ไอลดา ลีลาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แค่ตัวสำรอง (35%)

ชื่อตอน : แค่ตัวสำรอง (35%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2562 15:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แค่ตัวสำรอง (35%)
แบบอักษร

ตอนที่ 3

ณัฐนรีขับรถมายังคอนโดฯ ของมินตรา เธอนั่งรอที่ล็อบบี้อย่างใจเย็น เพราะเห็นแล้วว่ารถของอิทธิกุลจอดอยู่ หญิงสาวโทร. ไปที่บ้านของเขา มารดาเขาก็ตอบอึกอัก เธอฆ่าเวลาด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์ทั้งเล่มแทบจะทุกตัวอักษร แต่เขาก็ยังไม่ลงมาจนแทบจะหมดความอดทน

อิทธิกุลอยู่รอจนมินตราหลับจึงปลีกตัวออกมาเพราะมีงานเร่งด่วนที่บริษัท แต่ก็ได้แปะโน้ตไว้ว่าจะมารับเธอไปหาหมอเมื่อกลับมาจากบริษัท ทั้งยังเตรียมข้าวต้มอีกหม้อหนึ่งไว้ให้เธอแล้ว เขาเดินฮัมเพลงเบาๆ ขณะเดินผ่านล็อบบี้พอดี

“พี่อิท”

ณัฐนรีพับหนังสือพิมพ์ประหนึ่งตื่นเต้นและดีใจที่ได้เจอเขา ขณะที่อิทธิกุลตกใจราวกับเห็นผี เขาไม่ได้เตรียมตัวว่าจะเจอเธอที่นี่ แล้วคนไม่เคยโกหกก็ใบหน้าซีดเผือดเหงื่อออกตามฝ่ามือ

“มาทำอะไรที่นี่คะ”

“แล้ว...แล้วนรีล่ะ มาทำอะไรที่นี่”

“นรีนัดกับเพื่อนไว้น่ะค่ะ เพื่อนกำลังจะเดินทางมาถึง พี่อิทล่ะคะ”

“เอ่อ...พี่มาทำธุระนิดหน่อย กำลังจะกลับแล้วละ”

“เหรอคะ ดีจริง...งั้นนรีกลับด้วยเลยนะคะ”

“แล้วนรีไม่รอเจอเพื่อนแล้วเหรอ”

“ไม่ละค่ะ เพื่อนเจอเมื่อไหรก็ได้ แต่เจอพี่อิทยากกว่าเจอเพื่อนอีกค่ะ”

นรีเดินเกี่ยวแขนชายหนุ่มไปด้วยกัน ประชาสัมพันธ์และรปภ.ต่างก็มองกันเป็นตาเดียว เป็นปกติของสังคมที่เรื่องซุบซิบนินทาถือเป็นเรื่องที่ทุกคนหนีไม่พ้น นรีแทบจะทำตัวติดกับเขาเลยทีเดียว หญิงสาวนั่งเฝ้าเขาตั้งแต่บ่ายจนเย็นไม่ยอมกระดิกตัวไปไหน เพราะระแวงว่าอิทธิกุลจะกลับไปหามินตรา ส่วนรถของเธอที่จอดอยู่ที่นั่นก็ให้คนของบิดาไปรับกลับมาไว้ที่บ้านแล้ว เธอก็มีข้ออ้างได้ว่าไม่มีรถให้เขาไปส่ง แต่ก่อนจะไปส่งบ้านเธอจะถ่วงเวลาให้ถึงที่สุด

“พี่อิทคะ เย็นนี้เราไปทานข้าวกันอีกนะคะ” อิทธิกุลอึกอัก เพราะเขามีนัดจะพามินตราไปหาหมอ

“นะคะพี่อิท นรีมีความสุขมากเลยค่ะ แต่ถ้าพี่อิทไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรค่ะ นรีกลับไปกินข้าวที่บ้านคนเดียวก็ได้”

น้ำเสียงอ่อนลง สีหน้าเศร้าสร้อยจนอิทธิกุลใจร้ายไม่ลง เขาไม่ได้แพ้มารยาหญิง แต่ไหนๆ อีกไม่กี่เดือนเธอก็จะมาใช้ชีวิตร่วมกันอยู่แล้ว แค่นี้มันไม่ได้หนักหนาสาหัส ไปกินข้าวกับเธอก่อนแล้วค่อยพามินตราไปหาหมอก็ได้

“ตกลง แต่คืนนี้ไม่ดึกเนอะ”

“ได้สิคะ ขอบคุณค่ะพี่อิท”

หญิงสาวเดินเข้าไปกอดคอหอมแก้มเขาโดยเร็ว ตามประสาสาวหัวนอกที่ไม่ได้สนใจขนมธรรมเนียมประเพณี ธนัชที่ตั้งใจมาหามินตรา เมื่อรู้จากคนด้านนอกว่าเธอไม่มาทำงาน จึงเดินเข้ามาหาพี่ชายแทน เขาเห็นภาพดังกล่าวเต็มๆ ตา ชายหนุ่มกระแอมขัดจังหวะ ทำให้ณัฐนรีรีบปล่อยมือ อย่างน้อยเธอก็มีความอายอยู่บ้าง

“ฮะแฮ่ม ขอโทษที่มาขัดจังหวะครับ”

“จังหวะอะไรคะคุณแม็กซ์ ไม่เจอกันตั้งนานเดี๋ยวนี้หล่อขึ้นนะเนี่ย”

“แกล้งชมผมกลบเกลื่อนหรือเปล่าครับคุณนรี”

แล้วธนัชก็ยิ้มยียวนใส่พี่ชาย อิทธิกุลจะไล่เตะน้องชายแต่เขาวิ่งไปหลบด้านหลังของณัฐนรีแทน เมื่อก่อนธนัชจะตามคุณป้า คือมารดาของอิทธิกุลไปต่างประเทศด้วยกันบ่อยๆ ซึ่งในกรุ๊ปก็รวมถึงณัฐนรีและครอบครัวของเธอด้วย เขาทั้งสองจึงสนิทสนมกัน อายุก็ห่างกันแค่สามปี เหมือนจะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันได้เลย

“มาหาฉันนี่มีอะไรหรือเปล่า ร้อยวันพันปีมาไม่เคยถึงพี่ชายหรอก”

อิทธิกุลกระแนะกระแหนน้องชาย ณัฐนรีเหลือบมองคนทั้งคู่สลับกัน นี่ถ้าทั้งสองรู้เรื่องของมินตราบ้านจะแตกไหม จะทะเลาะกันใหญ่โตแค่ไหน แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ใช่คนโรคจิตพอที่จะทำร้ายพวกเขาทั้งสอง

“มิ้นไปไหนเหรอครับพี่อิท ผมโทร.ไปก็ไม่รับสาย ไม่สบายหรือเปล่า”

“โทร.มาลางานนี่ เห็นว่าไม่สบาย”

“จริงเหรอครับ แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า”

“ไม่รู้สิ”

“งั้นผมไปเยี่ยมเธอดีกว่า” แต่แล้วสีหน้าที่สดใสเมื่อสักครู่ก็เศร้าหมองลง เธออยู่ชั้นไหนห้องอะไรยังไม่รู้เลย

“งั้นนรีไปเป็นเพื่อนไหมคะ คุณแม็กซ์ไปเยี่ยมตามลำพังจะน่าเกลียดหรือเปล่า เธอเป็นผู้หญิงนะคะ”

อิทธิกุลความคิดไวกว่าแสง รีบฉุดรั้งหญิงสาวให้เร็วที่สุด เพราะหากเธอรู้ว่ามินตราอยู่คอนโดฯ ที่เขาเพิ่งลงมาเมื่อช่วงบ่าย รับรองว่าธนัชต้องรู้แน่ๆ เขาไม่เท่าไหร่...แต่เรื่องนี้มินตราขอร้องไว้ เธอบอกกับเขาว่าจะเป็นคนบอกธนัชเอง แต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่เห็นว่าหญิงสาวจะพูดอะไรจนเวลาล่วงเลย และต่างฝ่ายต่างก็ยิ่งละอายใจหากจะพูด

“แต่เย็นนี้มีนัดกับพี่จะไปดินเนอร์กันไม่ใช่เหรอ” ณัฐนรีแสร้งทำเป็นลังเล และเธอก็ยิ้มหวานให้เขา

“นรีไปกับพี่อิทดีกว่า ดูจะน่าตื่นเต้นกว่ากันเยอะ”

“อ้าว ไหงคุณนรีทิ้งกันอย่างนี้ล่ะครับ”

ณัฐนรีแกล้งยั่วอิทธิกุลเพื่อดูปฏิกิริยาเท่านั้น เธอไม่ได้อยากจะไปกับธนัชเพื่อส่งยิ้มแสดงความเห็นอกเห็นใจมินตราที่นอนป่วย งานตีหน้าโง่เธอไม่ถนัด แต่ถนัดชนกันเสียมากกว่า

“เดี๋ยวเขาดีขึ้นก็คงรับสายหรือโทร.กลับหาแกเองแหละ ปล่อยให้เขาพักผ่อนเถอะ”

อิทธิกุลแสร้งทำเป็นห่วงใยน้องชาย ทั้งที่จริงแล้วเขาไม่พอใจหากมินตราจะคุยโทรศัพท์กับธนัชตอนที่เขาไม่อยู่ด้วย โชคดีที่น้องชายเขาเชื่อฟัง ธนัชพยักหน้ารับทราบ ณัฐนรีมองสองคนพี่น้องแล้วรู้สึกเสียดาย ขึ้นชื่อว่าเรื่องผู้หญิงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพ่อลูกกันหรือพี่น้องก็บ้านแตกได้ทุกครั้งไป

“ไปกันค่ะพี่อิท นรีเริ่มหิวแล้วค่ะ”

“ระวังนะครับคุณนรี เดี๋ยวอ้วนแล้วจะใส่ชุดเจ้าสาวไม่สวย”

“มีแซวๆ อย่างนรีน่ะไม่อ้วนง่ายๆ หรอกค่ะ อย่าลืมไปงานนรีนะคะคุณแม็กซ์”

“ผมจะไปแย่งกั้นประตูเงินประตูทองเลยครับ นอนเฝ้าหน้าประตูเลย เดี๋ยวมีคนมาแย่ง”

แล้วทั้งสองก็หัวเราะให้กัน ณัฐนรีเดินควงแขนออกไปกับอิทธิกุล ในขณะที่ธนัชเดินรั้งท้ายและลองโทร.หาหญิงสาวอีกครั้งเผื่อเธอรับ และดูเหมือนมันจะทำให้เขายิ้มได้เมื่อมินตรารับสายจริงๆ

“มิ้นเป็นยังไงบ้าง แม็กซ์มาที่ทำงานของมิ้นน่ะ ถึงได้รู้ว่ามิ้นไม่สบาย”

มินตราพลิกกายแล้วได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่ร้องดัง เธอจึงรีบหยิบมารับทันทีเพราะคิวว่าเป็นอิทธิกุล หญิงสาวผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็แสร้งพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ

“ดีขึ้นแล้วละแม็กซ์ ขอบคุณนะที่เป็นห่วง”

“น้ำเสียงมิ้นยังไม่ค่อยดีเลย ไปหาหมอไหมเดี๋ยวแม็กซ์พาไป”

“ไม่เป็นไรจ้ะ มิ้นค่อยยังชั่วแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ทำงานได้แล้ว ถ้าไม่ดีขึ้นเดี๋ยวมิ้นจะไปหาหมอเองนะ”

หญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบกระดาษโน้ตที่แปะไว้บนหัวเตียงมาอ่าน ลายมือนี้เธอจำได้ เขาดูเหมือนจะห่วงใยและใส่ใจ มันทำให้เธออบอุ่นหัวใจจนลืมไปว่าอีกคนอยู่ในสาย

ความคิดเห็น