หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ดิน น้ำ ไฟ ไม้ ทอง สมัยกาลนานมาแล้ว โลกแห่งการบำเพ็ญตนล่มสลาย ก็กำเนิดยุคใหม่คือโลกแห่งธาตุ การแสวงพลังอันยิ่งใหญ่ครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้น

บทที่ 59 ข้อเรียกร้อง

ชื่อตอน : บทที่ 59 ข้อเรียกร้อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 333

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 59 ข้อเรียกร้อง
แบบอักษร

​มีสาวน้อยคนหนึ่งที่อายุพอๆ กับอ้ายฮุย เข็มพลังธาตุของนางละม้ายคล้ายกับฝูงปลาสีเงินแหวกว่ายกระโดดไปมา ผ้าปักก็เป็นเสมือนดั่งผิวน้ำในสระอันนิ่งสงบ เข็มพลังธาตุร่ายรำอยู่บนผืนผ้าอย่างว่องไวเป็นที่สุดราวกับมีชีวิตจิตใจ

ยังมีอีกคนหนึ่ง คนนี้เข็มพลังธาตุของนางเป็นประหนึ่งลูกศรที่แหวกอากาศ เกิดเสียงหวีดหวิว ผืนผ้าที่อยู่ตรงหน้านางราวกับว่าถูกถักทอมาจากด้ายเงิน ทั้งผืนเปล่งประกายราวหิมะ ทุกครั้งที่เข็มพลังธาตุปักลงก็เกิดเสียงปักๆ ดังออกมา

ยังมีสตรีวัยกลางคนอีกคนหนึ่ง ชั้นวางผ้าอยู่ด้านข้างเตาไฟที่มีรูปร่างประหลาด เข็มพลังธาตุทุกเล่มลอยออกมากจากเปลวไฟในเตา ก่อนจะส่งประกายไฟออกมาปักลงไปบนผืนผ้า ทิ้งจุดสีทองเอาไว้ แลดูงดงามเป็นอย่างยิ่ง

ทุกสิ่งที่ได้เห็นในวันนี้ได้ลบล้างความเข้าใจเดิมที่เขามีต่อการเย็บปักอย่างสิ้นเชิง

ผู้เฒ่านั้นพอใจกับคำตอบของอ้ายฮุยเป็นอย่างมาก แต่ยายเฒ่าที่อยู่ด้านข้างกลับไม่พอใจ ผู้เฒ่าสามารถพูดเช่นนี้ได้ แต่อ้ายฮุยพูดเช่นนี้นางกลับไม่รู้สึกเบิกบานใจแล้ว จึงได้กล่าวขึ้นเสียงเย็น “พูดจาเหลวไหล! วิธีการฝึกฝนหรือ การเย็บปักในสายตาของเจ้าเป็นเพียงวิธีการฝึกฝนอย่างหนึ่งเช่นนั้นหรือ”

ผู้เฒ่าได้ยินก็รู้ว่าแย่แล้ว คนรักของตนได้โกรธขึ้นมาจริงๆ แล้ว สำหรับปรมาจารย์ที่อุทิศทั้งชีวิตให้กับการเย็บปักแล้วนั้น การพูดว่าการเย็บปักเป็นเพียงแค่วิธีหนึ่งในการฝึกฝนต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ จะไม่ให้ขุ่นเคืองได้อย่างไร

แย่แล้วแย่แล้ว ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เขาคงเผยตัวตนของคนรักให้ลูกศิษย์รู้ตั้งแต่แรก ผู้เฒ่าส่งสายตาบอกใบ้อ้ายฮุยอย่างสุดชีวิต

อ้ายฮุยมองเห็นท่าทางของอาจารย์ แต่ว่า...มันหมายความว่าอย่างไร

“หมิงซิ่ว” ยายเฒ่ากล่าวขึ้นเสียงเย็น

หญิงสาวอ่อนหวานงดงามผู้หนึ่งเดินออกมา “อาจารย์!”

เหล่าสาวน้อยที่มุงดูอยู่เงียบกริบไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง ยายเฒ่าโกรธขึ้นมาแล้ว พวกที่ใจเสาะก็ล้วนหลบถอยหลังกันไปหมด

ยายเฒ่ากล่าวกับอ้ายฮุยด้วยใบหน้าที่เย็นชาแข็งค้าง “โรงเย็บปักของข้า ไม่ใช่คิดอยากจะเข้ามาก็เข้ามาได้ สิบวัน หากเจ้าสามารถทอผ้าโปร่งได้ผืนหนึ่ง ข้าจะให้เจ้าเข้ามาได้”

หญิงสาวคนอื่นที่อยู่โดยรอบต่างทอดถอนใจอย่างพร้อมเพรียงกัน พวกนางมองไปทางอ้ายฮุยอย่างเห็นใจ อ้ายฮุยนั้นแม้แต่การร้อยด้ายยังฝืนขนาดนั้น การเดินเข็มนั้นก็ยังไม่ได้เรียน การปั่นด้ายทอผ้าที่ยากเช่นนี้ จะสามารถทำได้อย่างไร

เมื่อเห็นการตอบสนองของรอบด้านแล้ว อ้ายฮุยก็รู้ทันทีว่าการปั่นด้ายทอผ้าไม่ใช่งานที่จะทำให้สำเร็จได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน เขารู้ว่าเมื่อครู่ตนต้องพูดอะไรผิดไป ถึงได้ไปยั่วโมโหเจ้าของโรงเย็บปักขึ้นมา แต่ว่าเขาก็ไม่ได้มีความลนลานจนเกินเหตุ ลนลานไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร

“อวี้ฉิน!” ผู้เฒ่าเปลี่ยนสีหน้า และกล่าวอย่างไม่พอใจ “นี่ไม่ใช่ว่าเจ้ากำลังกลั่นแกล้งเขาเหรอ เขาเป็นแค่มือใหม่ จะทอผ้าผืนหนึ่งได้ภายในสิบวันได้อย่างไร” “ข้ามีกฎของข้า” ยายเฒ่ายืนกราน ไม่มีการยอมถอยแม้แต่น้อย “ถ้าหากว่าเจ้าไม่พอใจ ก็พาเขาออกไป”

อ้ายฮุยมองใบหน้าของอาจารย์ที่ตอนนี้แดงไปหมด จึงรีบร้อนกล่าวขึ้น “ข้ายินดีที่จะรับการทดสอบ”

อาจารย์รู้สึกโกรธ อ้ายฮุยกลับใจเย็นเป็นสายธาร การทดสอบเพียงเล็กน้อยไม่นับว่าเป็นปัญหาอะไร ตอนที่อยู่ในแดนร้าง อยากจะเรียนอะไรสักอย่าง ไม่รู้ว่าต้องขอร้องคนอื่นนานมากมายเพียงใด บางครั้งยังต้องเอาของไปแลก

ไม่มีใครมีหน้าที่มาค่อยช่วยเหลือเรา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องขวนขวายหามาเอง ทั้งน้ำ อาหาร เงิน และแสงอาทิตย์

ยายเฒ่าต้องมีข้อเรียกร้องเป็นเรื่องปกติ เทียบกับผู้ใช้พลังธาตุผู้ยิ่งใหญ่ในแดนร้างแล้ว ข้อเรียกร้องนี้ถือว่าเป็นมิตรอย่างมากแล้ว แถมไม่ต้องจ่ายเงินอีก

ยายเฒ่าคาดไม่ถึงอยู่บ้างกับท่าทางของอ้ายฮุย แต่ก็ยังคงมีใบหน้าเย็นชา “หมิงซิ่ว สาธิตวิธีการทอผ้าคู่ให้เขาดูรอบหนึ่ง”

“เจ้าค่ะ”

หมิงซิ่วแย้มยิ้มแล้วโค้งศีรษะให้อ้ายฮุย “สวัสดีศิษย์น้อง!”

เมื่อครู่หมิงซิ่วได้สำรวจอ้ายฮุยมาโดยตลอด เห็นเขาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ ไม่เห็นถึงความลนลานแม้แต่น้อย เขาสงบนิ่งมาโดยตลอด แน่นอนว่านางรู้ว่าถ้อยคำใดของอ้ายฮุยที่ไปยั่วโมโหอาจารย์เข้า แต่ว่าในตอนนี้ นางเองก็ไม่มีโอกาสที่จะกล่าวเตือน

นางกำลังคิดว่าตอนที่สาธิตให้ดู จะสาธิตให้ช้าเสียหน่อย

ที่จริงนางก็รู้ว่าสำหรับมือใหม่แล้วนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะดูรอบเดียวแล้วสามารถทอผ้าได้ การทอผ้าโดยปกติต้องรอให้ฝึกงานได้สองปีก่อนจึงจะได้เรียน

ท่าทางของอ้ายฮุยที่นิ่งสงบ ไม่ว่าจะได้รับความโปรดปรานหรือถูกเหยียบย่ำก็ยังนิ่งเฉย ทำให้นางค่อนข้างจะชื่นชม แม้กระทั่งคำพูดนั้น นางก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการล่วงเกินเหมือนกับอาจารย์ ชายคนหนึ่งจะมาชอบการเย็บปักจริงๆ ได้อย่างไร หากเป็นเช่นนั้นก็เรียกว่าแปลกแล้ว!

ในใจของอาจารย์ที่จริงแล้วก็รู้ แต่ว่าได้ยินคำพูดประโยคนั้นทำให้ควบคุมเพลิงโกรธเอาไว้ไม่ได้

หมิงซิ่วเองก็ค่อนข้างปวดหัว อาจารย์กำลังเลือดขึ้นหน้าจึงไม่เกรงใจใครแม้แต่น้อย รอให้หายโกรธแล้ว เกรงแต่ว่ายายเฒ่าจะรู้สึกเสียใจในภายหลังที่ทำให้ท่านลุงหวังโกรธขึ้นมา ถึงตอนนั้นจะได้ทอดถอนใจอย่างกลัดกลุ้มไปอีกนาน

อ้ายฮุยรีบร้อนคำนับกลับ พลางกล่าวอย่างไม่คุ้นนัก “สวัสดีศิษย์พี่”

เขารู้สึกเหมือนว่าตนได้ย้อนกลับไปในยุคโบราณที่แม้แต่การเรียกขานกันยังประหลาดถึงเพียงนี้ ในสนามเหนี่ยวนำก็ไม่นิยมเรียกกันว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องมาตั้งนานแล้ว ดูท่าโรงเย็บปักจะเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเป็นประเพณีนิยม อ้ายฮุยคิดเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดูจากการเรียกขานแล้วก็สามารถดูออกได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับเจ้าของโรงเย็บปักนั้นไม่ธรรมดา

อ้ายฮุยก็สัมผัสได้ตั้งแต่ตอนที่ได้เข้ามาแล้ว อาจารย์ดูคุ้นเคยกับโรงเย็บปักอย่างมาก น่าจะมาที่นี่บ่อยๆ

ความเข้าใจเรื่องผู้หญิงของอ้ายฮุยนั้นขาดแคลนอย่างมาก เขาไม่รู้ว่าจะบรรยายลักษณะของศิษย์พี่หมิงซิ่วอย่างไร เพียงแค่รู้สึกว่าศิษย์พี่หมิงซิ่วงดงามมาก ทำให้คนรู้สึกสบายใจอย่างมาก ท่าทางก็ดูเป็นมิตร

“การทอผ้าคู่เป็นวิธีการทอผ้าพื้นฐานอย่างหนึ่ง ใช้สำหรับปั่นด้ายทอผ้า ใช้ผ้าโปร่งเป็นหลัก ความพิเศษของมันคือใช้เข็มคู่พร้อมกัน ถักทอสลับไปมา เดินด้ายหยินหยาง ที่เรียกว่าการเดินด้ายหยินหยาง ก็คือการเดินด้ายในแนวดิ่งและแนวขนานพร้อมๆ กัน”

น้ำเสียงของหมิงซิ่วอ่อนหวานและน่าฟังอย่างมาก นางเอ่ยเอื้อนช้าๆ พยายามใช้คำเข้าใจง่ายมาอธิบาย

มือข้างงามขยับกรีดกราย แกนด้ายที่อยู่บนชั้นด้ายไม่ไกลนักก็ขยับอย่างรวดเร็วขณะแกนด้ายทั้งสองลอยมาหานาง ไม่รู้ว่าเข็มพลังธาตุสองเล่มลอยอยู่ตรงหน้านางตั้งแต่เมื่อใร เส้นด้ายก็ร้อยเข้าไปในเข็มพลังธาตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อ้ายฮุยพิศดูตาเป็นประกาย การวาดมือนี้ช่างอ่อนช้อยเสียจริง เทียบกับตนที่ทุ่มสุดกำลังถึงจะร้อยด้ายสำเร็จ ฝีมือนี้ไม่รู้ว่าสูงส่งกว่ากี่เท่ากัน

พลังธาตุควบคุมได้อย่างดี ฝีมือช่ำชอง สายตาแม่นยำ

การควบคุมที่ละเอียดถึงเพียงนี้ ถ้าหากนำมาใช้ในการต่อสู้ ก็จะน่ากลัวอยู่ไม่น้อย ในสมองของอ้ายฮุยได้นึกถึงรูปแบบการโจมตีและสถานการณ์การต่อสู้ที่เป็นไปได้ไว้มากมาย ซึ่งเป็นผลมาจากทักษะเช่นนี้

ถ้าหากใช้ในการลอบโจมตีในความมืดจะอันตรายยิ่งมากนัก

“การทอผ้าคู่เป็นวิธีการทอผ้าที่ง่ายที่สุด ใช้เพียงการควบคุมเข็มพลังธาตุสองเล่มในเวลาเดียวกัน การทอชนิดนี้จุดสำคัญก็คือจังหวะการลงเข็ม จะต้องต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียว ศิษย์น้องเตรียมพร้อมหรือยัง ข้าจะเริ่มสาธิตให้ดูแล้ว ค่อนข้างจะยากอยู่ ขอให้ศิษย์น้องตั้งใจด้วย”

“ศิษย์พี่โปรดรอก่อน”

อ้ายฮุยชี้ไปที่กองกระบี่ที่รอการพันเชือกที่ด้ามกองอยู่ในห้อง อยู่ๆ ก็เอ่ยปากขึ้น “ศิษย์สามารถยืมกระบี่สักเล่มหนึ่งได้หรือไม่”

หมิงซิ่วมองไปที่ยายเฒ่าประเดี๋ยวหนึ่ง ยายเฒ่าไม่รู้ว่าอ้ายฮุยคิดจะทำอะไร แต่ว่าในตอนนี้ความโกรธได้ลดลงแล้ว จึงกล่าวขึ้นเสียงเย็น “ให้เขาไป”

ช่างหญิงคนหนึ่งจึงรีบหยิบกระบี่เล่มหนึ่งส่งให้อ้ายฮุย อ้ายฮุยโค้งคำนับขอบคุณแล้วรับกระบี่มา เขาไม่ได้ดึงกระบี่เหล็กออกมา แต่นำมาแขวนไว้ที่บริเวณเอวของตน ทุกสายตาจับจ้องการกระทำที่น่าประหลาดนี้ ไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรกันแน่ แม้แต่ในหัวผู้เฒ่าเองก็มีแต่หมอกควัน หรือว่ากระบี่เล่มนั้นมีอะไรพิเศษเช่นนั้นหรือ แต่ไม่น่าจะมีนี่

มือซ้ายของอ้ายฮุยจับฝักไว้ และจับด้ามด้วยมือขวา

ด้ามกระบี่ไม่ได้มีเชือกพันเอาไว้ เวลาจับจึงเย็นเยียบบาดมือ แต่ว่าฝ่ามือของอ้ายฮุยกลับถือมันอย่างสมบูรณ์ลงตัว วินาทีที่ได้จับด้ามกระบี่ โลกทั้งใบก็เปลี่ยนเป็นเงียบสงบในทันที ความคิดฟุ้งซ่านทั้งหลายก็คลายหายไปประดุจสายน้ำก็ไม่ปาน

เขาเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาลึกล้ำเปล่งประกายประดุจดวงดารา

“ศิษย์พี่เริ่มได้เลย”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น