Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

บทที่39 : ไม่ได้หายไป

ชื่อตอน : บทที่39 : ไม่ได้หายไป

คำค้น : My doctor,รักโหดๆ,มุ้งมิ้ง,หมอตรี,เจแปน,Nc18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2562 16:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่39 : ไม่ได้หายไป
แบบอักษร

บทที่39 : ไม่ได้หายไป

.

.

.

สองคนนั้นรู้จักกันด้วยหรอ?

แล้วไปรู้จักกันตอนไหน...

คำถามมากมายที่ยังคงผลิตขึ้นมาตั้งเป็นประเด็นมากขึ้นขนหัวผมมันอื้อไปหมด ทุกๆอย่างรอบข้างดูวุ่นวายและชวนให้สับสนบอกไม่ถูก

แค่เห็น'ปัน'กับ'แทม'สองคนที่ยืนคุยกันเมื่อกี้ผมก็จับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว สองคนนั้นเป็นอะไรกันว่างี้เถอะ...มันดูน่าจะสนิทกันมานานเพราะท่าทีของแต่ละฝ่ายดูจะเป็นกันเอง ถ้าให้เดาสองคนนั้นอาจจะรู้จักกันมาก่อนหน้านี้ด้วยซํ้า

"แทมมันคงไม่รู้ว่าปันมัน..."

'เคยอยู่ทีมนี้มาก่อน'

ผมได้แต่เก็บความสงสัยพับมันเก็บเข้าสมองไว้แบบเดิมก่อนที่จะเดินถือจานผักมายังโต๊ะที่นั่งของกลุ่มเพื่อนดังเดิม แต่แล้วสมองมันก็ปล่อยวางไม่ได้สักนิดจนตลอดการกินหมูกระทะมีเพียงผมที่นั่งเงียบไปซะดื้อๆ

"เจมึงเป็นอะไรไปรึเปล่า?"

"หือ เปล่าๆกูปกติดี"

"อยู่ๆก็เงียบไปกูตกใจหมด"

"เออๆ กูไม่เป็นไรหรอกน่า แค่นั่งคิดเรื่องการแข่งน่ะ เดี๋ยวมานะ"

"เคๆ รีบมาล่ะ"

ผมรีบลุกขึ้นโดยที่ไม่ลืมบอกพวกมันว่าจะไปเข้าห้องนํ้าก่อนจะเดินออกมาอีกทางซึ่งเป็นที่จอดรถที่ไร้ผู้คน ซึ่งผมคงทำได้เพียงหนีมาตอบปัญหากับตัวเองแค่นั้นแล้วถึงค่อยกลับไปที่โต๊ะ แต่ไม่ทันไรไอ้เด็กยักษ์ก็เดินเข้ามายืนข้างๆผมทันที

มันส่งยิ้มให้อย่างเคยที่มันมักจะชอบทำ ผมไม่รู้แน่ชัดหรอกว่ารอยยิ้มนั้นมันจะมาด้วยความประสงค์ร้ายหรือดีกันก็ไม่ทราบ

'ถามมันเลยดีมั้ยวะ?'

"เป็นไรอ่ะพี่ ไม่สบายหรอ?"

"เปล่าๆนี่มันก็ดึกแล้วล่ะ สงสัยกูคงง่วงอ่ะ"

"อืม...งั้นหรอ แล้วนี่การแข่งที่จะถึงนี้พี่ว่าจะเป็นยังไงอ่ะ ผมตื่นเต้นมากๆเลยพี่"

จะแสร้งยิ้มไปจนถึงเมื่อไหร่กันแน่นะ?...

ผมทำได้เพียงสบตามองรอยยิ้มที่ดูใสซื่อนั่นที่แทบจะบอกความรู้สึกไม่ได้ว่าจะเกลียดมันหรือจะเฉยๆกับเรื่องนี้ดี แต่ถ้าจะเมินเฉยทำเป็นไม่รู้ผมก็คงห้ามตัวเองไม่ได้หรอก เพราะยิ่งห้ามตัวเองมันก็มักจะรั้นให้ทำตามใจตัวเองไปเรื่อย

อีกแค่ห้าวันต่อจากนี้ทุกอย่างจะเริ่มลงตัวแล้วแต่มันก็มักจะมีปัญหามาแทรกอยู่ตลอดแล้วตอนนี้ปัญหาก็คือ'ไอ้แทมสนิทกับไอ้ปันตั้งแต่เมื่อไหร่?'

"แทม"

"ว่าไงพี่?"

"ถ้าสมมติมึงมีความลับกับใครสักคน มึงกล้าที่จะบอกเค้ามั้ย?"

"เอ่อ..เป็นผมก็เลือกที่จะบอกนะแต่ปัญหาไม่ใช่ตรงที่บอกหรือไม่บอกหรอก ผมว่าถ้าเรื่องบางเรื่องมันดีอยู่แล้วเราก็เงียบไว้ก็ได้ เพื่อความสบายใจของเค้าคนนั้นด้วยไง"

"อืม แบบนี้เองหรอ"

"ใช่ แล้วพี่ถามทำไมอ่ะ มีความลับหรอพี่?"

"กูน่ะไม่มีหรอก แต่คนในทีมกูมี"

"หืม เอาน่าพี่..เค้าคงอยากให้พี่สบายใจแหละ อย่าคิดมาก"

สุดท้ายไอ้เด็กนี่ก็เลือกที่จะยิ้มเป็นคำตอบกลับมาให้ผมไปโดยปริยาย เชื่อเถอะ...มันคงยังไม่รู้ตัวหรอกถึงได้กล้าพูดขนาดนี้ จนแล้วจนรอดผมก็ได้แค่เก็บเอาภาพที่เห็นและคำถามมากมายเก็บไว้อย่างเดิม

พอเริ่มดึกมากขึ้นผมเองก็ขอตัวกลับบ้านเพราะถ้ากลับไม่ตรงเวลาที่พี่ตรีมันให้มามีหวังโดนกดตายคาเตียงแน่นอน แล้วยิ่งการทำโทษของพี่มันก็ค่อนข้างโรคจิตผมเลยพยายามจะไม่ถูกลงโทษจะดีที่สุด

"งั้น..กูขอกลับก่อนแล้วกันนะ"

"อ่าว พี่รีบไปไหนอ่ะ พึ่งมาได้ชั่วโมงเดียวเองนะพี่"

"เหนื่อยน่ะ กูไปบอกไอ้พวกนั้นก่อนแล้วกัน"

หลังจากนั้นเสียงโหยหวนก็ดังสนั่นร้านแทบแตกก็ว่าได้เมื่อพวกมันต่างพากันร่วมมือที่จะยื้อผมให้อยู่ต่อ แต่ผมก็ปฏิเสธเป็นเสียงเดียวว่าจะกลับโดยให้เหตุว่าเหนื่อยเลยอยากพักผ่อน

"มึงนี่น้า มีแฟนแล้วทิ้งกูเลยนะ"

"นั่นปากหรอไอ้เทล?"

"จริงมั้ยล่ะ! ฮึ!..น่าหงุดหงิด"

"ก็มันเหนื่อยกูอยากพักผ่อน"

"เออๆ รีบๆกลับเลยมึงอ่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงพวกกูหรอกเดี๋ยวกินเสร็จก็แยกย้ายกลับ"

"อืม ฝากด้วย"


........

....... 

......

.....

....

...

..

.


ยามท้องฟ้าไร้ดวงอาทิตย์ก็มักจะดับมืดและถูกแทนที่ด้วยแสงของพระจันทร์ที่สว่างไสวไม่แพ้ไปกว่าพระอาทิตย์เลยแม้แต่น้อย สายลมที่เย็นยะเยือกพัดผ่านตัวผมไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบและทุกครั้งมันก็หนาวจับใจเสมอ

หลังจากกลับมาจากร้านหมูกระทะเป็นที่เรียบร้อยก็พบว่าภายในห้องช่างว่างเปล่าเสียเหลือเกินนั่นก็หมายถึงเจ้าของห้องอีกคนยังคงไม่กลับมาจากผับของกลุ่มพี่มันเหมือนกัน ทั้งๆที่วันนี้มีอิสระที่จะเฮฮาไปกับเพื่อนๆแต่ต้องมาสะดุดเพราะสิ่งที่น่าสงสัยจนทำให้ผมต้องลากสังขารตัวเองกลับมาเสียก่อน

"ตอนนี้พี่มันจะทำอะไรอยู่นะ?"

แสงไฟจากหน้าจอมือถือที่แสดงห้องแชทข้อความในแอพพลิเคชั่นถูกเปิดค้างไว้ที่มีเพียงบทสนทนาที่จบไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมจะเริ่มบทสนทนาใหม่แล้วมันจะไปรบกวนเวลาพี่มันกับฝูงเพื่อนมันมั้ยนะ...

วันนี้พี่ตรีมันอนุญาติให้ผมไปกับเพื่อนได้ครับแล้วพี่มันเองก็จะมาบอกผมเหมือนกันว่าวันนี้พี่มันมีนัดกับฝูงเพื่อนมัน ผมเลยลงความเห็นว่าก็ต่างคนต่างไปหาเพื่อนบ้างจะดีกว่า ผมกลัวว่าถ้าพี่มันอยู่กับผมมากไปเดี๋ยวเพื่อนๆพี่มันจะหน้าเป็นตูดอีก

"รอจนกว่าจะกลับแล้วกัน"

ผมอมยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะปล่อยกายเอนพิงไปกับโซฟาตัวยาวที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับประตูบานเลือนที่พอมองออกไปก็พบกับสระว่ายนํ้าส่วนตัวแล้วไหนจะสวนหย่อมขนาดย่อมที่ตกแต่งไปด้วยต้นไม้มากมายที่ใช้ประดับ

ก้มมองดูนาฬิกาในโทรศัพท์ก็เป็นเวลาสองทุ่มครึ่งกว่าแล้ว ผมเองที่ดันกลับมาก่อนก็อาบนํ้าแต่งตัวทาครีมแล้วมานั่งรอพี่มันต่อ สมองที่ปลอดโปร่งที่ดูเหมือนจะว่างเปล่า...แต่ไม่เลยมันมีแต่เรื่องที่เริ่มซับซ้อนมากมายที่ผมเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง

"ตกลงมึงสองคนเป็นอะไรกันแน่"

รุ่นพี่รุ่นน้อง...

รุ่นพี่คนสนิท...

หรือ คนรู้จัก...

แค่ความสัมพันธ์ของสองคนนั้นก็เล่นเอาสมองผมตื้อไปหมด คิดไม่ออกเลยสักนิดว่าทั้งคู่นั้นมีความสัมพันธ์กันแบบใด แล้วต่อมาที่ทำไมแทมมันถึงมาคัดตัวเข้ามาอยู่ในทีมผมทั้งๆที่ก็รู้จักไอ้ปันก็น่าจะรู้ว่าปันมันเคยอยู่ทีมผมมาก่อนและตอนนี้ปันมันก็อยู่โรงเรียนเอ็มแมนเตอร์ อีกไม่กี่วันต่อจากนี้พวกเราก็จะแข่งกันอยู่แล้ว!

ถ้ารู้จักกัน...ก็รู้อยู่แล้วสิว่าปันมันเป็นเซ็ตเตอร์แล้วเป็นคู่แข่งของฝั่งเรา แล้วทำไมต้องมาเข้าทีมเราทั้งที่สามารถเข้าเอ็มแมนเตอร์ได้สบายๆเพราะมีไอ้ปัน

'มันเลือกที่จะมาทีมผมทำไม?'

"ปวดหัวเป็นบ้า"

ผมถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะปัดปายความคิดและคำถามมากมายที่พรั่งพรูออกมาอย่างบ้าคลั่ง สายตาพลางอ่านรายชื่อในสมุดโทรศัพท์เพราะจู่ๆมันก็นึกถึงคนนั้นขึ้นมาจนได้...

จะมาถึงนึกมันอะไรตอนนี้?

นิ้วผมหยุดค้างอยู่ที่ชื่อของบุคคลที่คุ้นเคยและเคยสนิทกันมากก่อนหน้านั้นแต่ตอนนี้เราทั้งสองก็ต่างคนต่างมีหน้าที่และห่างหายกันไปเอง 'ปัน'รายชื่อและเบอร์ติดต่อมันผมยังเก็บไว้แล้วไม่ได้ลบมันทิ้งไปไหนเลยซะด้วยซํ้า อยากจะกดโทรหามันให้รู้กันไปเลยซะถ้าอย่างนั้น...

'ก็ได้แต่บอกตัวเองสุดท้ายว่าอย่าดีกว่า'


















ติดตามตอนต่อไป


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}