Badberry

ขอบคุณที่กดเข้ามานะคะ

ชื่อตอน : Part 8 : รถเสีย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.9k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2562 12:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Part 8 : รถเสีย
แบบอักษร

มหาวิทยาลัย :

หลังหมดชั่วโมงเรียนช่วงบ่าย ภีมพลเดินลงจากตึกเรียนอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาเปลี่ยนที่จอดรถใหม่เพื่อหนีชายหนุ่มมาดเข้มที่คอยตามเขา ถ้าเป็นที่นี่เขาคงหาไม่เจอแน่ ๆ

ติ๊ด! ติ๊ด! เขากดรีโมทรถยนต์ ก่อนเปิดประตูเขายืนยิ้มมองไปรอบๆ บริเวณลานจอดรถ เมื่อไม่เห็นรถของทศกัณฐ์เขาแอบอมยิ้มจนตากลมโตหยีลงดูน่ารัก

แทร๊กกกกๆๆๆ.....!!

“เป็นอะไรวะ?!” ภีมบ่นกับตัวเองเมื่อนั่งลงหลังพวงมาลัยแล้วกดปุ่มสตาร์ทเครื่องไม่ติดสักที เขาเดินลงมาจากรถเปิดกระโปรงหน้าดูอาการของรถคันเก่ง

“รถเป็นอะไรหรอ”

“ไม่รู้เหมือนกันอยู่ๆ ก็สตาร์ทไม่..ติ..ด...เฮ้ยย!...เหี้ยย...”

ภีมสะดุ้งโหยงเมื่อมีเสียงทุ้มต่ำกระซิบถามข้างๆ หู เขาหันควับไปหาต้นเสียงที่ยืนอยู่ข้างหลังทันที

“คุณ! มาได้ไงวะ?” ภีมอ้าปากค้างด้วยความตกใจที่เห็นหน้าทศกัณฐ์ในระยะประชิดตัว

“ดูเครื่องเป็นหรอ” เขาถามภีมที่ยืนดูเครื่องยนต์อยู่

“เฮอะ!...ไม่เป็น” ภีมส่ายหน้าปฏิเสธเพราะร่างบางไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์เลย

“ไม่รู้แล้วยืนดูอะไรอยู่ได้...ถอยไป” ทศผลักภีมให้หลบไปจากหน้ากระโปรงรถก่อนที่ตัวเองจะก้มๆ เงยๆ ลงไปจับดูเครื่องยนต์

“รถไม่เป็นอะไร แค่แบตเสื่อม” ทศกัณฐ์หันไปบอกกับภีมที่ยืนเงอะงะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ

“แล้วจะกลับยังไงวะเนี่ย” ร่างบางบ่นอย่างหัวเสีย

“เดี๋ยวฉันไปส่งเอง” ทศกัณฐ์อาสาและส่งสายตามองไปที่ร่างบางที่ยืนลังเลอยู่

“ไม่ต้อง! ผมกลับรถไฟฟ้าเองได้” ภีมพูดปฏิเสธทศกัณฐ์ที่ยืนหน้านิ่งเหมือนไม่สนใจว่าเขาจะพูดอะไร

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ไป! คุณก็เลิกตามผมได้แล้วนะ ผมไม่ชอบ” ร่างบางชี้หน้าบอกกับเขาเสียงเข้ม

หมับ!

“หยุดชี้หน้าชั้นได้แล้ว ไม่มีใครสอนหรือไงว่าทำแบบนี้มันเสียมารยาท” ทศกัณฐ์คว้าข้อมือบางกำไว้แน่น พูดตำหนิคนอายุน้อยกว่าที่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม

“โอ๊ยยย...ปล่อย!” ภีมพยายามบิดข้อมือตัวเองออกจากการเกาะกุม

ฟ้าวววว...!!

หมับ!!

ภีมใช้มืออีกข้างปล่อยหมัดใส่ทศกัณฐ์ที่ใช้มือที่ว่างอยู่รับหมัดจากภีมที่ยกส้นเท้าเหยียบไปที่เท้าของคนตัวสูงกว่าที่ก้าวหลบได้ทันอย่างคล่องแคล่ว

“อย่าหลบสิวะ! วันนี้กูต้องเอาเลือดปากมึงออกให้ได้” ภีมตะโกนขู่ทศกัณฐ์ที่ยอมปล่อยข้อมือบางเขาออก

ย่าส์! ย่าส์!

หมัดหลายดุ้นถูกปล่อยใส่ทศกัณฐ์อย่างต่อเนื่องแต่ไม่มีวี่แววว่าจะโดนเขาซักนิด มีเพียงเสียงลมที่ผ่านหูเขาไปเท่านั้น อดีตนักมวยไทยมืออาชีพอย่างทศกัณฐ์มีหรือที่มือสมัครเล่นอย่างภีมพลจะทำอะไรเขาได้

“โอ๊ยย!!” ภีมร้องขึ้นเสียงดังด้วยความเจ็บเมื่อคนตัวสูงจับแขนทั้งสองข้างไพล่หลังพิงไว้กับอกแกร่งของตัวเอง

“เลิกเล่นแล้วไปกันได้แล้ว” ทศกัณฐ์ดันหลังของร่างบางกระเด็นไปข้างหน้าสองสามก้าว ร่างบางได้แต่ยืนเจ็บใจที่ไม่สามารถเอาชนะคนตัวใหญ่นี้ได้

ภีมพลเดินไปเปิดรถหรูของตัวเองหยิบกระเป๋าเป้สะพายหลังเดินตามคนตัวสูงไปที่รถคันใหญ่ที่จอดไม่ไกลจากรถของเขาเท่าไหร่ นี่เขาจะต้องคอยหนีผู้ชายคนนี้ไปอีกนานเท่าไหร่นะ

..........

“เฮ้ย! นี่ไม่ใช่ทางไปบ้านผมนี่” ภีมพลร้องทักขึ้นเมื่อทศกัณฐ์ขับรถออกนอกเส้นทาง

“ชั้นรู้แล้ว” ทศกัณฐ์บอกกับร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆ

“นี่คุณรู้กระทั่งว่าบ้านผมอยู่ไหนเลยหรอ โรคจิต!” ภีมแสดงอาการตกใจและแอบพูดว่าทศกัณฐ์เบาๆ ให้เจ้าตัวพอได้ยินและแอบมองเขาอย่างคาดโทษ

“แล้วคุณจะไปไหน” ภีมถามขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจนัก

“ชั้นหิวข้าว” ทศกัณฐ์หันมาบอกกับร่างบางที่นั่งยุกยิกอยู่ข้างๆ

“ก็ไปส่งผมก่อนสิแล้วคุณจะไปไหนก็ไป หรือจะทิ้งผมข้างหน้าเลยก็ได้” ภีมพลรีบบอกกับทศที่ขับรถออกนอกเมือง เพราะถ้าไปไกลกว่านี้เขาคงไม่มีแท็กซี่กลับแน่

“ไปกินข้าวด้วยกันก่อนเดี๋ยวไปส่ง” ทศกัณฐ์ตื้อคนข้างๆ อ้อมๆ

“ถ้าหิวก็ไปคนเดียวซิวะ ผมไม่หิว” ร่างบางยืนยันคำเดิมในหัวก็คิดหาแต่วิธีที่จะสลัดผู้ชายคนนี้ออกไปให้พ้นนี่มันไม่มีทางเลยหรือว่าเขาจะต้องยอมออกเดทกับทิฟนี่จริงๆ

..........

#ภีมพล

ตามตำนานรามายณะทศกัณฐ์จะลักพานางสีดาไปทำเมีย แต่ทศกัณฐ์ปี 2019 กลับลักพาตัวผู้ชายไปทำเมีย เอ๊ยย...!! ไปทานข้าวแทน

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่พาผมมาที่ร้านอาหารที่อยู่นอกเมืองใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนานเนื่องจากการจราจรที่ติดขัด

“คุณทศเชิญค่ะ” ผู้จัดการร้านอาหารออกมาต้อนรับคนตัวสูงด้วยตัวเองอย่างยินดีที่ชายหนุ่มมาที่ร้านของตน

“ขอเหมือนเดิมเลยนะ” เขาหันไปพูดสั้นๆ ด้วยความเคยชินกับหญิงสาว “สงสัยจะมาบ่อยละสิ” ผมพึมพำเบาๆ แต่เขาคงได้ยินเพราะผมสังเกตถึงสายตาที่เขาจ้องกลับมา

“ได้ค่ะ” ผู้จัดการร้านรับคำและเรียกเด็กให้นำพวกผมไปมุมส่วนตัวที่ตกแต่งสไตล์สวนต้นไม้ที่ดูร่มรื่น แต่เวลานี้เป็นช่วงหัวค่ำแสงไฟที่ถูกตบแต่งทำให้สวนแห่งนี้ดูสวยงามและมีสีสันขึ้น

“ว้าว...สวยจัง” ผมเดินชมบรรยากาศร้านตามหลังคนตัวสูง มุมด้านในที่เป็นส่วนตัว รอบๆ ไม่มีใครนอกจากพวกผมสองคน

“เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามีร้านดีๆ แถวนี้มองจากข้างนอกแทบรู้เลย วันหลังชวนไอ้วินกับไอ้ธานมาดีกว่า” ผมพูดอย่างตื่นเต้นเผลอหันไปยิ้มให้คนหน้ายักษ์อย่างลืมตัว

“วิน...ธาน...ใคร?”

“เพื่อนผมเอง ไอ้วินคนที่ไปเล่นบาสด้วยกันบ่อย ๆ ไง ส่วนไอ้ธานคุณไม่เคยเจอหรอก” ผมมีนิสัยที่แก้ไม่หายคือพอเจออะไรที่ถูกใจผมก็จะลืมเรื่องที่มีอยู่ในหัวไปหมด เหมือนกับตอนนี้ที่ลืมไปว่าตัวเองโดนทศกัณฐ์บังคับมาทานข้าว

ไม่นานนักอาหารเมนูแปลกๆ ก็ถูกทยอยออกมาเสริฟจนเต็มโต๊ะ แต่ละอย่างดูน่าทานจนผมเผลอแอบกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคอ

“ทานเลยสิ” ทศกัณฐ์ยกยิ้มมุมปาก เขาจะว่าผมตะกละมั้ยนะ..ก็ผมเล่นออกอาการอยากกินซ่ะขนาดนั้น

“ไม่ละ คุณรีบกินเถอะผมจะได้รีบกลับ” ถึงอาหารตรงหน้าจะยั่วยวนชวนรับประทานแค่ไหนผมก็ต้องวางฟอร์มบ้างเดี๋ยวจะมาว่าผมเห็นแก่กิน

“ช่วยฉันหน่อยเถอะอาหารเยอะขนาดนี้กินคนเดียวไม่หมดหรอก ถ้าเหลือทิ้งก็เสียดายแย่” ทศกัณฐ์จ้องหน้าผมเหมือนจะรู้ทัน

“อ่ะ...ก็ได้กินก็กินถือว่าผมช่วยคุณละกัน” ลงทุนพูดขอร้องซ่ะขนาดนั้นถ้าไม่ช่วยจะหาว่าผมใจดำ ผมลงมือจัดการอาหารตรงหน้าอย่างไม่รีรอ...โคตรอร่อยเลย!!

“ชอบหรอ เดี๋ยววันหลังจะทำให้กินอีกนะ” คนตรงหน้าผมพูดขึ้นเมื่อเห็นผมกินกุ้งผัดพริกเกลือจนเกลี้ยง ถึงจะเคยกินมาหลายร้านแต่ร้านนี้เด็ดสุด

“อย่างคุณจะทำอาหารได้หรอ ชิส์” ผมเหลือบตาขึ้นมามองคนตรงหน้าอย่างดูถูก เขาได้แต่เงียบไม่ตอบอะไรผมจนทานอาหารเสร็จเรียบร้อย

“เอ้า!”

“อะไร?” อยู่ๆ เขาก็หยิบกระดาษเช็ดปากส่งให้ผม

“ปากมันขนาดนั้นไม่อายคนอื่นหรือไง”

“มันเรื่องของผมมั้ย!” ผมไม่รับกระดาษจากเขาแต่ใช้หลังมือตัวเองเช็ดไปที่ริมฝีปากแทน ผมมองที่หลังมือตัวเองที่ติดคราบมันเงาน้ำมันจากอาหาร ผมคงไม่ได้กินมูมมามต่อหน้าคนคนนี้ใช่มั้ย



::::::::::

ความคิดเห็น