลุกพิกล

"ถ้าเจ้าดูแลตัวเองไม่ดีพี่ก็จะทำโทษเจ้าเช่นกันยอดรัก"เทียนจินยกยิ้มออกมาทว่ามันเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวสำหรับนาง ลงโทษอะไรกัน><

"อือออ ข้าไม่ยอมถูกลงโทษแน่ หากท่านกล้าลงโทษข้าข้าจะสอนไม่ให้ลูกรักท่าน^^"เยว่จือเข้าไปกอดเขาแน่นไม่เกรงกลัวคำขู่ของเขาแม้แต่น้อย

"หึๆ เช่นนั้นสามีจะลงโทษเจ้าแล้วค่อยเข้าไปปรับความเข้าใจกับลูกดีรึไม่^^"ใบหน้างามแดงไปถึงใบหู จะ เข้าไปปรับความเจ้าใจกับลูก! คนบ้า!พูดมาได้ไม่อายเหล่าทหารและนางกำนัลเลยรึ!!!><

ฟอดด ฟอดดด จุ๊ป

"อื้อออ><"คนโดนขโมยหอมแก้มและจุมพิตที่ริมฝีปากพยายามขืนตัวออกจากร่างสูงของสามีเต็มที่ ทหารที่ยืนอยู่ทั่วบริเวณก้มหน้าก้มตาใบหน้าแดงระเรื่อกับการแสดงความรักขององค์ชายผู้ฝึกพวกเขามา

"ขะ ข้าจะกลับตำหนักแล้ว><"มือเรียวยกขึ้นมาปิดใบหน้าไว้อายจนไม่กล้าสู้หน้าใคร

"จะไม่ให้กำลังใจพี่บ้างรึ?"คนตัวสูงก้มลงมาจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน

"ท่านก็ได้ไปแล้วนี่"คนหน้าไม่อายยังมีหน้ามาขอกำลังใจอีก เมื่อครู่ยังไม่พออีกรึ

"เห้อไม่อยู่ตั้งสองเดือนไม่อยากหอมก็ไม่เป็นไรพี่ไม่บังคับเจ้าหรอก"เอ่ยพลางยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ทัพขององค์ชายสี่เคลื่อนไปแล้วได้เวลาเคลื่อนทัพของเขาเสียที

"ทหาร!!เคลื่อนทัพได้!" สิ้นคำสั่งของเขาทหารนับหมื่นคนก็เริ่มเดินทัพออกไปทันที

"พี่ไป.....อื้มมมม"เขาหันหน้ากลับมาบอกลานางก็ถูกคนตัวเล็กจุมพิตอย่างดูดดื่ม เขาใช้สองมือประคองใบหน้านางเอาไว้ก้มลงเล็กน้อยเพื่อที่นางจะได้ไม่ต้องเขย่งขาให้เมื่อย

"พี่ไปแล้วนะ^^"

"ขอให้ท่านพี่ปลอดภัยแล้วก็รีบกลับมาหาข้ากับลูกนะเพคะ"เยว่จือเข้าไปกอดเขาไว้อีกครั้ง

"พี่จะรีบกลับมา"เขากอดนางตอบก่อนจะผละออกแล้วเดินไปขึ้นม้าแล้วควบออกไป เยว่จือ

มองตามสามีจนสุดสายตาก่อนจะกลับไปพักผ่อนที่ตำหนัก

ตำหนักยวิ๋นชิง

"ยาบำรุงเพคะพระชายา"นางกำนัลฝึกหัดนำยาบำรุงเข้ามาให้ผู้เป็นนายตามคำสั่งขององค์ชายสองที่สั่งเอาไว้ว่าต้องให้พระชายาเอกดื่มยาบำรุงทุกวันห้ามขาด

"เห้อ ตัวไม่อยู่ยังไม่วายจู้จี้จุกจิกส่งยามาให้ข้ากินอีกนะ"เยว่จือถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะรับถ้วยยามาดื่มแล้วส่งคืนไป

"องค์ชายคงอยากให้พระโอรสแข็งแรงเพคะ"นางกำนัลอี้เฟยเอ่ยพลางยิ้มออกมา

"เจ้านี่เก่งกว่าหมอหลวงอีกนะ หมอหลวงยังไม่รู้แต่เจ้ากลับรู้ว่าในท้องข้าคือโอรสไม่ใช่ธิดา"เยว่จืออดเย้าแหย่ไม่ได้ นางก็อยากได้โอรสอยู่แล้วเพราะจะได้เป็นพี่ชายคอยดูแลน้องๆ...

"น้องๆรึ"ใบหน้างามแดงระเรื่ออีกครั้งก่อนจะส่ายหัวไปมาไล่ความคิดบางอย่างออกไป บ้าจริงๆเป็นสตรีจะไปคิดเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร^^'

ทางด้านหลังวัง

"เรียบร้อยรึไม่?"บุรุษร่างสูงในชุดสีดำเอ่ยถามนางกำนัลสูงอายุตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดก่อนจะแสยะยิ้มเมื่อได้ฟังคำตอบ

"เรียบร้อยดีเพคะ เป็นไปตามที่ทรงต้องการทุกอย่าง"

"หึๆ ท่านต้องเจ็บกว่าจ้าร้อยเท่าพันเท่า อยากรู้นักว่าหากเมียรักจะต้องตายในอีกไม่กี่ปีท่านจะทำเช่นไร"

"ข้าจะทำให้ท่านต้องทนดูนางค่อยๆทรมานจนนางตายโดยที่ท่านไม่สามารถช่วยอะไรนางได้เลย.."เอ่ยด้วยแววตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นใจ ถึงจะช้าแต่ก็ไม่สายเกินไป ครานี้เขาเป็นฝ่ายชนะ!

เวลาต่อมา

"พระชายา องค์ชายหกมาขอพบเพคะ"นางกำนัลที่มีหน้าที่เฝ้าอยู่หน้าตำหนักรีบเข้ามารายงานเมื่อมีแจกคนสำคัญมาที่ตำหนัก

"ไปเชิญเข้ามาเร็วเข้า"เยว่จือเอ่ยพลางรีบออกไปต้อนรับ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันเพราะนางมัวติดสามีที่กำลังจะออกไปทำศึกอยู่^^  นางกำลังเหงาอยู่พอดี

"พระชายา^^"ลู่หมิงเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มมาแต่ไกล ในมือมีกล่องขนมหวานที่สหายรักชอบติดมือมาด้วย

"พระชายาอะไรกัน ขนมนั่นของข้าใช่รึไม่^^"นางแบมือออกไปรับขนมทั้งที่เชายังไม่ทันให้ เขาส่ายหัวน้อยๆให้กับความตะกละ?ของสหายรักพลายยื่นกล่องขนมให้นาง

"ขอบพระทัยองค์ชายหก"เยว่จือรับขนมมาแล้วรีบสั่งให้คนนำไปเก็บไว้ราวกับกลัวเจาจะทวงคืนก็ไม่ปาน

สองสหายคุยกันอีกพักใหญ่จนดวงตะวันเริ่มลับขอบฟ้าความมืดปกคลุมไปทั่ว อี้เฟยส่งสายตาเตือนเยว่จือรู้เพราะนายของนางมักจะคุยเพลินจนลืมเวลาเสมอ องค์ชายสองยังดุอยู่บ่อยครั้ง

"จริงด้วยๆ มืดแล้วนี่นา พรุ่งนี้อย่าลืมมาหาข้าใหม่นะ ไม่อย่างนั้นข้าจะบุกไปหาท่านที่ตำหนัก^^"

"ได้!พรุ่งนี้ข้าจะพกหมากมาแข่งกับเจ้าด้วย^^"

"ข้าจะรอท่านก็แล้วกัน"เยว่จือลุกขึ้นจากโต๊ะเพื่อเดินไปส่งสหายของนางที่หน้าตำหนัก แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาออกจากห้องนางก็ทรุดตัวลง

"อึก โอ๊ยย!!!"มือบางยกขึ้นกุมศีรษะสองข้างเอาไว้ จู่ๆนางก็ปวดขึ้นมาราวกับมีใครมาบีบเอาไว้

"เยว่จือ!! เจ้าเล่นอะไรข้าไม่ตลกนะ"ลู่หมิงรีบเข้ามาดูสหายด้วยความเป็นห่วง

"ปวด ข้าปวดหัว อึก โอ๊ยยย"ร่างเล็กร้องออกมาด้วยความทรมาน น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว มันยิ่งกว่าอาการปวดหัวเวลานางป่วยเสียอีก

"หมอหลวง! ไปตามหมอหลวงมาเร็วเข้า!"ลู่หมิงเอ่ยก่อนจะรีบอุ้มร่างของนางเข้าไปที่ห้องนอน วางร่างนางไว้บนเตียง เยว่จือดิ้นไปมาอย่างทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด เล็บมือของนางซีดลงอย่างเห็นได้ชัดพอกับใบหน้างามที่ซีดเผือดจนดูน่ากลัว

" สะ สลบไปแล้วเพคะ!"อี้เฟยเอ่ยออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ ทั้งตำหนักวิ่งกันให้วุ่นวายไปหมด

"หมอหลวง หมอหลวงมาแล้วเพคะ"นางกำลัลที่ไปตามหมอหลวงวิ่งกลับมาด้วยความเหนื่อยหอบเหนือสิ่งอื่นใดคือความตกใจโดยเฉพาะเมื่อเห็นผู้เป็นนายนอนนิ่งไม่ได้สติ

ลู่หมิงรีบหลีกทางให้หมอหลวงเข้ามาตรวจนางทันที เป็นอีกครั้งที่หมอหลวงชราตกใจจนหน้าถอดสี อาการเช่นนี้เขาเขยตรวจมาแล้วเมื่อครั้งฮ้องเต้พระองค์ก่อนสิ้นพระชนม์!

"นางเป็นอะไร! สหายข้าเป็นอะไรไป!"ลู่หมิงเอ่ยถามอย่างร้อนรนเป็นห่วงทั้งสหายทั้งหลานในท้องของนาง

"พระ พระชายาต้องพิษพ่ะยะค่ะ"คำตอบหมอหลวงชราทำเอาคนฟังหยุดหายใจไม่ชั่วขณะ ลู่หมิงตกตะลึงจนพูดไม่ออก ฝ่ามือเย็นเฉียบขึ้นมา

"พะ พิษนี้เป็นพิษชนิดเดียวกับพิษที่คร่าชีวิตของฮ้องเต้พระองค์ก่อนไม่ผิดแน่ นี่คือพิษที่ชื่อว่าพิษหนึ่งพันราตรีพ่ะยะค่ะ"มือที่จับชีพจรค่อยคลายออกด้วยความสั่นเทาเพราะความกลัว ก่อนจะดึงเข็มที่ฝังเอาไว้ออกตามมา

"พี่ที่เสด็จปู่เคยโดนงั้นรึ.."ใบหน้าคมถอดสีทันทีที่ได้ฟัง พิษนี้จะค่อยๆทำให้ผู้ที่ต้องพิษตายภายในเวลาหนึ่งพันราตรี รวมๆแล้วก็ราวๆสามปีเท่านั้น

พิษจะกำเริบทุกๆคืนที่เป็นคืนเดือนดับอย่างเช่นคืนนี้...ในสมัยเสด็จปู่ราชสำนักหายาถอนพิษกันจนทั่วทั้งแคว้น ส่งคนออกตามหาอย่างบ้าคลั่งเพื่อให้ได้ยาถอนพิษมาแต่ก็ไม่เคยมี และไม่มีใครเคยรอดพ้นจากพิษนี้แม้แต่คนเดียว...

"ละ แล้วหลานของข้า..."ร่างสูงหันกลับไปมองร่างของสหายที่หมดสติอยู่บนเตียงแววตาสั่นไหวอย่างหนัก

"พิษนี้จะไม่ถ่ายทอดสู่ทารกในครรภ์ พ่ะยะค่ะ"นับเป็นความโชคดีในความโชคร้ายครั้งนี้ แต่ปัญหาในตอนนี้คือชีวิตของสหายอย่างเยว่จือที่กำลังตกอยู่ในอันตรายนี่สิ!

"กระหม่อมไร้ความสามารถที่จะรักษา ขอองค์ชายลงโทษกระหม่อมด้วยพ่ะยะค่ะ"

หมอหลวงเฒ่าลงไปนั่งกับพื้นก่อนจะโขกหัวลงกับพื้นอย่างแรง

"หยุด!!!! ท่านไม่ต้อง แม้แต่สมัยเสด็จปู่ยังไม่อาจรักษาได้ข้าไม่โทษท่านหรอกถ้าท่านจะรักษานางไม่ได้ ข้าจะส่งคนออกตามหายามาถอนพิษ ข้าต้องหาได้แน่!"

"แต่ก่อนอื่นข้าคงต้องหาตัวคนผิดมาลงโทษก่อน  เยว่จือเจ้าอย่าห่วงข้าจะหาตัวคนผู้นั้นมาลงโทษต่อหน้าเจ้าให้จงได้!"

----------------------------

มาม่าถ้วยรองสุดท้ายของคู่พระเอกนางเอกจ้า ส่วนของคู่รองเหลือถ้วยสุดท้ายแล้ว...

ขอโทษที่ผิดคำพูดน้าา เปลี่ยนตารางเรียนกระทันหันจากสายๆเป็นเรียนตั้งแต่แปดโมงคือไปเรียนยังไม่ทันเลย😅 ปั่นต่อรัวๆเลยจ้าา

ปล.ไม่แบดเอ็นแน่นอน😅

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น