ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : chapter 13 จับเงา

คำค้น : เพลิงรักอสุรา ละอองอาย NC Nc nc มาเฟีย นักศึกษา โคแก่กินหญ้าอ่อน โหด ดุ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2562 20:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 13 จับเงา
แบบอักษร

“ผมให้ค้นโรงแรมไม่ได้” เตโชปฏิเสธเจ้าหน้าที่ด้วยทีท่าเกียจคร้าน


“แต่ทางเราจำเป็นต้องขอความร่วมมือ” ทางตำรวจเองก็ไม่ยอมแพ้ เนื่องจากคดีนี้กลายเป็นที่สนใจ หากพวกเขาไม่รีบปิดคดีและหามือคนทำมาลงโทษ คาดว่าตำแหน่งที่นั่งอยู่ตอนนี้ก็คงจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป


ร่างสูงของเตโชที่ยืนกอดอกอยู่หน้าห้องเกิดเหตุ ทอดสายตาไปยังนายตำรวจวัยกลางคนที่ดูฝักใฝ่ในการปฏิบัติงาน


“ผมคงให้ความร่วมมือไม่ได้ ลูกค้าจ่ายเงินเข้ามาพักที่โรงแรมของผม เขาควรได้รับการดูแลเรื่องพื้นที่ส่วนตัวจากผม” ชายหนุ่มยังคงปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย


เมื่อครู่หมอเวรจากโรงพยาบาลเข้ามาตรวจและลงความเห็นเช่นเดียวกับเตโช ที่ว่าอาวุธที่ใช้เป็นของมีคมที่สามารถกรีดผ่านหนังได้โดยไม่สร้างรอยถลอกหรือรอยช้ำ จึงสันนิษฐานว่าอาวุธที่ใช้ มีความเป็นไปได้ที่จะเป็น ‘มีดผ่าตัด’


ตำรวจชื่นชมความแม่นยำของเจ้าของโรงแรม ทว่าก็อดจะสงสัยไม่ได้ว่าเขารู้ได้อย่างไร ขนาดพวกเขาที่เห็นบาดแผลฆาตกรรมมานับไม่ถ้วนยังไม่อาจฟันธงได้ว่าใช้อาวุธชนิดใด


สายตาคมลึกของเตโชมองเห็นแววสงสัยในดวงตาของตำรวจนายนั้น เขาหัวเราะในลำคอก่อนจะก้าวขาขึ้นหน้า ขยับเข้าไปชิดกับร่างของนายตำรวจ ก่อนจะระบายยิ้มยียวนบนใบหน้าที่ชวนให้คนเห็นต้องฉงนกับการกระทำของเขา


“ผมไม่ชอบลงมือเงียบๆ ถ้าผมทำ...เสียงจะต้องร้องดังจนคนทั้งชั้นได้ยิน และเหยื่อไม่มีทางตายสบายอย่างนี้แน่นอน คุณตำรวจวางใจได้เลย” พูดจบชายหนุ่มก็เค้นเสียง ‘ฮึ’ ในลำคอออกมา ทำเอานายตำรวจคนนั้นถอยหลังกลับไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว


เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังตกใจกลัวกับ ‘คำอธิบายอันแสนจริงใจ’ ของเขา เตโชจึงหันไปสั่งการผู้จัดการให้อำนวยความสะดวกเรื่องกล้องวงจรปิดแก่นักสืบ ทว่าย้ำหนักหนาว่าจะไม่ยอมให้เกิดการบุกค้นโรงแรมเป็นอันขาด


ชายหนุ่มเดินออกทางช่องทางพิเศษที่เชื่อมต่อกับโรงจอดรถ ทำให้ไม่ต้องฝ่าดงนักข่าวอีกรอบหนึ่ง อิฐและอรรถเดินตามหลังนายไม่ห่างอีกทั้งยังสอดสายตาระวังซ้ายขวาเหมือนกำลังเดินอยู่กลางสมรภูมิรบ


“เลิกตื่นตูมเถอะน่า ฆาตกรขี้อายที่ลอบฆ่าตอนเหยื่อไม่ได้สติอย่างนั้น ไม่มีทางออกมาทำอะไรกลางแจ้งอย่างนี้หรอก” เตโชปฏิพากย์การลงมือของฆาตกรเหมือนผู้ใหญ่ที่เห็นการกระทำของเด็กเล็กอย่างทะลุปรุโปร่ง


ถึงจะรู้ดีว่านายมีความสามารถในเรื่องของการอ่านใจคน และที่สำคัญ นายของเขานับเป็นสุดยอดฆาตกรโรคจิตแห่งยุค ที่สามารถทรมานเหยื่ออย่างช้าๆ โดยที่เหยื่อไม่สิ้นใจตายหนีความผิดไปได้ง่ายๆ แต่ถึงกระนั้นเขาก็อดระแวงไม่ได้


“มันกล้าลงมือในโรงแรมที่มีระบบความปลอดภัยชั้นหนึ่งอย่างโรงแรมเราได้ ก็นับว่ามันเป็นคนอันตรายไม่ธรรมดานะครับนาย” อิฐออกความเห็นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเปิดประตูรถให้นายพลางใช้ความคิดเรื่องฆาตกรโรคจิตรายนี้


เพราะอิฐถนัดเรื่องการต่อสู้ระยะประชิดตัวแบบเปิดเผย การได้เจอศัตรูที่แฝงเร้นกายนับเป็นเรื่องอันตรายสำหรับเขา


“มันโง่มากต่างหาก...” เตโชเอนหลังพิงเบาะก่อนจะถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย “คืนนี้หลังเลิกงานเรียกตัวอามีนมาที่บ้านด้วย” นายหนุ่มออกคำสั่งก่อนจะปิดเปลือกตาลงช้าๆ ปล่อยให้ร่างกายได้พักผ่อนจากวันล้าๆ 


ทว่าภาพในหัวกลับทำให้เขาหลับไม่ลง


สัมผัสจากฝ่ามือยังคงแจ่มชัด อีกทั้งรสหวานก็ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น เขาอดจะนึกถึงรสสัมผัสของเธออย่างถวิลหาไม่ได้ ยิ่งยามที่หล่อนพยายามจะดีดดิ้นมันยิ่งทำให้เขาปรารถนาจะกำชัยชนะเหนือเธอให้จงได้


ภาพรอยยิ้มของนายในกระจกมองหลัง ทำให้อรรถรู้สึกประหลาดใจ หรือนายอาจจะเหนื่อยมากไปจนละเมอยิ้ม?


“ฮัดเช้ย!” มิวจามอย่างหนักจนจมูกเริ่มแดง ทว่ามือก็ยังคงเช็ดโต๊ะเพื่อทำความสะอาดร้านก่อนกลับบ้านต่อไปอย่างขยันขันแข็ง


จู่ๆฝ่ามือหนาข้างหนึ่งก็ยื่นมาแตะที่หน้าผากของเด็กสาวด้วยความห่วงใย


“เป็นหวัดเหรอ?” เก่งถามด้วยความเป็นห่วง ทว่าก็ไม่เห็นว่าตัวของอีกฝ่ายจะร้อนสักเท่าไหร่


“เปล่าค่ะพี่” มิวบอกปัดก่อนจะหันหน้าหลบเก่งกลับไปเช็ดโต๊ะต่อ ทว่าไม่ทันสายตาช่างสังเกตของญาติห่างๆของเธอคนนี้ไปได้


“ปากไปโดนอะไรมา ทำไมมันบวมอย่างนั้น?” ผู้จัดการร้านถามด้วยความเป็นห่วงระคนสงสัย สายตาจ้องมองดูเสื้อผ้าที่ยับผิดรูปของเด็กสาว


หากเป็นคนอื่นเขาต้องคิดเรื่องไม่ดีไปแล้ว ทว่ากลับเด็กสาวคนนี้เขาไม่มีความคิดว่าเธอจะไปทำเรื่องเสียหายลับหลังเขาได้เลย ดูจากความเรียบร้อยที่ได้สัมผัสจากเธอแล้วเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้แทบจะเป็นศูนย์


“อ่อ เออ...โดนมดกัดค่ะ” มิวตอบโดยที่หน้าก็ยังก้มลงมองโต๊ะ ไม่หันกลับมาสบตากับเก่งสักนิด ด้วยเพราะกลัวว่าเขาจะจับคำโกหกของเธอได้


ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำตอบ คนอย่างมิวไม่มีทางไปจูบกับใครจนปากเจ่อได้แน่ๆ


“แล้วประกาศผลเมื่อไหร่?” เก่งหยิบผ้าเช็ดโต๊ะมาช่วยอีกแรง พลางถามคำถามไปเรื่อยเปื่อย


“อีกสามวันค่ะ” มิวตอบเบาๆ มือก็ยังคงทำหน้าที่เช็ดโต๊ะและยกเก้าอี้เก็บไปพลางๆ


“เร็วดีเหมือนกันนะ” เก่งรู้สึกโหวงเหวงในช่องท้อง เหมือนกลับมีบางสิ่งของเขากำลังจะหลุดลอยออกไป


สายตาอบอุ่นคู่นั้นหันไปมองทางเด็กสาวที่กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง ตอนได้ข่าวของเธอจากทางบ้านว่าย่าที่เลี้ยงดูเธอเสีย และเด็กสาวจำต้องไปอยู่กับพ่อที่กวาดเอาเงินประกันไปจนไม่เหลือหลอ ตอนนั้นเขาก็รู้สึกเป็นห่วงเธออยู่ลึกๆ


คาดไม่ถึงว่าเธอจะเลือกเขาในวันที่กำลังประสบปัญหา ในตอนที่เธอติดต่อมา เก่งไม่รีรอเลยสักนิดที่จะให้การช่วยเหลือ คล้ายกับว่ามีความรู้สึกบางอย่างที่เชื่อมเขาเอาไว้กับเด็กสาวคนนี้ มันคือความห่วงใยเหมือนอย่างที่ญาติคนหนึ่งควรจะมีต่อกันใช่หรือไม่


แล้วตอนนี้ที่เขารู้สึกไม่อยากให้เธอจากไป มันคือความเป็นห่วงอย่างญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งใช่ไหม


“ไปเอากระเป๋าได้แล้วไป เดี๋ยวพี่ทำที่เหลือต่อเอง” เก่งบอกเด็กสาวที่กำลังทำงานเกินกำลังด้วยการยกเก้าอี้ขึ้นเก็บบนโต๊ะ


มิวพยักหน้าก่อนจะเดินไปหลังร้านเพื่อเอากระเป๋า 


หลังร้านตอนนี้มืดสนิทเพราะทุกคนกลับบ้านกันไปหมดแล้ว เก่งที่ต้องตรวจความเรียบร้อยจึงต้องกลับเป็นคนสุดท้าย ทำให้เธอและเขาต่างอยู่ร้านนี้เป็นสองคนสุดท้ายเสมอ


ขณะที่มิวเดินไปหยิบกระเป๋าในล็อคเกอร์ กระจกบานเล็กที่ติดอยู่ในล็อคเกอร์ก็สะท้อนเงาบางอย่างด้านหลังในความมืด ข้างๆลังเบียร์ที่วางซ้อนกันอยู่เหมือนมีบางสิ่งที่ไม่ควรจะอยู่ตรงนั้น เพิ่มขึ้นมาอย่างน่าสงสัย


มือเรียวสวยคว้าประเป๋ามาสะพายบนหลังก่อนจะปิดประตูล็อคเกอร์ลงอย่างใจเย็น สองขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆจนเกือบจะออกไปสู่่ตัวร้านด้านหน้าอยู่รอมร่อ


กริ๊ก!


สวิตซ์ไปถูกเด็กสาวเปิดก่อนที่ร่างแบบบางจะหันกลับไปทางหลังร้านอย่างเร็ว ไม่ผิดเลยจริงๆ ข้างลังเบียร์มีร่างสูงของชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่จริงๆ


“ทำไมพี่ถึงยังไม่กลับ?” มิวถามด้วยความสงสัย


อามีนฟังคำถามแล้วก็ทอดถอนใจ เขาทำงานเป็นสายสืบมานานปี ไม่เคยมีใครจับการเคลื่อนไหวและการมีตัวตนของเขาได้มาก่อน 


หรือนี่จะเป็นความพิเศษของเด็กสาวคนนี้ ที่ดึงดูดนายจนตามสืบเรื่องราวของเธอทุกฝีก้าวไม่วางตา


“ลืมของ” อามีนบอกแค่นั้นก่อนจะเดินออกไปทางหลังร้าน ไม่หันมาพูดคุยกับเด็กสาวที่จับไต่ของเขาได้อย่างง่ายดาย


อามีนนำเรื่องนี้ไปบอกนายในคืนนั้น เขาบอกว่าเธอไม่ปลอดภัย อาจสร้างปัญหาเรื่องการทำงานของเขาในคราวถัดๆไป


ทว่าคำตอบที่ได้จากนายกลับยิ่งทำให้เขาหมดหวังเข้าไปอีก


“ฝีมือตกก็อย่างไปโทษคนอื่น” นายหนุ่มบอกกับเขาพร้อมกับใช้สายตาเหนื่อยหน่ายมองมา


“แล้วสรุปเรื่องผู้จัดการร้านคนเก่งของเรากับเธอที่อยู่ด้วยกัน มันเป็นมายังไง?” เตโชเอ่ยถามพลางแกว่งแก้วไวน์ในมือไปมาอย่างใจเย็น


“ผู้จัดการร้านเป็นหลานชายของน้องสาวย่าที่มิลาณีโตมาด้วยครับ พวกเขาเป็นญาติห่างๆกัน” อามีนรายงานเรื่องที่ตนไปสืบได้อย่างภาคภูมิ


ริมฝีปากบางของนายหนุ่มยกโค้งน้อยๆก่อนที่เขาจะยกแก้มไวน์ขึ้นจรดริมฝีปากและลิ้มรสชาติของมันอย่างแช่มช้า ปล่อยให้ความหวานไหลซึมเข้าไปในช่องปากทีละนิดจนหมดแก้วในที่สุด


“ถึงอย่างนั้นก็เป็นผู้หญิงกับผู้ชาย สงสัยต้องเตือนผู้จัดการคนเก่งเสียหน่อยแล้วว่าอะไร ควร..ไม่ควร” รอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม


อามีนนึกสงสารผู้จัดการร้านจับใจ ทำงานเหนื่อยแทบตายแต่เจ้านายกลับจ้องเล่นงานอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเขาไปก่อกรรมทำเข็ญอะไรมา ชาตินี้ถึงได้มาเป็นศัตรูตัวฉกาจของเจ้านายได้


หากเขาเป็นผู้จัดการร้าน จะชิงฆ่าตัวตายหนีไปนานแล้ว ไม่มาเป็น ‘ของเล่นแก้เบื่อ’ ให้นายหยอกล้ออย่างนี้แน่


ก็ได้แต่ภาวนาว่าเขาจะโชคดี...


***********************************************************************************************************************************************************


เพราะเมื่อวานไรท์มาแค่สองตอน วันนี้เลยเอาของเมื่อวานมาทบให้แล้ว หวังว่าจะจุใจกันนะคะ


ขอบคุณทุกกำลังใจจากทั้งคอมเม้นต์ หัวใจและดาวเลยนะงับ ดีใจที่ทุกคนชอบและไรท์จะพยายามรักษาคุณภาพของนิยายเรื่องนี้ ให้ร้อยเปอร์เซ็นต์จนจบเรื่อง ไม่มีหวานต้นจืดปลายแน่นอน


รักและรัก ฝันดีงับ

ความคิดเห็น