ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 04 :: ส่งใจให้ถึงกัน

ชื่อตอน : โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 04 :: ส่งใจให้ถึงกัน

คำค้น : ฑิวากรณ์ โลจิสติกส์ สิงฆ์เมียร์แคต ดองกี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.8k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2562 20:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 04 :: ส่งใจให้ถึงกัน
แบบอักษร

หลังจากนั่งโง่ๆตากลมเย็นๆมาราวๆสามนาที พวกพี่ปีสามก็พากันลงมาแล้ว ผมก็ไม่รู้หรอกว่าคุยอะไรกันแต่สีหน้าพวกเขามันนิ่งอ่ะ นิ่งจนผิดปกติ ไม่รู้ว่ามีคนสังเกตไหมนะ

"พี่ชื่อฟ้านะคะ พี่จะมาอธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมนี้ กิจกรรมนี้มีชื่อว่า ส่งใจให้ถึงกัน ลองคลี่กระดาษดูนะคะ ทุกคนจะได้รับกระดาษรูปหัวใจซึ่งมันมีเพียงแค่ครึ่งเดียวและอีกครึ่งพวกพี่นำไปไว้ในจุดต่างๆพร้อมกับพี่รหัสและพี่เทคของพวกน้องๆ อาจจะมีบางคนที่ได้ไม่ตรงกับพี่รหัสและพี่เทคของตัวเองก็ไม่ต้องเสียใจนะคะเพราะทุกคนจะได้รับลายเซ็นและเข็มกลัดคณะโลจิสฯแบบพวกพี่"

พี่ฟ้าคือพี่ปีสามสาวสวยเพียงคนเดียว พี่เขาอธิบายรายละเอียดให้ฟังพร้อมรอยยิ้มนางฟ้าที่กลบความน่ากลัวของพี่เวย์ไปจนหมดเกลี้ยง

"หัวใจในมือของน้องๆจะถึงกันก็ต่อเมื่อหัวใจครึ่งหนึ่งมีลักษณะแบบเดียวกัน อย่างเช่น หัวใจสีเขียวลายทางก็ต้องวางคู่กับหัวใจสีเขียวลายทางเหมือนกัน หากเอาหัวใจสีขาวมาต่อก็ถือว่าจบ ไม่ผ่านและต้องหาใหม่นะคะ ใครที่เสร็จเร็วก็สามารถกลับมาที่ตึกคณะเราได้เลยโดยพี่ๆตามจุดหัวใจแต่ละดวงจะเป็นคนพามาแล้วพาส่งถึงบ้านอย่างปลอดภัยค่ะแต่ถ้าหากใครคิดว่าหาไม่ไหวแล้ว เหนื่อย กลัว ให้ส่งข้อความหาพี่รหัสได้เลยนะคะ อาจจะไม่ผ่านแต่เรื่องซ่อมเพื่อรับลายเซ็นและเข็มกลัดพี่มีให้ทำง่ายๆค่ะ"

ผมคลี่กระดาษดูเพราะเหมือนพี่ฟ้าจะพูดจบแล้ว กระดาษหัวใจครึ่งหนึ่งที่ผมได้มันเป็นหัวใจสีขาวขอบทอง ดูหรูเกินอ่ะแต่ก็นั่นแหละ ไอ้ความหรูไม่ได้ช่วยอะไรผมเลยมีแต่เครียดหนักว่าจะถึงเมื่อไหร่

"เอาล่ะค่ะ พี่จะจับสุ่มนะว่าใครต้องไปก่อน"

เท่านั้นแหละครับ เสียงฮือฮาดังตามกันมาเลย ถ้าปล่อยให้ไปพร้อมๆกันมันจะโอเคกว่านะแต่เหมือนพี่ๆจะไม่ยอมให้เราไปด้วยกันง่ายๆ ผมถอนหายใจก่อนหันหาแก้วตา

"ไหวไหมแก้ว?"

"ร เราว่าไม่ไหวอ่ะแคต"

"เอาเบอร์เราไปไหม? โทรหาเรานะได้นะเดี๋ยวเราไปหาเพราะกว่าจะขเ้าไลน์มันอาจจะเสียเวลากว่า กดโทรเลยง่ายดี"

"อือ ขอบคุณนะ"

ผมแลกเบอร์กับแก้วตาแล้วให้กำลังใจเธอ ผมสงสารแก้วตาจริงๆนะครับ เธอสั่นมากๆอ่ะ พี่ฟ้าเริ่มจับสุ่มหัวใจทีละดวงๆและป้องกันการเดินตามกันจะมีพี่ๆคอยชี้ทางบอกว่าดวงนี้ไปทางไหน ไม่ได้ไปทางเดียวกันแน่ๆอ่ะดูแล้ว

"หัวใจสีขาวขอบทองค่ะ"

"ครับ"

ผมลุกขึ้นยืนแล้วบีบไหล่แก้วเบาๆก่อนเดินออกไปหาพี่ฟ้า พี่ฟ้าเรียก...ไอ้พี่สิงฆ์! เรียกมันทำไมอ่ะ เรียกคนอื่นให้ผมก็ได้ป้ะแล้วพอพี่สิงฆ์เดินยิ้มมาหาผมอ่ะ เพื่อนแม่งแซนกันเสียงดังเลย

"ฮิ้วววว~"

ฮิ้วพ่องอ่ะ อยากจะด่าแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากยิ้มจ้า

"เมียร์อยากไปทางไหนครับ"

"แคตเถอะ ไหว้ล่ะ"

ผมยกมือไหว้มันจริงๆแต่มันดันหัวเราะแล้วปัดมือผมลง

"เดินไปทางนั้นน่ะ แปปเดียวก็เจอ"

พี่มันชี้ไปทางตึกคณะแพทย์ อือหือ คณะแพทย์...ขอไปคณะอื่นไม่ได้หรอวะ แต่มันจะเชื่อได้เร้อ?~ ผมมองหน้าพี่มันแล้วเดินไปทางนั้นพร้อมกับไฟฉายในมือ แสงไฟก็โคตรจะริบหรี่เลยอ่ะ ถ้าดับมาผมกรี๊ดจริงๆด้วย หยอกนะ ผมกรี๊ดไม่เป็นหรอก

ฟิ้วว~

เสียงลมที่พัดผ่านหูผมเป็นอะไรที่ชวนขนลุกชะมัด พอหันหลังไปมองตึกคณะ นี่ผมออกมาไกลแล้วหรอวะ ไวไปไหม ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วหันกลับทำใจดีสู้เสือก้าวไปตึกคณะแพทย์ต่อไป

เคร้ง!

"...."

แค่ห้าก้าวเสียงเหมือนกระป๋องถูกเตะก็ดังมาจากตึกแพทย์แล้ว มันกำลังกลิ้งหลุนๆตามพื้น ทำไมผมรู้น่ะหรอ? ผมได้ยินเสียงไง มันเงียบขนาดนี้เสียงมันเลยก้องอ่ะ ผมส่องไฟฉายไปที่ตึกแพทย์แล้วขมวดคิ้วนิดๆ ไอ้สัส กระป๋องนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นแล้ว ผมก้าวยาวๆไปที่ใต้ตึกก่อนเตะแม่งออกตึกไป ไอ้สัส ใครเล่นอะไรเนี่ย...กูกลัวจริงนะเว้ย

หลังจากเตะกระป๋องออกนอกตึกไปแล้วผมส่องไฟฉายไปที่ทางขึ้นตึก บันไดแม่งโคตรน่ากลัวอ่ะหรือเพราะแม่งเป็นตอนกลางคืนเลยดูน่ากลัว ผมก้าวขึ้นบันไดไปเรื่อยๆจนถึงชั้นที่หนึ่งของตึกแล้วแม่ง...จากทางที่ผมยืนไปจนสุดทางเดินชั้นแรกมันเป็นอะไรที่แบบ...ภาพซาดาโกะค่อยๆคลานเข้ามาลอยขึ้นมาในหัวเลย ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนเปิดประตูห้องแรกเข้าไป บอกก่อนนะว่าผมไม่ตามหาแต่ละมุมหรอก ยืนแม่งหน้าห้องแล้วส่องไฟเข้าไปแทน

ปัง!

ผมปิดประตูแล้วไปห้องต่อไป ผมทำเหมือนกับห้องแรกเลย ไม่ผ่านก็ไม่ผ่านอ่ะ รอซ่อมก็ได้วะผมไม่แคร์หรือจะไม่ให้เข็มกลัดไรนั่นผมก็ไม่สนอ่ะ ไม่ได้กลัวผีนะแต่ไม่อยากเจอเฉยๆ

"นั่นป้ะวะ..."

ผมเจอกระดาษแผ่นหนึ่งพับอยู่บนโต๊ะ ผมเดินเข้าไปก่อนหยิบมันแล้ววิ่งออกมาข้างนอกพร้อมปิดประตู

ตึกตักๆๆๆ!

โอ้ย ใจเต้นแรงฉิบหาย ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วคลี่กระดาษออก แต่มันไม่ใช่อ่ะ! มันเป็นกระดาษเปล่าๆ ผมเลยขยำทิ้ง

ครืด...!

เสียงเหมือนมีโต๊ะถูกลากดังขึ้นและมันก้องมาจากสุดทางเดิน ผมเลือกที่จะวิ่งลงจากตึกแล้วออกมายืนโง่ๆอยู่ข้างนอก

"กรี๊ดดดด!"

ผมสะดุ้งเฮือกกับเสียงกรี๊ดที่ดังมาจากตึกข้างๆ คณะอะไรไม่รู้แต่ที่รู้ๆกูหลอนเสียงกรี๊ดมาก คณะห่าไรเนี่ยทำไมรับน้องพิเรนท์แบบนี้! ผมหันหลังหวังจะกลับไปที่ตึกคณะตัวเองแต่พอส่องไปกลับไม่มีตึกไหนเปิดไฟ มีเพียงแสงแวบๆของไฟฉายและเสียงกรีดร้องของเพื่อนร่วมคณะ

"เหี้ยเอ้ย! รับกูโหดๆแบบวิศวะแทนเถ๊อะ!"

พูดแบบนั้นแต่ผมทำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากกลับเข้าตึกไปใหม่แต่คราวนี้ผมวิ่งไปชั้นบนสุดของตึกแล้วใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์แทน ผมอยากเปิดเพลงนะแต่ก็กลัวเพลงกลบเสียงอื่นๆแล้วผมไม่ได้ยิน พอหันไปทีก็ป๊ะเข้ากับหน้า สลบเหมือดคาตึกแพทย์ ผมส่องไฟฉายไปทั่วชั้นก่อนเปิดห้องๆหนึ่งเข้าไป ผมค่อยๆก้าวเท้าขวาเข้าไปข้างใน เท้าซ้ายอยู่นอกประตูแล้วส่องไฟไปรอบๆ

วาบ...!

"เชี่ย!"

ผมสบถเสียงดังก่อนผงะพิงกรอบประตูด้วยความตกใจ หัวใจผมแทบหยุดเต้นเพราะผมดันส่องไปทางหุ่นวิทยาศาสตร์ที่ซีกหนึ่งเป็นอวัยวะภายใน ไอ้สัสเอ้ย ใจหายใจคว่ำแต่ที่แม่งพีคไปกว่านั้นคือมีกระดาษสีขาวเสียบอยู่ในร่องไส้ของหุ่น ผมพนมมือสวดมนต์ในใจแล้วเอื้อมมือสั่นๆออกไปหยิบมัน พอหยิบได้ผมก็ปิดประตูแล้วรีบหันหลังติดกำแพงพลางส่องไฟฉายขวาทีซ้ายทีแล้วค่อยส่องกระดาษที่หยิบ

"พ่องเหอะ!"

กระดาษเปล่า! ใจเหี้ยอะไรเนี่ยทำไมมันยากเย็นเหลือเกิน! เดี๋ยวกูก็ฉีกทิ้งแม่งเลย! ผมขมวดคิ้วนิดๆแล้วส่องไฟไปทางซ้ายซึ่งเป็นทางเดินเข้าไปเรื่อยๆจนสุดชั้น มันมืดมากอ่ะแต่รอบนี้ไม่ใช่ซาดาโกะครับ แม่งเป็นบุปผาราตรีมาเลยแล้วทำไมหัวผมต้องคิดเรื่องพวกนี้ด้วยวะ

ผมสะบัดหัวเบาๆแล้วเดินไปทางนั้นช้าๆ ทุกๆย่างก้าวแม่งโคตรหนัก อยู่ๆก็หนาวอย่างกับอยู่ในห้องแช่ ปากแห้งคอแห้งไปเลยผม ผมเดินมาเรื่อยๆจนถึงห้องสุดท้าย พอส่องไฟฉายไปทางประตู ปรากฎว่าแม่งแง้มอยู่!

ตึกตักๆ...ตึกตักๆ

โอ้ย ใจไม่ไหวแล้ว~ สัญชาตญาณของผมมันบอกว่าถ้ามึงเปิด มึงต้องเจอแน่ๆ!

อ่ะ อ่ะ อ่าาาาาาา~

ฉิบหายเอ้ย...เสียงซาวด์ซาดาโกะมาเลยเหี้ย ผมว่ามันต้องเป็นคนอ่ะ พี่ปีสองแน่ๆเพราะตอนรวมกันที่ตึกมันไม่มีปีสองอยู่เลยแต่ประเด็นคือผมก็กลัวอยู่ดีว่ะ ถ้าผมถีบยอดหน้ามาอย่ามาโวยแล้วกัน

กึง! ครืด... อ่ะ อ่าาาาา~

เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน! ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วจับลูกบิดก่อนกระชากออกสุดแรงเกิด

"แฮ่!"

ผัวะ!

"แฮ่พ่องมึงอ่ะ!!!!"

ผมตบเข้าที่หัวเต็มๆแล้วผงะถอยหนีเพราะแม่งแต่งหน้าจัดเต็มมาก ผมโคตรเหมือนหน้าโคตรเหมือนแถมชุดยังให้อีกสัส! ผมส่องไฟฉายใส่หน้าแม่ง ผีบ้านป้ามันอ่ะหลบตา

"เจ็บโว้ย!"

"โว้ยพี่! ไหน เอากระดาษมา!"

ไฟในห้องถูกเปิดขึ้น ผมถึงได้เห็นเต็มๆตาว่ามีรุ่นพี่ปีสองอยู่สองคน พี่คนที่แต่งเป็นผีชี้ไปหาพี่อีกคน ผมเลยเดินผ่าเขาเข้าไป

"ไหนเอาใจเรามา"

ผมส่งกระดาษให้แล้วขอให้จบๆไปซะ พี่เขาวางกระดาษผมลงบนโต๊ะก่อนหยิบกระดาษที่พับอยู่ข้างๆคลี่ออก ผมยิ้มแก้มแทบแตกเมื่อหัวใจขยับเข้าหากันเป็นหนึ่ง...ถ้าสีเดียวกันจะดีมากเลยสัส!

"เสียใจด้วยครับเมียร์ ของน้องมันไม่ได้อยู่ที่ตึกนี้"

ไอ้พี่ที่แต่งเป็นผีเดินมาอยู่ข้างๆ ผมหันไปมองมันก่อนผงะหนีเพราะหน้าแม่ง ผีชัดๆอ่ะ ไม่มีความเป็นคนหลงเหลืออยู่เลย

"เอ้า ทำไมไอ้พี่สิงฆ์มันบอกผมว่าอยู่ตึกนี้อ่ะ"

"โดนแกล้งอ่ะดิ รู้ป้ะว่าเมียร์ถูกจ้องไว้อ่ะ ชื่อเรียกทรัพย์นะเมียร์"

ผมปลายตามองพี่มันก่อนเดินออกจากห้อง เมียร์ๆอยู่นั่นอ่ะ แค่เรียกกูแคตนี่ดอกพิกุลจะโปรยหรอ

"ให้ไปส่งไหม!"

"นอนตายอยู่ในนั้นเหอะ!"

ขืนมาส่งผมก็แยกไม่ออกอ่ะไหนผีไหนคน เผื่อเจอผีจริงขึ้นมาผมคิดเป็นรุ่นพี่อ่ะจะทำไง ผมเดินลงบันไดเรื่อยๆโดยไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลย เจอผีปลอมไปบอกตามตรงว่าความกลัวผมหายหมด

แค่กๆ!

อ่ะ เอาอีกล่ะ ไอชัดขนาดนี้คนชัวร์ ผมถอนหายใจแล้วเดินต่อไปเรื่อยๆ อีกสองชั้นผมก็ออกจากตึกแพทย์ได้ล่ะ

แค่กๆ!

ยัง ยังอีก ไอขนาดนี้กินชวนป๋วยปี่แปกอไหมสัส ยาแก้ไอสูตรสมุนไพรเผื่อจะดีต่อลำคอ เสียงไอยังคงดังอยู่แต่ผมไม่ได้สนใจ พอออกจากตึกแพทย์ได้ผมก็ไปหาที่อื่นต่อแต่อย่าให้ผมเจอไอ้พี่สิงฆ์นะ นอกจากผมจะไม่ส่งใจแล้ว ผมจะส่งหมาในปากไปกัดมันด้วยเลย

...................................................................

#ดองกี้**

บางทีอาจจะเจอผีจริงก็ได้นะเมียร์จ๋า ฮิฮิ**

- ขอ 1 เมนท์เป็นกำลังใจตอนต่อไปนะคะ >< -

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}