จิงโจ้น้อย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 21

คำค้น : yaoi,omega,alpha

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.4k

ความคิดเห็น : 178

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2562 20:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21
แบบอักษร

​บทที่ 21







ตกกลางคืนหลังจากที่ชิงเอ๋อร์กับหานตงเข้าห้องนอนไปแล้ว มีเพียงลู่ซือที่นอนครุ่นคิดอยู่ด้านนอกเพียงลำพัง

ชายหนุ่มนอนอยู่บนตั่งตัวเดียวกับที่เสี่ยวเซียงนั้นใช้นอนคลอดลูกเมื่อยามบ่าย เพราะว่าภายในบ้านหลังนี้มีเครื่องเรือนไม่มากนัก ตั่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดตัวนี้จึงเป็นเพียงที่เดียวที่ลู่ซือนั้นสามารถใช้อาศัยนอน

ถึงแม้ว่าชิงเอ๋อร์จะทำความสะอาดจนไม่เหลือคราบเลือดแล้ว แต่ลู่ซือก็ยังคงได้กลิ่นคาวของเลือดอยู่เล็กน้อย

ชายหนุ่มพลิกกายนอนตะแคงข้าง ดวงตาจ้องมองไปยังประตูห้องนอนที่ปิดสนิทของสองแม่ลูก

คืนก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เอ่ยเรียกร้องว่าจะเข้าไปนอนด้วยกันในห้องกับจิ้นชิงและบุตรชาย เพราะว่าจิ้นชิงนั้นเอ่ยปากบอกว่ากลัวหานตงจะไม่ยอม หากแต่ตอนนี้เขากลับเริ่มคิดขึ้นมา

ข้าเป็นสามีของเจ้า แล้วเหตุใดข้าจักต้องมานอนหนาวลำพังอยู่ด้านนอกด้วยเล่า!

เจ้าลูกไม่รักดีนั่นก็เช่นกัน! ข้าเป็นบิดาแท้ๆของเจ้าแต่กลับทำท่าราวกับว่าเป็นศัตรู ทีเจ้าอาจารย์ชู้รักของแม่เจ้ากลับมีท่าทีนอบน้อมเป็นอย่างดี!

ลู่ซือคิดอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย แต่เมื่อนึกถึงตอนที่ตนเองใช้ดาบขู่ฆ่าชายผู้นั้นแล้วก็พอจะดับอารมณ์ขุ่นข้องภายในใจลงได้บ้าง

คอยดูเถิดจิ้นชิง ตลอดห้าปีที่ผ่านมาเจ้าทำอะไรบ้าง ข้าจักต้องได้รู้ทั้งหมด!








วันต่อมา...

ชิงเอ๋อร์ตั้งใจไว้ว่าหลังจากมื้อเช้านี้เขาจะพูดคุยกับท่านอ๋องให้สำเร็จและเข้าใจ ที่เขาเลือกเวลานี้ก็เป็นเพราะว่าปกติแล้วหานตงนั้นจะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกหลังจากอิ่มท้อง

เมื่อเช้าหลังจากที่พยายามฝืนกายตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้าอย่างยากลำบากกว่าทุกวัน เพราะว่าเมื่อวานนั้นเขามีเรื่องที่ต้องทำมากมายจึงรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ ยังไม่รวมกับที่มีเรื่องของท่านอ๋องรบกวนจิตใจจนนอนแทบไม่หลับตั้งแต่อีกฝ่ายมาอีก

เมื่ออาหารเสร็จสิ้นเขาก็ต้องเป็นฝ่ายดูแลแผลของท่านอ๋องก่อน หลังจากนั้นจึงตั้งโต๊ะทานข้าวกันสามคน

แต่ก่อนที่การทานมื้อเช้าจะเสร็จลงเขาก็ต้องรับมือกับสองพ่อลูกที่จ้องจะทะเลาะกันอีกครั้งอย่างน่าปวดหัว

“คีบเต้าหู้มาให้ข้าสิ”

ลู่ซือชี้มือไปทางเต้าหู้นึ่งราดซีอิ๊วที่อยู่ตรงหน้าของชายหนุ่ม เพียงแค่เอื้อมมือไปตักก็สามารถทำได้แน่นอน

แต่เขากลับไม่ทำ

ชิงเอ๋อร์มองตามจานเต้าหู้นึ่งที่เป็นรสมือของตนเองแล้วก็ต้องผ่อนลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

ในขณะที่มือข้างขวาเพิ่งคีบเต้าหู้ใส่จานให้กับลู่ซือ ก็มีเสียงแทรกของหานตงดังขึ้นอีกทาง

“ท่านแม่ขอรับ ข้าก็อยากกินปลาทอดนั้นบ้าง ท่านแม่คีบให้ข้าหน่อยสิขอรับ” น้ำเสียงของเด็กชายแฝงความออดอ้อนพลางมองจานปลาทอดที่ถูกวางอยู่อีกด้านของลู่ซือ

ชิงเอ๋อร์พยักหน้ารับก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบจานปลาทอดออกมาข้างหน้า

“จงทานเยอะๆ” เขาเอ่ยพลางคีบใส่จานบุตรชาย

ชิงเอ๋อร์ตั้งท่าจะพุ้ยข้าวในจานเข้าปากอีกครั้ง

“คีบปลาทอดให้ข้า”

“...”

เขามองบุรุษที่ส่งสายตามาให้ด้วยความโมโห

ตักเองไม่ได้หรืออย่างไร!

ถึงในใจจะโกรธเกรี้ยว หากแต่เสียงที่เอ่ยออกมากลับมีแต่ความเหนื่อยอ่อน

“ท่านอ๋อง ท่านคีบเองเถิด ข้ายังไม่ได้คีบข้าวเข้าปากเลยแม้สักครึ่งคำ”

หานตงได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยสมทบเช่นกัน “ท่านแม่มิใช่บ่าวรับใช้ของท่านนะ!”

“เจ้าเองก็ให้แม่เจ้าคีบให้เช่นเดียวกับข้านั่นเล่า!”

“ข้ามิได้มองท่านแม่เป็นบ่าวรับใช้เหมือนท่าน! ท่านแม่เป็นท่านแม่!”

“ข้าก็มิได้มองจิ้นชิงเป็นบ่าวรับใช้!”

“แต่ท่านเอ่ยน้ำเสียงราวกับว่าท่านแม่ของข้าต้องยอมท่านตลอด แล้วเช่นนี้ท่านจะไม่มองท่านแม่ของข้าเป็นบ่าวรับใช้ได้อย่างไรกัน!”

“ตึง!”

“เจ้า!”

ลู่ซือรู้สึกโกรธจนต้องลุกขึ้นใช้มือตบบนโต๊ะไม้เก่าๆที่กำลังนั่งทานข้าวเช้ากันอยู่

ผลที่ได้ก็คือ...โต๊ะไม้นั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ

“เคร้ง!”

จานและชามอาหารบนโต๊ะนั้นหล่นลงกับพื้นเสียงดังลั่น

ชิงเอ๋อร์กับหานตงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตื่นตกใจ!

หากแต่ลู่ซือกลับทำเป็นมองเมินเพราะว่าอารมณ์ของเขายังคุกกรุ่นอยู่

“เจ้าเด็กนี่ใช่ลูกของข้าแน่รึ! เหตุใดจึงกล้าเถียงข้าเช่นนี้!” ลู่ซือตะโกนขึ้นออกมา

“...”

ชิงเอ๋อร์เม้มปากนิ่งสนิทหากแต่ดวงตากลับเริ่มแดงก่ำขึ้น

บุรุษผู้นี้...

ทางด้านหานตงนั้นตั้งท่าจะโวยวายเรื่องโต๊ะทานข้าว แต่แล้วลู่ซือก็เอ่ยขึ้นมาอีกประโยค

“ว่าอย่างไรจิ้นชิง! นี่คือลูกของข้าแน่รึ! เหตุใดจึงอกตัญญูเถียงบิดาเช่นนี้!”

“หยุดเสียทีเถิดท่านอ๋อง!”

ชิงเอ๋อร์ตะโกนเสียงดังลั่น เขาทนไม่ไหวแล้ว!

“...เจ้ากล้าขึ้นเสียงใส่ข้าอย่างนั้นรึ!”

“เพราะท่านเป็นเช่นนี้อย่างไรเล่า! ห้าปีผ่านไปแต่ท่านก็ยังคงเป็นท่านคนเดิม!”

“เจ้า...!”

ชิงเอ๋อร์ปาดน้ำตาก่อนจะตะโกนต่อ “ท่านยังคงเป็นคนที่ใช้อารมณ์ทำลายทุกสิ่ง! ทำลายข้าวของ! ทำลายจิตใจของข้า! แม้กระทั่งเรื่องเล็กเพียงแค่นี้แต่ท่านกลับทำให้มันเป็นเรื่องที่ใหญ่ขึ้นได้!”

“...” ลู่ซือมองอย่างไม่เข้าใจ

“โมโหที่ลูกพูดไม่ดีใส่จนทำให้การทานมื้อเช้าต้องพังลง แต่เคยดูหรือไม่ว่าท่านเองก็พูดจาไม่ดีใส่ลูกเช่นกัน!”

“เจ้ากล้า...”

“ข้าไม่มีอะไรจะต้องเสียไปกว่านี้แล้วท่านอ๋อง ชีวิตของข้ายามที่อยู่กับหานตงเพียงแค่สองคนนั้นมีสุขเพียงพอ แต่เมื่อท่านก้าวเข้ามาความสุขนั้นก็พังทลายลง...หากเป็นเช่นนี้ท่านไม่ต้องมาตามข้ากลับไปก็คงจะดีนัก เราต่างคนต่างแยกการใช้ชีวิตอยู่ก็มีความสุขล้นเหลือ!”

“...”

“หากท่านจะตามข้ากลับไปรับโทษก็ย่อมได้ ไม่ต้องใช้การพยายามพูดจาที่เแปลกประหลาดไปหรอก มันค้านกับสิ่งที่ท่านเคยทำกับข้า ทุกย่างก้าวที่ท่านมาอยู่ที่นี่นั้นทำให้ข้าต้องนอนผวาอยู่ทุกคืน ส่วนเรื่องลูก...” ชิงเอ๋อร์ก้าวเข้าไปโอบไหล่หานตงเอาไว้ เขาไม่อยากจะมาทะเลาะต่อหน้าบุตรชาย หากแต่วันนี้สิ่งที่ท่านอ๋องทำลงไปทำให้เขาเสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก

“...หากท่านไม่เชื่อว่าหานตงเป็นบุตรของท่านก็แล้วแต่เถิด ข้าก็มิได้สอนให้หานตงนั้นต้องการบิดามาตั้งแต่แรกเริ่ม เขามีเพียงข้าผู้เป็นทุกสิ่งก็พอแล้ว ขอบคุณท่านอ๋องที่เมตตากรุณาคิดว่าเขาเป็นบุตรของท่านมาโดยตลอด”

“จิ้นชิงเจ้าพูด...” ลู่ซือตื่นตกใจเมื่อเห็นความโกรธที่ชิงเอ๋อร์แสดงออกมา

ข้าก็แค่ทุบโต๊ะกินข้าวเท่านั้นเอง...ไยต้องโกรธถึงเพียงนี้

ส่วนเรื่องหานตง...ข้าก็แค่โมโหที่โดนบุตรชายพูดจาไม่ดีใส่ หากเจ้าดุเขาบ้างข้าก็พอใจแล้ว...

ลู่ซือหมายจะเอ่ยอะไรต่อ แต่ชิงเอ๋อร์ไม่ยอมรับฟัง

“หากที่นี่ไม่สุขสบายเท่าจวนของท่านก็จงกลับไปเถิดขอรับ อยู่ที่จวนชินอ๋องนั้นคงมีผู้คนที่ทำให้ท่านไม่ขัดหูขัดตาเหมือนกับที่นี่ หากท่านไม่พอใจก็อย่าได้เสียเวลาเลย ไม่ว่าข้าจะพยายามทำอะไรไปท่านก็ไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ข้าได้ทำ...แม้สักนิด”

ชิงเอ๋อร์มองอาหารที่หล่นลงบนพื้นด้วยความปวดร้าว

เขาไม่เห็นค่าของอาหารที่ข้าทำ...จึงทำลายโดยไม่ใส่ใจ

“หากท่านจะพาข้ากลับไปรับโทษที่หนีมาก็ย่อมได้ หรือท่านจะประหารข้า ณ ตอนนี้เลยก็ย่อมได้เช่นเดียวกัน แต่ขอให้ท่านปล่อยหานตงไปเถิด บุตรชายของข้าไม่รู้เรื่องอันใดด้วย”

“ท่านแม่ท่านพูดสิ่งใด! ผู้ใดจะประหารท่านหรือ!?” หานตงหันกลับไปกอดมารดาอย่างตื่นตระหนก เขาตวัดสายตามองใบหน้าของชิงเอ๋อร์ด้วยความเศร้าใจเมื่อเห็นน้ำตาของมารดา

“แม่รักลูกหานตง แม่คงทำบุญมาน้อยจึงอยู่ดูลูกได้เพียงอายุเท่านี้”

“ท่านแม่! ท่านพูดเรื่องอันใดกัน? ข้าไม่เข้าใจ!” หานตงยังคงตะโกนถาม

ชิงเอ๋อร์ปาดน้ำตาก่อนจะมองสบตากับบุตรชาย

เขาไม่รู้ว่าท่านอ๋องจะฆ่าเขาตรงนี้หรือไม่...ไม่รู้ว่าเขาจะได้มีชีวิตอยู่ต่อเพื่อดูแลหานตงอีกหรือไม่

ไม่รู้สิ่งอื่นใดอีกเมื่อชีวิตตกอยู่ภายใต้อาณัติของท่านอ๋องอีกครั้ง

อิสระจอมปลอมที่ได้เป็นเจ้าของชีวิตตัวเองเพียงห้าปี...ถูกทวงคืนเสียแล้ว

ลู่ซือมองภาพของอนุภรรยาของตนเองที่ร่ำไห้อย่างไม่เข้าใจ

บัดซบ! บัดซบ! นี่มันเรื่องอันใดกันนี่!

จู่ๆเขากำลังจะกลายเป็นสามีผู้ที่ฆ่าภรรยาของตนเองเสียแล้วอย่างนั้นรึ!

ข้าไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นเช่นนี้แม้สักนิด

“บัดซบ! จิ้นชิง! เจ้าช่างกล้านัก!” เขาทำได้เพียงแค่มองใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตานั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากบ้านไปโดยเร็ว

นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการจะเรียนรู้จากเจ้าเสียหน่อย!

_____________________________________________________

ท่านอ๋องสะบัดตูดหนีไปแล้วอิอิ เอาหน่าาาา ให้เวลาท่านอ๋องคิดอีกสักนิด ท่านอ๋องนั้นต้องคิดเยอะๆว่าควรจะต้องทำตัวอย่างไรนะเจ้าคะ

เจอกันตอนหน้าค่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น