ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : chapter1 intro

คำค้น : เพลิงรักอสุรา ละอองอาย NC Nc nc มาเฟีย นักศึกษา โคแก่กินหญ้าอ่อน โหด ดุุ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2562 18:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter1 intro
แบบอักษร

เพราะความผิดพลาดในวัยหนุ่มสาว มักนำมาซึ่งผลผลิตที่ไม่เต็มใจ


‘มิว’ คือหนึ่งในความผิดพลาดของพ่อและแม่


เด็กสาวที่เติบโตขึ้นมาโดยการเลี้ยงดูของย่า ผ่านมรสุมคำครหาของ ‘ป้าข้างบ้าน’ ที่พร่ำบอกทุกค่ำเช้าว่าเธอไม่มีทางได้ดี


คว้าเหรียญทอง ‘เกรดเฉลี่ยสะสมยอดเยี่ยม’ ของโรงเรียนมาครอง


ทว่าฟ้าไม่ปล่อยให้เธอได้ชื่นมื่นกับความสุขนานนัก หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกได้หมาดๆ ย่าที่เลี้ยงดูและส่งเสียเธอมาตลอดได้ลาโลกไป ด้วยโรคปัจจุบัน


ฟ้าที่พลิกคว่ำคะมำหงาย ทำให้เธอที่ไม่เป็นที่ต้องการของพ่อและแม่ใหม่ จำต้องถูก ‘ถ่ายโอนมรดก’ ไปสู่ผู้เป็นบิดา โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องการเท่าไหร่นัก


“ฉันไม่ส่งมันหรอกนะ โตขนาดนั้นแล้วควรจะออกมาช่วยกันทำงาน ส่งเรียนไปก็ใช่ว่าจะจบ!” เสียงแม่ใหม่ที่ทะเลาะกับพ่อดังออกมาจากในห้อง


“พูดเบาๆหน่อยไม่ได้รึไง” เสียงของพ่อพยายามจะปรามให้อีกฝ่ายลดเสียงลง


บ้านของพ่อนั้นไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก ผนังก็ไม่ได้หนามากจนสามารถกรองเสียงอะไรได้ ทุกคำพูดและทุกการเคลื่อนไหว ล้วนดังออกมาให้เด็กสาวที่กำลังนั่งอยู่หน้าทีวีได้ยินเสมอ


แสงไฟนีออนส่องสว่างตกกระทบร่างสูงระหงของเด็กสาวคนหนึ่ง ผิวกายของเธอนั้นขาวนวลแข่งกับแสงไฟ เรือนกายโปร่งบางเริ่มมีส่วนเว้าส่วนโค้งตามวัย แม้จะแต่งกายธรรมดาเรียบง่าย ทว่าก็มิได้ข่มความงามของใบหน้านั้นได้เลย


มิว มิลาณี เด็กสาวผู้มีหน้าตางดงาม ดวงตาของเธอเปร่งประกายและมีเส้นขนตาเรียงหนา ยามได้สบตากับดวงตาคมสวยคู่นี้หลายคนมักจะเผลอเหลอ มองนานเสียจนสะดุดล้มหน้าคว่ำก็เคยมี จมูกโด่งเป็นสันเหมือนอย่างมีใครมาปั้น และริมฝีปากที่บางได้รูปนั้นก็ดูน่าสัมผัสเสียยิ่งกว่าอะไร


ทั้งหมดทั้งมวลของความงามนี้มาจาก ‘แม่’


ทว่าความจำเกี่ยวกับแม่ของมิวนั้นมีน้อยมากเหลือเกิน รู้แค่เพียงว่าแม่ก็ไม่ได้ต้องการเธอ และดูจะร้ายกว่าพ่อเข้าไปอีก เพราะหลังจากคลอดเธอออกมา หล่อนก็ไม่เคยมาพบหน้าหรือกลับมาหาเธออีกเลย


“ไม่รู้ละ ฉันไม่ส่งมันเรียนแน่ๆ!” เสียงของคนในห้องนั้นยังทะเลาะกันไม่เลิก


จะว่าไปแล้ว เงินประกันชีวิตของย่านั้นนับว่ามีอยู่หลายบาททีเดียว ย่าเป็นคนขยัน ทุกวันมักจะตื่นมาทำ ‘แกงถุง’ ขายในหมู่บ้าน ตัวมิวเองก็คอยเป็นลูกมือช่วยเหลืออยู่ตลอด ทั้งสองทำงานร่วมกันเพื่อหาเงินในการดำรงชีพ ค่าเล่าเรียนของมิว และ ‘ค่าประกันของย่า’


ทว่าเงินก้อนนั้นกลับตกไปอยู่ในมือของพ่อและแม่ใหม่ ทันทีที่ทั้งสองรู้เรื่องการจากไปของย่า


ไม่แน่ว่าบางทีการที่เขายอมรับเธอมาอยู่ด้วย อาจจะเพราะไม่อยากให้พวกญาติๆไปพูดได้ว่า ‘เอาแต่เงิน’


เด็กสาวเริ่มจะเบื่อเสียงทะเลาะของคนทั้งสอง หล่อนค่อยๆลุกขึ้นและเดินออกจากบ้านไปสูดอากาศด้านนอก


ที่ที่พ่อพาเธอมานั้นเป็นห้องแถวของกลุ่มพนักงานโรงงาน ทันทีที่เดินออกมาก็เจอเข้ากับกลุ่มนักเลงกินเหล้าหน้าห้องทันที สายตาโลมเลียที่คนเหล่านั้นมองมาทางเธอดูไม่ประสงค์ดีสักนิด อีกทั้งยังส่งเสียงมาแทะโลมเธออย่างหน้าไม่อาย


แสงไฟที่หน้าห้องนั้นมีเพียงแสงสว่างจากหลอดไฟเหนือโต๊ะหินอ่อนที่คนกลุ่มนั้นกำลังนั่งสังสรรค์กันอยู่ มันยิ่งทำให้ภาพของใบหน้าที่มองมาทางเธอชัดเจนแจ่มแจ้งว่าไม่น่าดูสักนิด แต่ละคนล้วนมีใบหน้าที่ ‘แก่เกินวัยเพราะแอลกอฮอล์’


ผู้ชายบางคนในโรงงานอายุน้อยกว่าเธอด้วยซ้ำ แต่อายุใบหน้านั้นเลยไปไกลถึงยี่สิบปลายๆเลยทีเดียว ช่างเป็นกลุ่มคนที่ไม่น่าไว้ใจและเสวนาด้วยอย่างยิ่ง


เด็กสาวทำเป็นไม่เห็นและไม่ได้ยินคำแซวและสายตาแทะโลมเหล่านั้น ตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในห้องของพ่ออีกครั้งและปิดประตูลงกลอนอย่างดี


มิวไม่ใช่คนโง่ที่ชอบเอาตัวเองไปเสี่ยง เธอรู้ดีว่าอันไหนดีและอันไหนไม่ดี สิ่งไหนที่อันตรายเกินไปเธอมักจะหลีกเลี่ยงเสมอ


“เฮอะ! ไม่ทันไรก็คิดจะมีผัวซะแล้ว” เสียงพูดจีบปากจิบคอดังมาจากแม่ใหม่ของเธอเอง


ประโยคนั้นดูจะมากไปสักหน่อยสำหรับแม่เลี้ยงที่ไม่เคยเลี้ยงดูหรือส่งเสียเธอแม้แต่บาทเดียว


“หนูจะออกไปซื้อขนม” เด็กสาวปฏิเสธอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก


“ซื้อขนมอะไร เอาเงินมาจากไหน หนอยแน่! แอบหยิบเงินของฉันไปใช่ไหม!” แม่เลี้ยงดูจะไม่ยอมความง่ายๆ พยายามยัดเยียดความผิดมาให้เธอให้ได้


“ไม่ใช่สักหน่อย” มิวที่ถูกให้ร้ายเริ่มเพิ่มระดับเสียงอย่างไม่ยอมความ


“กล้าขึ้นเสียงเหรอ นังเด็กเลว วันนี้ฉันจะสั่งสอนแก!” ไม่พูดเปล่า มืออวบอูมของแม่เลี้ยงไปคว้าไม้แขวนเสื้อออกมาจากประตูตู้เสื้อผ้า ตรงปรี่เข้ามาหาเธออย่างหมาดร้าย


หากเป็นเหมือนอย่างคนทั่วๆไป ฉากต่อไปนี้คงเป็นเรื่องโศกที่ลูกเลี้ยงถูกแม่เลี้ยงทำร้าย ทว่ากับมิวที่เกิดขึ้นมาดับโชคชะตาปากกัดตีนถีบ การยอมคนจะทำให้เธอเป็นฝ่านพ่าย และย่าไม่เคยสอนให้เธอเป็นคนขี้แพ้


ทันทีที่แม่เลี้ยงหวดไม้แขวนเสื้อใส่เธอ เด็กสาวก็คว้าเข้าที่ข้อมือของหล่อนทันที ออกแรงบีบอย่างไม่เบามือ ทำเอาแม่เลี้ยงหน้าเปลี่ยนสีทันที


“เด็กเลว เนรคุณ!” อีกฝ่ายแผดเสียงลั่นอย่างไม่หวั่นเกรงเพื่อนห้องข้างๆ


การยื้ดยุดฉุดไม้แขวนดำเนินต่อไปได้ไม่นาน พ่อที่ได้ยินเสียงแผดร้องของแม่เลี้ยงก็ออกจากห้องมาตีระฆังหมดยก แยกคูชกออกจากกันทันที


“พอได้แล้ว!” เพราะเห็นว่าเมียของตนคุมอารมณ์ไม่อยู่ พ่อจึงได้เลือกยึดร่างของเมียไว้ แม้ว่าหล่อนจะดีดดิ้นอย่างไม่ยินยอมก็ตาม


“ปล่อยนะ ฉันจะเอาเลือดหัวมันออก เด็กเลว!” พูดหนึ่งทีก็มีแต่คำหยาบไปแล้วสี่ห้าคำ ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่าแม่เลี้ยงของเธอต่อมความยับยั้งและความระลึกรู้ต่ำเพียงใด


มิวจ้องหน้าพ่อตาเขม็ง อยากจะคาดคั้นให้เขาคืนความเป็นธรรมให้กับเธอ ทว่าผลที่ได้กลับกลายเป็นเธอที่ถูกมองด้วยสายตาตำหนิ


“ไม่รู้ละ หัวเด็ดตีนขาดฉันก็ไม่เอานังเด็กนี่ไว้ ถ้าพี่ไม่ยอมฉันก็จะไม่อยู่กับพี่!” หลังประกาศกร้าวร่างอุ้ยอ้ายของแม่เลี้ยงก็สะบัดก้นเดินเข้าห้องไปพร้อมความโมโหโทโส


ชั่ววินาทีเดียวเท่านั้นที่เธอได้สบตากับผู้เป็นพ่อ ทันทีที่ได้ยินเสียงของไม้แขวนผ้าที่ถูกปลดออกจากราวแขวน ร่างของพ่อก็พุ่งตามเข้าไปในห้องนอนทันที


“เอาเสื้อผ้าออกมาทำไม?” เสียงของพ่อร้องถาม


“ฉันจะกลับบ้าน” เสียงที่พูดนั้นปนสะอื้นอย่างมีจริตจะก้าน


มิวจำต้องรับฟัง ‘การปลอบประโลมด้วยร่างกาย’ ระหว่างพ่อและแม่เลี้ยงของตน เสียงของขาเตียงที่เสียดสีกับพื้นปูน อีกทั้งเสียงลมหายใจถี่กระชั้นที่ดังออกมาจากในห้อง


บอกให้รู้ว่าคนที่ต้องออกจากห้องนี้ไป...คือเธอ


*******************************************************************************************************************************


ฝากนิยายใหม่ของละอองอายเอาไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ จริงๆแล้วเรื่องนี้แอบแต่งเงียบๆมาได้สักพักแล้ว แต่ยังหาฤกษ์ลงไม่ได้เพราะเรื่องเก่ายังไม่ปิด 555 แอบร้ายอีกแล้วอะะะ 


เรื่องนี้ร้อนมากค่ะบอกเลย เพราะไรท์แต่งตอนเที่ยง 555 ล่อเล่นน มันค่อนข้างรุนแรงน่าา เด็กๆอ่านโดยใช้วิจารณญาณเน้อออ


สุดท้ายนี้ รักและรัก คืนนี้จะลงอีกสองตอนนะงับ

ความคิดเห็น