Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ชายา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 853

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2562 11:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายา
แบบอักษร

​1เดือนต่อมา..

หนึ่งเดือนมานี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมตำหยัก

ยวิ๋นชิงที่องค์ชายสองเป็นผู้ควบคุมด้วยตนเอง  การพัฒนาหมู่บ้านที่ยากจนสำเร็จขององค์ชายสาม การปราบกลุ่มกบฎขององค์ชายสี่ 

และสุดท้าย...การแต่งตั้งชายาเอกขององค์ชายเจ็ด! ในคราแรกซีหยวนหรือองค์ชายเจ็ดเกือบขอสมรสพระราชทานไม่สำเร็จ 

เพราะหลังจากฮ้องเต้ได้ตรวจสอบก่อนการแต่งตั้งซึ่งเป็นไปตามธรรมเนียมก็พบว่านางหายตัวไปตั้งแต่เด็กและเพิ่งกลับมาเอาตอนนี้

แม้นางจะเป็นบุตรีเสนาบดีหม่าแต่ช่วงเวลาที่นางหายไปก็น่าสงสัยอยู่ดี แต่ครั้นจะปฏิเสธเจ้าโอรสตัวดีก็มาสารภาพว่าได้เปลี่ยนข้าวสารเป็นข้าวสุกชิงสุกก่อนห่ามไปแล้วจึงต้องจำยอม

การแข่งขันมีขึ้นอย่างเงียบๆ ต่างคนต่างมีแผนที่จะขึ้นเป็นไท่จื่อหรือองค์รัชทายาท

องค์ชายสี่เร่งสร้างผลงาน ในขณะที่องค์ชายสองใช้โอกาสที่องค์ชายสี่ออกไปดูแลราษฎรนอกวังในการช่วยฮ้องเต้ปกครองบ้านเมืองจากในวัง นี่นับว่าเป็นการเดินหมากที่พลาดพลั้งขององค์ชายสี่เลยทีเดียว

องค์ชายสี่ยามนี้ราวกับตัวคนเดียว องค์ชายห้าก็ไร้ซึ่งอำนาจ องค์ชาดเจ็ดก็หมกตัวอยู่ในตำหนักกับชายาเอกที่เพิ่งเเต่งตั้ง การขาดคนช่วยคิดช่วยส่งเสริมเช่นนี้ทำให้เสียเปรียบอีกฝ่ายอยู่มาก จนกระทั่งโอกาสสำคัญมาถึง...

ท้องพระโรง

หลังการแจ้งข่าวของม้าเร็วที่ประจำอยู่ทางตอนเหนือของแคว้นท้องพระโรงที่ดูแจ่มใสในยามเช้าก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที

"ทูลฝ่าบาทเป็นที่แน่นอนแล้วว่าบัดนี้แคว้นเจิ้นฉี

ต้องการหักหลังแคว้นหมิงของเรา กระหม่อมเห็นว่าเราควรจัดการขั้นเด็ดขาดนะพ่ะยะค่ะ"       เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นทันทีหลังสิ้นสุดคำพูดของขุนนางท่านหนึ่ง

แคว้นเจิ้นฉีมีอาณาเขตอยู่ทางเหนือของแคว้นหมิง แคว้นนี้เป็นเสมือนหอกข้างแคร่ของแคว้นหมิงมาโดยตลอด

ต่อหน้าส่งคณะทูตมาเจรจาสร้างสัมพันธไมตรี.   ลับหลังกลับซ่องสุมกำลังพลลอบผลิตอาวุธและส่งกลุ่มโจรเข้ามาปล้นชาวบ้านแคว้นหมิงอยู่บ่อยครั้งทำตัวดังสำนวนลิงหลอกเจ้า

ครานี้ถึงกับยกทัพมาต่อตีคิดรวมแคว้นหมิงเข้าด้วยกัน สำหรับเรื่องนี้หากสู้รบกันจริงแคว้นหมิงได้เปรียบทั้งฝีมือทั้งกำลังพลแต่ฮ้องเต้จะคิดเท่านั้นมิได้

การสู้รบก็คือการสู้รบต้องมีการสูญเสีย แต่ที่สำคัญเป็นหน้าที่ของเจ้าผู้ครองแคว้นนั้นๆที่ต้องหาวิธีให้ความสูญเสียเกิดขึ้นน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย

ตอนนี้ขุนนางในท้องพระโรงแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายแรกคือต้องการให้ทำศึกแล้วยึดแคว้นเจิ้นฉีนั้นเสียจะได้ไม่เป็นปัญหาอีก

ฝ่ายที่สองเห็นว่าควรส่งคนไปเจรากับอีกฝ่ายเสียก่อน การรบนอกจากจะทำให้ชาวบ้านโดนร่างแหล้มตายไปยังทำให้มีผลกระทบตามมา ทั้งโรคระบาด ข้าวยากหมากแพง ต่อให้ชนะศึกก็ไม่คุ้ม

เสียงพูดคุยในท้องพระโรงดังขึ้นจนโอรสสวรรค์ที่นั่งกุมขมับด้วยความเคร่งเครียดถึงกับหมดความอดทน

"หยุด!!!!!"ท้องพระโรงกลับมาเงียบอีกครั้งหลังพระสุรเสียงที่ดังกึกก้องขึ้นบ่งบอกอารมณ์ของเจ้าของเสียงได้เป็นอย่างดี

"เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เจิ้นขอพิจารณาดูก่อน หากด่วนตัดสินใจตอนนี้คงเป็นการวู่วามเกินไป พรุ่งนี้เช้าเจิ้นจะให้คำตอบคำพวกท่านพร้อมกับเหล่าองค์ชาย"

ความจริงการไม่มีขุนนางเมื่อต้องตัดสินใจบางอย่างก็ส่งผลร้ายมากกว่าดีเพราะขาดคนช่วยคิด

ช่วยพินิจดูหาข้อด้อยข้อดีจุดบกพร่องต่างๆ

แต่การมีขุนนางก็มีข้อเสียเช่นกัน มากคนก็มากความคนนั้นจะให้ทำแบบนั้น คนนี้จะให้ทำแบบนี้ วาทศิลป์แต่ละคนนับว่าเยี่ยมยอด คนเป็นฮ้องเต้หากไม่คิดให้ดีก็เป็นอันหลงกลขุนนางเหล่านั้นทั้งสิ้น

ตำหนักยวิ๋นชิง

"อืออออ"เยว่จือนอนหนุนตักสามีอยู่บนเตียง นางแพ้ท้องอย่างหนักเมื่อเริ่มเข้าเดือนที่สองนี้

ทั้งอาเจียร คลื่นไส้ เวียนศีรษะ มากันครบ

เทียนจินเองก็ดูแลชายาของเขาอย่างดีแม้จะมีงานหนักก็ตาม

"เยว่จือ องค์ชายสอง"จิงซินเอ่ยเรียกสหายก่อนจะถวายคำนับองค์ชายสองในฐานะพี่สามี

"ตามสบายเถิด ว่าแต่เจ้าสามไม่มาด้วยรึ?"

เทียนจินละสายตาจากชายาตัวน้อยของเขาขึ้นมามองผู้มาเยือนซึ่งก็คือสหายของเยว่จือนี่เอง

"ท่านพี่รออยู่ด้านนอกเพคะ"เทียนจินรู้ถึง

จุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้ทันที เขาหันกลับไปมองร่างของชายาอีกครั้งอย่างชั่งใจ

"ไปเถิดเพคะเรื่องสำคัญ หม่อมฉันจะช่วย

อธิบายให้เยว่จือฟังหากนางตื่นขึ้นมาเอง"จิงซินเอ่ยออกมาอย่างรู้ทันชายผู้นี้รักและเป็นห่วงสหายของนางขนาดไหนเหตุใดนางจะไม่รู้

"เช่นนั้นฝากนางด้วย"เทียนจินหยิบหมอนมาให้เยว่จือหนุนแทนตักของตนเองก่อนจะก้มลงจุมพิตหน้ายากมนของชายาอย่างไม่อายสายตาใครแล้วเดินออกไป

ด้านนอก

"พี่รอง"องค์ชายสามเอ่ยทักทายพี่ชายร่วมสายเลือด ข่าวเรื่องแคว้นเจิ้นฉียกทัพมาแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงจนเขาต้องรีบมาปรึกษาพี่ชาย

"เรื่องแคว้นเจิ้นฉีใช่รึไม่"เทียนจินนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แม้สีหน้าจะดูเรียบเฉยแต่ภายในกลับกำลังว้าวุ่นอย่างหนัก เขาพอจะอ่านความคิดของบิดาได้และมั่นใจว่าต้องมีการสู้รบเกิดขึ้น!

"พี่สามกล่าวมาถูกแล้ว พรุ่งนี้เสด็จพ่อให้เราเข้าเฝ้าพร้อมพวกขุนนาง คงตั้งใจส่งพี่ไปสู้ศึกเป็นแน่ มิเช่นนั้นจะเรียกพวกเราทั้งหมดไปด้วยเหตุใดกัน"เอ่ยพลางมองเข้าไปในดวงตาสีอำพันจองพี่ชายอย่างต้องการอ่านความคิดแต่แววตาพี่ชายของเขาก็เรียบนิ่งดังเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย

"พี่สองมีวรยุทธสูงส่งเคยรบชนะมาก็หลายครั้งหลายหน อย่าว่าแต่เสด็จพ่อเลยพวกขุนนางเองก็คงพยายามดันให้ท่านไปรบเช่นกัน เหอะ เข้าใจหาคนไปลำบากแทนตัวเองกันเสียจริง!"

"เรื่องนั้นข้าคิดเอาไว้อยู่แล้ว ตอนนี้ปัญหามันอยู่ที่จะทำอย่างไรให้เสียเลือดเสียเนื้อน้อยที่สุดมากกว่า เสด็จพ่อเองก็คงกังวลเรื่องนี้"เทียนจินเอ่ยพลางรินน้ำชาอย่างช้าๆ ในหัวเริ่มตีกันวุ่นไปหมดเรื่องรบไม่เท่าไรเดี๋ยวคงหากลศึกดีๆได้ แต่เรื่องชายาตัวน้อยของเขาที่กำลังตั้งท้องอยู่นี่สิจะทำเช่นไร

ด้านในตำหนัก

"อืออออออ"เยว่จือเขยิบพลิกตัวก่อนจะบิดขี้เกียจเล็กน้อย ดวงตากลมโตกระพริบถี่ๆไล่ความง่วงงุนให้หมดไป

"ตื่นเเล้วรึ^^"

"เอ๊ะ!!! จิงซินเจ้ามาได้อย่างไร!"เยว่จือผุดลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อหันไปเห็นสหายรักนั่งอยู่ปลายเตียง

"นี่!ค่อยๆลุกสิ เจ้ากำลังท้องอยู่เดี๋ยวหลานข้ากระทบกระเทือนจะทำเช่นไร"จิงซินเอ่ยตำหนิสหายที่ทำอะไรไม่รู้จักระวังตัว

"มาถึงก็บ่นข้าเชียวนะ เจ้าติดนิสัยองค์ชายสามมารึไร"เอ่ยขึ้นก่อนจะหัวเราะออกมาทำเอา

จิงซินมีสีหน้าบูดบึ้ง

"โอ๋ อย่าเพิ่งโกรธข้าสิข้าแค่อยากล้อเจ้าเล่นบ้าง เราไม่ได้เจอกันตั้งเกือบเดือนแล้วนะ"

"ก็ได้ๆเห็นแค่หลานในท้องเจ้าข้าจะอภัยให้สักครั้ง^^"เอ่ยพลางส่งมือไปลูบเบาๆที่หน้าท้องของสหาย หน้าท้องของเยว่จือยังคงแบนราบเหมือนเดิมดูไปไม่เหมือนคนท้องเลยสักนิด

"ว่าแต่ท่านพี่อยู่ที่ใดรึ ปกติถ้าข้ายังไม่ตื่นท่านพี่จะไม่ลุกไปไหน..."เยว่จือมองไปรอบๆห้องหาคนที่นางนอนหนุนตักเมื่อชั่วยามก่อน

"องค์ชายสองทรงออกไปพบท่านพี่ของข้าน่ะ เอ่อ..เรื่องสำคัญเรื่องการทำสงคราม..."จิงซิน

พยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดไม่อยากให้กระทบจิตใจคนท้องนัก น้องเคยได้ยินว่าคนท้องอารมณ์อ่อนไหวง่ายดูท่าจะจริง เพราะสิ้นคำพูดของนางสหายรักก็น้ำตาคลอเสียแล้ว

"แคว้นเจิ้นฉียกทัพมาแล้ว อย่างไรเสียครั้งนี้คงต้องยอมให้เกิดสงครามขึ้น..."เอ่ยพลางมองปฏิกิริยาของสหายรักเมื่อเห็นว่านางยังนั่งนิ่งตั้งใจฟังอยู่จึงเอ่ยต่อ

"เจ้าก็รู้ว่าแคว้นของเราไม่เคยรบทัพจับศึกเพื่อรุกรานแคว้นใดก่อน สงครามในครั้งนี้จำต้องปล่อยให้มีขึ้นเพื่อความสงบสุข"

"เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดใช่รึไม่"เอ่ยถามอีกครั้งเมื่อเห็นสหายยังคงนิ่งอยู่

"ข้าเข้าใจ แต่ว่าข้า.....ฮึก ไม่อยากให้ท่านพี่ไป"จบคำพูดน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมาจากดวงตาคู่งาม นางไม่อยากให้พ่อของลูกต้องออกไปเสี่ยงชีวิตแบบนั้น ถึงท่านพี่จะเก่งกาจอย่างไรนางก็เป็นห่วงอยู่ดี

"เยว่เออร์!!"เทียนจินที่เพิ่งจะหารือกับน้องชายเสร็จเดินกลับเข้ามาในห้อง ครั้นเห็นชายาร้องไห้อยู่ก็รีบเข้าไปหาทันที

เยว่จือเข้าไปกอดสามีของนางเอาไว้แน่น

เทียนจินลูบศีรษะนางเบาๆมืออีกข้างโอบกอดนางเอาไว้ จิงซินเห็นดังนั้นก็ค่อยๆเดินออกจากห้องไปปล่อยให้สามีภรรยาได้คุยกัน

"ฮึก ท่านพี่ต้องไปจริงๆหรือเพคะ"นางสะอื้นไห้ถามออกไป เพียงแค่เขาเห็นน้ำตาของนางก็แทบอยากจะปฏิเสธการคุมทัพครั้งนี้ อยากจะใช้ชีวิตอยู่กับนางในตำหนักนี้ตามประสาสามีภรรยาทั่วไป แต่คงทำแบบนั้นไม่ได้

"พี่จำเป็นต้องไป เยว่เออร์เจ้าเชื่อใจพี่รึไม่"ร่างสูงเอ่ยถามพลางเช็ดน้ำตาให้นาง

"เพคะเยว่เออร์รู้ว่าท่านพี่ของเยว่เออร์เก่งกาจหาใครเทียบ แต่ว่า.."

"ถ้าเจ้าเชื่อใจพี่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลสิ่งใดอีก พี่จะเขียนจดหมายมาหาเจ้าทุกๆสามวันดีรึไม่"

"จดหมาย..."ถ้าท่านพี่เขียนจดหมายมาหานางได้ย่อมแสดงว่าท่านพี่ของนางปลอดภัย เมื่อคิดได้ดังนั้นก็พยักหน้าตอบไปทันที

"พี่จะปลอดภัยกลับมาเจ้าอย่าห่วงไปเลย พี่ขอเวลาเพียงสองเดือนเท่านั้น"

"สองเดือนหรือเพคะ ฮึก ไม่มีพ่อคอยกอดตั้งสองเดือนลูกจะเหงานะเพคะ"น้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดไปไหลออกมาอีกครั้ง นางไม่ได้อยากจะร้องไห้พร่ำเพื่อหรือทำให้สามีต้องหนักใจแต่มันกลั้นไม่อยู่จริงๆ

"เอาเช่นนี้นะ พี่จะเร่งเดินทัพให้เร็วที่สุดรีบชนะและรีบกลับมาหาเจ้าก่อนถึงสองเดือนดีรึไม่"เทียนจินเอ่ยพลางยกยิ้มเอ็นดูคนในอ้อมแขน ลูกจะเหงารึ?เขาว่าแม่มากกว่าที่เหงานางก็ช่างเอาลูกมาอ้างนะ^^

"ฮึก สัญญานะเพคะ"นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา คอยดูนะหากไม่ยอมสัญญาล่ะก็อย่าหวังจะได้ออกจากตำหนัก!นางจะขังสามีเอาไว้ให้อยู่กับนางและลูกในท้องที่นี่แหละ!

"สัญญาสิสัญญา มองพี่เช่นนั้นด้วยเหตุใดหื้ม คิดอะไรอยู่"

"ลูกบอกว่าหิวแล้วเพคะ..."คนตัวสูงแทบกลั้นขำไม่อยู่ เมื่อครู่ร้องไห้ต่อมาก็ดูเหมือนจะโกรธ ตอนนี้มาหิวรึ อารมณ์ของสตรีนั้นยากแท้หยั่งถึงเสียจริง

"เช่นนั้นเจ้านั่งรอก่อนเถิดพี่จะสั่งให้คนไปนำมาให้"เขาประคองร่างเล็กนั่งลงบนเตียงก่อนจะเดินออกมาสั่งให้นางกำนัลไปเตรียมสำรับ โดยไม่ลืมย้ำเรื่องห้ามใช้ผักที่มีกลิ่นฉุนทั้งหลายที่จะทำให้ชายาของเขาอาเจียรด้วย

"ทำไมไปนานนักเล่าเพคะ"ทันทีที่เดินเข้ามาถูกถูกคนตัวเล็กมองด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่นางจะลุกขึ้นมากอดแขนของสามีเอาไว้

"ลูกบอกว่าคิดถึงเพคะ^^"ใบหน้าหล่อเหลา ปรากฎรอยยิ้มขึ้นมาทันทีที่ได้ฟังชายาตัวน้อยพูดจบ รู้สึกว่าลูกคนนี้จะติดพ่อเหลือเกินดูเอาเถิดกอดแขนไม่ปล่อยเลย^^

------------------------

ตอนหน้าองค์ชายสองจะไม่อยู่แล้วนะค่าตัวแพงสักตอนสองตอน ขอโทษที่หายไปนานนะคะพอดีเข้าไม่ได้เลยต้องรีโทรศัพท์ใหม่ที่พิมพ์ไว้มันหายต้องพิมพ์ใหม่ จอยลดามันใช้คอมแต่งไม่ได้ด้วยอ่ะ😔

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น