MyJM

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP. 1 กลับมาเจอกันอีกครั้ง 2/2

ชื่อตอน : EP. 1 กลับมาเจอกันอีกครั้ง 2/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2562 16:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP. 1 กลับมาเจอกันอีกครั้ง 2/2
แบบอักษร

 

 

“พี่พีทหมายถึงเสือหรอคะ ลูก..” ฉันยังไม่ทันได้ตอบอะไร เจ้าสองแสบก็พากันวิ่งส่งเสียงตะโกนกันมาซะก่อน

“มาแล้วๆๆๆ” ในขณะที่พนักงานยังไม่ทันจะเดินมาถึงที่โต๊ะเด็กทั้งสองวิ่งมานั่งประจำที่ของตนเองด้วยความดีใจราวกับเฝ้ารอเวลานี้มานานแล้ว

“ไอศกรีมที่สั่งได้แล้วค่ะ”พนักงานเสิร์ฟพูดขึ้นก่อนจะยกถ้วยไอศกรีมลงบนโต๊ะอย่างเบามือ

“กินช้าๆล่ะ ไม่ต้องรีบ”ฉันพูดขึ้น

เมื่อทั้งสองคนได้รับไอศกรีมของตัวเองกันแล้วจึงตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเอร็ดอร่อย

“อาพีทขา อร่อยจังเลยค่ะ”น้องพีนพูดขึ้นพร้อมมองหน้าอาของเขาด้วยแววตาสดใส

“อร่อยก็กินให้หมดนะครับ”คนเป็นอาตอบกลับพร้อมยกมือขึ้นยีหัวหลานสาวทำเอาฉันอดคิดถึงเมื่อก่อนไม่ได้ แต่จะทำไงได้ล่ะ ฉันผิดเองนี่นา...

“อ่ะ”แต่เหมือนฉันจะใจลอยไปหน่อยทำให้ตอนนี้มีมือน้อยๆที่ยื่นไอศกรีมมาตรงหน้าโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว แต่มารู้สึกตัวอีกทีตอนที่ฉันรู้สึกเหมือนมีคนมาสะกิด

“แม่สวย อ่ะ”มือเล็กยังคงยื่นไอศกรีมมาจ่อที่ปากของฉันอยู่ โดยที่อีกมือของเจ้าเสือก็สะกิดแขนฉันไปด้วย

“ให้แม่สวยหรอคะ อ้ามม หืมม อร่อย” ฉันจึงอ้าปากกินไอศกรีมนั้น

และเราสี่คนก็นั่งกินไอศกรีมกันโดยที่มีเด็กสองคนที่คอยทำลายบรรยากาศหน้าอึดอัดนี้ให้กลับมาสนุกสนานและเมื่อทานไอศกรีมเสร็จก็ถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกัน น้ำเสียงใสของน้องพีนก็ดังขึ้นก่อนที่ฉันจะจูงมือเจ้าเสือออกมาจากร้าน

“อาพีทขา น้องพีนอยากมาเล่นกันพี่เสืออีก ทำยังไงดีคะ”เมื่อได้ยินดังนั้นฉันจึงหันหลังกลับไปแล้วเงยหน้าขึ้นมองพี่พีทเพื่อรอดูว่าเขาจะตอบว่าอย่างไร

แต่เหมือนพี่พีทก็ไม่รู้จะปฏิเสธหลานยังไงดีจึงล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงพร้อมกับยื่นมาทางฉันพร้อมปลดล็อกเรียบร้อย

“เบอร์”

เมื่อเขายื่นมาฉันจึงรับโทรศัพท์มาด้วยความงุนงงแล้วกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไปพร้อมกับกดโทรออกหวังเพื่อจะบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของเขาเหมือนกัน หลังจากนั้นจึงยื่นโทรศัพท์กลับไปคืนเขา

“เย้ ขอบคุณค่ะ พี่เสือ น้องพีนไปก่อนนะคะ บ๊ายบ่ายค่ะ สวัสดีค่ะอาสวย”

เด็กสาวกระโดดด้วยความดีใจและบอกลาเด็กหนุ่มตรงหน้าพร้อมโบกมือลาโดยไม่ลืมหันมาสวัสดีฉันด้วย ฉันจึงยิ้มและพยักหน้าตอบเบาๆ

“บ๊ายบ่ายนะ น้องพีน สวัสดีครับอาพีท”เมื่อมีผู้หญิงทำอย่างนั้นแล้วมีหรือตัวแสบของฉันจะอยู่เฉย เจ้าเสือก็เลยโบกมือลากลับไปด้วยใบหน้าเสียดายที่หมดเวลาเล่นด้วยกันซะแล้ว และหันไปสวัสดีพี่พีท พี่พีทก็พยักหน้าตอบเบาๆ

และเมื่อบอกลากับเรียบร้อยแล้วฉันจึงพาเจ้าแสบไปเดินดูของต่างๆเพื่อรอพี่สิงห์มารับ

เช้าวันต่อมา

เช้าอันสดใสวันนี้ฉันตื่นเช้าเป็นพิเศษเพราะต้องตื่นมาเตรียมตัวเพื่อที่จะไปสมัครงาน จริงๆแล้วฉันก็ไม่รู้หรอกว่าจะทำอะไรดี ตั้งแต่เรียนจบก็ได้ดูแลเจ้าเสืออยู่ที่บ้านอย่างเดียวก็ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว แต่พอเจ้าเสือโตพอจะเข้าไปโรงเรียนตอนกลางวันฉันก็เลยรู้สึกว่างเกินไป จนทำให้คิดได้ว่าออกมาทำงานดีกว่า เลยไปปรึกษาคุณแม่ท่านจึงแนะนำบริษัทเพื่อนท่านมาให้ แต่ฉันบอกท่านไปแล้วล่ะว่าห้ามใช้เส้นเด็ดขาด อยากลองใช้ความสามารถตัวเองดูบ้าง ดังนั้นวันนี้ฉันจึงต้องเตรียมตัวอย่างมากที่จะไปสมัครงานที่นั่น อาจะเพราะเป็นที่แรกที่ฉันลองสมัคร เลยค่อนข้างจะกังวลเป็นพิเศษ แต่ก็คงต้องลองดูแหละนะ ฉันยิ้มให้ตัวเองหน้ากระจกหนึ่งครั้งก่อนจะหยิบกระเป๋าแล้วลงมากินข้าวชั้นล่าง

“สวยย กินข้าวก่อนนะ แม่ทำไว้ให้แล้ว”

คุณแม่พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันกำลังลงบันไดมาชั้นล่าง โดยที่ตอนนี้คุณแม่กำลังเล่นกับเจ้าเสืออยู่หน้าโทรทัศน์

“แม่สวยกินข้าวก่อนนะคับ” เจ้าเด็กน้อยเลยพูดตามบ้าง

“ค่า แม่สวยกำลังจะไปกินค่ะ วันนี้มีอะไรบ้างคะ หืมม ฟอด” เมื่อเจ้าเด็กน้อยบอกดังนั้นฉันจึงเดินเข้าไปหอมแก้มเขา

“หลายอย่างคับ อร่อยด้วย” เจ้าเด็กน้อยตอบ

“ต้องอร่อยอยู่แล้วสิ ดูจากแก้มตรงนี้แม่สวยเห็นมันใหญ่ขึ้นทุกวันเลย นี่ๆ” ฉันพูดพลางบีบแก้มกลมๆนั่น

“อ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ แม่สวยอ่ะ”เจ้าเด็กน้อยก็เลยหัวเราะคิกคักชอบใจ หลังจากเล่นกับเจ้าเสือเสร็จจึงจึงเดินไปกินข้าวที่ห้องครัว

บริษัท PT กรุ๊ป จำกัด(มหาชน)

เมื่อฉันเดินทางมาถึงบริษัทหน้าบริษัทภาพตรงหน้าที่เห็นคือตึกสูงขนาดใหญ่กว่า20ชั้น ใจกลางเมือง ที่บนถนนแออัดไปด้วยรถราเต็มถนน รถไฟฟ้าผ่าน ผู้คนขายของเต็มข้างทางผู้คนเดินกันขวักไขว่ด้วยความเร่งรีบ

‘อ่า นี่มันชีวิตคนกรุงเทพนี่เนอะ’ฉันคิด ก่อนจะเดินเข้าไปในอาคาร

เมื่อเข้ามาในอาคารฉันก็เดินเข้ามาติดต่อพนักงานต้อนรับเพื่อบอกเขาว่ามาติดต่อสมัครงาน

“สวัสดีค่ะ หนูมาติดต่อสมัครงานค่ะ”

“สักครู่นะคะ” เมื่อฉันบอกไป พนักงานต้อนรับคนดังกล่าวก็ต่อสายไปให้แผนกอื่นที่ฉันคาดว่าน่าจะเป็นแผนกบุคคลทันที แต่ไม่นานหลังจากนั้นพนักงานคนเดิมก็หันมาบอกฉันว่า “ไปที่ชั้น18นะคะ เดินตรงไปเลี้ยวขวา ลิฟต์ตัวซ้ายค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ” ฉันก้มหัวกล่าวขอบคุณเล็กน้อยและเดินไปตามที่เขาบอก

ดังนั้นเมื่อมาถึงชั้น 18 เมื่อเดินออกจากลิฟต์ก็จะมีป้ายติดไว้ว่า ‘แผนกบุคคล’ ฉันจึงเดินเข้าไปทันที

“เอ่ออ สวัสดีค่ะ หนูมาสมัครงานค่ะ” เมื่อเข้ามาในห้องพนักงานข้างในที่กำลังนั่งคุยกันก็หันมามองทางฉันเป็นตาเดียวจึงทำให้ฉันประม่านิดหน่อยจึงทำให้ฉันพูดตะกุกตะกักเล็กน้อย

“อ๋ออ เชิญทางนี้ค่ะ เมื่อกี้พี่เป็นคนรับเรื่องเอง” พี่พนักงานคนนึงที่เป็นคนรับเรื่องจึงลุกขึ้นยืนและพูดขึ้นดังนั้นฉันจึงเดินตามเขาไป

“จริงๆแล้ววันนี้ท่านประธานเข้าพอดี เราโชคดีนะเนี่ยที่จะได้สัมภาษณ์วันนี้เลย เดี๋ยวกรอกข้อมูลเสร็จพี่จะพาไปรอที่ห้องรับรอง ” พี่พนักงานคนเดิมพูดพลางส่งเอกสารต่างๆให้ฉันกรอกข้อมูลทั่วไป และเมื่อกรอกเสร็จฉันจึงส่งกลับไปให้พี่พนักงานคนเดิม

“ไปกัน”เมื่อพี่พนักงานรับเอกสารไปฉันเดินนำฉันออกจากห้องไปยังห้องรับรองดังกล่าวพลางอ่านเอกสารที่ฉันกรอกไปด้วย

“หืมม เราดรอปเรียนไปปีนึงหรอ ทำไมล่ะ” ในขณะที่เรากำลังเดินไปยังห้องรับรอง พี่พนักงานถามขึ้นหลังจากที่อ่านเรซูเม่ของฉัน

“หนูมีปัญหาสุขภาพค่ะ เลยต้องดรอปเรียนไว้ก่อน” ฉันตอบ

“อ๋ออ แล้วตอนนี้” พี่พนักงานคนเดิมถามต่อพร้อมแสดงสีหน้าคล้ายๆว่าขอถามต่อได้ไหม

“ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ”

“อ๋ออ งั้นดีแล้วล่ะ อ่ะ เรานั่งรอที่ห้องนี้นะ แล้วก็อันนี้ ทำข้อสอบไปพลางๆ เดี๋ยวท่านเสร็จประชุมแล้วจะมา ไม่เกิน2ชั่วโมงหรอก” เมื่อเราเดินมาถึงห้องรับรอง เธอจึงบอกให้ฉันนั่งรอแล้วยื่นข้อสอบมาให้ฉันทำ ฉันจึงยื่นมือไปรับมาและนั่งลงตรงที่โต๊ะทันทีแต่ก็ต้องมองไปรอบๆเพื่อสังเกตห้องซะก่อน

ในห้องรับรองห้องนี้เป็นห้องขนาดไม่ใหญ่นักคงเอาไว้สำหรับรองรับแขกไม่กี่คน จึงทำให้ฉันประหม่าน้อยลงเพราะฉันนึกภาพในจินตนาการไว้ว่ามาสมัครงานบริษัทใหญ่ขนาดนี้ฉันคงจะโดนรุมสัมภาษณ์ในห้องใหญ่ๆแน่ๆและถ้าแบบนั้นคงกดดันไม่น้อย

ในระหว่างฉันทำข้อสอบผ่านไปเพียง1ชั่วโมงก็ทำเสร็จ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกความรู้ทั่วไปข่าวสารบ้านเมือง และคำถามเฉพาะทางนิดหน่อย จึงเดินนำไปให้พี่พนักงานคนเดิมที่หน้าห้องและกลับมานั่งรอท่านผู้บริหารต่อที่เดิม

แต่ระหว่างที่นั่งรอพอใกล้เวลาฉันก็ยิ่งตื่นเต้น ดังนั้นฉันจึงลดอาการตื่นเต้นโดยการแกะลูกอมหนึ่งเม็ดขึ้นมาอมเล่น ฉันอาจจะเป็นคนแปลกๆ แต่ฉันคิดว่าเวลาฉันอมลูกอมอยู่นั้นแล้วฉันก็คิดไปว่าฉันควรจะกัดหรือควรอมมันไว้เฉยๆดี มันช่วยให้ฉันลืมอาการวิตกกังวลไปได้ชั่วขณะ มันอาจจะแปลกแต่มันช่วยได้จริงๆนะ

แกร๊ก

และเหมือนจังหวะจะลงตัวพอดีที่ลูกอมในปากดันหมดตอนที่เสียงประตูเปิดขึ้นมา ฉันจึงลุกขึ้นและกล่าวทักทายเขาโดยอัตโนมัติพร้อมกับยกมือไหว้และก้มหน้าลงเล็กน้อย

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีครับ” หืมม เสียงคุ้นๆ และยังไม่ทันจะได้สงสัยไปมากกว่านี้เพราะในขณะที่ฉันเงยหน้าขึ้นมาปรากฎว่าบุคคลเสียงคุ้นคนนั้นก็ทำเอาฉันอดตกใจไม่ได้

‘มันจะบังเอิญเกินไปไหมเนี่ย!!!’

และเหมือนเขาจะเพิ่งสังเกตว่าคนที่เขาต้องสัมภาษณ์นั้นเป็นฉันแววตาเขากระตุกเล็กน้อยแต่ก็กลับมาเป็นปกติได้ในไม่กี่วินาทีถัดมา

ฉันเห็นเขาในลุคนี้มันทำให้ฉันคิดได้ว่าเขาโตขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากเลยทีเดียว เขาดูสุขุมขึ้น จนทำให้ฉันคิดว่าคนตรงหน้าคนนี้ใช่คนเดียวกับคนที่ฉันเคยรู้จักหรือเปล่านะ...

“คุณพ่อไม่ว่างเลยให้ ‘ผม’ มาสัมภาษณ์ ‘คุณ’ แทน เชิญนั่งครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งพร้อมกับเน้นสรรพนามที่ทำให้ฉันคิดได้ว่า ณ ตอนนี้เราอยู่ในฐานะอะไร พร้อมกับผายมือบอกให้ฉันนั่งลง

“ค่ะ” ฉันตอบเสียงเบาพร้อมกับนั่งลง

“มาสมัครในตำแหน่งอะไรหรอครับ”

“ตำแหน่งเลขาค่ะ” ฉันตอบ

“อืม”เขาตอบพึมพำในลำคอแล้วก้มอ่านเอกสารตรงหน้าต่อ

“เคยดรอปเรียนด้วยหรอ ทำไม”

“เคยค่ะ เอ่อ เพราะไม่สบายค่ะ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

“แต่งงานแล้วยังครับ”

“ย ยังค่ะ” ‘เดี๋ยวนะ เรื่องแต่งงานนี่มันเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่หรอ’ แม้จะงงๆแต่ฉันก็ตอบกลับไป

“ยังค่ะ”

“เด็กคนนั้นล่ะ ลูกใคร”

“อ เอ่ออ คำถามนี้เกี่ยวกับสัมภาษณ์เข้าทำงานด้วยหรอคะ” ดูเหมือนว่าเขาจะถามลึกไปฉันจึงพูดออกไป

“เกี่ยวครับ เผื่อคุณจะมีภาระอย่างอื่นที่ทำให้ทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ”เขาตอบกลับด้วยใบหน้านิ่งเฉย

‘เหอะ นี่ฉันคิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยที่มาสมัครที่นี่’ฉันบ่นในใจ

“ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เพราะดิฉันแยกแยะได้” ฉันตอบกลับไป

“ตอบไม่ตรงคำถามครับ” ดูเหมือนเขาจะคะยั้นคะยอจะเอาคำตอบให้ได้

“ลูกพี่ชายฉันค่ะ พอใจแล้วใช่ไหมคะ”

“พอใจแล้วครับ” เขาพูดพึมพัม แล้วก็ก้มลงอ่านข้อมูลในแฟ้มต่อ

“ดูจากผลการเรียนก็โอเคนะครับ เรียนจบเร็วกว่าปกติด้วย แต่ก็ต้องรอผลสอบก่อน น่าจะทราบผลพรุ่งนี้ ไว้ทางบริษัทจะติดต่อกลับไปนะครับ สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อน ถ้าผลสอบข้อเขียนผ่านทางบริษัทจะเรียกมาอีกครั้งนึง” เขาพูดพร้อมปิดแฟ้มและยื่นกลับมาทางฉันแล้วตนเองก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดอะไรสักอย่าง

“อ เอ่ออ ดิฉันไปได้เลยใช่ไหมคะ” ฉันลุกขึ้นอย่างลังเลพร้อมกับถามออกไป

“ครับ” เขาตอบพลางพยักหน้าแต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ของเขา

“ค่ะ” ดังนั้นฉันจึงลุกขึ้นอย่างเต็มตัวและเลื่อนเก้าอี้ให้เป็นระเบียบและหันหลังกลับเพื่อจะเดินออกไปทางประตู แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเดินเขาก็พูดขึ้นซะก่อน

“เดี๋ยว พี่บอกแล้วไม่ใช่หรอว่าอย่ากลับมาให้เห็นอีก” เมื่อได้ยินคำถามนั้นก็ทำเอาฉันชะงักทันทีก่อนจะหันกลับไปเผญิหน้ากับเขา

Talk: มาแล้วววววว ขอโทษที่ช้าค่ะ เค้ากำลังลังเลว่าคนอ่านจะงงไหม เลยยังไม่ลงสักที ขอโทษค่ะ แต่จะลองลงดู อ่านแล้วเป็นยังไงบ้างคอมเมนท์ได้นะคะ

ความคิดเห็น