악마 ปีศาจเขียน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เมียมาเฟีย39

คำค้น : คริสยอล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2562 11:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมียมาเฟีย39
แบบอักษร




เมียมาเฟีย๓๙





มาเฟียหนุ่มจ้องมองเด็กตรงหน้าที่ยังคงก้มหน้ามองมือตัวเอง เป็นแบบนี้เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่เด็กคนนี้เลย


“คะ คือ ขะ...”


“อ้า...งั้นกินเบรคฟาสต์ไหม” แต่พอเขาจะขอโทษเด็กหนุ่มกลับโผล่คำพูดขัดออกมาก่อน และอะไรคือเบรคฟาสต์นี้มันบ่ายเข้าไปแล้วนะไม่ใช่ตอนเช้า


“ทำหน้าเหมือนไม่อยากกินเลยอ่ะ” เด็กหนุ่มพูดขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของคนรักที่จ้องมองเขาอย่างคิดหนัก


“ยังไม่ทันจะพูด จะทำก็ทำมาสิ” คำพูดของเขาทำให้เด็กหนุ่มยิ้มกว้างแล้วหันไปหาหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่บนเครื่องบินลำนี้


“หลินหลินทำเผื่อคุณคริสด้วยนะ” เขาหันไปพูด ทำให้มาเฟียหนุ่มถึงกับอ้าปากค้าง เขาคิดว่าเด็กหนุ่มจะเป็นคนทำให้กินซะอีก


“นายไม่ได้จะเป็นคนทำให้ฉันกินเหรอ” เสียงแข็งถามขึ้น ทำให้เด็กหนุ่มที่ช่วยเป็นลูกมือของหลินหลินหันกลับมาพยักหน้าให้


“ผมทำเป็นที่ไหนทุกวันนี้ก็มีแต่คนในบ้านคุณที่ทำให้กิน” คำตอบของเด็กหนุ่มทำให้ได้รับสายตาที่ไม่พอใจกลับมาจากคุณมาเฟียก่อนจะสะบัดหัวเดินหนีออกไป


“จะไปไหนไม่กินก่อนเหรอ” ชานยอลตะโกนตามหลัง


“ไม่” ทำให้ได้รับคำตอบกลับมาอย่างทันท่วงที


“หลินหลินสอนผมทำหน่อยนะเดี๋ยวของคุณคริสผมทำเอง” เด็กสาวพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะก้มหน้าสลดลงอีกครั้งขนาดจำคนรักตัวเองไม่ได้มาเฟียหนุ่มยังไม่สนใจคนอย่างเธอเลย จากนั้นหลินหลินจึงสอนชานยอลทำเบรคฟาสต์ที่มีทั้งไข่ดาว ไส้กรอก ขนมปังปิ้งทาเนย แถมยังทำเผื่ออีกสามคนที่นั่งคุยเรื่องงานกันอยู่เพราะเขาได้ยินเสียงแว่วๆมาเป็นพักๆ


“เสร็จแล้ว” ชานยอลยิ้มออกมาเมื่ออาหารที่ตัวเองทำเสร็จแล้วถึงจะมีไหม้ไปบ้างแต่ก็ถือว่าใช้ได้


“ผมยกของคริสไปก่อนนะเดี๋ยวที่เหลือผมจะบอกให้แจ็คสันกับมาร์คมายกไป” หลินหลินพยักหน้ารับคำของชานยอลแล้วยกของตัวเองเดินตามชานยอลออกไปยังห้องรับรองที่คนอื่นๆนั่งคุยกันอยู่


“นี่” ชานยอลวางจานอาหารลงตรงหน้าของมาเฟียหนุ่มที่ตอนนี้นั่งหน้าตึงอยู่


“ไม่กิน” คริสพูดเสียงแข็งพร้อมกับหันหน้าไปอีกทาง


“แต่ผมเป็นคนทำเองเลยนะ” แต่ก็ต้องหันกลับมาเมื่อชานยอลพูดจบเขาไม่มั่นใจว่าชานยอลพูดจริงหรือเพียงแค่หลอกให้เขาทานอาหารตรงหน้าเท่านั้น


“ถ้าไม่เชื่องั้นผมเอาไปเก็บนะ” ชานยอลพูดพร้อมกับยกจานตรงหน้าขึ้นแต่มาเฟียหนุ่มยืนมือมาคว้ามันไว้ทันก่อนที่อาหารตรงหน้าจะหายไป ชานยอลยิ้มออกมากับท่าทางของคนรัก


“ของนายสองคนอยู่ตรงเคาน์เตอร์เอามาให้คุณจื่อเทาด้วยนะ” ชานยอลหันไปพูดกับแจ็คสันและมาร์ค ทั้งสองคนพยักหน้ารับก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบอาหารของตัวเองออกมา


“เป็นไงอร่อยไหม” ชานยอลถามออกมาเมื่อคริสหยิบไส้กรอกเข้าปาก มาเฟียมองคนจ้องตัวเองนิ่งจากนั้นจึงเคี้ยวไส้กรอก


“มันก็รสชาติของไส้กรอก” มาเฟียตอบชานยอลหน้ามุ่ยกับคำตอบที่ได้ แทนที่จะพูดให้กำลังใจกับการทำอาหารสำเร็จรูปง่ายๆหน่อยก็ไม่ได้ ชานยอลไม่สนใจคริสหันไปตักของตัวเองเข้าปากแทนโดยไม่รู้เลยว่าคนรักกำลังยิ้มอย่างพอใจแค่ไหนกับการที่เขาเป็นคนทำอาหารง่ายๆให้






หลายชั่วโมงกับการนั่งนอนอยู่บนเครื่องและไม่กี่นาทีต่อมาเครื่องก็ลงจอดที่สนามบินอย่างปลอดภัยทุกคนเดินออกจากเครื่องตรงไปยังรถที่ขับมาจอดรออยู่หลายคันคริสกับชานยอลเดินตรงไปยังรถที่มีจื่อเทารออยู่ หลินหลินถูกมาร์คกันแจ็คสันพาไปยังรถอีกคัน รถทั้งหลายเคลื่อนตัวช้าๆออกนอกสนามบินจากนั้นจึงขับเร็วขึ้นเพื่อกลับยังคฤหาสน์หลังงามของตระกูลอู๋


คลือออ คลืออออ 


รถขับออกมาได้สักพักเสียงโทรศัพท์ของมือขวาคนสนิทก็ดังขึ้น จื่อเทามองโทรศัพท์ที่ขึ้นชื่อของคนโทรเข้ามาจากนั้นจึงยิ้มกว้างเพราะปลายสายคือคนรักที่โทรเข้ามา


“ขออนุญาตครับนาย” จื่อเทาพูดกับผู้เป็นนายผ่านกระจกมองหลัง คริสพยักหน้าอนุญาต


“ฮัลโล่” จื่อเทากรอกเสียงรับ


(คุณเทา) ปลายสายร้องอย่างดีใจที่อีกคนรับสายหลังจากที่ติดต่ออยู่นาน เขารู้ว่าทุกคนอาจจะกำลังเดินทางอยู่แต่ฝั่งนี้ก็มีปัญหาเขาจึงพยายามที่จะติดต่อให้ได้เผื่อว่าคนรักเปิดมือถือเขาจะได้ติดต่อได้ทันที


“เป็นอะไรทำไมดูร้อนรน” จื่อเทาถามคนรัก


(ผู้กองปั๋วหรานมารอพวกคุณอยู่นานมากแล้วครับยังไม่ไปไหนเลย) แบคฮยอนรายงาน ปลายสายอย่างจื่อเทาจึงมองผู้เป็นนายที่นั่งอยู่ด้านหลัง


“อีกสิบนาทีก็จะถึงแล้วบอกผู้กองรอก่อน” จบคำจื่อเทาจึงตัดสายแล้วรีบขับรถตรงไปยังคฤหาสน์ทันที ทำให้คริสกับชานยอลมองคนขับรถอย่างสงสัยเพราะดูคนขับรถจะรีบร้อนเหมือนมีเรื่องให้จัดการ ไม่นานรถหลายคันก็เข้ามาจอดอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลอู๋


“ผู้กองปั๋วหรานรออยู่ที่ห้องรับแขกครับนาย คุณชานยอลจะตามไปก็ได้นะครับ” จื่อเทารายงานเจ้านายทั้งสองจึงพยักหน้าเข้าใจจากนั้นทั้งสองจึงเดินตรงไปยังห้องรับแขกที่มีนายตำรวจหนุ่มกับลูกน้องอีกสองคนรออยู่


“คุณคริส ชานยอล” แบคฮยอนร้องขึ้นเมื่อเห็นคนทั้งสองเดินเข้ามา ชานยอลยิ้มให้กับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันเป็นเดือน


“แบคมานี่” แบคฮยอนที่กำลังจะวิ่งเข้าไปหาเพื่อนแต่ถูกคนรักเรียกไว้ใจซะก่อน แบคฮยอนคอตกเดินไปหาคนรักคุยกันสักพักก็เดินออกไปจากห้องรับแขกเมื่อจื่อเทาสั่งให้กลับบ้านไปดูลูกชาย


“ติดต่อยากฉิบหาย” ผู้กองหนุ่มพูดขึ้นประชดด้วยใบหน้าที่เหมือนมีอะไรเป็นกังวลอยู่


“มีอะไร” มาเฟียหนุ่มไม่สนใจท่าทีของเพื่อนตรงหน้าเขาถามถึงประเด็นที่อีกคนมาโผล่ในบ้านทันที ผู้กองหนุ่มไม่ตอบแต่โยนซองสีน้ำตาลไปตรงหน้าของเพื่อน คริสมองผู้กองอย่างสงสัยจากนั้นจึงหยิบซองตรงหน้ามาเปิดดู


“มันเกิดอะไรขึ้น” มาเฟียถามด้วยใบหน้าสั่นๆเมื่อสิ่งที่อยู่ในซองคือภาพศพของลูกน้องตัวเองแถมยังมีภาพโรงงานผลิตอาวุธที่ถูกกฎหมายโดนระเบิดพังไม่เป็นท่า 


“แปดชั่วโมงก่อนบริษัทผลิตอาวุธให้กับทางการของนายก็เกิดระเบิดขึ้นคนของนายตายไปสิบกว่าคน รวมคนของทางตำรวจด้วยยี่สิบกว่าคนพอดับไฟที่ไหม้เสร็จเราก็เจอสิ่งนี้” ผู้กองพูดพร้อมกับโยนซองสีน้ำตาลอีกซองไปให้เพื่อน คริสหยิบมันขึ้นมาแล้วเปิดดู


“มันหมายความว่าไง” มาเฟียหนุ่มถามเพราะเขาไม่เข้าใจตัวเลขที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเลย


“ไม่รู้เหมือนกันพวกเราพยายามทำความเข้าใจกับมันมาหลายชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังมืดแปดด้าน” ปั๋วหรานเอ่ย


“คุณชานยอลช่วยดูให้หน่อยสิ” ปั๋วหรานหันไปพูดกับชานยอล เขาจึงดึงของที่อยู่ในมือของคนรักไปดูเขาพิจารณาอยู่นานก่อนจะเงยใบหน้าขึ้นมาส่ายหัว 


“ผมก็ไม่เข้าใจกับความหมายของตัวเลขพวกนี้เหมือนกัน” ชานยอลพูด


“ถ้านายยังบอกว่าไม่เข้าใจแล้วใครจะแก้ปัญหาไอ้ตัวเลขนี้ได้” ผู้กองยกมือขึ้นกุมขมับของตัวเอง


“จื่อเทาเช็คดูว่าบริษัทเสียหายมากเท่าไหร่” น้ำเสียงแข็งๆของมาเฟียดังขึ้นเขายังไม่อยากรู้ว่าคนร้ายคือใครเพราะตอนนี้เขาสนใจเรื่องขอบริษัทมากกว่าเพราะยังไงคนร้ายเข้าก็ต้องตามตัวมันมารับผลของมันที่กล้ามายุ่งกับบริษัทและคนของเขา จื่อเทารับคำจากนั้นจึงออกไปทำตามความประสงค์ของผู้เป็นนาย


“ชานยอลนายไปพักผ่อนเถอะเดินทางมาเหนื่อยๆ” คริสหันไปสั่งคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรัก ชานยอลพยักหน้ารับคำโดยดี


“มาร์คพี่ยืมโทรศัพท์หน่อย” มาร์คที่เพิ่งจะเดินเข้ามาได้ไม่นานจึงยื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้กับผู้เป็นนาย ชานยอลรับโทรศัพท์มาแล้วกดถ่ายภาพตรงหน้าจากนั้นจึงลุกขึ้นเดินแยกออกไปยังห้องนอนของตัวเองโดยมีมาร์คเดินตามหลังไป


“ขอให้เมียนายหาทางออกให้ได้นะ” ปั๋วหรานพูด มาเฟียหนุ่มหันกลับมามองเพื่อนอย่างไม่เข้าใจทำให้ต้องหวังให้เด็กนั่นช่วยแก้โจทย์ตัวเลขพวกนั้นให้ทั้งๆที่มันต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องทำแต่เขาก็หยุดความสงสัยไว้แค่นั้นเมื่อมีสิ่งที่มันหน้าสนใจมากกว่ารออยู่


“ปิดข่าวไว้แล้วใช่ไหม” นี่คือสิ่งที่เขาสนใจมากกว่าเพราะถ้าข่าวเรื่องโรงงานผลิตอาวุธไปถึงหูของลูกค้ารายใหญ่ของเขามันต้องกระทบกระเทือนไปหลายฝ่ายเพราะโรงงานของเขาไม่ได้ผลิตอาวุธให้กับทางการอย่างเดียวเขายังแอบผลิตอาวุธเถื่อนอีกด้วย


“ไม่ต้องห่วงฉันปิดเรียบร้อยแล้ว” ผู้กองหนุ่มพูดเพียงแค่นั้นเพราะยังมีนายตำรวจอีกสองคนที่ยังคงยืนอยู่ด้านหลังของเขา


“นายครับ” แจ็คสันที่ยืนอยู่เอ่ยเรียกผู้เป็นนายพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มาให้


“คุณหยางหยางโทรเข้ามาครับ” มาเฟียหนุ่มพยักหน้ารับแล้วรับโทรศัพท์มาจากลูกน้อง


“มีอะไร” เขาถามเพื่อนรักอีกคนที่โทรเข้ามา


(จะโทรมาถามว่ากลับมาหรือยัง เดี๋ยวฉันกับลู่จะเข้าไปหา) ปลายสายพูดก่อนตัดสายไป


“ให้คนเตรียมเครื่องดื่มและของว่างเอาไว้ให้ด้วย” คริสหันไปสั่งกับแจ็คสัน


“เดี๋ยวมันจะเข้ามานายก็อยู่รอก่อน” มาเฟียหันมาพูดกับเพื่อนเมื่อสั่งลูกน้องเสร็จ


“ถ้างั้นผมสองคนขอตัวกลับก่อนนะครับผู้กอง” ลูกน้องอีกสองคนที่ปั๋วหรานพามาด้วยจึงเอ่ยขึ้นเขาจึงอนุญาตให้กลับไปก่อนโดยไม่ได้ว่าอะไรเพราะถ้าทั้งสองคนยังอยู่เขาคิดว่าคงคุยกับเพื่อนไม่สะดวกสักเท่าไหร่


“ก็ดีเหมือนกันหลายหัวช่วยกันคิด” เมื่อลูกน้อยเดินหายไปเขาก็หันมาพูดกับเพื่อนยิ้มๆมาเฟียหนุ่มไม่พูดอะไรเพียงแค่ส่ายหัวน้อยๆเท่านั้น ไม่นานเสียงรถยนต์ที่หน้าบ้านก็ดังขึ้นแล้วดับลงสักพักเพื่อนทั้งสองคนก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มโดยเฉพาะเพื่อนตัวเล็กของเขา


“ดีใจที่ยังรอดกลับมาได้” ลู่หานพูดขึ้นยิ้มๆก่อนจะนั่งลง มาเฟียหนุ่มที่ถูกทักก็ได้แต่ส่ายหัวไปมา


“ที่โน่นไม่มีปัญหาอะไรนะ” หยางหยางถามขึ้นบ้างเพราะเข้ารู้ว่าเพื่อนไม่ชอบที่ที่เพิ่งจะกลับมามากสักเท่าไหร่


“อือ” คริสขานรับเป็นคำตอบ คนถามก็พยักหน้ารับรู้


“แล้วนี่หาตัวคนร้ายไปถึงไหนแล้ว” มาเฟียเรือสำราญหันไปถามเพื่อนตำรวจที่ยังคงนั่งหน้านิ่งอยู่ถึงจะปิดข่าวไปแล้วแต่เขาก็เป็นมาเฟียเหมือนกันจึงรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับบริษัทของเพื่อน


“ยังคงมึนอยู่” คำตอบของนายตำรวจทำให้อีกสามคนถอนหายใจออกมาก่อนที่โทรศัพท์ของมือขวามาเฟียเรือสำราญจะดังขึ้น


“นายครับที่ท่าเรือโดนระเบิด” 



1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจในการลงต่อฝากด้วยนะคะ


แค่เพียงก้าวเข้ามาในบ้านของตัวเองมาเฟียก็เจอเรื่องให้คิดนักซะแล้ว แถมยังไม่ได้เจอเพียงคนเดียวด้วยยังมีเพื่อนอีกสามคนที่ต้องมารับชะตากรรมแบบเดียวกันอีก สู้ๆนะเหล่ามาเฟียทั้งหลาย


*1 ขอโทษที่หายไปนาน เราไปค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีใหม่อยู่อย่าโกรธเราน้าา นะ น้าาา นะ นะ 


*2 คดีนี้ไม่ได้เกี่ยวกับชานยอลน้าเพราะชานยอลเพิ่งจะมาถึงฮ่องกงเอง แต่มันเกี่ยวกับบริษัทของมาเฟียนี่สิ แล้วชานยอลจะนั่งจะนอนดูเฉยๆเหรอ ครุ่นคิด






ความคิดเห็น