miew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 57

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.7k

ความคิดเห็น : 117

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ม.ค. 2562 09:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 57
แบบอักษร



“ ลูกสาวของคุณเริ่มจะล้ำเส้นมากเกินไปแล้วนะ ผมอยากให้คุณตักเตือนเธอหน่อย ” ปิงนั่งอยู่ในร้านอาหาร เขานัดเจอกับพ่อของอัญธิกา เรื่องที่คุยมีไม่กี่อย่าง แต่เรื่องที่ปิงต้องการคุยในตอนไม่พ้นเรื่องของลูกสาวของเขา

“ ผมต้องขอโทษที่ลูกสาวของผมเธอทำให้คุณเดือดร้อน ผมเองก็เตือนไปบ้างแล้วแต่ก็เหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยฟัง ถ้าคุณจะให้บทเรียนแก่เธอ ผมขอให้คุณเบามือหน่อยได้ไหม? เธอเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก ผมเลยทำให้เธอกลายเป็นคนเสียนิสัยและกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ ” ชายวัยสี่สิบปลายๆย่างห้าสิบตอบกลับมาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ เขาบอกเขาเตือนลูกสาวแล้ว เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าลูกสาวตัวเองไปเอาความมั่นใจผิดๆมาจากไหน เพราะเขารู้จักด้านมืดของปิงไม่น้อย คนทำธุรกิจร่วมกันมีหรือจะไม่ศึกษาว่าอีกฝ่ายเป็นคนยังไง เขารู้เรื่องหลายๆอย่างของปิง แต่ปิงก็เป็นนักธุรกิจที่ตรงไปตรงมาน่าร่วมลงทุนด้วย เขาจึงมองข้ามเรื่องบางเรื่องไป

“ ผมคิดว่าคุณคือผู้ร่วมลงทุนที่ดี มีหัวการค้าที่น่าร่วมลงทุนด้วย ผมจึงเตือนคุณก่อน ถ้าจะให้ผมลงมือสั่งสอนจริงๆมันคงหนักเกินไป คุณรู้ว่าผมเป็นคนยังไง? ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นคุณจะสามารถยืนดูอยู่เฉยๆได้หรอ? คนรักของผมเขาเองก็เริ่มจะไม่ชอบเรื่องนี้มากขึ้นแล้วด้วย ” ปิงเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเรื่อย เขาไม่ได้ข่มขู่แต่เขาจะทำจริงๆ ตอนนี้แค่สังคมมองคนของเขาไปในทางที่ไม่ดีเขาไม่สน เพราะยังไงคนที่อยู่ด้วยก็คือเขาไม่ใช่คนอื่น แต่ปิงเองก็กลัวว่าไอ้ดื้อที่บ้านจะคิดเล็กคิดน้อย แต่เด็กซนแบบนั้นไม่คิดใส่ใจหรอก อย่างมากก็แค่หัวร้อน

“ ผมจะห้ามเธอเอง แต่ถ้าเธอยังไม่ยอมเลิก เชิญคุณจัดการได้เลย ขอแค่อย่าส่งเธอไปขายต่างชาติก็พอ ” คนที่นั่งตรงข้ามของปิงพูดขึ้น แววตาของเขาแน่วแน่และคิดแบบนั้นจริงๆ ที่จริงคนที่เป็นพ่อคุยรู้เรื่องและเข้าใจทุกอย่าง แต่คนเป็นลูกนี่สิ เธอคิดอะไรอยู่ปิงไม่อาจรู้ ที่รู้คือถ้าน่ารำคาญมากก็กวาดทิ้งเสีย

“ ตกลง แต่อาจจะแรงหน่อยนะ คุณค่อยไปปลอบใจลูกสาวของคุณทีหลังแล้วกัน เพราะผมเป็นคนที่ถ้าจะตัดก็ต้องตัดให้ขาด ถ้าจะสั่งสอนผมก็จะสั่งสอนให้เข็ดหลาบ ผมขอตัว ” ปิงพูดจบก็ลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วหันหลังเดินจากไป ว่ากันแล้วพ่อของอัญธิกาไม่ได้ต้องการอะไรเกินตัว เพราะเขาคิดดูแล้วสิ่งที่ได้จากการร่วมลงทุนกับปิงมันเป็นอะไรที่มากพอที่ตกลงกันได้แล้ว แต่ลูกสาวเขานี่สิ เขาส่ายหัวมองตามหลังคนหนุ่มที่เดินจากไป

“ พ่อคงต้องให้ลูกได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างด้วยตัวเองแล้วล่ะ ” เขาถอนหายใจก่อนจะลุกออกจากร้านไป






..........


“ สวัสดีค่ะน้องปลาเก๋า บังเอิญจังเลยนะคะที่เจอกันอีกแล้ว ” ร่างอ้อนแอ้นของลิน่าทักทายปลาเก๋า เขาได้แต่กลอกตาถามฟ้าดินในใจว่าทำไมเขาถึงได้ซวยขนาดนี้ แต่วันนี้เขาไม่ได้เห็นเพียงเธอคนเดียว เธอมากับชายหนุ่มหน้าตาพอใช้ได้คนหนึ่ง อายุราวยี่สิบห้าสูงโปร่งแต่งตัวดี แต่สายตาชวนเหี้ยนเตียนทำเอาเขาแทบอ้วกนี่สิที่เขาไม่อยากจะเสวนาด้วย

“ ครับ คุณลิน่ามาชอปปิ้งกับแฟนหรอครับเนี่ย ดูเหมาะสมกันจังเลยนะครับ ” เขาตอบกับไปและส่งยิ้มให้เธออย่างซื่อๆ แต่เขาดูก็รู้ว่าเธอมีลูกไม้ คงจะพาไอ้หน้าประจวดนั้นมารู้จักเขาละสิ เดี๋ยวแม่ก็ฆ่าโยนทะเลคู่เลยหนิ!

“ แฟนที่ไหนกันคะ นี่เพื่อนพี่ชื่อมินิค เป็นลูกชายของโชว์รูมรถนำเข้า พอดีเขาเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก เราเลยนัดทานข้าวกัน ไม่น่าเชื่อว่าจะบังเอิญมาเจอกับน้องปลาเก๋าที่นี่ได้ ” เธอพูดอย่างมีจริตเพราะคนในโซนนี้ค่อนข้างเยอะ ก็นะห้างออกจะใหญ่โต แต่สายตาโลมเลียน่ารังเกียจจากไอ้ตาตี่ที่มากับเธอทำเอาเขาแทบอยากจะควักมันออกมาจากเบ้า!

“ ผมก็เห็นว่าคุณสองคนเหมาะสมกันดีน่ะครับ งั้นผมขอเสียมารยาทขอตัวก่อนนะครับ มีธุระต้องไปทำต่อ ” ว่าแล้วก็เตรียมตัวเบี่ยงออกจากวงสนทนาทันที แต่ไอ้ตาตี่ที่ยื่นข้างๆเธอกลับมือไวคว้าแขนของเขาไว้

“ อย่าพึ่งไปสิครับ ผมอยากจะรู้จักคุณมากกว่านี้สักหน่อย ไปทานข้ากับพวกผมสักมื้อสิครับ ” เขาสะบัดมือออกอย่างแรงแบบไม่ไว้หน้ามันเลย จับเฉยๆไม่ว่าแต่มันกลับใช้หัวแม่มือลูบคลำแขนเขาอีกด้วย แล้วก็สายตาชวนอ้วกระหว่างพูดด้วยนั่นอีก คิดว่าเขาเป็นอีหนูที่จะมาเล่นหูเล่นตาด้วยได้งั้นหรอ? ไอ้กร๊วกเอ๊ย!!

“ เก็บสายตาคุณด้วยนะครับ ถ้าไม่อยากถูกผมควักออกมาโยนเล่น และผมก็ไม่อยากจะไปไหนกับพวกคุณทั้งนั้น เชิญตามสบาย อ้อ! แล้วถ้าคุณลิน่ายังอยากอยู่ดีๆก็อย่าคิดจะยัดเยียดเพื่อนของคุณให้ผมรู้จักจะดีกว่านะครับ เพราะคุณปิงเขาไม่ชอบให้ผมคุยกับผู้ชาย ยิ่งถ้าเขารู้ว่ามีผู้ชายมาวอแวผมแล้วล่ะก็ แค่ลูกเจ้าของโชว์รูมรถนำเข้า ไม่คนามือคุณปิงหรอก ” พูดจบปลาเก๋าก็เดินออกไป แต่คนที่ยื่นอยู่กลับไม่สะทกสะท้านกับคำพูดเขาเลย ยังมองเขาด้วยสายตาน่าขยะแขยงเลียริมฝีปากอยู่อย่างนั้น


“ ถูกใจหรือเปล่า? คิดว่าสามารถเอามานอนด้วยได้ไหม? ฉันหวังว่าเพลย์บอยฟันแล้วทิ้งอย่างคุณจะทำมันได้นะ หึ! ” เธอเอ่ยถามหลังจากพาคนที่จะมากำจัดเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมออกจากปิง ส่วนผู้ชายที่เธอพามานั้นเป็นเพลย์บอยที่ชอบหลอกฟันสาวๆและหนุ่มน้อยแล้วทิ้ง ด้วยอิทธิพลของลูกจากของโชว์รูมที่มีเงินมากมายจึงไม่มีใครคิดกล้าต่อกรกับเขามากนัก

“ สเป็คผมเลยล่ะ ถึงจะผ่านมือคนอื่นมาแล้วแต่ผมก็ชอบนะ เป็นงานแบบนี้ผมก็อยากลอง ชิมแต่ใสๆมามากแล้วผมเริ่มจะเบื่อ ” เขาพูดพร้อมกับแสยะยิ้มน่าเกลียดออกมา เธอไม่ได้มีค่าจ้างหรือสินบนอะไร แต่เธอพามาเจอตัวให้อีกฝ่ายสนใจก็เท่านั้น และมันก็เป็นไปตามที่เธอคิด

“ ก็ดี เดี๋ยวฉันจะหาโอกาสพามาเจอเด็กนั่นบ่อยๆ มันชื่อปลาเก๋าจำชื่อมันไว้ให้ดีล่ะ ”


............50%.........

มาดึกเลยเรา แถมมาแค่50%ไม่เต็มตอนด้วย แหะๆ//ยิ้มแห้งประจบคนอ่าน วันนี้นึกว่าจะว่างแต่ก็ไม่ว่างเลย แม่ปลุกไปทำความสะอาดหิ้งพระแต่เช้า เหนื่อยมาก แถมช่วงบ่ายๆคล้อยเย็นๆก็ปวดตาเลยนอนพักจนตื่นมาอีกที่ก็สามทุ่มแล้วจ้าาาาา บ่นมาเยอะแล้วไปล่ะ ช่วงนี้รู้สึกว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจจะมาช้าหน่อยเด้อ ขอบคุณที่รอค่ะ แล้วจะรีบมาต่อให้นะเราคิดว่าท่านผู้อ่านทั้งหลายคงหมั่นไส้ใครบางคนจนคันไม้คันมือ








.......ต่อ......





ทุกอย่างมันเริ่มกวนใจของปลาเก๋าขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเข้าใกล้วันที่ขิงและกรจะเปิดตัวลูกชายยิ่งหนักขึ้น และมีหรือที่เขาจะไม่บอกเรื่องนี้กับปิง เขาบอกไปตั้งแต่วันแรกที่เจอไอ้ตาตี่แล้ว และเขาก็ขอปิงเอาไว้ว่าอย่าพึ่งทำอะไร เขาอยากจะจัดการทั้งคู่ในคราวเดียวเลย

“ ชุดที่ส่งมาจากร้านได้ลองดูหรือยัง ถ้าไม่ถูกใจก็ให้คนเอาไปเปลี่ยน ” ปิงถามคนที่กำลังนั่งป้อนข้าวลูกชายอยู่ ตอนนี้เป็นเวลาทานอาหารเย็น และพวกเขาก็นั่งทานข้าวกันพร้อมหน้า แล้วปิงก็ได้พูดถึงเรื่องชุดที่จะใส่ไปงานเปิดตัวลูกชายสุดที่รักของกร

“ ร้านนี้ไม่เคยผิดหวังหรอกครับ ชุดสวยมาก ชุดของน้องชินก็น่ารักเข้ากับชุดของผมเลยล่ะ ” ชุดของปลาเก๋านั้นเป็นสูทสีน้ำเงินครามสวย ส่วนของน้องชินเป็นสีฟ้าอมเขียวน้ำทะเลสวยอีกเหมือนกัน พอชุดมาถึงเขาก็จัดการจับลูกชายตัวน้อยมาลองทันที ตัวเขาเองก็ลองชุดคู่กันกับลูกชาย ส่วนของปิงนั้นเป็นชุดสีดำแต่ตัวเสื้อสูทเป็นผ้าปักด้ายสีดำเงาสวยงามและหรูหราสมกับเจ้าตัว ซึ่งก็เข้ากับชุดของปลาเก๋าและน้องชินด้วย แถมเจ๊ริซเจ้าของห้องเสื้อยังให้ลูกมือที่เป็นช่างแต่งหน้ามาแต่งให้เขาและครอบครัวด้วย

“ ก็ดี พรุ่งนี้เราจะได้จบเรื่องไรสาระเสียที ” ปิงพูดจบก็ทานข้าวต่อ ส่วนน้องชินนั้นข้าวเต็มปากเลยได้แต่มองมี้กับแด๊ดคุยกันอย่างเดียว น้องชินก็อยากคุยด้วยเหมือนกันแต่ในปากมีแต่ข้าว!






...........

ในที่สุดวันงานก็มาถึง งานจัดขึ้นตั้งแต่หกโมงเย็นเพราะลูกชายของขิงและกรจะงอแงถ้านอนดึกหรือถูกรับกวนจนเกินไป ภายในโรงแรมระดับห้าดาวห้องจัดเลี้ยงกว้างขวางถูกจับจองและจัดงานนี้ขึ้น และแน่นอนว่าขิงได้เชิญญาติเพียงคนเดียวของเขามาด้วย ตะวันและพงศ์ได้นำไวน์รสดีมาใช้ในงานของหลานชายและเหลนตัวน้อยอย่างเต็มที่ ถือว่าโปรโมทไปในตัวสร้างรายได้ทางธุรกิจไปอีก


“ พร้อมหรือยัง? ” เมื่อรถคันหรูเคลื่อนตัวมาจอดนิ่งที่หน้าโรงแรมปิงก็ถามร่างบางขึ้น ตอนนี้เขามากับคนติดตามอีกห้าหกคน ปลาเก๋าจับมือน้องชินที่ดูจะตื่นเต้นมากเป็นพิเศษเพราะวันนี้มี้บอกว่าจะได้มางานเลี้ยงครับรอบน้องซันกับน้องกันต์อายุห้าเดือนล่ะ แต่ห้าเดือนเท่าไหร่น้องชินไม่รู้ เพราะน้องชินนับนิ้วมือได้แค่สิบเอง แต่มี้บอกว่าห้าเดือนมีเป็นร้อยเลย

“ พร้อมแล้วครับ พวกเราเขาไปในงานกันเถอะ ” ปลาเก๋าตอบก่อนที่ประตูรถคันหรูจะเปิดออกด้วยลูกน้องของปิง ทั้งสามลงจากรถและเดินตามพนักงานที่มารอต้อนรับเข้าไปข้างใน


“ นี่ของขวัญสำหรับน้องซันและน้องกันต์ ถึงปกติจะซื้อให้บ่อยๆก็เถอะ ขอให้หลานทั้งสองร่างกายแข็งแรงนะครับ ไม่งอแงกับคุณแม่เนอะ ” หลังจากเดินเข้าไปในงานปลาเก๋าก็ตรงดิ่งเข้าไปหาเพื่อนรักที่กำลังอุ้มลูกน้อยอยู่ นักข่าวที่เริ่มมาแล้วก็ค่อยเมี่ยงมองเขาเหมือนกับว่าจะหาโอกาสเข้ามาซักฟอกอะไรทำนองนั้น

“ นี่ของน้องชินครับ น้องชินให้น้องนะครับ ” น้องชินยื่นกล่องของขวัญอันเล็กสองกล่องให้คุณอาขิงแม่ของน้องน้อย สีแดงของน้องซัน สีขาวของน้องกันต์ล่ะ แต่น้องชินไม่บอกหรอกว่ามีอะไรข้างใน

“ อาขิงขอบคุณน้องชินแทนน้องๆนะครับ.. ขอบใจที่อุตส่าห์หาซื้อของขวัญมาให้นะปลาเก๋า เข้าไปข้างในก่อนเถอะ มีขนมและน้ำให้กินด้วยนะ สักทุ่มครึ่งก็เสริฟอาหารแล้วละ กินของว่างรองท้องไปก่อนแล้วกันนะ ” ทั้งสามคุยกันสักพักก็เข้าไปในส่วนของงาน ภายในจัดได้สวยมาก และชุดของขิงกับกรนี่เหมือนทั้งสองกำลังเข้าพิหมั้นกันกลายๆเลยส่วนเจ้าตัวน้อยสองคนนั้นอยู่ในชุดหมีน่ารักน่าขย้ำมาก และในงานนั้นมีลูกน้องของกรยืนคุ้มกันแน่นหนา เพราะอะไรก็ไม่แน่นอนสำหรับมาเฟีย




ระหว่างรอที่ได้เริ่มงาน นักข่าวที่มารอทั้งหลายก็ได้ไปสัมภาษณ์ถามไถ่กับคนดังหรือไฮโซนักธุรกิจทั้งหลาย รวมถึงปิงและปลาเก๋าด้วย น้องชินถูกปิงอุ้มขึ้นด้วยแขนเพียงข้างเดียว น้องตื่นคนหน่อยๆเพราะกล้องและไมค์ถูกจ่อมาทางพวกเขาที่ถูกยืนล้อมอยู่ นักข่าวจากหลายสื่อและหลายหน้านิตยสารรุมล้อมทั้งสามไว้ โดยที่คนของปิงกันไม่ให้คนพวกมันเบียดเข้ามาจนเกินไป

“ ขออนุญาตถามอัพเดทเรื่องราวชีวิตของคุณปิยชัยได้ไหมคะ? อยากจะทราบว่าน้องที่คุณปิยชัยอุ้มอยู่ใช่ลูกบุญธรรมที่มีข่าวว่ารับเลี้ยงหรือเปล่าคะ? ” นักข่าวสาวจากสายข่าวบันเทิงได้ถามขึ้น เรื่องนี้เป็นประเด็นอยู่ และปิงเองยังไม่พูดอะไรมาก บอกแค่เรียบร้อยแล้วเขาจะบอกอีกที คราวนี้มีโอกาสแล้วก็ถามไปให้ได้รู้เสียเลย

“ ใช่ครับ ชื่อชินเพิ่งจะรับมาเลี้ยงเมื่อไม่นานมานี้ แฟนของผมอยากเลี้ยง ผมเลยตามใจเขา.. ชินสวัสดีคุณอาทุกคนสิ ” ปิงพูดบอกให้หายสงสัยกัน แล้วก็บอกน้องชินยกมือสวัสดีนักข่าวด้วย และน้องก็ทำตามอย่างว่าง่ายก็ยกมือไหว้และพูดว่า ‘สวัสดีครับ’ น้องยิ้มอายก่อนที่คำถามต่อไปจะเริ่มขึ้น

“ มีข่าวซุบซิบวงในพูดกันมาว่า แฟนของคุณปิยชัยนอกกายนอกใจคุณนี่จริงไหมคะ? แล้วที่ว่าคุณกับคุณลิน่ามีสถานะคลุมเครือต่อกันนี่มากน้อยแค่ไหนกันคะ ” ดวงตาตมปราดมองไปทางนักข่าวสาวจนเธอถึงกับสะดุ้ง มือที่ถือไมค์อยู่นั้นสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอคือคนที่ลิน่าจ่ายเงินให้หลายหลักเพื่อที่จะมาเป็นหน่อยกล้าตายถามคำถามชวนหัวขาดแบบนี้

“ ข่าวนั่นคุณได้ยินมาจากไหนล่ะครับ? ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวหรือเป็นคนพูดเรื่องนี้ คนรักของผมเขาไม่เคยได้มีเวลาอยู่กับตัวเองเกินสามชั่วโมงด้วยซ้ำ ผมยึดเวลาทั้งหมดของเขาเพราะให้ลูกน้องผมคุ้มกันแม้กระทั้งเข้าห้องน้ำยังตามไปเฝ้า.. ส่วนเรื่องของคุณอัญธิกามันไม่มีอะไรมากมายอย่างที่เธอเคยให้สัมภาษณ์นั่นแหละครับ ผมกับเธอมีแค่ธุรกิจเท่านั้นที่เกี่ยวพันธ์กัน เพราะเธอเข้ามาช่วยพ่อของเธอทำงาน เธอพูดความจริงพวกคุณไม่เชื่อเธออย่างนั้นหรอ? ” ปิงพูดพลางถามนักข่าวกลับไปด้วย ทุกคนต่างมองหน้ากันแล้วเปลี่ยนคำถามกันทันที ที่ลิน่าเคยให้ข่าวไว้คือ ‘ไม่มีอะไรค่ะ เราทั้งสองคนแค่สนิทกันมากและเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจกัน อาจจะมีบางครั้งที่พวกเราดูสนิทกันมากไปหน่อย ที่จริงแล้วไม่มีอะไรหรอกค่ะ’ เป็นใครจะไม่คิดก็เล่นพูดว่าสนิทกันมากตั้งหลายครั้งขนาดนั้น

“ แล้วคุณปิงมีแพลนว่าจะแต่งงานกับแฟนไหมครับ? เราจะได้รับข่าวดีจากคุณเมื่อไหร่ ” นักข่าวชายถามขึ้น เรื่องที่พวกเขาและคนอื่นๆที่อยากรู้ต่างก็เคลียร์ชัดเจนแล้ว ไม่มีนอกไม่มีในอะไรทั้งนั้น และคำถามนี้ปลาเก๋าเองก็หันไปมองปิงที่อุ้มน้องชินอยู่ เขาไม่เคยคิดเรื่องแต่งงาน เขาคิดแค่ว่าทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว จะแต่งไม่แต่งคงไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ แล้วอีกอย่างถึงเขาจะเป็นเมีย แต่เขาก็รู้สึกอายอยู่บ้างที่ต้องอยู่ในฝ่ายที่เป็นเจ้าสาว

“ ตอนนี้ผมยังไม่ว่างพอที่จะจัดงานแต่งได้ เอาได้พร้อมเมื่อไหร่ผมจะเชิญพวกคุณไปเป็นช่างภาพในงาน ” ปิงนั้นตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขาแค่คิดเล่นๆว่าอยากลองสาบานรักในโบสถ์ดูสักครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยถามหรือพูดเรื่องนี้กับปลาเก๋าเลย ถึงยังไงเขาก็เป็นเจ้าของของร่างบางอยู่แล้ว ต่อให้สวมแหวนแบบไม่มีพิธี เขาก็ยังเป็นคนเดียวที่รักปลาเก๋าได้ รวมชินเข้าไปด้วยอีกคนแล้วกัน ส่วนปลาเก๋ามองหน้าปิงตาแทบล้นออกมาจากเบ้า ไม่คิดว่าปิงจะพูดอะไรแบบนี้ได้หน้าต่าเฉย!! ก่อนความเขินอายจะปรากฏขึ้นที่ใบหน้า





เมื่อถึงเวลาเริ่มงาน กรและขิงนั่งอยู่ที่โซฟาสีขาวมีโต๊ะเตี้ยเพื่อไว้สำหรับวางไมค์และมีนักข่าวนั่งรอถามคำถามและถ่ายรูปของพวกเขา และพอถึงเวลานักและก็ยิงคำถามและถ่ายภาพทันที และทุกคนในงานก็ได้ตกตะลึงเพราะนักข่าวคนหนึ่งถามขึ้นมาว่า ‘ไม่ทราบว่าแม่ของเด็กๆไปไหนครับ ใช่หรือเปล่าที่คุณกรรับเพียงแค่ลูกชายทั้งสองมาเลี้ยง แล้วให้เงินแม่ของเด็กไปเพราะไม่ต้องการเธอ’ แต่กรก็ตอบกลับไปอย่างสบายๆว่า ‘แม่ของเด็กก็นั่งอยู่ข้างๆผมนี่ไง เขาเป็นคนที่พิเศษกว่าใครบนโลกใบนี้ พระเจ้ารักเขามากจนประทานสิ่งที่ไม่มีในผู้ชายให้เขามา ผมรู้ว่าพวกคุณเข้าใจที่ผมพูด’ แล้วความอึ้งปนสนใจถูกส่งต่อไปที่ขิงทันที ขิงได้แต่ยิ้มรับและทุกคนก็ถ่ายรูปของขิงรัวๆ


หลังจากนั้นทุกคนก็ร่วมกินดื่มจนงานเลิกลา ในงานมีลิน่าด้วย และด้วยความเสียหน้าที่เธอเคยใช้คำพูดคลุมเครือของเธอก่อนที่จะมางานนี้ทำเอาทุกคนก็ต่างเข้าใจว่าเธอนั้นพัฒนาความสัมพันธ์ของเธอกับปิงไปไกลกว่าคำว่าเพื่อนแล้ว แต่วันนี้เธอเหมือนโดนหักหน้ากลางสี่แยกไฟจราจร ทุกอย่างที่ทำมาตลอดสูญเปล่าเพียงวันเดียว คลุมเครือยังไงก็ไม่ดีไปกว่าชัดเจน! แต่ยังดีที่คำพูดของเธอมันสื่อออกมาได้สองความหมาย ถึงจะหน้าแตกแต่ก็พอยืนในสังคมได้ล่ะนะ

“ ทำไมคุณถึงไปมองอีเด็กชั้นต่ำนั่น! ทำไมคุณไม่มองฉัน!! มองฉันสิ! ฉันมีดีทุกอย่างทำไมถึงได้ไม่มอง! ” อัญธิกาเธอระบายความอัดอั้นตันใจกับหมอนและผ้าห่มในห้องของเธอ กรีดร้องทุบตีอย่างกับคนเสียสติ โดยมีผู้เป็นพ่อยืนฟังอยู่เงียบๆที่หน้าห้อง มันจะไม่จบแค่นี้ถ้าลูกสาวของเขาไม่หยุด ผู้เป็นพ่อได้แต่คิดอยู่ในใจ


วันต่อมาข่าวที่ประโคมเขียนนั้นมีแต่เรื่องที่คนอ่านตกตะลึงอุทานออกมากันท้วนหน้า กรที่ว่าไม่เอาเมียมีแต่ลูกนั้นก็ถูกเฉลยว่าแม่ของเด็กคือหนุ่มหน้าหวานที่เห็นอยู่ด้วยกันบ่อยครั้ง ส่วนปิงและคนรักนั้นรักกันดีไม่มีเรื่องทีบรรดาข่าววงในทั้งหลายพูดกันมาแตกกระเจิง แต่คนที่พูดปล่อยข่าวพล่อยๆออกมาคือไอ้ตาตี่ที่ปลาเก๋าชอบเรียกนั้นเอง แต่มีหรือที่ปิงจะไม่รู้หรือสืบไม่ได้



“ ดีจังเลยนะ เป็นแค่เด็กสกปรกคนหนึ่งแต่สามารถจับคุณปิงได้ เอาร่างกายเข้าแลกโดยไม่สนแม้กระทั่งเพศของตัวเอง! ไม่รู้ว่าจะพูดว่าน่าสมเพชหรือน่าขยะแขยงก่อนดี! ” ปลาเก๋าได้ยินเสียงที่ดังตามมาจากข้างหลัง วันนี้เขามาเดินเล่นที่ห้างเปิดใหม่ที่ปิงร่วมลงทุนกับพ่อของลิน่าสร้างขึ้น เขาพึ่งออกจากห้องน้ำแล้วกำลังจะเดินกลับ แต่มาเจอกับเธอคนนี้เสียก่อน ลิน่านั่นเอง

“ ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณมีปัญหาอะไรกับผมนักหนา อยู่ดีๆก็เข้ามาหาเรื่องทั้งๆที่เราก็ไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำ เอาแต่พูดนั้นนี้กระแทกแดกดันผม ถามจริงๆเถอะคุณ การที่คุณเข้ามาเป็นมือที่สามของครอบครัวคนอื่นมันดีนักหรอ? มีผู้ชายมากมายพร้อมจะเป็นสามีที่ดีของคุณ แต่คุณกลับจะมาแย่งสามีจากคนต่ำๆอย่างผม?คุณคิดดีแล้วหรอที่จะกินของเก่าต่อจากผมคนนี้? ” ปลาเก๋าเหลืออดแล้วเหมือนกัน เขานึกว่าเรื่องเมื่อคืนจะทำให้เธอคนนี้คิดได้ แต่คงเปล่าประโยชน์ ถ้าไม่จัดการให้เด็ดขาดคงตามมาเป็นแมลงหวี่ให้เขารำคาญเล่น

“ แก!! คนอย่างแกมันหน้าจะโดนพวกผู้ชายขี้ยารุมโทรมมากกว่าจะมาเป็นคนของคุณปิงซะอีก!! ดูก็รู้ว่ามาเกาะคุณปิงกินหน้าไร้ยางอาย!! ” ร่างบางยืนฟังอย่างนิ่งเฉย ผิดกับอีกฝ่ายที่โกรธเสียจนร่างสั่นเทิ้ม คนของปิงมาตามเขาแล้ว แต่ปลาเก๋าใช้สายตาปรามพวกการ์ดเอาไว้ก่อน เขาก็อยากจะพูดกับคนตรงหน้าให้มันจบๆไปเหมือนกัน

“ ถ้าผมไร้ยางอายแล้วอย่างคุณควรเรียกว่าอะไรดีล่ะ? จะบอกให้นะว่าชีวิตผมไม่ได้เรียบหรูอย่างที่คุณเป็นอยู่ทุกวันนี้หรอก ผมเป็นเด็กที่ปากจัดและชอบด่าทุกคนที่ทำให้หัวเสีย แต่คุณรู้ไหมตั้งแต่ที่ผมอยู่กับคุณปิงแค่ผมเผลอพูดคำหยาบแค่คำเดียวเขาก็ตบเสียเลือดกลบปากแล้ว แล้วคุณคิดว่าคุณหนูโลกสวยแบบคุณจะอยู่ได้หรอ? คุณสามารถนั่งดูผู้ชายถูกผู้ชายด้วยกันมีเซ็กส์ได้ด้วยไหม? อย่าหาว่าเด็กสอนผู้ใหญ่เลยนะ ถ้าไม่แกร่งพอก็อย่าคิดที่จะมายืนเทียมข้างคุณปิงเถอะ กลับไปนอนฝันในทุ่งลาเวนเดอของคุณต่อจะดีกว่า ” เขาไม่ได้ดูแคลนแต่เขาพูดความจริง ปิงเป็นผู้ชายที่ไม่เคยเอาอกเอาใจใครก่อน เขาเป็นคนที่ประมาณว่าถ้าอ่อนให้ได้ก็อ่อน แต่ถ้าไม่ก็คือไม่ ยิ่งมาตามจุกจิกน่ารำคาญยิ่งแล้วใหญ่ เขาจึงไม่เคยบ่นไม่ว่าจะมีใครมาหว่านเสน่ห์ใส่ปิง แต่เขาจะเดินไปอ่อยผู้ชายคนอื่นให้ปิงดึงเขากลับไปแค่นั้นเอง แต่กับเธอคนนี้คงจะไม่เข้าใจอะไร

“ อย่าสะเออะมาสั่งสอนฉัน!! แค่อีตัวอย่ามาพูดปากดี! ฉันเกลียดแก! ฉันเกลียดแก! ” เธอพุ่งเข้าไปทำร้ายปลาเก๋า และปลาเก๋าก็โดนเธอกระชากอย่างแรงก่อนที่มือของเธอจะตบเข้าเต็มหน้าของเขา ไม่ใช่แค่โดนฝ่ามือแต่โดนเล็บของเธอด้วยจึงทำให้เป็นรอยแดงเป็นทางยาวที่แก้มของปลาเก๋าเอง

ตึกๆๆ พรึบ! ปัก!

การ์ดวิ่งเรามาอย่างเร็วหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น อัญธิกาถูกดึงเหวี่ยงออก แต่ไม่วายจะทำร้ายปลาเก๋า การ์ดเลยต้องทำให้เธอสงบลงด้วยการสับสันมือลงท้ายทอยของเธอ ปลาเก๋านั้นเดือดมาก เขาไม่ยอมถูกตบฟรีๆแน่นอน

“ เอาตัวเธอกลับไปด้วย ผมจะสั่งสอนเธอเอง ”






............

มาแล้วๆๆๆๆ ต้องยกยอดไปจัดการนางตอนหน้านะคะ มันต้องมีจุดพีคเนาะ อยู่ดีๆจะจับนางถ่วงน้ำเลยไม่ได้ ขอโทษหลายๆที่หายไปนาน ขอบคุณที่รอกัน อ่านคอมเมนท์แล้วรู้สึกจุกที่มาช้าไปเลย โทรศัพท์เราตกถ้วยน้ำแกงค่ะ ดูอาการกันอยู่หลายวันเลยทีเดียว มาดูกันว่าเราจะจัดการเขายังไง! เจอกันตอนหน้า!

TBC.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น