IT'S .

UPDATE ทุกวันเสาร์ค่ะ <3 คอมเม้นบ้างเพื่อเป็นกำลังใจที่ดีให้กับไรท์เตอร์ค่ะ :3

​24 บอกแล้วไงว่ารัก (END)

ชื่อตอน : ​24 บอกแล้วไงว่ารัก (END)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ม.ค. 2562 22:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​24 บอกแล้วไงว่ารัก (END)
แบบอักษร

​24

บอกแล้วไงว่ารัก



เฮ้อ…

นับวันความเจ้าเล่ห์ของไอ้ฟรังมันก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนผมเริ่มจะตามเล่ห์เหลี่ยมมันไม่ทันแล้ว หลอกล่อเก่งไม่พอ เรื่องบนเตียงก็เพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ ด้วย จนมีหลายครั้งที่ผมไปเรียนไม่ไหวเพราะถูกหมาป่าตัวร้ายล่อให้ตกหลุมพราง...แต่ก็นะ ผมรักมันเหมือนกันนั่นแหละ ก็รักมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เราแสดงความรักต่อกันหลายวิธี เรื่องอย่างว่าก็เป็นหนึ่งในนั้นผมเลยไม่ว่าหรือด่าอะไร ก็มีบ้างที่บ่นเพราะปวดมากเกินไปหน่อยเท่านั้น…

“ตังค์ นั่งรถไหวป่ะเนี่ย” ไอ้ฟรังที่เพิ่งป้อนข้าวป้อนน้ำผมเสร็จเดินกลับเข้ามายังห้องนอนของมัน วันนี้ผมเปล่าโดนมันทำอะไรหรอก แต่เพราะผมเป็นไข้มันก็เลยคอยดูแลไม่ห่าง

“ไหวดิ นัดแม่ไว้แล้วอ่ะ” ผมทิ้งน้ำหนักตัวเอนลงกับหัวเตียงด้วยความเหนื่อยล้า พิษไข้กำลังเล่นงานผมจนร่างกายอ่อนแรงไม่อยากทำอะไรเลย แต่วันนี้ผมนัดกับแม่ผมและแม่ไอ้ฟรังไว้แล้ว...กว่าจะได้เจอแม่ไอ้ฟรังก็นานนม เพราะฉะนั้นจะยกเลิกนัดไม่ได้

“เฮ้อ...อยากให้นอนพักมากกว่า ดูอาการอีกวันแล้วพรุ่งนี้ค่อยไปหาแม่ก็ได้” ฟรังว่าพลางขยับนั่งลงข้างเตียง ยกมือลูบหัวผมเบาๆ

“แม่มึงกลับแล้วไม่ใช่เหรอพรุ่งนี้อ่ะ”

“กลับไฟลท์ดึก ตอนเช้าไปเจอได้”

“แต่…”

“กูจะโทรบอกแม่เอง มึงไข้ขึ้นขนาดนี้จะให้กูลากมึงไปเหรอ ไม่เอากูเป็นห่วง”

“...”

ผมแพ้ให้กับแววตาที่แฝงความเป็นห่วงของมัน สุดท้ายเลยพยักหน้ารับและปล่อยให้ฟรังหยิบโทรศัพท์ออกไปคุยกับแม่นอกห้อง ผมหลับตาลง ยังไม่ได้เอนตัวนอนดีๆ เพราะอยากให้อาหารย่อยก่อนรวมถึงรอกินยาด้วย ไม่นานไอ้ฟรังก็เดินเข้ามาพร้อมกับยาและแก้วน้ำ มันยื่นให้ผมทันทีและผมก็รู้หน้าที่ดีว่าต้องกินมัน

“แม่บอกเจอพรุ่งนี้ได้ แม่มึงด้วยกูโทรบอกแล้ว”

“อืม...ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นน่าฟรัง” ผมพูดหลังจากกินยาเรียบร้อยและวางแก้วไว้ที่ตู้เตี้ยๆ ตรงหัวเตียง ฟรังขมวดคิ้วมุ่นแทบตลอด คงเพราะไข้ผมไม่ลดลงเลยตั้งแต่เมื่อวาน พอเช็ดตัวจนหายร้อน ร่างกายผมก็กลับไปร้อนใหม่ กลายเป็นว่าไอ้ฟรังไม่ได้นอนเกือบทั้งคืนเพราะต้องคอยเช็ดตัวให้ผมทุกครั้งที่อุณหภูมิในตัวผมขึ้นสูง

ดีนะเนี่ยวันนี้วันหยุด...ไม่อยากคิดเลยว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงทำให้ไอ้ฟรังโดดเรียนอีก

“มึงไปหาหมอนะ กูกลัวมึงเป็นอะไรอ่ะ” มันพูดเสียงอ่อนลง ลูบหัวผมอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง ฟรังเป็นห่วงผมตลอดเวลา ดูได้จากแววตาที่มองมา

“กูยังไหว ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยไปหาหมอก็ได้ ห่วงแต่มึงมากกว่า ไปนอนพักหน่อยเหอะจะได้มีแรง”

“ไม่อ่ะ เฝ้ามึงดีกว่า”

“ดื้อว่ะ”

“เป็นห่วงมึง”

“ดื้อ”

“เป็นห่วง”

“ไอ้ดื้อ”

“กู เป็น ห่วง”

“โอเคๆ”

ผมยกมือยอมแพ้กับความดื้อรั้น ฟรังไม่ได้ชวนผมคุยอีกแต่หาเกมมาให้เล่นหรือเอาการ์ตูนมาให้อ่านเพราะกลัวว่าผมจะเหงาเกินไป ซ้ำยังให้ผมนอนหนุนตัก ลูบหัวกล่อมผมนอนอีกต่างหาก กระทั่งฤทธิ์ยาเริ่มทำงานผมถึงหลับไปบนตักของฟรัง

กว่าจะตื่นขึ้นมาอีกทีก็บ่ายแล้ว ไอ้ฟรังหายไปไหนไม่รู้แต่ผมได้ยินเสียงคนคุยกันมาจากแถวๆ ห้องนั่งเล่น พอรู้สึกดีขึ้นอีกทั้งตัวก็ไม่ร้อนเท่าก่อนหน้านี้แล้วผมก็ขยับลุกขึ้นจากเตียงและเปิดประตูออกไปดู เห็นว่าเพื่อนๆ ผมทุกคนนั่งคุยกันอยู่ บนโต๊ะหน้าโซฟามีขนมนมเนยและเหล่าผลไม้เยอะแยะเลยล่ะ พวกมันน่าจะมาเยี่ยมไข้ผม เพราะไอ้ฝุ่นเองก็มากับแอน ส่วนไอ้หลาม...โอบไหล่ครามไม่ห่างเลย จะมีก็แต่ไอ้ฟรังกับไอ้นายตอนนี้ที่นั่งโดดเดี่ยวไม่มีใคร

“เอ้า เชี่ยตังค์ออกมาแล้ว กูหมาหัวเน่าละไง…”

ไอ้นายโอดครวญเมื่อเห็นผมเดินเข้าไปหา ผมจงใจนั่งลงข้างๆ ฟรังและขยับแขนโอบเอวมัน ทำให้ฟรังหัวเราะชอบใจและวาดแขนโอบไหล่ผมบ้าง ผมยักคิ้วใส่ไอ้นายก่อนมันจะส่งนิ้วกลางมาให้

“นั่งโสดทำไมวะมึงอ่ะ” ฝุ่นถามพลางยกเท้าเขี่ยไอ้นายจนแอนที่นั่งข้างๆ ต้องตีแขนแฟนเบาๆ

“พี่ฝุ่นอย่าทำตัวไม่ดี”

“ครับๆ…”

“โห่ววววว” ทุกคนส่งเสียงโห่ร้องให้กับความกลัวเมียของไอ้ฝุ่น ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่สนใจพวกเรา นั่งยกนิ้วก้อยจู๋จี๋กับแอนหน้าตาเฉย

“สรุปว่าคบกันจริงจังแล้วใช่มะ มึงกับน้องแอนเนี่ย” ไอ้ฟรังเป็นคนถาม ฝุ่นก็ได้แต่ยักคิ้วให้และเหล่ตาไปทางไอ้หลามที่นั่งกัดแอปเปิล แขนอีกข้างก็โอบกระชับครามเอาไว้ มันทำอะไรไม่ดูน้องเลยว่ะ ครามมันหน้าแดงถึงหูถึงคอละนั่น

“ถามมันก่อนดีไหม อะไรยังไง ดีกันเมื่อไหร่”

“เรื่องของกู”

พอหลามตอบแบบนั้นไอ้ฝุ่นก็ถูกเพื่อนๆ หัวเราะเยาะใส่ แม้แต่แอนเองก็หัวเราะไม่เข้าข้างแฟนตัวเองเลย จนมันกระเง้ากระงอดเอาหัวไถไหล่แอนไม่อายสายตาเพื่อน

“เฮ้อ!!! พวกมึงก็มีแฟนกันหมด แก๊งเทพบุตรทำไมไม่โสดเป็นเพื่อนกูสักคนวะ” ไอ้นายยังบ่นไม่เลิกก่อนจะหันมาทางผม “ตังค์มึงเลิกกับไอ้ฟรังดิ๊ กูจะได้มีเพื่อนโสดเพิ่มมาอีกสอง”

“อยากโดนกูโยนลงจากระเบียงเหรอสัดนาย เงียบ” ฟรังโวยวายขึ้นทันทีไม่พอยังยกขาพร้อมถีบอีกต่างหาก นายรีบยกมือและเอนตัวหลบก่อนที่จะโดนบาทาไอ้ฟรังเข้าจริงๆ

“โสดแล้วอย่าพาล” ไอ้หลามเตือนก่อนไอ้นายจะพุ่งเป้าไปที่มันแทน

“ตกลงว่าไง ดีกันแล้วเหรอกับน้องครามอ่ะ”

“ตอบพี่เขาสิคราม” ไอ้หลามก้มบอกคนในอ้อมกอด ผมถึงกับทำหน้าเหม็นเบื่อ เพราะไม่เคยได้ยินไอ้หลามใช้เสียงนุ่มๆ ขนาดนี้กับใครเลย ครามที่มองตักตัวเองอยู่นานก็เงยหน้าขึ้นมาและพยักหน้าเบาๆ พลางอมยิ้ม

“ดีกันแล้วครับ คบกับพี่ฉลามเหมือนเดิมแล้ว…”

สิ้นเสียงของครามไอ้หลามก็จูบที่ขมับคนรักไปหนึ่งทีท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆ ด้วยเช่นกัน ไอ้นี่มันเงียบๆ แต่ออกตัวแรงจังวะ...นี่พวกมันมาเยี่ยมไข้ผมหรือมาอวดเมียกันไม่ทราบ?

“อ่ะ” ไอ้นายหรี่ตามองมาทางผมกับไอ้ฟรังอีกครั้ง “เหลือพวกมึงละ จะโชว์เหม็นความรักอะไรแข่งพวกนี้บ้าง”

“มึงไม่ต้องมาโบ้ยพวกกู เมียกูไม่สบายอยู่อย่ากวน”

“เหม็นความรักพี่ฟรังอ่ะ” เป็นแอนที่อดไม่ได้ที่จะแซวฟรัง ส่วนครามเองก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใส่สายรหัสตัวเองเหมือนกัน

“พี่ฟรังเขาไม่ต้องอวดหรอกครับพี่นาย ลับหลังอ่ะพี่ฟรังหลงพี่ตังค์จะตาย”

“หือ?” ผมเลิกคิ้วและหันมองคนข้างกายทันที ไอ้ฟรังก็มองผมเช่นกันก่อนจะยิ้มและยกมือจิ้มจมูกผมเบาๆ “ไม่ต้องทำเนียนแกล้งกู มึงหลงกูขนาดนั้นเลยเหรอ”

“อืม โคตรหลงเลย หลงมึง หลงรักมึงด้วย”

“โอ๊ยยยยยยย!!!”

ทุกคนยกเว้นน้องครามพร้อมใจกันส่งเสียงใส่ผมกับไอ้ฟรัง ก่อนจะคุ้ยขนมและนั่งปอกผลไม้กันไม่สนใจผมกับฟรังอีก อะไรวะ...แค่นี้ก็ต้องทำเมินกันเหรอ แล้วนั่นของเยี่ยมไข้ผมไม่ใช่หรือไง ทำไมมันกินกันเองวะ

“ทนไม่ได้ก็กลับไปไป๊” ไอ้ฟรังเป็นฝ่ายไล่เพื่อนๆ แทนก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผลส้มขึ้นมาปอกเปลือกและป้อนให้ผม ยังไม่วายจะโดนไอ้ฝุ่นแซวซ้ำอีก

“ดูแลกันดีรักกันดีขนาดนี้แพลนแต่งงานกันยังฮะ”

“จะไปคุยพรุ่งนี้นี่แหละ”

“หือ!!!”

ทุกสายตาจับจ้องที่ผมกับไอ้ฟรังอีกครั้งหลังจากไอ้ฟรังพูดจบ ใช่...เรื่องที่ผมกับไอ้ฟรังจะไปคุยกับแม่ก็คือเรื่องของเรานี่แหละ ไม่ใช่ว่าจะแพลนเรื่องแต่งงานอะไรหรอกแต่เราจะไปคุยเรื่องคบกันอย่างจริงจัง...ผมรู้ว่าครอบครัวเราทั้งสองฝ่ายเปิดใจยอมรับความรักของพวกเราและไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมก็อยากไปพูดกันไว้อย่างเป็นทางการ เพราะหลังจากเรียนจบที่นี่แล้วเราจะไปเรียนต่อกันที่ต่างประเทศ ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจนกว่าจะเรียนจบ หลังจากนั้นก็จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในฐานะที่แตกต่างออกไป

“แต่งเมื่อไหร่บอกด้วยนะพี่ตังค์! จะได้เตรียมชุดสวยๆ ทัน” แอนหันมายิ้มบอกด้วยท่าทีตื่นเต้น ผมก็เลยขำออกมา

“ไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอน ไม่ต้องรีบ” ผมบอกและอ้าปากรับส้มจากไอ้ฟรังที่ป้อนให้ผมอีกครั้ง “แล้วพวกมึงมาเยี่ยมไข้กูเนี่ยมีอะไรนอกจากนั้นอีกป่ะ”

“ก็ไม่มีหรอก เห็นว่าป่วยหลายวันแล้ว ไอ้ฟรังกลัวมึงเหงาเลยชวนพวกกูมา”

“...”

ผมชะงักและหันไปมองฟรังที่ยังตั้งใจปอกส้มลูกใหม่ให้ผมอยู่ ในหัวของฟรังมีเรื่องของผมอยู่ตลอด ไม่เคยมีเวลาไหนเลยที่มันจะหลงลืมผม ฟรังรักผมขนาดนี้มาตลอดเลยหรือเปล่านะ...อยากรู้เหมือนกัน

“เอ้าๆ!!! เล่นเกมกันพวกมึง!!!”

เมื่อไอ้ฝุ่นพูดแบบนั้นทุกคนก็เริ่มสนใจที่จะเล่นเกมด้วยกัน ตลอดทั้งบ่ายผมไม่ได้นอนพักแต่นั่งยิ้มนั่งหัวเราะกับเพื่อนแทนโดยมีไอ้ฟรังคอยดูแลไม่ห่าง ทั้งหาข้าวหาน้ำมาให้ผมกิน ป้อนขนมผม นั่งเล่นเกมช่วยกัน ไหนจะหาผ้ามาเช็ดตัวให้ระหว่างที่ผมยังติดสนุกกับเพื่อนอยู่ ไอ้ฟรังเนี่ยผมยกให้มันเป็นแฟนดีเด่นเลยนะ น่ารักไม่มีใครเกิน

“ตังค์ นอนได้แล้ว”

ฟรังพูดกับผมหลังจากที่มันเดินไปอาบน้ำมา เพื่อนๆ กลับไปหมดแล้ว ผมกับฟรังก็จัดการมื้อเย็นไปแล้วด้วย หลังจากเรานั่งดูหนังด้วยกันสองคนเสร็จผมก็เข้ามานั่งอ่านการ์ตูนอยู่ในห้องของไอ้ฟรังรอ ฟรังยืนยันว่าจะไม่นอนแยกห้องกับผมแม้ว่าผมจะเป็นไข้ก็ตาม ทั้งที่ผมบอกมันแล้วว่ากลัวติดแต่ฟรังก็บอกว่าอยากนอนด้วย มันถึงขั้นเอาฟูกมาปูข้างเตียงเพื่อไม่ให้ผมเป็นห่วงมันมากเกินไป จนตอนนี้ฟูกที่มันนอนก็ยังแผ่อยู่ที่เดิม ไข้ผมยังไม่หายดีผมก็เลยยังไม่อยากให้มันมานอนกอด

“อืม...จบตอนนี้ก่อนนะ”

ฟรังไม่ได้ว่าอะไรอีกแต่ขยับเก็บฟูกที่พื้น ผมเลยลดหนังสือการ์ตูนลงจากระดับสายตาและขมวดคิ้วเล็กน้อยมองมันที่พับเก็บฟูกเข้าตู้

“มึงจะไม่นอนฟูกแล้ว?”

“อืม” มันตอบก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนอนข้างๆ ผม ทั้งยังเนียนกอดเอวเอาไว้อีก “คิดถึงมึง อยากนอนกอดแล้ว”

“ไอ้ฟรัง…” ผมเรียกมันเสียงอ่อนก่อนจะเอาสันหนังสือเคาะหัวมันเบาๆ จนอีกฝ่ายแกล้งร้องโอ๊ยซะเวอร์ “มึงจะติดไข้”

“ติดก็ติด ไม่เอาละ คิดถึงเมียเว้ย”

ฟรังว่าอย่างเอาแต่ใจและซุกลงที่ซอกคอของผม สุดท้ายผมก็ไม่ได้ว่าอะไรและปล่อยให้มันซุกอยู่เงียบๆ ผมอ่านหนังสือการ์ตูนต่อให้จบตอนก่อนจะวางเอาไว้แถวหัวเตียง ขยับนอนกอดและซุกที่อกไอ้ฟรัง

“มึงคบกูนี่คิดดีแล้วใช่ป่ะ” จู่ๆ ผมก็ยิงคำถามแปลกๆ ขึ้นมา ผมไม่ได้กังวลอะไรแต่ก็อยากถามมันเกี่ยวกับเรื่องนี้

“คิดดีแล้ว กูชอบมึงมาตั้งกี่ปีอ่ะ ยังคิดไม่ดีอีกเหรอ” ฟรังถามพร้อมกับลูบหัวผมแผ่วเบา กระทั่งได้ยินเสียงเจ้าเล่ห์ของมันนั่นล่ะผมถึงเงยหน้าขึ้นไปทำตาเขียวใส่ “ก็มีบ้างที่คิดไม่ดีเรื่องอื่นอ่ะ”

“นอนพื้นมะ”

“ไม่ครับ” ฟรังขำเบาๆ ก่อนจะจุ๊บที่หน้าผากผมหนหนึ่ง “กูรักมึงนะ อยากใช้ชีวิตกับมึงคนเดียว แต่กูไม่ว่ามึงหรอกถ้าอนาคตมึงจะไม่รักกูแล้วหรือมึงอยากเดินทางอื่น กูจะเคารพการตัดสินใจของมึงนะตังค์แต่ขอให้มึงบอกกูตรงๆ นะ อย่าโกหก”

“ทำไม มึงจะไม่รั้งกูเหรอ?”

“ตอนนี้กูก็จะตอบว่ารั้ง แต่ในอนาคตกูอาจจะรักมึงมากกว่านี้แล้วยอมให้มึงไปก็ได้...กูไม่อยากฝืนใจให้มึงอยู่”

“...”

“กูอยากให้มึงอยู่เพราะมึงอยากอยู่

“กูอยากอยู่กับมึง” ผมยิ้มตอบและเลื่อนใบหน้าขึ้นไปจุ๊บเบาๆ ที่แก้มของฟรังบ้าง “มาแข่งกันป่ะว่าใครจะรักใครได้นานกว่ากัน”

“ไม่ต้องแข่งละ มึงแพ้แน่ตังค์” ฟรังยิ้มก่อนผมจะตีปากมันเบาๆ

“เอาความมั่นใจมาจากไหน กูก็มั่นใจว่ากูไม่แพ้”

“กูก็ไม่แพ้”

“กูก็ไม่แพ้เหมือนกัน”

เราต่างจ้องตาไม่มีใครยอมแพ้ กระทั่งหลุดยิ้มขำออกมาพร้อมๆ กัน ไอ้ฟรังกอดผมเอาไว้ส่วนผมก็ซุกรับไออุ่นจากคนรัก ผมชอบที่จะได้ยิ้มและกอดกับไอ้ฟรังก่อนนอนอย่างนี้ในทุกๆ คืน มันเป็นคืนที่ทำให้ผมหลับฝันดีได้เสมอ แต่ต่อให้ผมฝันร้าย เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาผมก็จะยังเห็นคนข้างกายคอยกอดผมอยู่ไม่ห่าง เขาจะเป็นคนทำลายภาพฝันร้ายนั้นให้กับผมในทุกๆ เช้า…

ผมไม่อยากรู้หรอกว่าเกมที่ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะหรือแพ้ ผมอยากให้มันเป็นเกมที่ไม่มีคำตัดสินตลอดไปเลยล่ะ…

“ขอบคุณนะฟรัง”

“หืม”

“ที่ทำให้เรารักกัน”

.

.

.

________

ขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามเรื่องนี้มาตลอด ทั้งคนที่เคยติดตามและคนที่ยังติดตามอยู่นะคะ

อย่างที่เคยบอกเรื่องนี้อิทเขียนขึ้นมาเพื่อให้เบาสมอง ไม่มีอะไรมากเลยค่ะ หากผิดพลาดประการใดขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะคะ หวังว่ารีดเดอร์ทุกคนจะชอบฟรังกับตังค์นะคะ <3

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}