Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 32 ได้โปรดหยุดเสียที

ชื่อตอน : บทที่ 32 ได้โปรดหยุดเสียที

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 311

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2562 14:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 32 ได้โปรดหยุดเสียที
แบบอักษร

​        ไป๋อวี่จำได้ว่าจูอี้หลงนอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา แต่ตอนนี้เมื่อเขาตื่นขึ้นมาจูอี้หลงก็ไม่ได้อยู่ในเตียงแล้ว เขายันตัวลุกขึ้นนั่ง ก็พอดีเห็นจูอี้หลงเดินออกมาจากห้องน้ำ แต่งตัวเรียบร้อยพร้อมที่จะออกไปทำงาน      

        "นายบินมาหลายชั่วโมงนอนพักผ่อนต่อก่อน" จูอี้หลงเดินไปเปิดตู้เพื่อหยิบเสื้อโค๊ต      

        "นายจะกลับวันนี้เลยหรือเปล่า" เขาถาม แต่ไม่หยุดรอคำตอบ      

        "เกอว่านายน่าจะรีบกลับนะเพราะวันหยุดของนายก็จะหมดแล้ว" เขาค่อยๆสวมเสื้อโค๊ด ก่อนจะเดินเข้ามาหาไป๋อวี่ที่เตียง      

        "นายต้องกลับไปทำงานใช่ไหม อย่าให้ทางเอเจนซี่ต้องเดือดร้อนเลย" ไป๋อวี่เอื้อมมือมากุมมือจูอี้หลงไว้      

        "แล้วเกอยังจะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์อยู่ไหม" เขาถาม เงยหน้า ใช้สายตาสำรวจปฏิกิริยาของจูอี้หลง     

        "เปลี่ยนสิ" จูอี้หลงดึงมือออกจากการเกาะกุม      

        "งั้นก็เอาเบอร์ใหม่ให้ผม" ไป๋อวี่ทวง จูอี้หลงหมุนตัวเดินกลับไปที่ตู้ เปิดหยิบผ้าพันคอผืนใหญ่ออกมา     

        "ยังไม่ได้ซิมใหม่มาเลย กลับไป ทางเอเจนซี่คงจะเอาให้"      

        "ทำไมต้องเปลี่ยนเบอร์ใหม่ด้วย"      

        "แค่อยากจะเริ่มต้นใหม่" จูอี้หลงเดินกลับมา โยนผ้าพันคอลงบนเตียง ตรงตักไป๋อวี่ที่อยู่ใต้ผ้าห่ม ไป๋อวี่ทิ้งตัวลงนอนต่อ ปล่อยเสียงหัวเราะคิกคักกับคำพูดของจูอี้หลง       

        "ที่ว่าอยากจะเริ่มต้นใหม่ ผมเห็นด้วย ชีวิตใหม่ ของเกอกับผม"      

        "ถ้านายยังไม่ไปสนามบินก็อย่าออกไปเดินเพ่นพ่านนะ เกอโทรสั่งอาหารเช้าขึ้นมาให้แล้ว เดี๋ยวพออาหารเช้ามา เกอถึงจะออกไป จะมีประชุมบรีฟงานวันนี้ ที่ห้องของสตาฟ" จูอี้หลงกล่าวสีหน้าจริงจังก่อนจะหันไปตามเสียงเคาะที่ประตู แล้วรับเอารถเข็นอาหารเช้ามาแทนที่จะให้พนักงานเข็นเข้ามาส่งในห้อง....      


        เมื่อคืนนี้คงจะเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตของคนทั้งสองจริงๆ คนสองคนที่กอดกระหวัดรัดกันไว้ คนหนึ่งเต็มไปด้วยความสุขสม ที่สามารถไขว่คว้ายึดเอาสิ่งที่คอยวิ่งตามมาตลอดระยะเวลากว่าปี เข้ามาไว้ในอ้อมกอดของตนได้ ส่วนอีกคนหนึ่ง กลับเต็มไปด้วยความสงบ เงียบงัน แต่ก็คล้อยตามด้วยความโหยหา เหมือนหิวกระหายมาเป็นเวลานาน แล้วมีใครค่อยๆป้อนอาหารให้ ไม่เพียงไม่ขัดขืน แต่ยังอ้าปากรับกลืนกิน เหมือนลูกนกที่ปีกยังไม่แข็งแรง      



        ไป๋อวี่ผลอยหลับไปหลังเสร็จสิ้นกิจด้วยความสุขสม แต่จูอี้หลงกลับยังคงนอนหงายลืมตาโพลงดูเพดานห้อง เวลาผ่านไปอีกชั่วครู่ใหญ่ เขาจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ หยุดยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ สำรวจตัวเองในกระจก บริเวณแผงอกและหน้าท้อง เต็มไปด้วยจ้ำสีแดงที่เกิดจากรอยจูบของไป๋อวี่ แม้แต่บริเวณต้นขาทางด้านใน ก็ยังมีรอยแดงนี้ประไปทั่ว นับว่าไป๋อวี่ยังมีสติ ที่ไม่ได้จูบเขาแรงๆในบริเวณที่อยู่นอกร่มผ้า  

        ​เรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างนี้ สำหรับไป๋อวี่ คงเป็นเรื่องธรรมดา จูอี้หลงรู้มาว่า ไป๋อวี่เคยมีคนรักมาแล้วหลายคน เรื่องเหล่านี้คงเป็นแค่สิ่งที่คนที่รักกันชอบกันจะต้องทำด้วยกันได้ ... นายคงจะพอใจแล้วใช่ไหม นายพยายามที่จะได้มันมา ตอนนี้นายก็ได้แล้ว เกอก็หวังว่า นายคงจะหยุดได้แล้ว นายได้สิ่งที่นายต้องการแล้ว ...ได้โปรดหยุด ได้โปรดหยุดเสียที เพราะถ้านายไม่หยุดเสียตอนนี้ เกอก็ไม่รู้ว่า เกอจะหยุดตัวเกอเองได้หรือเปล่า... 

        จูอี้หลงค่อยๆอาบน้ำ แล้วสระผมอีกครั้งนึง เขาอยู่ในห้องน้ำนานนับชั่วโมง อาศัยสายน้ำเย็นปลุกเขาตื่นจากความฝันที่แสนหวาน...เขาออกมาใช้แผ่นเจลประคบเย็นที่แช่ไว้ในตูเย็นประคบบริเวณใบหน้าและริมฝีปาก ปกติทีมงานจะเตรียมแผ่นเจลนี้เอาไว้ให้เขาเสมอ เพราะเขามักจะบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆตอนทำงาน แผ่นเจลประคบเย็นกับแผ่นปิดแก้ปวดจึงเป็นของจำเป็นที่ทางทีมงานจะติดมาให้เขาทุกครั้งที่ต้องออกมาทำงาน 

        จูอี้หลงเช็ดและเป่าผมจนแห้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำมายืนข้างๆเตียง เขายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น สายตามองไป๋อวี่ที่กำลังนอนหลับอย่างมีความสุข จูอี้หลงเอื้อมมือลงไป ค่อยๆลูบไล้บริเวณใบหน้าไป๋อวี่ นิ้วมือ ไล้บริเวณไรผม เรื่อยลงมาถึงคิ้ว สันจมูก หนวด ริมฝีปาก และบริเวณคาง เขาทิ้งมือให้ลูบไล้บริเวณคางของไป๋อวี่ ใบหน้ามีรอยยิ้ม และแววตาที่แสดงว่ารักเป็นหนักหนาก่อนจะถอนใจน้อยๆ แล้วเดินกลับไปที่ตู้ เริ่มแต่งตัว เพื่อเตรียมต้อนรับวันใหม่ 

        เขาหยิบสร้อยจี้รูปขนนกที่ไป๋อวี่ซื้อให้ออกมาจากกล่อง เดินไปที่แจ็คเก็ตสแปนเด็กซ์ของไป๋อวี่ แล้วสอดสร้อยขนนกนั้นไว้ในกระเป๋าของแจ็คเก็ต ก่อนเดินกลับมาเลือกสร้อยอีกเส้นหนึ่งขึ้นคล้องคอ หลังจากนิ่งคิดอยู่เพียงชั่วครู่ จูอี้หลงก็หยิบเครื่องเขียนที่วางไว้ตรงโต๊ะบริเวณชุดรับแขก เขียนข้อความบนกระดาษโน๊ตแผ่นเล็ก แล้วพับกระดาษแผ่นนั้น เอามายัดใส่กระเป๋าที่เขาเพิ่งใส่สร้อยขนนกลงไปเมื่อครู่  



        ไป๋อวี่ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ออกจากห้องน้ำมาก็ไม่เห็นจูอี้หลง เขารีบตามไปที่ประตู ตัดสินใจเปิดประตูโผล่หัวออกไปดู ก็เจอเข้ากับจูอี้หลงที่ยังยืนอยู่หน้าห้อง...      

        "เกอร้องไห้ทำไม..." เขาถาม น้ำเสียงฟังดูคาดคั้นมากกว่าเป็นห่วง

        "ดีใจที่นายมา..." จูอี้หลงยิ้ม ตอบเรียบๆ แต่สายตาเป็นประกาย บอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้โกหก ไป๋อวี่หดหัวกลับเข้ามาให้ห้องก่อนจะเอ่ยถาม      

        "ผมอยู่ต่ออีกวันนะ"       

        "ไม่ได้.... ทางนู้นจะลำบาก"       

        "กลับคืนนี้ก็ยังทัน มีเที่ยวบินตอนซักตีสอง..." จูอี้หลงสบสายตาอ้อนวอนของไป๋อวี่แล้วถอนหายใจเบาๆ      

        "ตามใจ... อย่าให้เสียงานจนคนอื่นเดือดร้อนก็แล้วกัน" ไป๋อวี่ยิ้มร่า ตั้งใจจะก้าวออกมาจูบจูอี้หลง แต่เสียงหัวเราะตรงบริเวณทางเดินทำให้เขาชะงัก จูอี้หลงก้าวพรวดเข้ามาคว้าลูกบิดประตู ไป๋อวี่อาศัยความเร็วหอมแก้มเขาไปทีนึงก่อนที่จูอี้หลงจะดึงบานประตูเข้าหาตัว เขาถลึงตาตำหนิไป๋อวี่พร้อมกับปิดประตูลง แว่บสุดท้าย ยังมองเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งตามมา ... 

        หยุดนะ... ได้โปรด

        ...................


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}