รวินิล

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่มอบให้ไรท์ ไรท์จะพยายามสร้างสรรค์ผลงานดีๆออกมาเรื่อยๆนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 345

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2562 18:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3
แบบอักษร

                ตอนที่ 3

                ไม่ทันที่จะได้ถามจบ หัสดินก็ลุกขึ้นดึงดุจดาวเข้าไปกอดไว้แน่นพลางพรมจูบลงมาทั่วใบหน้า ทำเอาเธอตกใจไม่น้อย อ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูก แม้แต่เสียงพูดเพียงคำเดียวก็ไม่สามารถเปล่งออกมาได้สักคำเดียว

                เป็นโอกาสดีในจังหวะที่เธอเผลอ หัสดินจงใจกระแทกปากลงไปบนปากบางช่างพูดนั้น แม้มันจะไม่แรงมากแต่ก็ทำให้คนตัวเล็กเจ็บจนต้องร้องครางออกมาได้ เธอพยายามส่ายหน้าหลบหนีปากของเขาแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อมือหนาดันศีรษะของเธอไว้จนขยับไปไหนไม่ได้ จะกรีดร้องออกมาก็ทำไม่ได้เช่นกัน เมื่อเขาได้ครอบครองปากอิ่มสวยได้รูปของเธอสมใจแล้ว

                เมื่อตั้งสติได้ดุจดาวเองพยายามจะดิ้นหนีเขา ไม่ให้หัสดินรุกล้ำเธอได้มากกว่านี้ ใช้แรงทั้งหมดที่มีพยายามผลักเขาออกไป แต่แรงทั้งหมดที่มีก็ยังสู้หัสดินไม่ได้อยู่ดี ยังคงดิ้นขลุกขลักอยู่ภายในอ้อมแขนของเขาไปมาอย่างช่วยไม่ได้

                “จะดิ้นทำไมนักหนา!” หัสดินปล่อยให้ปากของเธอเป็นอิสระแล้วตวาดเสียงดัง เขาเริ่มรำคาญเสียแล้ว

                “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง”

                หัสดินยอมปล่อยเธอเพราะแรงดิ้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทันทีที่หลุดพ้นจากอ้อมแขนแกร่ง ดุจดาวก็แผลงฤทธิ์โดยการยกแขนข้างขวา ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าคมคายอย่างแรง จนใบหน้าของเขาหันไปตามแรงมือของเธอ

                “นี่เธอกล้าตบฉันเหรอ!”

                “ฉันกล้าทำมากกว่านี้อีก จะลองไหมล่ะ?” เธอถามด้วยดวงตาที่หวาดหวั่นไม่น้อย

                หัสดินหัวเราะอยู่ในลำคอ ใช้ลิ้นดุนแก้มข้างที่ถูกตบ อาการชาหนึบทำให้เขาแทบสร่างเมาเลยก็ว่าได้ ผู้หญิงตัวเล็กคนนี้มือหนักไม่เบาเลย

                “ต้องการจะโก่งค่าตัวหรือยังไงกัน” เขาถามเสียงดังฟังชัด เดินไปที่โต๊ะทำงานซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก จรดปลายปากกาลงไปบนกระดาษเพียงไม่กี่วินาทีแล้วฉีกมันออกมา “แสนนึง มากพอรึเปล่าล่ะ”

                ไม่เพียงแค่ถามแต่เขาโยนเช็คใบนั้นไปตรงหน้าเธอ กระดาษที่มีน้ำหนักเบาค่อยๆลอยอยู่บนอากาศแล้วตกลงบนพื้นอย่างแผ่วเบา ดุจดาวมองมันอย่างไม่ละสายตา เธอยืนเม้มปากแน่น

                หนึ่งแสน เงินที่ชาตินี้เธอไม่คิดว่าจะได้สัมผัสมันด้วยซ้ำ มันวางกองอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว แต่ถึงอย่างไร เธอเองคงไม่ยอมขายตัวเพื่อแลกกับเงินเท่านั้นหรอก คนอย่างเธอถึงจะจนแต่ก็มีศักดิ์ศรีมากพอที่จะไม่ลดเกียรติตัวเองไปทำอะไรต่ำๆเช่นนั้น

                ดุจดาวค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของหัสดินช้าๆ เขายืนกอดอกมองเธอพร้อมรอยยิ้มที่ดูน่ารังเกียจเหลือเกิน เธอละสายตาจากเขาแล้วค่อยๆก้มลงหยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กของเธอบนพื้น หันหลังให้ผู้ชายนิสัยแย่ๆอย่างเขาแล้วค่อยๆเดินออกไป

                “ถ้าเธอกล้าก้าวออกไปจากห้องนี้ เธอตกงานแน่” เขาขู่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง “กลับมาทำงานของเธอให้เสร็จ ถ้าคิดว่าเธอตบฉันแล้วจะหนีไปได้ง่ายๆ เธอคิดผิดแล้ว”

                เขาจะทำให้เธอได้รู้สำนึก ว่าผู้หญิงที่ยอมขายศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อเงินอย่างเธอ ไม่มีสิทธิใช้มือสกปรกมาแตะต้องใบหน้าของเขา ป่านนี้มันคงขึ้นรอยแดงจนเห็นได้ชัดแล้ว

                “ฉันจะทำให้เธอไม่มีงานทำสักที่ ไม่ว่าจะที่ไหน ถ้าคิดว่าอำนาจของฉันไม่สามารถทำอะไรเธอได้ก็ลองดูสิ เดินออกไปจากห้องนี้ได้เลย!”

                หัสดินเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนและจริงจัง ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบหน้าเขาสักราย คนอย่างเขามีแต่ผู้หญิงต้องการจะวิ่งเข้าหาอย่างเดียวด้วยซ้ำ แต่ผู้หญิงคนนี้กล้าดีมาจากไหนถึงทำแบบนี้กับเขา ถ้าไม่ได้สั่งสอนเธอให้ได้รู้สำนึก คงไม่ใช่หัสดินเสียแล้ว

                “...”

                ขาที่กำลังจะก้าวเดินชะงักกึก เธอหยุดนิ่งเพราะคำขู่ของเขา ใช่! เธอกลัว กลัวมากเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้เธอกำลังขัดสนเรื่องเงินทอง ที่นี่เป็นที่เดียวที่เธอจะสามารถหาเงินได้ เธอจะไม่ได้เรียนต่อถ้าไม่มีเงินไปจุนเจือเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ

                “เหอะ! ก็เห็นแก่เงินกันทั้งนั้นสินะ”

                ดุจดาวทนไม่ไหวอีกต่อไปกับคำดูถูกดูแคลนของเขา เธอจึงหันหลังกลับมา โยนกระเป๋าลงพื้นแล้วพุ่งตรงเข้าใส่หัสดินทันที

                แต่เธอไม่ได้ทำอย่างที่ใจของตัวเองอยากทำเลยสักนิด หมัดแรกที่พุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าหล่อถูกมือหนาของเขายกขึ้นมาบังแล้วบิดข้อมือเธอให้ตัวหมุนเข้าหาอกกำยำที่ออกกำลังกายมาอย่างดี แขนที่ถูกกดไว้ทำให้เธอเจ็บจนต้องร้องออกมา

                “โอ๊ย!”

                “เจ็บสินะ เธอสมควรเจ็บอยู่แล้วล่ะ และเธอจะเจ็บมากกว่านี้ ฉันยืนยันได้เลย”

                “ปล่อยฉันนะ ฉันมันเห็นแก่เงิน แต่ก็ไม่เคยรังแกคนไม่มีทางสู้อย่างคุณ ทำร้ายผู้หญิงอย่างนี้ได้ยังไง”

                “แล้วเวลาผู้หญิงอย่างเธอตบหน้าฉัน ฉันเคยเรียกร้องอะไรกลับคืนหรือเปล่าล่ะ” เขาเอ่ยถาม “แต่ถึงฉันไม่เรียกร้อง ยังไงเธอก็ต้องชดใช้ให้ฉันอยู่ดี”

                “นี่! ทำบ้าอะไร ออกไปนะ ปล่อยฉัน ฉันเจ็บ”

                จมูกโด่งเป็นสันกดลงบนซอกคอหอมกรุ่นของดุจดาวจากทางด้านหลัง มือข้างหนึ่งของหัสดินจับแขนเธอกดไว้ระหว่างตัวเขาและตัวเธอ ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปกอดและวางมันไว้บนหน้าท้องแบนราบโดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำว่ามันกำลังซุกซนและอยู่ไม่นิ่งในตอนนี้ เพราะดุจดาวกำลังใส่ใจแขนข้างที่กำลงเจ็บอยู่

                ถึงแม้เขาจะรู้ว่าเธอเจ็บ แต่ก็ไม่ปล่อยง่ายๆเช่นกัน เขาจะทำให้ผู้หญิงอวดดีเช่นเธอได้รับบทเรียนจากเขาคนนี้ ว่าอย่าได้คิดมาต่อกรกับคนอย่างหัสดิน

                “มานี่”

                หลังจากที่ไล่สูดดมความหอมหวานจากซอกคอหอมจนพอใจ หัสดินจัดการยกร่างเล็กที่น้ำหนักเบาราวกับปุยนุ่นนั้นขึ้นมา แล้วเดินเร็วเปิดประตูเข้าไปในห้องที่อยู่ด้านซ้ายมือเขาทันที

                “กรี๊ด! จะทำอะไร ปล่อยฉัน”

                ดุจดาวไม่ยอมแพ้ เธอกรีดร้องไปมา ไม่ยอมให้หัสดินได้ทำอะไรตามใจเขาได้ง่ายๆ แต่ครั้งนี้เขาเองระมัดระวังเธอมากเหลือเกิน ไม่มีโอกาสให้ดุจดาวได้ทำร้ายเขาอีกเป็นครั้งที่สอง

                เมื่อมาถึงในห้อง หัสดินจัดการโยนเธอลงบนเตียงกว้างขนาดที่หนานุ่มจนดุจดาวกระดอนขึ้นมาจากบนเตียงหนานั้น เธอไม่ได้ตั้งตัว ถึงแม้เตียงจะนุ่มมากเท่าไหร่ แต่มันก็ทำให้จุกได้เหมือนกัน

                ข้อมือที่มีอาการปวดแปลบนั้นยังคงมีอาการเช่นนั้นอยู่ดี ดุจดาวค่อยๆสะบัดข้อมือตัวเองไปมาเผื่อมันจะไล่ความปวดแปลบนี้ได้บ้าง แต่ไม่เลย เธอยังรู้สึกถึงมันอยู่ดี เธอพยายามลุกขึ้นนั่งและก้าวลงจากเตียง แต่ไม่ทันท่วงที เพราะหัสดินที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมเข็มขัดเส้นใหญ่ในมือนั้นบ่งบอกให้เธอได้รู้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้าหาตัวเอง

                “คิดว่าจะหนีฉันได้เหรอ มานี่!”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น