@Alicorn

เป็น Ss.2 ของเรื่องนี้แล้วนะคะ หากใครยังไม่ได้อ่าน Ss.1 สามารถ เข้ามาหาอ่านได้เลยค่ะที่ผลงานของไรท์เอง ( Ss.1 อ่านฟรีจนจบนะคะ ) ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนค่ะ

บทที่ 17. โคตรเลว #ฟรี!

ชื่อตอน : บทที่ 17. โคตรเลว #ฟรี!

คำค้น : เสี่ยไทม์,จีน,ทับทิม

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 72

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2562 15:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17. โคตรเลว #ฟรี!
แบบอักษร

💢[ Bartender ] คนของเสี่ย20+💢 (#Ss.2)

Episode 17 โคตรเลว

. . .

เราเปิดประตูเข้าห้องทำงานของเสี่ยในเวลาต่อมา ด้วยหน้าที่ยู่ยี่เกิดจากการไม่พอใจนั่นแหละค่ะ ทันทีที่ประตูห้องของเสี่ยเปิดออกด้วยฝีมือเรา การด์คนสนิทของเสี่ยที่ชื่อแม็กซ์ก็เก็บบางอย่างใส่กระเป๋าไปทันทีเช่นกัน และสิ่งๆนั้นก็อาจเป็นโน๊คบุ๊ก

"ผมขอตัวครับ" แม็กซ์ก้มหัวลงนิดหน่อยให้กับเสี่ยไทม์ แล้วเดินออกมา ก่อนจะโค้งให้เราด้วยอีกนิดหน่อย

เราก็ได้แต่มองตามหลังนั่นแหละค่ะ จนประตูห้องถูกปิดลง และถูกล็อกไปด้วยเราถึงจะเดินเข้ามาหาเสี่ยใกล้ๆ

"เสี่ยต้องดูอะไรดีๆแล้ว!" เราพูดอย่างมีเลห์เหลี่ยม

"อะไร?"

"กล้องวงจรในห้องทับทิม เสี่ยต้องดูมัน! แล้วเสี่ยจะรู้ทุกอย่าง"

"เอาไว้ก่อน ตอนนี้เราต้องไปหาลูกแล้ว ถ้าเกิดลูกตื่นมาไม่เจอใครมันคงไม่ดีแน่" เสี่ยไทม์พูดแบบไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ก่อนจะลุกพรวดขึ้นหยิบนาฬิกาข้อมือมาใส่อย่างใจเย็น

เสี่ยคิดอะไรอยู่กันแน่เนี่ย!

"แค่แปปเดียวเองนะเสี่ย! เสี่ยต้องดู!" พูดจบเราก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ของเสี่ยและทำท่าจะค้นหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเสี่ย

"อะไรของมึงเนี่ย! มาเอ๊ะอ๊ะโวยวายอะไรรีบไปได้แล้ว!" การกระทำของเราต้องหยุดชะงักลงทุกอย่างไปก่อน เมื่อมือหนาของเสี่ยคว้าข้อแขนเราให้ลุกขึ้น

"ห๊ะ!!" อารมณ์ของเราพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกรอบหลังจากพยายามใจเย็นอยู่นาน

ร่างเล็กๆของเราถูกลากออกมาจากจุดที่ยืนอยู่ด้วยแขนข้างเดียวของเสี่ย เสี่ยไทม์ลากเราออกมาจากห้องทำงานจนได้ และเหมือนเราจะพยศไม่หยุดเสี่ยถึงได้อุ้มเราพาดบ่าแบบตอนนี้!

"ดูแปปเดียวไม่ได้ไงวะ!!" เราดีดดิ้นบนบ่าแข็งแกร่งของเสี่ยอย่าเหลืออด ไม่รู้ว่าตอนนี้จะมีคนมองอยู่หรือป่าว แต่รู้ตัวอีกทีเราก็ถูกยัดใส่ในรถแล้ว

"เงียบน่า!" เสี่ยไทม์ดุเราเบาๆ และยกมือขึ้นมาทาบปากเราไว้ไม่ให้เราพูด แล้วเสี่ยจึงหันไปออกคำสั่งกับลูกน้องของเสี่ย

"ออกรถ!" ด้วยประโยคนี้แหละค่ะ

"อื้อออ!!! เสี่ยมันงี่เง่า! แล้วก็โง่!!!" เราดึงมือของเสี่ยออกและต่อว่าเสี่ยไทม์ดังๆ ไม่วายที่จะคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าที่วางอยู่ข้างๆมาตีเสี่ยด้วย

"โอ้ย! อะไรมึงเนี่ย!" แขนแกร่งรัดตัวเราไว้แน่นไม่ยอมปล่อย อีกทั้งยังไม่ให้เราได้ดิ้นเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่รถก็ยังเคลื่อนตัวออกไปเรื่อยๆ ด้วยฝีมือคนขับที่เป็นบอดี้การด์ของเสี่ย

เราทะเลาะกันเหมือนเด็ก เหมือนคู่รักที่กำลังเล่นบทบาทง้องอนกันอยู่ แต่เราอย่างบอกเหลือเกินว่า ตอนนี้เรากำลังจริงจังมากแค่ไหน!

"ก็แค่ดูกล้องแปปเดียวไม่ได้หรือไง!"

"ก็บอกว่าลูกจะรอนานไงวะ มึงไม่เข้าใจหรือไง!" เสี่ยไทม์ดุเสียงดัง แถมยังบีบข้อแขนเราซะแน่น อารมณ์โมโหร้ายอีกแล้วละสิเสี่ย!

" ! "

"นายครับ!" แรงบีบข้อแขนเราเบาบางลงเมื่อลูกน้องของเสี่ยดูเหมือนจะเตือนสติเสี่ยด้วยคำพูดเมื่อกี้

"อื้ม... กูขอโทษ" แล้วกลายเป็นว่าเสี่ยเลื่อนมาจับมือเราแทน พร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวเหยียด

"เสี่ยมันโง่งมจริงๆนั่นแหละ! เพราะงี้ไงเสี่ยถึงได้หลงคารมกอหญ้าเธอ!" เราสะบัดมือของเสี่ยออกด้วยความโมโห หยิบยกกระเป๋าขึ้นมาวางขั้นกลางระหว่างเราสองคน

คำต่อว่าของเราเมื่อกี้มันอาจดูแรง แต่มันก็ดีไป! บางที่เสี่ยอาจจะได้หายโง่เอาซะบ้าง! ไม่ใช่ยังโง่งมอยู่แบบนี้ เสี่ยแม่งบอกตัวเองฉลาด แต่ความจริงเสี่ยก็โง่นั่นแหละค่ะ จะว่าเราด่าเสี่ยก็ใช่! เราด่าเสี่ยจริงๆ เราไม่โอเค

ความจริงเสือผู้หญิงแบบเสี่ยไม่น่าจะมาโง่เพราะเรื่องแบบนี้ น่าจะดูคนออกด้วยซ้ำ!

"ฟู่ว!"

เสี่ยไทม์เป่าปากตัวเองเหมือนงุดงิด เราเบื้อนหน้าหนีเสี่ยทันทีและไม่ยอมมองหน้าเสี่ย จนกระทั่งมาถึงจุดหมาย

แน่นอนเราลงมาโดยไม่รีรอ ห้องทับทิมอยู่ตรงไหนเราจำได้ดี เราเปิดประตูเข้าหาลูกสาวของเราและล็อกทันที คนนอกหรือคนอื่นที่ไม่ใช่เราไม่ต้องเข้า! ให้อยู่ด้านนอกไปเถอะ เราเบื่อขี้หน้า

ห้องสีขาวล้วนไร้สีอื่นมาเติมแต่ง ร่างเล็กของทับทิมยังคงนอนหลับใหลอยู่บนเตียงที่ตั้งอยู่กลางใจของห้อง

ก๊อกๆๆ !!!

กระเป๋าใบเมื่อกี้วางลงกับโซฟาเสร็จ เสียงประตูก็ดังขึ้นมาเลยค่ะ และไม่ใช่ใครที่ไหนเลย นอกจากเสี่ยไทม์

เราโคตรจะโมโหเสี่ยเลย มันเหมือนในละครน้ำเน่าจริงๆนั่นแหละค่ะ ที่พระเอกจะโง่งมและเชื่อตัวร้ายมากกว่าตัวดี

เราเดินไปปิดผ้าม่านทันทีที่เห็นเสี่ยยืนอยู่หน้าห้อง มือยังจับลูกบิดและหมุนไปมาอยู่ เสียงลูกบิดก็ยังคงดัง กร๊อกแกร๊กๆ  อืม.. เราไม่สนละ ให้เสี่ยมันยอมไปดูกล้องสักที แล้วจะเห็นว่ากอหญ้าที่แสนใสซื่อนั่นเป็นยังไง

00 : 45 น.

เวลาผ่านไปเนินนาน เรานั่งอยู่กับความคิดมากมายที่ถาโถมเข้ามาในหัว ทับทิมหลับแบบแนบสนิทไม่มีท่าทีว่าจะตื่นมาตอนนี้ คนที่นี้เอาข้าวเย็นมาให้เรากินอยู่แหละค่ะ แต่เราเลือกที่จะไม่กิน นาฬิกายังคงหมุนต่อโดยไม่รีรอ  นานพอสมควรที่เรานั่งคิดอะไรต่างๆอยู่ตรงนี้ เหลือบมองนาฬิกาก็เป็นเวลาที่ดึกมาก มากจนเกือบเช้า ตอนนี้เวลาเที่ยงคืนกว่า เรานั่งเงียบคิดอะไรเพลินๆได้นานขนาดนี้เลยเหรอ?

ความคิดยังคงคิดต่อไม่หยุด แต่เท้าก็เดินออกมาเปิดม่านเพื่อมองหาร่างสูงที่คุ้นเคย เผื่อว่าเสี่ยจะนั่งอยู่แถวนี้

แต่ไม่...

ไร้วี่แววของเสี่ยอีกต่อไปแล้ว มีเพียงชายชุดดำสองสามคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าห้องนี้เท่านั้น

แล้วคำถามตอนนี้ก็คือ ...?

เสี่ยอยู่ไหน ไปไหนแล้ว?

แกร๊กกกก~ เมื่อเห็นว่าคนที่เราไม่อยากเห็นหน้าที่สุดในตอนนี้หายไปไหนไม่รู้แล้ว เราจึงเลือกที่จะเปิดประตูออกมาจากห้อง และไม่วายที่จะอดถามไม่ได้

"เสี่ยไทม์ละ?" เราเอ่ยปากถามการด์หน้าห้องหลังจากพาตัวเองมายืนนอกห้องแล้ว

"นายกลับแล้วครับ นายบอกพวกผมแค่ว่าให้เฝ้านายหญิงและคุณหนูที่นี้"

"กลับแล้ว? กลับไหน? กลับไปทำอะไร?" งงกับคำตอบของการด์อยู่พอสมควร กลับอย่างนั้นเหรอ อำเล่นหรือป่าว?

ในเมื่อเราสองคนตั้งใจจะมาเฝ้าลูกที่นี้ด้วยกัน หรือไม่พอใจเราเสี่ยถึงได้กลับบ้านไป

"นายกลับบ้านครับ แต่พวกผมไม่ทราบว่านายจะกลับบ้านไปทำอะไรครับ" แล้วคำตอบต่อมาก็ทำให้เราปลง

เสี่ยกลับบ้านตอนนี้ก็ไม่ต่างกับว่าเสี่ยกลับไปอยู่บ้านกับกอหญ้าสองคนเลยค่ะ วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านสักคนนอกจากแม่บ้านและพวกการด์ พ่อแม่เสี่ยไทม์ไปฮองกงตั้งแต่ตอนเย็น อีกทั้งเทียที่ออกไปฝึกงานด้วย แล้วอย่างนี้เราจะไว้ใจเสี่ยได้ไหม ไปไม่บอกเราสักคำด้วย

"กลับบ้าน..." เราทวนคำพูดอีกครั้งและหมุนตัวเดินกลับเข้ามาในห้อง หวังจะโทรหาเสี่ยเพื่อถามให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ต้องมาชะงักลงเมื่อเห็นข้อความแปลกมาเยือนในมือถือ พร้อมกับแนบข้อความมาด้วย

[ เมื่อ 22 : 00 น. ]

‘ไหนบอกจะออกไปดินเนอร์กันไม่ใช่เหรอคะพี่จีน? ไหงพี่ทีกลับมานอนกับกอหญ้าละคะ?’

อืม... โคตรปรี๊ด!

ไม่ต้องถามเลยค่ะว่าใครเป็นคนส่งมา แม่งชัดเจนขนาดนี้ กลับไปนอนกับกอหญ้างั้นเหรอ? เราจะเชื่อคำพูดเธอได้สักกี่เปอร์เซนต์ แต่ถึงอย่างนั้นเราขอวัดใจเสี่ยไทม์ทีเถอะค่ะ

ถ้าเราโทรไปแล้วรับสาย เราจะเชื่อใจเสี่ยมากขึ้นและเชื่อกอหญ้าน้อยลง  แต่หากตัดสายทิ้ง ถึงอย่างนั้นเราจะไม่ถามอะไรอีกแล้วค่ะ

ในใจแอบสั่นไหวกลัวว่าสิ่งที่คิดตอนนี้จะเป็นจริง แต่มือก็กดโทรออกไปเรียบร้อยแล้วละคะ

สายแรก... ไม่รับ สายสอง... ไม่รับ สายสาม... ตัดทิ้ง สายถัดมา.. ปิดเครื่อง

ชัดเจนดีนะคะ  อย่างที่คิดไว้แต่แรก ว่าถ้าเสี่ยไม่รับ แสดงว่าเสี่ยกลับบ้านจริงๆ และคงทำบางอย่างอยู่ที่นั่น

มันชัดเจนเหลือเกิน เมื่อเสี่ยตัดสายที่สามของเราทิ้ง อีกทั้งยังปิดเครื่องในสายที่สี่ของเรา  อย่างงี้จะให้เราคิดว่าอะไรอย่างนั้นเหรอคะ? ชัดเจนที่สุดแล้ว

ฟู่วว~ ในความคิดแง่ลบของเรา มันก็ยังมีแง่ดีผุดขึ้นมาบ้าง บางทีเสี่ยอาจจะไม่ได้ทำแบบที่เราคิด แต่ทั้งนั้น พรุ่งนี้อาจมีคำตอบที่ชัดเจนกว่าเดิม

เรานั่งเคร่งเครียดอยู่นานหลายนาทีได้ ก่อนจะเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้บนโซฟาขนาดคับแคบ เราหลับไปจริงๆ

แต่ดวงตาของเราเบิกขึ้นอีกทีเมื่อแสงแดดจากช่องวางที่สอดเข้ามามันแยงตา จนป่านนี้ทับทิมก็ยังไม่ดิ้นหรือดุกดิกอะไรเลย เราจึงได้โอกาสนั้นแว๊บมาอาบน้ำล้างตัวนิดหน่อย

"หมอขาาาา ทับทิมเจ็บเหลือเกินน" เสียงใสร้องโวยวายแต่เช้าตรู่ อย่างที่เห็นเลยค่ะ ทับทิมกำลังปาดน้ำตา

หมอเข้ามาตรวจร่างกายทับทิมแหละค่ะ เราเองไม่รู้เหมือนกันว่าเข้ามาตอนไหน และใครให้เข้ามา ไหนๆก็เข้ามาแล้ว ให้หมอจัดการเถอะค่ะ เราเลยยืนมองเงียบๆ

"แม่ขาาาาา ทับทิมเจ็บบบ"

ทันทีที่ดวงตาคู่หวานของทับทิมมองเห็นเรา ทับทิมก็เบ้ปากร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร มันโคตรจะน่าเอ็นดูเลยค่ะสำหรับเรา เราว่างั้นนะคะ

"ให้หมอฉีดยาก่อนนะคะคนเก่งของแม่ แม่จะออกไปรอด้านนอกนะคะ ห้ามร้องไห้รู้ไหม?" เราเป็นคนกลัวเข็ม ความจริงหมอไม่ได้จะฉีดออกหรอกค่ะ แต่หมอแค่จะถอดเข็มน้ำเกลือออก ถึงอย่างนั้นเราก็กลัวอยู่ดี เราขี้ขลาดเกินไป

"แม่อย่าไป!" ปากอวบอิ่มของทับทิมคว่ำลง น้ำตาอาบแก้มทั้งสองข้าง แกคงจะกลัวน่ะค่ะ แต่เราก็อยากให้ทับทิมเป็นคนแข็งแรงไม่ร้องไห้ง่ายๆอยู่เหมือนกัน

"แม่จะเข้ามาหลังจากที่หมอฉีดยาเสร็จนะคะคนเก่ง"

เราพูดแค่นั้นจริงๆ ก่อนจะตัดบทสนทนาเดินออกมาเลย อยู่นานกว่านี้กลัวใจอ่อน และไม่ให้หมอมาแตะตัวลูกสาวเราแน่ๆ

!

คนเป็นแม่ที่ขี้กลัวอย่างเรามันอันตรายกว่าที่คิดมากเลยนะ แค่เห็นลูกถอดน้ำเกลือยังไม่กล้าดู จะเอาอะไรกับคนอ่อนแอแบบเราอีก

"นายหญิงเชิญนั่งครับ" บอดี้การด์ชายโค้งหัวให้เราและผ่ายมือเชิญให้นั่งลงบนเก้าอี้

บางที่เราก็อึดอัดไม่น้อยเลยค่ะ ที่มีคนมาทำแบบนี้กับเรา

"ขอบคุณค่ะ..." เราตอบปัดๆไปเพราะสายตาคู่สวยกลับมองเห็นรถเสี่ยไทม์จอดแต่ไกล โดยมีร่างสูงที่คุ้นเคยออกมาจากรถคันนั้นและกำลังเดินมาทางเราด้วย

มาอีกทีก็เช้าเชียว ไปทำอะไรมานะเมื่อคืน!

"โทษทีเมื่อคืนกลับไปเอาของน่ะ หนูล็อกห้องไว้พี่เลยไม่ได้ให้คนมาเปิด" เสี่ยไทม์ยิ้มละมุน แถมคำแทนตัวก็เปลี่ยนไป

และที่สำคัญ... เสี่ยมันแต่งตัวไม่เรียบร้อย และกำลังจะจดกระดุมเสื้อ

นั่นแหละค่ะ...

คำตอบที่ชัด...

รอยแดงที่ต้นคอ...

"อาบน้ำเสร็จก็รีบมาเลย ลูกตื่นหรือยังละ?"

เพี๊ยะะะะะ!!

เราฟาดมือไปบนใบหน้าของเสี่ยแรงๆด้วยความรู้สึกโกรธที่มี การด์แถวนั้นต่างพากันก้มหน้าลงฉงุนไม่มีใครกล้ามอง

เราไม่ตอบด้วยคำใดทั้งสิ้น และหวังว่าการตบครั้งนี้ของเราอาจทำให้เสี่ยได้สติกลับคืนมา

"ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ..." เสียงเย็นชาและนิ่งเฉย เราใช้โทนเสียงนี้ถามกับเสี่ยไทม์ เสี่ยก็ดูอึ้งๆอยู่ไม่น้อย และดูท่าทางจะข่มอารมณ์ตัวเองอยู่เต็มที่

แหงละ... โดนเราตบไปซะขนาดนั้น หากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เราป่านนี้คงโดนยิงแหลกไปแล้ว

"อะไรของมึง.. พูดกันด้วยเหตุผลก่อน ก่อนที่จะมาใช้กำลังแบบนี้"

"จะให้พูดยังไงว่ะเสี่ย! แม่งชัดเจนขนาดนี้อะ! กลับไปนอนบ้านอย่างนั้นเหรอ! โดยที่หนูอยู่ที่นี้เฝ้าลูกงั้นเหรอ!"

"เรื่องแค่นี้ถึงขั้นต้อง.."

"เสี่ยมันเสือที่ไม่เคยทิ้งลาย! เสี่ยแม่งโคตรเลวสำหรับหนูเลย!" เราพูดตัดบทเสี่ยไทม์ด้วยความโมโห ไม่ต้องถามถึงอารมณ์ตอนนี้เลย เราแม่งโคตรรอย

รอยดูดที่คอแม่งโคตรเด่นชัด!

"จีน.. กูแค่กลับไปนอนบ้าน" ความแถของเสี่ยมันยังไม่หมดลง และเหมือนจะไม่รู้ว่าตัวเองโดดทำรอย

หึ!

สงสัยพอเช้าคงรีบมากลัวมันจะน่าสงสัย.. แต่แค่นี้เราก็รู้เลยค่ะ..

"กลับไปนอนหรือไปเสวยสุขกับคนอื่นตอบให้มันชัดๆเถอะเสี่ย" ประโยคนี้เรากัดฟันพูดอย่างเหลืออด พยายามข่มอารมณ์ตัวเองเต็มที่ แต่มันก็หมดลงจริงๆ เมื่อเสี่ยพูดคำนี้ใส่หน้าเราแรงๆ

"พูดเหี้*ไรเนี้ย!"

"รอยดูดที่คออะเสี่ย! เสี่ยไปทำอะไรไปสุขสมกับใครมา!!!!" เราตะโกนใส่หน้าเสี่ยไทม์สุดเสียงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินพวงแก้มทั้งสองข้าง

ประโยคที่เราพูดเข้าหัวเสี่ยไปแล้ว.. หน้าตาตื่นตูมก็ปรากฎขึ้นมาทันที และมันก็ช่างน่าภูมิใจจริงๆ เมื่อเสี่ยหลุดคำนี้ออกมา

"ฟัค!" พร้อมกับยกมือขึ้นลูบต้นคอตัวเอง เป็นสัญญาณบอกให้เรารู้ว่า...

เสี่ยไปทำบางอย่างมาจริงๆ

. . .

#จบตอน

🦄

ความคิดเห็น