Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 35 ในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่ง

ชื่อตอน : บทที่ 35 ในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่ง

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 210

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2562 12:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 35 ในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่ง
แบบอักษร

        ตลอดสองวันที่ผ่านมา ไป๋อวี่ปิดโทรศัพท์ จะติดต่ออย่างไรก็ไม่ได้ แล้วจู่ๆเขาก็โทรมา    

        "พี่ซัน...."    

        "ย๊ากกกกกกกก" ถังซันแหกปากร้องลั่นเป็นคำตอบ เขาไม่ร้องเปล่า แต่ยังทำมือเหมือนกำลังเค้นบีบคอใครให้ตาย

        "โทรมาทำไม ทำไมไม่ไปตายซะ" ถังซันโกรธจัดจนสั่นไปทั้งตัว     

        "ผมคงถึงสนามบินราวๆบ่ายสองโมงกว่าๆ" ไป๋อวี่ไม่ใส่ใจอารมณ์โกรธเกรี้ยวของถังซัน     

        "แล้วจะให้ฉันทำอะไร นายไปเองได้ นายก็กลับมาเองสิ" ไป๋อวี่หัวเราะตอบเสียงใส น้ำเสียงไม่บ่งบอกว่ารู้สึกสำนึกผิดแม้แต่น้อย     

        "ไม่เอาน่า พี่คงไม่อยากให้ใครเห็นผม เดินผ่านเกทของ International Airport เข้ามานะ"     

        "เออ" ถังซันแค่ตอบสั้นๆ แล้วก็ขว้างโทรศัพท์เข้ากับข้างฝา เสียงดังโป๊ก ก่อนกระดอนออกมาตกปุที่พื้นโดยไม่มีส่วนไหนบุบสลาย เฮอะ.... ถังซันนึกโล่งอก เมื่อรู้ตัวว่าเขาโมโหจนขาดสติไป ....มือถือเมดอินไชน่าก็ใช่ว่าจะห่วยนะเฟร้ยย...    

        หลังจากคิดพิจารณาอยู่เพียงครู่ ถังซันก็ตัดสินใจก้มลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเลขาหลี่ ที่จริงถ้าไม่มีเรื่องของเจ๊ใหญ่เข้ามาในตอนนี้ เขาก็อาจจะไม่ใส่ใจไป๋อวี่ไปเลยก็ได้ แต่ตอนนี้ เขาจะให้ใครรู้ว่าไป๋อวี่ไปออสเตรเลียมาไม่ได้เป็นอันขาด หากบังเอิญมีนักข่าวคนไหนรู้ทั้งเรื่องของเจ๊ใหญ่และเรื่องไป๋อวี่บินไปออสเตรเลีย ก็อาจจะเอาเรื่องทั้งสองมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน คราวนี้ คงเห็นเป็นข่าวใหญ่คุ้มที่จะเล่น อาจจะมีนักข่าวที่เห็นแก่ผลประโยชน์จนบอสใหญ่อย่างไป๋เทียนจ้าวเอาไม่อยู่ก็ได้ ที่สำคัญ คือนักข่าวที่ไม่ได้ถือสัญชาติจีน คนกลุ่มนี้ใช่ว่าจะถูกควบคุมได้ง่ายๆ

        ไม่นึกเลยว่าทางไป๋เทียนจ้าวจะรู้แล้วว่าไป๋อวี่แอบบินไปออสเตรเลีย เลขาหลี่บอก .... ท่านรู้ตั้งแต่คุณชายบินมาจากเสียนหยางแล้ว แต่ท่านสั่งว่าไม่ให้ทำอะไร แค่คอยระวังคนกับนักข่าวไม่ให้สังเกตุเห็นคุณชายก็พอ... ที่นู่นก็มีคนแอบดูแลคุณชายอยู่.... ให้ตายเถอะ ถังซันอุทานในใจ เขาลืมไปได้อย่างไรว่าพ่อของไป๋อวี่เป็นใคร บอสใหญ่จะยอมให้เรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับลูกชายคนเดียวได้ยังไง แต่ที่บอสใหญ่ยอมให้ไป๋อวี่ตามจูอี้หลงไปถึงออสเตรเลียนี่ เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ

        หรือว่าทางสกุลไป๋จะยอมรับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่แล้ว...          


        ไป๋เทียนจ้าวเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร รับฟังรายงานจากเลขาหลี่  

        ...ในที่สุด ชีวิตของไป๋อวี่ก็คงจะเริ่มกลับมาเข้ารูปเข้ารอยเหมือนเดิมแล้ว ตอนนี้ ตัวการที่ทำร้ายจูอี้หลงก็ถูกจับได้แล้ว เขาเชื่อว่า เมื่อไป๋อวี่เข้าใจความเป็นไปทั้งหมด ไป๋อวี่ก็จะไม่โกรธเขาอีก ความสัมพันธ์พ่อลูก นับตั้งแต่นี้ไปคงจะดีขึ้นกว่าเดิม เพราะไป๋อวี่ในตอนนี้ ไม่ใช่ไป๋อวี่ที่มีแต่ความหวาดกลัวบิดาอีกต่อไปแล้ว     

        เขาสั่งให้เลขาหลี่ จัดการทุกอย่างตามที่ถังซันขอ ขอเพียงแค่ให้ไป๋อวี่กลับเข้าปักกิ่งได้โดยไม่มีอุปสรรคอะไร แล้วเขาก็โบกมือไล่ให้เลขาหลี่ออกไปจากห้อง ไป๋เทียนจ้าวเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้เก้าอี้เอนตัวไปทางด้านหลังจนสุด แล้วค่อยๆหลับตาลง นึกถึงใบหน้าของจูอี้หลง ในครั้งแรกที่ได้พบหน้ากัน....    


        เซเลบริตี้ที่มีคนติดตามเป็นจำนวนมาก จะได้รับสิทธิพิเศษจากทางสนามบิน ให้ใช้ห้อง VIP ทั้งนี้เพื่อความสงบเรียบร้อยของสนามบินเอง เพราะไม่อย่างนั้น บรรดาแฟนคลับทั้งหลาย ก็จะก่อกวน สร้างความไม่สงบ ให้แก่ผู้ใช้สนามบินคนอื่นๆด้วย  คราวนี้ จูอี้หลงได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่น เพราะเจ้าหน้าที่ได้เชิญเขาให้เข้าไปนั่งพักในห้องVVIP เพราะแม้แต่ในห้อง VIP ก็ยังมี คนลุกขึ้นมาขอลายเซ็น ตามแนวกระจกทางด้านที่ติดกับโถงใหญ่ ก็ยังมีแฟนๆมายืนอออยู่เต็มไปหมด ต่างพากันล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป รบกวนแขก VIP รายอื่น เจ้าหน้าที่จึงขอเชิญเพียงจูอี้หลงเข้าไปใช้ห้อง VVIP โดยให้ทีมงานคนอื่นใช้ห้อง VIP ด้านนอก     

        ตอนนี้จูอี้หลงเลยได้โอกาสเอนหลังพัก เขาหลับตาลงได้เพียงชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะได้ยินเสียงกระแอมใกล้ๆตัว จูอี้หลงลืมตาขึ้น พบกับสุภาพบุรุษสูงอายุในชุดสูทราคาแพง ยืนตระหง่านเยื้องไปทางด้านข้าง ริมฝีปากประดับร้อยยิ้มน้อยๆ ทำให้คางที่มีรอยบุ๋มตรงกลาง ยื่นออกมายิ่งกว่าปกติ จูอี้หลงจำชายผู้นี้ได้ในทันที เขาจึงรีบลุกขึ้นยืน     

        "ไม่ต้องไม่ต้อง จูเหล่าซือยังบาดเจ็บอยู่ เรานั่งคุยกันดีกว่า" ไป๋เทียนเจ้าก้าวเข้าไปนั่งในเก้าอี้ข้างๆจูอี้หลง ทำให้จูอี้หลงต้องโค้งเพื่อทักทายเขา แล้วค่อยๆนั่งลงตาม     

        "ไม่นึกว่าจะเจอจูเหล่าซือที่นี่ ได้ยินว่า กำลังจะเดินทางไปออสเตรเลียในฐานะทูตวัฒนธรรมใช่ไหม" ไป๋เทียนจ้าวเริ่มบทสนทนา    

        "ใช่ครับ" จูอี้หลงตอบเบาๆ    

        "อาการบาดเจ็บของคุณเป็นอย่างไรบ้าง"     

        "ผมดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ" หลังจากนั้นก็มีแต่ความเงียบระหว่างคนทั้งคู่ จนกระทั่งจูอี้หลงตัดสินใจเอ่ยปาก

        "ผมขอบคุณท่าน ที่ช่วยเหลือคุณแม่ของผมที่โรงพยาบาล"    

        "อ้อ เรื่องนั้น จริงๆแล้ว ถังซันเป็นคนจัดการน่ะ บางครั้งเขากับเลขาผม ก็พูดคุยช่วยเหลือกันอยู่บ่อยๆ ผมไม่ได้ลงไปยุ่งเกี่ยวอะไร"     

        "ยังไงผมก็ต้องขอขอบคุณ"     

        "ทางผมเองก็ต้องขอบใจคุณ ที่จริง ควรจะได้ขอบใจคุณตั้งนานแล้ว ในช่วงที่ถ่ายทำเจิ้นหุน อาอวี่ได้คุณดูแล ผมต้องขอบใจมากๆ เจ้าลูกคนนี้เป็นเด็กไม่รู้จักโต ตอนนี้ แค่ช่วงเวลาสั้นๆกลับเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ได้ ต้องขอบใจจูเหล่าซือจริงๆ" คำพูดของไป๋เทียนจ้าว ทำให้จูอี้หลงเอ่ยปากอะไรอย่างอื่นนอกจากคำปฏิเสธไม่ออก เขาได้แต่ค้อมหัวกล่าว เปล่าครับ เปล่า... อย่างแผ่วเบา  แล้วเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก นั่งหลังตรงอยู่ในเก้าอี้ นึกเสียใจ ว่าไม่น่าเข้ามานั่งในห้อง VVIP นี้เลย   


        "ในฐานะลูกผู้ชายคนนึง" ไปเทียนเจ้าเริ่มบทสนทนาอีกครั้งหนึ่ง     

        "ผมขอคุยกับคุณ อย่างตรงไปตรงมา ผมบอกตรงๆ ว่าผม ไม่ค่อยชอบใจ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูกชายผม" ไป๋เทียนเจ้าเอ่ยปากเรียบๆ นัยน์ตาจ้องมองตาจูอี้หลงอยู่ เขาเอ่ยต่อ เมื่อเห็นคู่สนทนานิ่งอึ้งไป        

        "คุณคงเข้าใจใช่ไหม ว่าไม่มีพ่อแม่คนไหน จะยอมรับความสัมพันธ์อย่างนี้ได้ แม้แต่พ่อแม่ของคุณเอง ผมก็เชื่อว่า ท่านยอมรับมันไม่ได้แน่ๆ"     

        จูอี้หลงโน้มตัวมาข้างหน้า วางท่อนแขนทั้งสอง ลงบนหน้าขา มือประสานกัน สายตาหลุบลงมองดูมือทั้งสองข้าง แล้วเอ่ยปากเรียบๆ สีหน้าจริงจัง    

        "ท่านไม่ต้องเป็นกังวลไป ผมรู้ดีว่าผมควรจะทำยังไง" เขาหยุดกลืนน้ำลาย...    

        "ที่จริง ผมควรจะตัดสินใจทำมานานแล้ว" จูอี้หลงค้อมหัวลงขอโทษ    

        "ต้องขออภัยท่านด้วย ที่ตัดสินใจช้าจนเกินไป เลยทำให้ท่านเป็นกังวล"    

        "ผมขอบคุณคุณจริงๆ ผมตัดสินใจไม่ผิดเลย ที่มาคุยกับคุณในวันนี้" ไป๋เทียนจ้าวเอื้อมมือมาจับหัวเข่าจูอี้หลง     

        "ผมรู้ ว่าคุณเป็นคนมีความรับผิดชอบและรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ตอนนี้ ผมก็ได้แต่ ฝากฝังชีวิตของลูกชายผม ไว้ในมือของคุณแล้ว" เขาถอนมือออกไปพร้อมถอนหายใจเบาๆ     

        "การตัดสินใจของคุณคราวนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับอาอวี่ ....แล้วก็ของคุณด้วย" .... ไป๋เทียนจ้าวมองสบตาจูอี้หลง แววตาอ่อนโยนขัดกับรูปลักษณ์ขึงขังเหมือนทหารกลางสนามรบของเขา    

        "ผมก็ได้แต่หวังว่าประสบการณ์ที่อาอวี่ได้รับมาทั้งหมด จะทำให้เขาเข้มแข็ง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคอื่นๆที่เขาจะต้องเผชิญอีกในอนาคต" กล่าวจบ ไป๋เทียนจ้าวก็ยันกายลุกขึ้นยืน จูอี้หลงลุกขึ้นยืนตาม ไป๋เทียนจ้าวเอื้อมมือมาตบเบาๆบริเวณต้นแขน จูอี้หลงค้อมตัวมาด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพ ไป๋เทียนจ้าวหมุนตัวเดินจากไป     

         จูอี้หลงยังคงยืนมองตามแผ่นหลังของคนที่ค่อยๆเปิดประตูเดินออกไปจากห้อง เขายืนอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานาน ก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่ง หยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วโทรหาไป๋อวี่ ....... กลับจากออสเตรเลีย เกอจะไม่ใช้เบอร์นี้แล้วนะ.....

​        ................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}