ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 2 เจ้าของ Pub & Restaurang

ชื่อตอน : chapter 2 เจ้าของ Pub & Restaurang

คำค้น : เพลิงรักอสุรา ละอองอาย NC Nc nc มาเฟีย นักศึกษา โคแก่กินหญ้าอ่อน โหด ดุุ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2562 20:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 2 เจ้าของ Pub & Restaurang
แบบอักษร

ณ ร้านอาหารกึ่งผับย่านใจกลางเมือง


ตัวร้านมีความวินเทจและแฝงด้วยกลิ่นอายร่วมสมัย การประดับตกแต่งของดวงไฟและป้ายต่างๆเหมือนอย่างถูกคำนวณมาอย่างดิบดี ว่าทุกสิ่งจะช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศของร้านดึงดูดลูกค้าได้อยู่หมัด


ทว่าแม้ร้านจะเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เจ้าของร้านก็ไม่มีวี่แววว่าจะขยับขยายเพื่อกอบโกยรายได้แต่อย่างใด


อีกหนึ่งสิ่งที่ดึงดูดลูกค้าคงจะเป็นเพราะร้านแห่งนี้ ให้ความเชื่อมั่นในเรื่องของ ‘ความเป็นส่วนตัว’ เพราะแม้แต่ตำรวจก็ยังไม่เคยได้ลงเท้าเหยียบพื้นที่ร้าน เพื่อทำการ ‘ตรวจความเรียบร้อย’ เลยสักครั้ง


แน่นอนว่าเบื้องหลังของร้านนั้นต้องมี ‘คนมีอำนาจ’ คอยค้ำจุน ไม่เช่นนั้นร้านนี้คงไม่อยู่รอดมาจนถึงแปดปี


และเพราะตำรวจไม่เข้ามาตรวจความเรียบร้อยในร้านแห่งนี้ จึงทำให้การค้าขายผิดกฎหมายบางประเภท เลือกที่จะใช้ร้านนี้ในการทำธุรกิจอย่างลับๆ


กลุ่มชายชุดดำจองสามโต๊ะปีกซ้ายที่ห่างไกลจากเวที ท่าทีการดื่มของพวกเขานั้นต่างจากคนอื่นๆในร้านพอสมควร แม้มือจะถือแก้วทว่าสายตาก็คอยมองซ้ายชำเลืองขวามิได้ขาด เหมือนกับว่ากำลังระมัดระวังภัยอย่างยิ่งยวด


เลยขึ้นไปที่ชั้นสองของร้าน เหนือเวทีที่มีนักร้องเสียงดีกำลังขับกล่อมบทเพลงเพราะๆ มีห้องซึ่งถูกจัดเตรียมเอาไว้สำหรับรับรองศิลปินและเจ้าของร้านที่จะเข้ามา ‘ ตรวจงาน’ เป็นครั้งคราว


และวันนี้ ห้องนั้นได้ถูกใช้อีกครั้ง


ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโต๊ะทำงานตัวโปรด มือขาวสะอาดเรียวสวยกำลังประคองแฟ้มแจกแจงค่าใช้จ่ายและรายได้ของรอบเดือนที่ผ่านมา


สายตาคมลึกคู่นั้นจดจ้องเอกสารอย่างพพินิจพิเคราะห์ก่อนจะยืนมันกลับคืนให้ ‘ผู้จัดการร้าน’


ครั้นไม่มีแฟ้มบดบังสายตาจึงทำให้เห็นรูปหน้าของชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ได้อย่างชัดเจนขึ้น เขาผู้นั้นช่างไม่เหมือนใคร ใบหน้านั้นหากจะใช้คำว่างดงามก็ไม่น่าเกียจเกินไปนัก เพราะแม้ว่าจะมีกลิ่นอายดุดันของบุรุษเพศแผ่กำจายออกมา ทว่าดวงตาที่ดูคมลึกคู่นั้นเมื่อถูกล้อมรอบด้วยแพขนตาหนาและริมฝีปากบางสวย จึงทำให้คนผู้นี้ดู ‘หน้าหวานเกินงาม’ ไปสักหน่อย


“นายอยากดูคาดการณ์รายจ่ายของเดือนหน้าไหมครับ ผมทำไว้แล้ว” ผู้จัดการถามด้วยน้ำเสียงที่ดูสั่นเครือน้อยๆ


“ไม่จำเป็น...” เสียงที่ตอบกลับมาฟังดูไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่นัก


“...” ผู้จัดการณ์ร้านนับว่ามีอายุอยู่ในวัยสามสิบปลายๆ ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจ้านายที่มีอายุน้อยกว่าเขาเกือบรอบคนนี้ เขากลับไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยแม้แต่น้อย


“เหมือนจะมีรายจ่ายค่าแรงพนักงานเพิ่มขึ้นมาจากเดิม” น้ำเสียงของเขายังคงสม่ำเสมอ เหมือนอย่างคนไม่สนใจความเป็นไปของโลก


“อะ...อ่อ คือลูกค้าเยอะขึ้นและเด็กเสริฟของเราดูแลไม่ทั่วถึง ผมเลยรับพาร์ทไทม์เข้ามาช่วยงาน แต่ให้เขาแค่ครึ่งหนึ่งของค่าแรงเด็กเสริฟ” เหงือเม็ดเย็นเริ่มผุดที่กลางหลังของผู้จัดการร้าน


เสียงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องเก็บเสียง เป็นนิ้วชี้เรียวสวยของเจ้าของร้านที่กำลังกระทบลงบนโต๊ะไม้อย่างไม่หนักไม่เบา ทว่าจังหวะสม่ำเสมอก็สร้างความกดดันให้ผู้รับฟังไม่น้อย


“พรุ่งนี้ผมจะไม่ให้เขามาที่นี่อีกครับ” เสียงร้อนรนของผู้จัดการร้านร้องตอบ


ชั่วอึดใจที่บรรยายกาศในห้องกำลังร้อนระอุ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก่อนที่ชายร่างสูงในชุดดำคนหนึ่งจะเดินเข้ามา


“นายครับ สามโต๊ะทางปีกซ้ายมีอาวุธและยาบ้าสามร้อยเม็ด ยังไม่นับรวมยาไอซ์ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของแต่ละคนด้วย” ชายคนนั้นรายงานเรื่องสารเสพติดเหมือนอย่างเป็นเรื่องทั่วไป


สิ้นเสียงรายงาน หน้าของผู้จัดการร้านที่ย่ำแย่อยู่ก่อนแล้วก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก เขามองไปเห็นอนาคตในการทำงานของตนเองในเมื่อเขาปล่อยให้มีลูกค้า ‘อาวุธครบมือพร้อมสารเสพติด’ เข้ามาในร้านได้อย่างหน้าตาเฉย


ทว่าผู้เป็นเจ้าของร้านนั้นกลับไม่มีอาการวิตกกังวลเลยแม้แต่น้อย เหมือนกลับว่าเรื่องที่ลูกน้องรายงานเมื่อครู่เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปที่พบเจอได้ทุกวัน


“ให้จัดการเลยไหมครับ?” ลูกน้องเลือดร้อนของเขาเองก็ดูเหมือนจะ ‘คันไม้คันมือ’ ไม่เบา


“อย่าก่อเรื่องให้ ‘ผู้จัดการ’ ต้องปวดหัวเลย” ประโยคนั้นนับว่าดูเกรงใจไม่เบา ทว่ายามที่นายหนุ่มผู้นี้เป็นคนพูด กลับฟังดูเหมือนกำลังข่มขู่ ‘ผู้จัดการ’ อย่างไรอย่างนั้น


ลูกน้องโค้งคำนับรับคำก่อนจะเดินจากไปอย่างเสียดาย


“จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก็แล้วกัน อย่าให้มีเรื่อง ฉันไม่ชอบให้ข้าวของเสียหาย” นายหนุ่มออกคำสั่งกับผู้จัดการร้านบ้าง


“ครับๆๆ” อีกฝ่ายตอบระรัวจนลิ้นแทบจะพันกัน


ชายหนุ่มมองประเมินผู้จัดการร้านอย่างไร้อารมณ์ก่อนจะชักสายตาไปมองทางกระจกที่สามารถมองเห็นบรรยากาศภายในร้านได้อย่างทั่วถึง


กลุ่มชายสิบกว่าคนที่นั่งอยู่ทางด้านซ้าย แม้ต่ยามกินดื่มก็ยังระมัดระวังตัวจนผิดวิสัยของนักเที่ยว ยิ่งมองก็ยิ่งชวนให้บรรยากาศกร่อยลงไปทุกที


“รกหูรกตา!” สิ้นเสียงสบถ ร่างสูงใหญ่ของเจ้าของร้านก็เดินออกจากห้องไป


ลูกน้องคนสนิทติดตามชายหนุ่มมาแค่สองคน เขาเดินออกไปทางหลังร้านหมายจะออกไปจากที่แห่งนี้โดยไม่ต้องเบียดเสียดใครมาก ครั้นมือเรียวสวยล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง กลับไม่พบกับของที่ต้องการ


“หาอะไรครับ?” ลูกน้องร่างสูงที่ตามมาด้วยเอ่ยถาม ตอนนี้อีกคนกำลังไปเอารถมรับเจ้านายที่หลังร้าน


“ลูกอม” คำตอบของเจ้านายหนนี้ดูจะเป็นกังวลมากกว่าเรื่องใหญ่ๆร้ายแรงเมื่อครู่ตั้งมาก


หากคนอื่นคงจะไม่ใส่ใจและไปหาซื้อใหม่ ทว่าเจ้านายของเขาหาใช่ ‘คนง่ายๆ’ ต่อให้เป็นของอย่างเดียวกันแต่ถ้าไม่ใช่ของที่เป็น ‘ของของเขา’ ก็อย่าหวังว่าเขาจะแตะ


“เดี๋ยวผมกลับไปเอามาให้ครับ” ลูกน้องอาสาก่อนจะหันหลังกลับวิ่งเข้าไปในร้านเพื่อไปเอา ‘ลูกอม!’


ร่างสูงถอนใจก่อนจะเดินออกจากร้าน สองมือยังคงล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงที่ว่างเปล่าของตนก่อนจะหยุดยืนอยู่ที่ริมฟุตบาท เพื่อรอให้รถของตนเข้ามาจอดเทียบท่า


ยืนรออยู่ได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนไวยวายดังมาจากด้านหลัง


“ปล่อยนะ ฉันบอกให้ปล่อย!” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูจะโกรธเกรี้ยวไม่เบาร้องดังเข้ามาเรื่อยๆ


เสียงฝีเท้าของคนที่เข้ามานั้นดูไม่ใช่น้อยๆ ฟังจากเสียงแล้วอาจจะสิบคนเลยทีเดียว บางทีอาจจะเป็น...


“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยหนูด้วย!” หนนี้เสียงนั้นดูเหมือนจะกำลังร้องเรียกหาเขาอยู่ ทว่าสิ่งที่ชายร่างสูงทำคือยืนอยู่ริมฟุตบาทอย่างใจเย็น ทำราวกับเสียงร้องด้านหลังไม่ได้มีค่าอะไรให้เขาต้อจดจำใส่ใจ


ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เขาไม่ต้องการเข้าไปแทรกแซงกับวัฏจักรของใครทั้งสิ้น อะไรที่ผลตอบแทนไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยง นักธุรกิจอย่างเขา ไม่มีทางทำ


“ช่วยด้วยค่ะ ไอ้พวกนี้มันค้ายาบ้าในร้านเหล้า!” เสียงของผู้หญิงคนนั้นดูจะไม่ยินยอมให้เขารอดพ้นไปง่ายๆ


ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆก่อนจะถอนใจออกมาอย่างเหลืออด ร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านไม่สนใจเสียงด้านหลังค่อยๆหันหน้ากลับมาช้าๆ


ไม่ว่าเขาจะวางตัวเฉยชาอย่างไรแต่ดูเหมือนว่า ‘คนผู้นั้น’ จะไม่ยอมให้เขาได้ออกไปจากสถานการณ์ตรงนี้อย่างสบายๆ หากเขาได้ร่วมรับรู้ความลับของกลุ่มคนพวกนั้น แน่นอนว่าเขาจะไม่สามารถ ‘รอด’ ออกไปได้ง่ายๆแล้ว


ใครกันช่างกล้าดึงเขาเข้าไปในความเสี่ยง! ใครกันมันกล้าเล่นลูกไม้!


*********************************************************************************************************************************************************************************


มาแล้วววว มาแบบติดๆเพราะเราสต๊อกสินค้า 555 พอแต่งเก็บไว้แล้วหายใจหายคอค่อยสะดวกหน่อย ยังเหลืออีกตอนหนึ่งนะงับ รอเจอกันด้วยน่าาาา จูบบบ

ความคิดเห็น