ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 03 :: รับน้องยามดึก

ชื่อตอน : โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 03 :: รับน้องยามดึก

คำค้น : ฑิวากรณ์ โลจิสติกส์ สิงฆ์เมียร์แคต ดองกี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 40.4k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2562 20:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 03 :: รับน้องยามดึก
แบบอักษร

กิจกรรมนันทนาการของคณะโลจิสติกส์คือการเดินไปเต้นไปแบบแถวเรียงหนึ่ง ตอนนี้พี่ปีสองที่ชื่อ พี่โอ๋ กำลังเต้นเพลงปี 2012 อย่างโอปป้ากังนัมสไตล์โดยมีรุ่นน้องจำนวนสิบคนเต้นตามเป็นแถวยาวราวกับรถไฟ เต้นอยู่กับที่ผมว่าเหนื่อยแล้วแต่พี่แกพาเต้นไปเดินไปเรื่อยๆจนไปถึงตึกคณะเกษตรที่อยู่ใกล้กันและเหมือนจะเข้าไปแจมกับคณะนั้นด้วย

นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีแข่งวิบากแต่ไม่ได้กินวิบากนะครับ เป็นส่งของวิบาก ไหนๆคณะเราสาขาเราก็เรียนเกี่ยวกับการขนส่งแล้ว พวกพี่ปีสามที่ไม่ใช่พี่ว๊ากก็พาพวกผมเล่น เขาจะให้แข่งกันรอบละห้าคน โดยของที่ส่งคือก๋วยเตี๋ยวในถ้วยโฟมที่ไปซื้อจากโรงอาหารคณะเรามาส่วนถ้วยโฟมนี่ซื้อเซเว่นอ่ะดูแล้ว

ด่านแรกของการส่งก๋วยเตี๋ยวคือสาดน้ำสีใส่ เราต้องปกป้องถ้วยเกี๋ยวเตี๋ยว ห้ามให้น้ำสีหยดลงไป ด่านสองคือสาดแป้ง ไม่ใช่แป้งฝุ่นธรรมดาๆนะครับ แป้งมันสำปะหลังเลยอ่ะ เห็นคาตาว่าพี่แกฉีกสาดเลย ด่านที่สามคือเกร็ดขนมปัง เหมือนพวกพี่มันพร้อมทอดพวกผมอ่ะ ด่านที่สี่คือซอส! ซอสมะเขือเทศ พริก มายองเนส โอ้โห ส่งพวกกูทอดเลยเถอะและด่านสุดท้ายคือโคลน ผ่านห้าด่านนี้ก็วางถ้วยก๋วยเตี๋ยวลงบนโต๊ะให้พี่ปีสองตรวจ ถ้าหากมีของอื่นๆที่ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยวปนอยู่ทั้งหมดห้าถ้วยก็ต้องดูอ่ะว่าใครหล่นน้อยสุด คนน้อยจะเป็นผู้ชนะคนที่เหลือถูกล้างหน้าและเขียนหน้า

ถ้าถามผมว่าผมโดนอะไรระหว่างเต้นไปคณะเกษตรหรือวิบาก ผมโดนวิบากครับแล้วตอนนี้มันถึงคิวผมแล้ว!

"พี่สิงฆ์! เมียร์มึงถึงคิวแล้ว!"

เตะปากรุ่นพี่ผมจะถูกแบนออกจากสถาบันไหมวะ ผมขมวดคิ้วนิดๆให้รู้ว่าไม่พอใจแทนที่จะสำนึกเสือกหัวเราะอีก ไอ้พี่สิงฆ์เดินเข้ามาก่อนมองหน้าผม

"กูอยู่ด่านสองแล้วกัน เจอกันนะครับเมียร์"

"แคต มันคงเรียกไม่ยากหรอกมั้ง"

ผมสวนกลับ พี่มันเลิกคิ้วขึ้นแล้วยิ้มก่อนเดินไปยืนรออยู่ที่ด่านสอง มันรับถุงแป้งสำปะหลังจากพี่ที่ยืนคุมด่านมาไว้ในมือ มันแกะถุงแล้วกวักมือเรียกผม แถมทำหน้าทำตากวนตีนอีก ได้นะ เดี๋ยวเจอไอ้แคต!

"เมียร์สู้ๆนะจ้ะ/เมียร์สู้ๆ!"

คือไม่ต้องตะโกนเชียร์กูก็ได้อ่ะ กูอายนะ ผมถอนหายใจแล้วรับถ้วยก๋วยเตี๋ยวมา ดีนะมันไม่ร้อนอ่ะ ผมถือถ้วยไว้แล้วเตรียมตัวออกวิ่ง

"รอบสุดท้าย...ไปได้!"

สิ้นเสียงพวกผมก็ออกตัววิ่งเต็มแรงพอใกล้เข้าด่านที่หนึ่ง พี่ๆรีบยกถังน้ำขึ้นเตรียมสาด ผมทำเป็นวิ่งเต็มแรงแต่พอพวกพี่สาดน้ำ

ซ่าา....!

ผมก็เบรคกระทันหันแล้วกระโดดถอยหลังหลบ พวกพี่เผยจุดอ่อนคือสาดพร้อมกันเพราะคิดว่าทุกๆคนต้องเร่งความเร็วตั้งแต่แก๊กแรก มันก็จริงอ่ะแต่ผมแค่ไม่อยากเปียกอ่ะ

"เข้! น้องเมียร์แคตฉลาดสัส! คนแรกที่ไม่เปียก! ขอเสียงเชียร์หน่อยเร้วววว!"

ปึงๆๆๆๆ!

"กรี๊ดดดดดดด!/โว้วๆๆๆ!"

"เมียร์สู้ๆๆ!"

ไอ้พี่ไพ่มันยกกลองมาจากไหนวะ ใส่แว่นโมเสคตีกลองรัวๆเลยไม่เน้นจังหวะไม่เน้นเพลง เน้นมันส์ไว้ก่อนพอเริ่มใกล้ด่านที่สอง คนสาดแป้งผมคือไอ้พี่สิงฆ์ ผมว่าผมโดนแป้งแน่ๆเพราะมันเห็นผมหลบอ่ะ มันต้องจับทางผมได้

ฟู่~~

แป้งสีขาวตลบอบอวลทั่วบริเวณเพราะแม่งสาดพร้อมกับทั้งสี่ถุงแต่ผมไม่ได้เข้าไปในดงแป้ง ผมยังยืนจ้องหน้ากับไอ้พี่สิงฆ์มันอยู่

"ไปสิน้อง ส่งของช้ามันไม่ดีนะ"

"บางครั้งมันก็ต้องมีอุปสรรคบ้างแหละพี่"

ผมยืนรอจนแป้งจางแล้วถอยหลังเตรียมตัววิ่งและทันทีที่ผมวิ่งไอ้พี่สิงฆ์ก็สาดแป้งแต่จังหวะที่พี่มันกำลังจะสาดผมแอบใช้ละอองแป้งที่คลุ้งขึ้นเล็กน้อยเป็นหมอกบังเลี้ยวไปในลู่วิ่งที่สาม พอเห็นผมโผล่ไปอย่างปลอดภัยมันก็ยืนมองผมอึ้งๆ ผมเลยส่งจูบไปที

"เหยดดด! ถึงจะส่งช้าแต่ของปลอดภัยนะครับ!"

ปึงๆๆๆๆ!

ไอ้พี่ไพ่ตีกลองใหญ่ เสียงเชียร์เสียงกรี๊ดกำลังดังและมันทำให้ผมเริ่มสนุกพอถึงด่านที่สามคือเกร็ดขนมปัง อันนี้ชิลๆ ผมละมือข้างหนึ่งจับชายเสื้อนักศึกษาดึงออกจากกางเกงแล้วดึงปิดปากถ้วยแต่อ้าปากตัวเองแทน

"เชี่ย ฮ่าๆๆๆๆ น้องเมียร์แม่งอ้าปากกินเกร็ดขนมปังเฉย"

ใช่ครับ เกร็ดขนมปังเข้าปากผมเต็มๆ ผมเลยเคี้ยวกรุบๆแล้วเร่งฝีเท้าไปในด่านที่สี่ ด่านนี้ผมเสียสละหลังตัวเองวิ่งหันข้างใส่โดยเอาแผ่นหลังรับซอสนานาชนิดที่พุ่งออกมาจากขวดบีบ รู้สึกเย็นและเหนียวๆไปพร้อมๆกันเลย ต่อมาด่านสุดท้าย ทุกคนกำลังติดอยู่ที่ด่านนี้ ไม่มียอมให้รองเท้าของตัวเองลงโคลนสักคนแต่กับผมไม่ใช่ ผมก้าวลงไปในบ่อโคลนที่มีความลึกแค่ตาตุ่ม ง่ายๆคือมิดเท้าเราอ่ะครับ

"มาถึงอย่างปลอดภัยครับ"

กว่าจะพาตัวเองออกจากบ่อโคลนได้ ผมแทบตายและแน่นอนว่าก๋วยเตี๋ยวผมกินได้จนหมดถ้วย

"น้องเมียร์แคตชนะครับ!"

"กรี๊ดดดด!/เฮๆๆๆ!"

ปึงๆๆๆๆ!

จบรอบสุดท้าย พี่ไพ่มันตีกลองอย่างบ้าคลั่ง ตีจนแว่นหลุดมันก็ยังตีต่อก่อนที่วิศวะจะเดินมาตบหัวพี่แกแล้วยกกลองไป เสื้อช็อปสีเลือดหมูสวยชะมัด ไอ้บัวกับไอ้โซ่ได้ใส่สินะ

"ผมจะให้พวกน้องๆกลับไปอาบน้ำแล้วใส่ชุดลำลองที่เดินวิ่งสะดวกสำหรับคืนนี้! เราจะเจอกันอีกครั้งตอนหนึ่งทุ่มครึ่ง! หนึ่งทุ่มครึ่งต้องมาครบทุกคนนะครับ เข้าใจไหม?!"

"เข้าใจครับ!/ค่ะ!"

ไอ้พี่สิงฆ์พยักหน้าแล้วหันกลับไปหาเพื่อนๆของตัวเอง ผมถอดรองเท้าและถุงเท้าออกก่อนพับขากางเกงขึ้นมาจากนั้นค่อยถอดเสื้อเพราะข้างหลังผมมีแต่ซอสอ่ะดิ

"แล้วเจอกันนะเมียร์"

"เจอกันเมียร์"

"เมียร์มาด้วยน้าาา"

และอีกสารพัดตลอดทางที่ผมเดินไปหน้า ม. ผมแอบเห็นว่าคณะแพทย์รับน้องกันน่ารักมาก นั่งใต้ตึกร่มๆ มีขนม มีรุ่นพี่ร้องเพลงดีดกีตาร์แล้วดูคณะกู เลอะเทอะกันฉิบหายอ่ะ

ตอนกลับมาถึงบ้านแม่แทบพ่นไฟใส่ตอนเห็นผมแต่ผมห้ามไว้ทันแล้วบอกว่าเป็นรับน้องของคณะส่วนรับน้องคืนนี้ผมก็ได้รับอนุญาตแล้วและพ่อจะไปส่งผมที่ ม. เอง

19.00 น.

@มหาวิทยาลัยฆิวากรณ์ ตึกคณะโลจิสฯ

"พ่อกลับดีๆนะครับ ถ้าผมเสร็จเมื่อไหร่ผมจะโทรไปบอก"

"โอเค เราก็ระวังๆล่ะถ้าพวกรุ่นพี่มันทำอะไรแผลงๆเราเลิกเลยนะ เข้าใจไหม?"

"ครับผม"

ผมยืนส่งพ่อจนรถของพ่อผ่านคณะแพทย์ไปผมถึงเดินไปนั่งรวมกับคนอื่นๆที่ใต้ตึกคณะ คนอื่นๆทยอยกันมาแล้วและรอบนี้ผมมีเพื่อนเยอะกว่าเมื่อเช้า ทุกคนชอบเรียกผมว่าเมียร์ๆ ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ผมก็ขี้เกียจแก้อ่ะเลยปล่อยแม่งแต่ลึกๆในใจผมอ่ะไม่โอเคเลยล่ะ

"นัดมาดึกๆขนาดนี้เขาจะให้พวกเราทำอะไรอ่ะ"

แจง เพื่อนในคณะพูดขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆ ม. ตอนนี้มหาลัยเรามืดมากๆ ไม่มีแสงไฟเลยมีแค่ไฟจากตึกคณะเรา พวกพี่เขาคงขออนุญาตจากอาจารย์แล้วล่ะมั้งถึงได้ปิดไฟมืดตื๋อขนาดนี้

"เข้าแถว!"

เมื่อได้เวลาสองทุ่มตรง พี่สิงฆ์ในชุดนักศึกษาแบบเมื่อเช้าก็เดินมาพร้อมๆกับพี่ปีสามคนอื่นๆนับๆแล้วมีสิบคนเอง ในมือของพี่แฮมและพี่อิ๊กมีลังกระดาษขนาดเท่าลังเบียร์อยู่ พวกเขาอุ้มมันวางลงบนพื้นก่อนจะยืนตัวตรง

"ผมจะเช็คชื่อของพวกน้องก่อนเริ่มนะครับ! ฝากด้วยอิ๊ก"

"อ่า"

พี่อิ๊กเริ่มเช็คชื่อ พี่เขาไม่พูดมากแค่เดินให้เราชูป้ายชื่อแล้วพี่เขาจะหาเอง การเช็คชื่อใช้เวลาไปจนถึงสองทุ่มสามสิบ

"มาครบและอาจจะมาเกิน..."

พี่อิ๊กพูดบอกแล้วปลายตามองไปด้านหลัง พวกผมก็หันตามเลยสิแต่ไม่มีอะไรนอกจากม้านั่งหินอ่อนโล่งๆ นี่จะหลอกผีกันหรอวะ... ไม่กลัวนะแต่ก็ไม่อยากเจออ่ะ

"แถวแรกลุกขึ้นมาหยิบไฟฉายไปคนละกระบอกครับ!ตามด้วยแถวที่สอง สาม สี่และห้า!"

พี่สิงฆ์ว๊ากอีกครั้งพวกผมเลยลุกไปหยิบไฟฉายในลังเบียร์กว่าจะคบห้าแถวก็กินเวลาอีกอ่ะเพราะแถวนึงมีสิบห้าคน หลังจากผมหยิบไฟฉายมาแล้วผมก็ลองเช็คสภาพแต่ไฟมันอ่อนเกินไปและพอหันมองของคนอื่นๆมันมีสภาพไม่ต่างกันเลย

"ต่อไปพวกผมจะแจกกระดาษที่ถูกพับครึ่งให้คนละแผ่น พอรับแล้วอย่าพึ่งเปิดดูจนกว่าผมจะอนุญาต!"

เป็นอีกครั้งที่พี่แกว๊าก ผมอยากซื้อสเต็บซิ่วให้จังเลยอ่ะเผื่อเจ็บคอ อมหน่อยจะได้ดีขึ้น พี่ไพ่รับหน้าที่เดินแจกกระดาษให้พวกผม ขนาดจะสามทุ่มแล้วพี่แกยังใส่แว่นโมเสคอยู่เลย

"ในระหว่างที่พี่ไพ่แจกกระดาษ ผมจะให้พี่เวย์มาอธิบายเกี่ยวกับมหาลัยนะครับ"

พี่สิงฆ์พยักหน้าให้พี่เวย์ซึ่งไอ้พี่หนวดนั่นแหละชื่อพี่เวย์ พี่แกหน้าโหดเวอร์อ่ะโดยเฉพาะหนวดแพะของเขา

"มหาลัยนี้มีตึกคณะอยู่สิบกว่าคณะและตึกเก่าที่ปิดใช้งานไปแล้วเมื่อสามปีก่อน มีโดม หอประชุม โรงอาหาร โลงละครขนาดย่อม สระว่ายน้ำและอื่นๆอีกมาก ทั้งหมดนี้คือสถานที่ที่พวกน้องๆต้องเคลียร์ให้ผ่าน!"

"....."

"เจออะไรห้ามทัก! ได้ยินอะไรห้ามฟัง! ใครเรียกอะไรห้ามตอบ! เพราะนั่นไม่ใช่พวกผม!"

"....."

"อย่าไว้ใจใครที่เห็น อย่าพึ่งพาใครนอกจากตัวเองและจงจำเอาไว้"

"....."

"มหาลัยตอนนี้ไม่ได้มีแค่พวกเราทั้ง 85 คน! จะคุยกับใครต้องให้แน่ใจว่าคนๆนั้นยังมีชีวิต! มีเลือด มีเนื้อ มีลมหายใจ"

"....."

"และเมื่อไหร่ที่ไฟสว่าง นั่นหมายถึงมันสิ้นสุดลงแล้ว"

พี่เวย์กลับไปยืนที่เดิมแล้วปล่อยให้พวกผมนั่งจมกับความคิดความมโนไปต่างๆนาๆ ผู้หญิงบางคนเหมือนๆจะร้องไห้เลย ผมลูบหลังแก้วตาที่นั่งอยู่แถวสี่ข้างๆผม เธอกำลังสั่นกลัวถ้ารุ่นพี่ให้จับคู่ ผมจะไปกับเธออ่ะ เห็นแล้วสงสารชะมัดเลย

พี่ไพ่เดินกลับไปยืนรวมกับคนอื่นๆหลังจากแจกกระดาษเสร็จ พี่เขาพยายามแจกช้าๆเพราะให้พวกเราฟังพี่เวย์จนจบ พวกพี่ๆเขาคุยอะไรกันไม่รู้ก่อนที่พวกเขาจะพากันเดินขึ้นตึกไปปล่อยให้พวกผมนั่งโง่ๆพร้อมกับลมเย็นๆที่พัดผ่านตึก

อือหือ ถ้าจะรับน้องกันดึกขนาดนี้นะ รับกูแบบโหดๆอย่างวิศวะเถอะว่ะ ยอมเจ็บแต่ไม่ยอมเจอผีอ่ะสัส!

............................................................

#ดองกี้**

พี่เวย์แกล้งน้องงงง 5555555555**

- ขอ 1 เมนท์เป็นกำลังใจในตอนต่อไปค่ะ >3< -

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}