กอบเพลิง / พรรณพชร
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.1 ได้เสีย

คำค้น : ลุ้นรักวิวาห์ร้อน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ม.ค. 2562 21:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.1 ได้เสีย
แบบอักษร

:: ๑ ::

ได้เสีย

          งานแต่งที่ใดเป็นได้แค่แขกรับเชิญ นั่นไม่ใช่เสียงเพลงจากที่ไหนหรอกนะคะ เพียงแต่ว่าวันนี้ฉันมางานแต่งจริง ๆ งานแต่งเพื่อนสนิทที่ฉันรักมากที่สุด ซึ่งรู้จักกันเมื่อครั้งสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหนก็ตาม แต่คำว่าเพื่อนยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์ไม่คลาย

            สวัสดีค่ะฉันชื่อ ‘ขวัญข้าว ภาณุอินจา’ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ‘ข้าว’ อายุ 24 กะรัต สถานะโสดและไม่เคยมีแฟนมาก่อน ตอนนี้ทำงานเป็นดีไซเนอร์ให้กับเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ตั้งใจจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์อีกสักสองปีถึงจะสร้างแบรนด์ของตัวเอง

            ตอนนี้ยัยน้ำกำลังควงแขนเจ้าบ่าวเดินทักทายแขกที่มาร่วมงาน ส่วนฉันก็นั่งจิบไวน์กับอีโบ๊ทเพื่อนรักอีกคน แก๊งสามสวยเรามีสมาชิกสามคน ฉันสวยเปรี้ยว ยัยน้ำสวยหวาน ส่วนคนที่นั่งข้าง ๆ มันสวยแปลก ไม่ได้นินทาเพื่อนแต่อย่างใดเพราะเราต่างก็โอเคกับฉายานี้

            โบ๊ทเป็นเพื่อนเกย์สาวที่แซ่บไม่ต่างจากพวกฉัน นางจะเป็นคนตัวอวบ ๆ ช่างพูดช่างเจรจา เวลาไปเที่ยวผับก็ได้มันนี่ล่ะที่คอยเป็นบอดี้การ์ดดูแลสาวสวยอย่างเราสองคน

            “อีข้าวแกดูผู้ชายคนนั้นสิหล่อสัด ๆ จนต่อมสาวฉันเริ่มจะแตกแล้วเนี่ย” เมื่อเห็นสีหน้าชวนฝันของเพื่อน ฉันจึงหันไปมองบ้างเพราะปกติแล้วมันเป็นคนตาถึง ถ้าบอกว่าหล่อก็คือหล่อมากจริง ๆ

            เหี้ย*! ไอ้ฟีฟ่ามันมางานนี้ได้ไง*

          ฉันรีบหันขวับมาเมื่อรู้ว่าเป็นใคร “ก็งั้น ๆ ล่ะไม่เห็นจะหล่อเลย มึงยังหล่อกว่าตั้งเยอะ” ฉันเอ่ยอย่างไม่ยี่หระราวกับไม่เคยรู้จักเขามาก่อน

            ‘นายฟีฟ่า’ มันเป็นเพื่อนบ้านฉันเองค่ะ ตั้งแต่เด็กจนโตเราทั้งคู่ไม่เคยพูดจาดี ๆ ใส่กันเลยสักครั้ง นั่นเป็นเพราะพ่อของเราทั้งคู่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่จำความได้ ฟีฟ่าเป็นรุ่นพี่ฉันหนึ่งปี ถ้าจะบอกว่าหล่อไหมมันก็หล่อนั่นล่ะค่ะ หุ่นดีรูปร่างกำยำล่ำสันราวกับนายแบบในนิตยสาร แต่สำหรับฉันแล้วมันธรรมดามากกกก!!!

            “อีบ้าอย่างฉันเรียกสวย! แกเอาอะไรทำตายะ ถ้าอย่างนี้ไม่หล่อผู้ชายบนโลกแม่งคงจะขี้เหร่แล้ว” โบ๊ทหันมาถลึงตาใส่ฉันราวกับกำลังโมโหที่ไปว่าผู้ชายมันไม่หล่อ นี่ล่ะค่ะสันดานเพื่อนรักฉันเห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อนทุกครั้ง

            “ก็มันจริงนี่นาไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหนเลย” ฉันเบะปากทำเป็นไม่สนใจ จากนั้นหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบแก้เซ็ง

            วันนี้ดื่มได้เต็มที่เพราะยัยน้ำเปิดห้องไว้ให้พวกเราแล้ว เพราะรู้ว่าวันนี้จะต้องมีคนเมาจนขับรถกลับบ้านไม่ไหว

            “ว่าไงยะเมากันหรือยัง”

            นั่งดื่มได้สักพักยัยน้ำก็ควงเจ้าบ่าวเดินตรงมาหาพวกเรา วันนี้มันสวยเป็นพิเศษ สวยกว่าใคร ๆ ในงานเลยล่ะ นั่นเป็นเพราะฝีมือฉันเองค่ะ นอกจากจะเป็นดีไซเนอร์มือทองแล้วฉันยังแต่งหน้าเก่งเป็นที่หนึ่งอีกด้วย

            “ยังเลยรอแกอยู่นี่ล่ะ” ฉันตอบ

            “งั้นรอสักครู่นะ ฉันกับพี่ต๋องขอเดินไปหาแขกฝั่งโน้นก่อน เหลือเพียงไม่กี่โต๊ะแล้วล่ะ”

            “ได้เลยจ้าฉันกับอีข้าวนั่งดื่มจนจะหมดขวดแล้วเนี่ย อ้อ! พี่ต๋องคะนั่นเพื่อนพี่หรือเปล่าชวนมานั่งโต๊ะนี้ด้วยกันสิ” เอาแล้วไงอีโบ๊ท หางานให้กูอีกแล้ว ฉันกับฟีฟ่าเคยนั่งร่วมโต๊ะกันซะที่ไหนล่ะ      

            “ใช่ครับเพื่อนพี่เอง งั้นรอแปบนะเดี๋ยวพี่ไปลากคอมันมาก่อน จะได้ทำความรู้จักกันด้วย”

             “อุ๊ย! ขอบคุณค่ะ” อีโบ๊ทยกมือไหว้งาม ๆ ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้พี่ต๋อง

             เมื่อพี่ต๋องเดินไปแล้วฉันกับน้ำก็มองอีโบ๊ทเป็นตาเดียวกัน เรารู้ว่ามันต้องการอะไร

            “อีบ้าทำไมต้องชวนเขามาด้วย นั่งกับเพื่อนจะตายหรือไงยะ” ฉันว่าให้

            “คนเยอะแยะสนุกดีออกแก คนกันเองทั้งนั้นใช่ไหมน้ำ”

            “ย่ะ! เห็นผู้ชายหล่อเป็นไม่ได้เลยนะ”

            “ก็นิดนึง ว่าแต่ทำไมฉันไม่เคยเห็นเพื่อนคนนี้ของพี่ต๋องเลยยะ หล่อโฮกกก”

            “จำเป็นที่แกต้องรู้ทั้งหมดเลยเหรอยะ คนนี้เพื่อนซี้พี่ต๋อง แต่บ้างานเลยไม่ค่อยได้เจอกัน ขนาดฉันเองยังเจอแทบนับครั้งได้” น้ำว่า

            แต่สำหรับฉันเห็นหน้าไอ้บ้านี่จนเบื่อ...ชิส์!!!

            “มาแล้วครับสาว ๆ” เสียงพี่ต๋องดังแทรกเข้าวงสนทนา ได้ยินอย่างนั้นฉันก็รู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก จะทำหน้ายังไงเวลาเจอหน้าเขานะ ไม่อยากให้ใครรู้ด้วยซ้ำว่าบ้านเราอยู่ติดกัน

            “อุ๊ย! สวัสดีค่ะสุดหล่อ หนูชื่อโบ๊ทเป็นเพื่อนน้ำค่ะ” โบ๊ทไม่รอให้เสียเวลารีบแนะนำตัวเองก่อน ส่วนฉันก็เอาแต่นั่งก้มหน้า

            “สวัสดีครับคนสวยผมฟีฟ่าครับ เป็นเพื่อนไอ้ต๋อง ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

            “ยินดีที่สุดค่ะ” ฉันเห็นโบ๊ทยื่นมือไปจับมือเขา แต่ทว่าฉันยังไม่ยอมเงยหน้า

            แต่เอ๊ะ! ทำไมฉันจะต้องทำเป็นเหมือนกลัวเขาด้วยล่ะ ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลยสักนิด ก็แค่ไอ้เพื่อนบ้านนิสัยเสียเท่านั้นเอง

            “อ้าว! น้องข้าวนี่เองนึกว่าใครหึ ๆ” เงยหน้าขึ้นยังไม่ถึงสามวินาทีเขาก็เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงน่าหมั่นไส้ซะแล้ว

            น้องพ่อมึงดิ!!

            ทุกคนมองมาที่ฉันด้วยความฉงน โดยเฉพาะโบ๊ทที่อ้าปากค้างเพราะไม่นึกว่าฉันกับเขาจะรู้จักกันมาก่อน

            “นะ...นี่แกรู้จักพี่ฟีฟ่ามาก่อนงั้นเหรอ แล้วทำไมเมื่อกี้ทำเหมือนไม่รู้จักยะ”

            “ก็แกไม่ได้ถามฉันนี่นา ก็แค่รู้จักชื่อไม่ได้สนิทสนมอะไรขนาดนั้นหรอก” ฉันแบ่งรับแบ่งสู้พยายามไม่มองหน้าเขา แต่รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองมาที่ฉัน คงคิดหาทางแกล้งกันอยู่แน่ ๆ

            “ไม่สนิทแต่ก็เห็นกันทุกวันไม่ใช่เหรอครับน้องข้าว เราเป็นเพื่อนบ้านกันลืมไปแล้วเหรอครับ” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ แสร้งทำเป็นคนมีอัธยาศัยดีต่อหน้าคนอื่น

สร้างภาพเห็น ๆ

            “โลกกลมจังเลยเนาะ ถ้างั้นมึงก็นั่งเป็นเพื่อนน้องเขานี่ล่ะ คนกันเองทั้งนั้นเดี๋ยวกูมา”

            “โอเคว่ะเพื่อน กูนั่งคนเดียวก็เหงาเหมือนกัน เพื่อนคนอื่น ๆ แม่งหนีกลับกันหมด”

            “ฝากเพื่อนพี่ด้วยนะสาว ๆ เดี๋ยวมาดริ้งกัน”

            “ไม่ต้องห่วงค่ะพี่ต๋อง จะดูแลให้ดีที่สุดเลยค่ะ” โบ๊ททำท่าทางกระดี๊กระด๊า สีหน้าระรื่นราวกับเขาจะเอามันทำเมียซะอย่างนั้นล่ะ

            ฉันอยากเตือนมันให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้สำส่อนมากแค่ไหน พาผู้หญิงเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้า ที่รู้เพราะห้องฉันกับเขาอยู่ตรงข้ามกัน เห็นผู้หญิงมายืนสูดอากาศที่หน้าต่างยามเช้าเป็นประจำ สงสัยเป็นโรคติดเซ็กซ์แน่ ๆ

            หลังจากคู่บ่าวสาวเดินไปแล้วเขาก็ยืนส่งยิ้มให้โบ๊ท เห็นแล้วฉันก็เบะปากยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มไปพลาง ๆ ทำเป็นไม่สนใจ

            “เชิญนั่งค่ะพี่ฟีฟ่า” เพื่อนสาวฉันตบปุลงที่เก้าอี้ข้างตัว แต่ทว่าเขากลับเดินอ้อมมานั่งข้างฉันซะอย่างนั้น

            “ผมอยากนั่งฝั่งนี้ครับจะได้มองหน้าน้องโบ๊ทได้ถนัด ๆ” เขาส่งรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ให้อีเพื่อนสารเลวของฉัน คงรู้แหละว่ามันชอบเลยแกล้งทำเป็นสนใจ

            หวานเสน่ห์ไปทั่ว แต่โทษทีมันใช้กับคนอย่างฉันไม่ได้หรอก

            “อุ๊ย! ทำไมปากหวานอย่างนี้ สงสัยสาวในสต๊อกคงจะเยอะแน่ ๆ” ฉันล่ะเกลียดท่าทีสะดีดสะดิ้งของอีโบ๊ทซะเหลือเกิน

            “ไม่หรอกครับ ไม่เชื่อถามน้องข้าวก็ได้”

            “อย่ามายุ่งกับฉัน คนอย่างฉันไม่มีวันไปยุ่งเกี่ยวกับคนอย่างนายหรอก แค่บ้านติดกันก็เป็นเสนียดมากพอแล้ว” ฉันว่าพร้อมเขยิบเก้าอี้ออกห่างจากเขา

            “อีข้าว! ทำไมแกพูดจาหมาไม่แดกอย่างนี้ พี่เขาพูดกับแกดี ๆ นะ”

            “ไม่เป็นไรครับ ผมกับน้องข้าวก็หยอกกันอย่างนี้เป็นประจำล่ะ ใช่ไหมครับน้องข้าว เย็นนี้กลับบ้านพร้อมพี่ไหมทางเดียวกันไปด้วยกันจะได้ประหยัดค่าน้ำมัน” ว่าพร้อมยักคิ้วกวน ๆ ให้ ถ้าอยู่กันสองต่อสองอย่าหวังว่าจะได้เห็นภาพนี้ เขาคงจะด่าฉันกลับเหมือนทุกครั้งที่มีเรื่องทะเลาะกัน

            “เชิญกลับไปคนเดียวเถอะย่ะ แล้วไม่กระดากปากเหรอที่เรียกฉันว่าน้อง ปกติเห็นเรียกฉันว่ายัยนั่นยัยนี่ตลอดนี่นา เผยธาตุแท้ออกมาสิหรือว่าอาย?” ฉันถือโอกาสตอบกลับคืนบ้าง ผู้ชายคนนี้เจ้าเล่ห์เพทุบาย ถ้ามีผู้ชายคนนี้เหลืออยู่คนเดียวบนโลก ฉันจะไม่มีทางเอามาทำพ่อพันธุ์แน่นอน

            สีหน้านายฟีฟ่าเริ่มขรึมขึ้นทันตาเมื่อโดนยั่วโมโห นั่นไงทำตัวเป็นคุณชายได้แค่ไม่กี่นาทีหรอก ผู้ร้ายก็คือผู้ร้ายวันยังค่ำ ไม่มีทางเป็นตำรวจได้หรอก

            “เอ่อ...ฉันว่าเราดื่มกันดีกว่าไหม เรื่องอื่นเอาไว้ค่อยคุยกัน” โบ๊ทเห็นสถานการณ์ไม่ดีจึงเริ่มเปลี่ยนบรรยากาศให้ดีขึ้นโดยการชวนพวกเราดื่ม

            “ดีเหมือนกันครับน้องโบ๊ท ว่าแต่ไม่ดื่มเหล้ากันเหรอเห็นจิบแต่ไวน์” เขาเปลี่ยนท่าทีหันไปสนทนากับโบ๊ท เปลี่ยนอารมณ์เก่งสงสัยคงจะทำบ่อยจนชินแล้วสินะ

            “ดื่มสิคะ จิบรอเพื่อนเฉย ๆ ถ้าพี่ฟีฟ่าต้องการเดี๋ยวโบ๊ทจัดให้ค่ะ”

            “ขอบคุณครับ ขอเข้ม ๆ เลยนะพอดีว่าผมไม่ชอบดื่มอะไรอ่อน ๆ อย่างนี้หรอก” คนพูดปรายตามองมาที่ฉัน มีหรือที่คนอย่างขวัญข้าวจะยอมแพ้

            “ใครอ่อนยะ”

            “ถ้าไม่อ่อนน้องข้าวก็มาดวลกับพี่สิ”

            “นายกล้าท้าฉันเหรอ ไม่รู้จักลูกสาวเฮียป้อคอทองแดงซะแล้ว” ป้อที่ว่าคือพ่อฉันเองค่ะ  จัดจ้านในย่านนี้ก็พ่อฉันนี่ล่ะค่ะ “อีโบ๊ทขอเข้ม ๆ” ปากก็สั่งเพื่อนแต่สายตากลับจ้องมองไอ้ตัวดีที่กล้าท้าทายฉัน

            “ดะ...ได้ มึงเอาจริงดิกูว่าอย่าไปท้าพี่เขาเลยนะ ยังไงผู้หญิงอย่างเรา ๆ ก็สู้ไม่ไหวหรอก”

            “ไม่ต้องมาเสือกมีหน้าที่ชงก็ชงไป” ฉันหันขวับมามองแรงใส่เพื่อนสาว นางยิ้มแหย ๆ สู้เพราะรู้ดีว่าเวลาที่ฉันโมโหใครก็ฉุดไม่อยู่

            “ถ้างั้นฉันจัดให้!!”

            หลังจากนั้นโบ๊ทก็ทำหน้าที่เป็นคนชงเหล้าให้ฉันกับเขาอย่างต่อเนื่อง แก้วแล้วแก้วเล่าแต่ทว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวกลับยังไม่โผล่มาสักที

            นานเข้าฉันก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมันโคลงเคลง เห็นภาพไอ้คนข้าง ๆ แยกร่างได้จนต้องหลับตาแล้วสะบัดหน้าไปมาเพื่อเรียกสติ

            “ข้าวแกไหวไหมวะ” ฉันได้ยินเสียงโบ๊ทแล้วหันไปมองมันอย่างช้า ๆ ทำไมศีรษะถึงได้หนักอย่างนี้ หนักมากจนฉันต้องฟลุบลงที่โต๊ะก่อนจะได้เห็นหน้าเพื่อน ตอนนี้ฉันไม่สนว่าจะเป็นผู้แพ้หรือชนะ อยากทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม ๆ ซะเหลือเกิน

            “ฉ้านหวายยยย อาวมาอีกกก”

            “เงยหน้าให้มันได้ก่อนเถอะแล้วค่อยมาสะเออะพูด”

            “ในที่สุดฉ้านก็ชนะเธอยายบ้าเอ๊ย” ได้ยินเสียงเขาถนัดหูแต่ไม่สามารถตอบกลับได้ ทำได้เพียงนอนก้มหน้าอยู่บนโต๊ะอย่างหมดสภาพ

            “พี่ฟีฟ่าชนะค่ะแต่ก็เละไม่ต่างกันเลยเฮ้อ อ้าว! ยัยน้ำมาพอดีเลยเมาแอ๋กันหมดแล้วเนี่ย”

            ตอนนี้ฉันทำได้เพียงนอนฟังเสียงเพื่อน ๆ คุยกันเท่านั้น

            “โทษทีมาช้าไปหน่อย พอดีออกไปส่งพ่อกับแม่พี่ต๋องที่หน้าโรงแรม เอางี้ฉันจะพาอีข้าวขึ้นไปนอนบนห้อง ส่วนแกนั่งดื่มต่อละกันถ้าเมาค่อยตามไปนอนเป็นเพื่อนมัน”

            “ฉันนอนค้างไม่ได้อ่ะดิ พอดีนัดกับผู้ไว้”

            “อีดอก! งานแต่งเพื่อนทั้งทีแกยังอุตส่าห์นัดผู้ชายนะยะ เอางี้แกกลับไปเลยก็ได้ ให้พี่ต๋องกับพี่ฟีฟ่าดื่มต่อ”

            “โอเค ๆ งั้นฝากมันด้วยนะ”

            “พี่ ๆ คะหนูขอตัวกลับก่อนนะพอดีมีนัดค่ะ”

            นั่นคือบทสนทนาที่ฉันได้ยินก่อนที่น้ำจะพาขึ้นไปนอนบนห้องที่มันเปิดไว้ให้โดยเฉพาะ

            ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่นอนอยู่ในห้องแห่งนี้ แม้อากาศจะเย็นสบายแต่กลับรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว นอนกระสับกระส่ายจนต้องทยอยเปลื้องผ้าออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงยกทรงและแพนตี้ตัวจิ๋วที่ปกปิดของสงวนไว้ จากนั้นก็ขดตัวนอนใต้ผ้าห่มผืนหนาอย่างสบายตัว

            ปัง!

            เสียงคนเปิดประตูเข้าห้องมาทำให้ฉันพยายามลุกขึ้นจากเตียงแต่ก็ไม่สามารถ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ยังคงควบคุมฉันให้นอนนิ่งอยู่อย่างนั้น

            “น้ามน่านแกช่ายไหม”

            “...”

            “หรือว่าเป็นอีโบ๊ท”

            “...”

            ไม่มีเสียงตอบกลับแต่ทว่าเสียงฝีเท้ากลับชัดเจน มันดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนรู้สึกได้ว่าที่นอนข้างตัวยุบตัวลง ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงออกไปก่อนจะมีใครบางคนเข้ามาสวมกอดจากด้านหลัง แถมยังซุกใบหน้าคลอเคลียที่ซอกคออีกต่างหาก

            “กะ...แกทำบ้าอะไรอีโบ๊ท” ที่ฉันมั่นใจว่าเป็นโบ๊ทเพราะโดนเคราสาก ๆ ถูไถตามซอกคอนั่นเอง

            “...”

            “น้องจอยของพี่”

            เมื่อได้ยินเสียงไม่คุ้นหูฉันก็พยายามหมุนตัวมาเผชิญหน้า จากนั้นลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ แม้ภาพจะเลือนรางแต่ก็พอเดาได้ว่าเป็นใคร

            “ไอ้ฟีฟ่า!! อื้อ...”

            เมื่อรู้ว่าเป็นเขาฉันจึงอ้าปากจะร้อง แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับโน้มใบหน้าเข้ามาประกบจูบอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว โอบกอดร่างฉันไว้แล้วพลิกตัวให้นอนหงาย ขณะที่ริมฝีปากเรายังคงสัมผัสกัน

            ฉันพยายามรวบรวมแรงที่มีดันตัวเขาออกแต่กลับถูกตรึงแขนไว้บนเตียง แรงหญิงหรือจะสู้แรงชาย ยิ่งอยู่ในอาการเมามายเช่นนี้มีแต่เสียกับเสีย

            เมื่อแขนสู้แรงไม่ได้ฉันก็เปลี่ยนไปใช้ขาแต่ผลลัพธ์ก็ยังเป็นเหมือนเดิม อีกฝ่ายพยายามกำราบฉันด้วยการบดจูบที่หนักหน่วง ตักตวงลมหายใจอย่างไม่หยุดหย่อน กลิ่นแอลกอฮอล์จากเราทั้งคู่คละคลุ้งไปทั่ว มือหนาที่ตรึงข้อมือฉันไว้ค่อย ๆ คลายออกแล้วเลื้อยขึ้นไปประสานนิ้ว

            “อื้อ...”

            เมื่อโดนเล้าโลมอย่างหนักหน่วงความรู้สึกของฉันก็แปลกไป จากตอนแรกที่พยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ตอนนี้กลับรู้สึกร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก ความกระสันเสียวเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูเนื้อ ส่วนล่วงที่เคยแห้งผากเริ่มเปียกชื้นไปด้วยของเหลวเหนียว มันหลั่งไหลออกมาจนแพนตี้ตัวจิ๋วฉ่ำแฉะ

            ทำไมเขาถึงเก่งเรื่องอย่างว่าขนาดนี้นะ...ให้ตายเถอะ!

            เนินอกที่ถูกบดเบียดด้วยแผงอกแกร่ง เริ่มแข็งเป็นไตจนอยากจะยกมือขึ้นไปบีบเคล้นหนัก ๆ ให้หายจากอาการนี้ ในช่วงเวลานั้นเขาพยายามส่งปลายลิ้นเข้ามาในโพรงปาก แต่ฉันพยายามเม้มปากไว้แน่น เมื่อมือหนาเริ่มเลื้อยลงมาสัมผัสที่ส่วนล่าง ทำให้รู้สึกเสียวซ่านจนต้องรีบเปิดปากโดยเร็ว

            “อ๊ะ...อื้อ...”

            แกต้องพยายามห้ามเขาให้ได้นะขวัญข้าว พยายามหาทางให้เขาหยุด...

อ๊ะ! นั่นเขาจะทำอะไร เอาอะไรมาให้ฉันจับงั้นเหรอ ทำไมมันคล้ายกับสากกะเบืออย่างนี้ ทำไมส่วนปลายมันถึงได้แฉะอย่างนี้ มันกระดกได้ มันมีชีวิต หรือว่าจะเป็น....

            “พี่รักจอยนะครับคืนนี้มาสนุกกันนะ” เขากระซิบเบา ๆ ข้างหูจากนั้นพลิกตัวฉันให้นอนคว่ำอย่างง่ายดายราวกับเป็นแค่ตุ๊กตายางตัวหนึ่งเท่านั้นเอง

            ไอ้บ้า*! กูไม่ใช่อีจอยยยยย!!!*

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น