หลินหลิน / แมวสีหม่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ ในรัก - ยามสายฝนชุ่มฉ่ำชโลมใจ บทที่ 3 จบบริบูรณ์

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ ในรัก - ยามสายฝนชุ่มฉ่ำชโลมใจ บทที่ 3 จบบริบูรณ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 176

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2562 10:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ ในรัก - ยามสายฝนชุ่มฉ่ำชโลมใจ บทที่ 3 จบบริบูรณ์
แบบอักษร

สองทุ่มครึ่งอย่างที่เมทวินคาดการณ์ไว้ สายฝนเพิ่งจะขับรถเข้ามาในบ้าน ชายหนุ่มเลิกผ้าม่านมองจากห้องนอนชั้นสอง ตามปกติหลังจากกลับจากทำงาน หญิงสาวจะตรงดิ่งไปหาดาราวดีก่อน วันนี้ก็เช่นกัน ห้านาทีหลังจากนั้นประตูห้องก็เปิดออก ตามมาด้วยเสียงกังวานใส

               “หนู...” คำพูดชะงักงัน เมื่อภายในห้องมีเพียงสามี แต่ลูกน้อยกลับไม่อยู่

               “หนูดาวล่ะคะ” หล่อนวางกระเป๋าสะพายที่โต๊ะเครื่องแป้ง พลางเอ่ยถาม “ไปไหนเสียแล้ว ข้างล่างก็ไม่อยู่”

               “ไปเล่นกับพรที่ห้องเล็ก” เขาผละจากหน้าต่าง หย่อนกายลงนั่งตรงปลายเตียง บอกด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ราบเรียบมากที่สุด “เล่นไปเล่นมาคงเหนื่อยเลยหลับไปแล้ว”

               “คะ? หลับแล้ว”

               “จ้ะ” เขาพยักหน้า มองสีหน้างุนงงของภรรยา สำทับว่า “ก็เป็นเวลานอนปกติของหนูดาวนะ เพียงแต่แกไปเผลอหลับที่ห้องนู้นเท่านั้นเอง ตกใจอะไรกัน”

               “เปล่าค่ะ ไม่ได้ตกใจหรอกฝนแค่งง” หล่อนถอดต่างหูวางลงบนโต๊ะ ตามด้วยนาฬิกาข้อมือ พึมพำบอกกับสามีว่า “เดี๋ยวฝนอาบน้ำก่อนแล้วจะไปดูลูกหน่อยนะคะ”

               เมทวินไม่คัดค้านอะไร แม้ในใจลึกๆ จะหวั่นว่าลูกสาวยังไม่หลับ และพอเห็นผู้เป็นแม่ อาจจะอยากตามมานอนด้วย หรือไม่ก็เป็นสายฝนเองที่จะนอนกับลูกที่ห้องโน้นแล้วปล่อยให้เขานอนเดียวดายเพียงลำพัง ชายหนุ่มนั่งครุ่นคิด กัดฟันรอจนได้ยินเสียงซ่าดังออกมาจากในห้องน้ำจึงค่อยย่องออกจากห้อง

               เขาเดินมาที่ห้องเล็ก เคาะประตูเบาๆ สองครั้ง ดวงพรก็มาเปิดประตูให้ เด็กสาวชะโงกหน้าออกมากระซิบบอก

               “คุณหนูหลับแล้วค่ะ”

               คนฟังพยักหน้า สีหน้าโล่งใจขึ้นเล็กน้อย

               “พรก็เข้านอนได้แล้ว ล็อกประตูด้วย”

               ดวงพรรับคำแล้วปิดประตู เมทวินยืนรอจนได้ยินเสียงใส่กลอนจึงกลับมาที่ห้องนอน สายฝนเพิ่งจะเปิดประตูออกมา หล่อนสวมชุดคลุมสีขาว ผมเปียกชื้นถูกรวบไว้บนศีรษะด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก

               “คืนนี้ฝนไปนอนกับลูกนะคะ”

               นั่นปะไร ผิดจากที่เขาคิดเสียเมื่อไหร่ สายฝนกำลังหาข้ออ้างไม่ยอมอยู่กับเขาสองต่อสอง แต่งงานกันล่วงเข้าเกือบเดือนแล้ว นอกจากคืนเข้าหอ หล่อนก็ไม่ยอมให้เขาแตะต้องอีกเลย

               “ยายหนูหลับแล้ว เมื่อกี้พี่ไปดูมา เห็นล็อกประตูเรียบร้อย ดวงพรคงเหนื่อยด้วย เล่นกับลูกมาทั้งวัน อย่าไปรบกวนเลย”

               สายฝนซึ่งหอบชุดนอนเข้าไปในห้องแต่งตัวเพียงไม่กี่นาทีก็กลับออกมาพลางทำสีหน้ายุ่งยากใจ

               “ยายหนูเคยนอนห้องนู้นแล้ว ปล่อยให้นอนไปเถอะ...” ชายหนุ่มขึ้นไปนั่งบนเตียง ตบมือปุบๆ ลงบนที่ว่างข้างกาย “มาสิ”

               ภรรยายังยืนนิ่ง เขาคิดว่าหล่อนกำลังจะหาข้ออ้างไปนอนห้องอื่นอีก เมทวินไม่อยากปล่อยเวลาให้นานกว่านี้จึงก้าวลงจากเตียง ก้าวเพียงไม่กี่ก้าว ประชิดตัวหล่อน อุ้มหล่อนไว้ในอ้อมกอด

               “พี่หมอก!”

               สายฝนอุทาน ตอนแรกมองเขาอย่างงุนงง วินาทีจึงดิ้นรนขลุกขลัก

               “ปล่อยฝนนะ”

               “ไม่ปล่อย”

               เขาปฏิเสธเสียงหนักแน่น พาหล่อนไปที่เตียง แล้วคร่อมตัวหล่อนไว้ กักร่างเล็กนั้นด้วยช่วงแขนแข็งแกร่ง สายฝนพยายามกระถดหนีหากก็สิ้นเรี่ยวแรงเมื่อเมทวินจู่โจมด้วยจูบหนักหน่วงไม่ให้หล่อนตั้งตัว

               ริมฝีปากของเขาประกบลงมารวดเร็ว แนบสนิท ลึกล้ำ ทำให้หล่อนลอยล่องมึนเมาไปชั่ววินาที

               นานจนแทบขาดใจ เมื่อเขาถอนริมฝีปากออก หล่อนถึงกับสูดอากาศเข้าปอด หอบจนตัวโยน

               “พี่ต้องทำยังไง ฝนถึงจะยอมใจอ่อนเสียที”

               สายฝนหน้าแดงก่ำ พูดไม่ออกแม้สักคำ ดวงตาคู่สวยเฉี่ยวมีแววเลื่อนลอยฉ่ำหวาน แต่ก็มีโทสะเจืออยู่จางๆ

               “พี่รู้ว่าพี่ผิด ผิดมาก แถมยังหน้าด้านหน้าทน...” คำหลังเรียกรอยขบขันจากแววตาคนฟัง เมทวินค่อยใจชื้น สายฝนไม่ค่อยโกรธปึงปังเหมือนเมื่อก่อน ปฏิเสธหัวชนฝาไม่รับฟัง ไม่ยินยอม ไม่เอาเขาท่าเดียว ระยะหลังๆ หล่อนอ่อนให้เขามากแล้ว แต่ไม่มาก เขาโลภ อยากได้มากกว่านั้น

               “พี่ยอมรับว่าพี่เลว” แววตาของเมทวินหม่นแสงลง สีหน้าจริงจังมากขึ้น “พี่ทำให้ฝนเสียใจ พี่ทำฝนเจ็บปวด แต่นับจากนี้พี่จะไม่ทำให้ฝนร้องไห้อีก พี่อยากให้ฝนเชื่อใจพี่...เหมือนเมื่อก่อน”

               “ความเชื่อใจถ้าถูกทำลายลงครั้งหนึ่ง จะให้กลับเป็นเหมือนเดิม...”

               “พี่เข้าใจ ยากที่จะทำแบบนั้น แต่พี่รอได้ ขอเพียงแค่ฝนอย่าต่อต้าน อย่าทำห่างเหิน อย่าทำแบบที่ทำตอนนี้”

               “ยังไงคะ”

               “หลบหน้าพี่ ไม่ยอมให้พี่กอด ไม่ยอมสบตา ไม่ยอมคุยด้วย ฝนหลบเลี่ยงพี่มาเดือนหนึ่งแล้ว พี่คิดว่า...” เขาสูดลมหายใจลึก แล้วผ่อนออกมาอย่างช้าๆ “พี่ทนไม่ไหว”

               ดวงตาของเขาเข้มจัด อารมณ์บางอย่างปะทุอยู่ในนั้น สายฝนมองเห็นชัดเจนและมันทำให้หล่อนสะท้านอย่างไม่มีเหตุผล

               “พี่อยากกอด อยากจูบ...” แทบจะสิ้นเสียงนั้น เขาก็โฉบริมฝีปากลงมาอีก สายฝนเบี่ยงหน้าหลบไม่ทัน ริมฝีปากที่เผยออ้าคิดจะห้ามปรามจึงกลายเป็นตอบรับจุมพิตของเขาอย่างถนัดถนี่ เรียวลิ้นร้อนชื้นแทรกลึก เกาะเกี่ยวหยอกล้อ สำรวจความหวานอย่างล้ำลึก สายฝนไม่อาจต้านทาน เผลอครางออกมาด้วยเสียงสั่นพร่า

               “อยากทำแบบนี้...” เขากระซิบชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มนุ่มเซ็กซี่ชวนให้สติเพริดไปไกล “ทุกวัน”

               มือของเขาปัดป่ายไปทั่ว บนเนื้อนวล เขาสร้างความร้อนลามเลีย จนร่างของหล่อนแทบหลอมละลาย

               “พี่หมอก ไม่เอา...” สายฝนพยายามห้ามปราม หากสัมผัสของเขาร้อนแรงและทรงพลังเกินกว่าหล่อนจะควบคุมตัวเองได้ “อื้อ...”

               เสียงของหล่อนคล้ายเสียงกระซิบ แผ่วจางไร้น้ำหนัก ไม่อาจห้ามคนที่พยายามเดินหน้ารุกรานอย่างบ้าคลั่งได้เลย

               เรือนร่างของหล่อนถูกเขาสัมผัสทั่วทุกตารางนิ้ว ไม่เว้นแม้แต่ใจกลางเรือนร่างที่กำลังฉ่ำชื้นรอคอยการเติมเต็ม เมื่อเขาสัมผัสหล่อนด้วยริมฝีปาก ร่างของหล่อนก็แทบจะกระตุกด้วยความเสียวซ่าน

               สายฝนหวีดร้อง สองมือขยุ้มผ้าปูเตียง ใจหนึ่งทรมาน หากอีกใจกลับปรารถนาให้เขาละเลียดชิมเช่นนี้อีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้งอย่างไม่มีสิ้นสุด

               “พี่หมอก...” หล่อนครางเสียงกระเส่า พร่ำเรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมา

               “พี่จะทะนุถนอมฝน” เขาเลื่อนริมฝีปากขึ้นมา ประทับจุมพิตบนแอ่งชีพจร “ดูแลฝน รักฝนจนกว่าความตายจะมาพรากเราจากกัน”

               คืนนั้นเขาปรนเปรอจนหล่อนแทบขาดใจ ร่างของหล่อนถูกจับพลิกซ้ายขวา เปิดรับสะโพกที่กดย้ำถาโถมลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวหล่อนตกเป็นของเขาจนหมดสิ้น และอาจเพราะคืนนั้น อีกสองเดือนต่อมา หล่อนจึงได้รับข่าวดี

               ‘ยินดีด้วยค่ะ คุณท้องได้สองเดือนแล้ว’

“นมกับข้าวต้มร้อนๆ จ้ะ”

นับตั้งแต่ตั้งครรภ์ ทุกเช้าเมทวินจะนำอาหารเช้าพร้อมนมอุ่นๆ หนึ่งแก้วมาเสิร์ฟให้หล่อนบนเตียงเสมอ ถ้าป้อนได้ เขาคงป้อนทุกมื้อแล้วกระมัง

“ฝนยังไม่หิวเลย”

“ไม่หิวก็ต้องกิน” ชายหนุ่มยื่นมือมาลูบหน้าท้องของหล่อนอย่างเนิบช้า สัมผัสนั้นอบอุ่นจนทำให้หล่อนวาบลึกในอก “ลูกน่าจะหิวแล้ว”

ตอนท้องดาราวดี หล่อนอยู่เพียงลำพังเดียวดาย ไม่เคยมีมือมาลูบไล้ด้วยความอ่อนโยนเช่นนี้มาก่อน สายฝนยอมรับว่าอ้างว้างแต่หล่อนก็ปลอบใจตัวเองว่าอยู่ได้ หล่อนเข้มแข็งมากพอ ไม่จำเป็นต้องมีเขาอยู่ข้างกาย แต่วันนี้ ตอนนี้ สายฝนยอมรับว่ามีเขาอยู่ข้างกายย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ

เมทวินดูแลหล่อนเป็นอย่างดีตามที่ให้สัญญา สายฝนแทบไม่ต้องทำอะไร จะขยับตัวไปไหน เขาก็เข้ามาประคองแทบจะโอบอุ้มเลยด้วยซ้ำ

ช่วงสองเดือนแรกเขาดูตื่นเต้นกว่าหล่อนเป็นร้อยเท่า พอเข้าเดือนที่สาม เขาก็แปลกไป ทุกเช้าเขาจะลุกพรวดพราดจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำ ไม่นานหลังจากนั้นเสียงอาเจียนโฮกฮากก็จะดังเล็ดลอดออกมา ทีแรกหล่อนนึกว่าเขาไม่สบาย คะยั้นคะยอให้ไปหาหมอ แต่เมทวินเหมือนจะรู้ตัวเองดีว่าไม่ได้มีอะไรผิดปกติ เขากลับบอกหล่อนว่าอย่าห่วง

‘พี่ไม่เป็นอะไรหรอก’

‘ไม่เป็นอะไรได้ยังไงคะ อ้วกทุกวันแบบนี้ไม่ปกติแล้วนะคะพี่หมอก’

เขาส่ายหน้ายิ้มๆ สีหน้าอ่อนระโหย หากแววตากลับมีความสุขเต็มเปี่ยม

‘พี่แค่แพ้ท้อง’

‘คะ?’ ไม่ใช่คำตอบที่คิดว่าจะได้ยิน สายฝนนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย

‘พี่ถามเพื่อนพี่แล้ว มันว่าเป็นอาการของคนแพ้ท้องแทนเมีย!’

แพ้ท้องแทนเมีย! สายฝนได้ยินแล้วแทบจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างนึกขัน พอรู้ว่าเขาไม่เป็นอะไรมากหล่อนก็เบาใจไปมากโข ครั้งหลังๆ พอเห็นเขากินอะไรแทบไม่ได้ หนำซ้ำยังอาเจียนวันละสามเวลา หล่อนจึงไม่ค่อยเป็นกังวลมากนัก ทำเพียงมองเขาด้วยความเห็นใจ

‘ลางานสักพักเถอะค่ะ’

               แต่เมทวินยังดื้อรั้น ลากสังขารไปทำงานทุกวัน กระทั่งผ่านพ้นสามเดือน เข้าเดือนที่ห้าอาการจึงค่อยทุเลา

               พอท้องโต เมทวินก็แทบไม่ยอมให้หล่อนกระดิกตัวไปไหน จะเดินขึ้นลงบันได เขาก็ห้ามปราม สุดท้ายเขาจึงให้เด็กรับใช้ขนข้าวของของหล่อนมาไว้ที่ห้องนอนชั้นล่าง สามคนพ่อแม่ลูกนอนด้วยกัน มีน้องสุดท้องอยู่ในท้องของสายฝนอีกหนึ่ง สายฝนยอมรับว่าชีวิตในตอนนี้ของหล่อนมีความสุขสมบูรณ์พร้อม โลกสีทึมเทาของหล่อนได้แปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูสดใส หล่อนได้แต่หวังว่าความสุขเช่นนี้จะคงอยู่ตลอดไป

“โอ๊ยย...” เสียงร้องโอดโอยของภรรยาทำให้ผู้เป็นสามีลุกลี้ลุกลนหนักกว่าเดิม ชายหนุ่มหันรีหันขวางหน้าซีดไร้สีเลือด

               “แป๊บนึงนะฝน” เขากระโจนลงจากเตียง เปิดตู้เสื้อผ้า หยิบตะกร้าพลาสติกสีฟ้าที่เตรียมข้าวของสำหรับไปคลอดออกมา สั่งดาราวดีที่นั่งง่วงๆ อยู่บนเตียงให้อยู่เป็นเพื่อนหล่อน จากนั้นก็วิ่งปรู๊ดออกมานอกห้อง ตะโกนเรียกเด็กรับใช้ลั่นบ้าน

               “มาช่วยคุณฝนหน่อย! ใครก็ได้! คุณฝนจะคลอดแล้ว! เร็วเข้า!”

               พอเห็นมีเด็กรับใช้วิ่งหน้าตาตื่นออกมาสองสามคนก็ชี้มือชี้ไม้ให้เข้าไปในห้อง ก่อนจะวิ่งออกจากบ้านไปที่โรงจอดรถ ขับรถมาจอดเทียบรอหน้าตึก เขากระวีกระวาดลงจากรถ ซอยเท้าเร็วๆ ด้วยความรีบร้อน ตอนที่กำลังจะถึงห้องสายฝนก็ถูกพยุงออกมาพอดี

               “ไหวไหมฝน”

               สายฝนเคยคลอดมาแล้ว หล่อนจึงไม่ค่อยตื่นเต้นหรือกังวลอะไรมากนัก คงมีความเจ็บปวดเท่านั้นที่ทำให้หล่อนพูดอะไรไม่ออก เมทวินเห็นสภาพของภรรยาเช่นนั้นก็ยิ่งร้อนใจ เขารีบประคองหล่อนมาที่รถ จับหล่อนนั่งบนเบาะ รุดเข็มขัดนิรภัยให้แล้วหันไปสั่งดวงพรให้ช่วยดูแลดาราวดีด้วย จากนั้นจึงขับรถมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็วและระมัดระวัง

               สายฝนถูกส่งเข้าห้องรอคลอดในอีกยี่สิบนาทีต่อมา มีเมทวินนั่งเฝ้าข้างเตียง มือเกาะกุมมือไม่ห่าง

               “เจ็บมากใช่ไหม” เขาถาม แววตาสลด “ทนหน่อยนะ”

               สายฝนใช่ว่าไม่เคยเจ็บมาก่อน ทว่าอาการเจ็บท้องคลอดนี้มันรุนแรงสาหัสจริงๆ แม้เคยเจ็บมาแล้ว ครั้งนี้ก็ยังแทบทนไม่ได้ หล่อนจิกเล็บลงบนเนื้อของเมทวิน มืออีกข้างเกาะขอบเตียงจนขึ้นข้อขาว ดิ้นทุรนทุรายทรมานอยู่เกือบห้าชั่วโมง หมอเข้ามาตรวจพบว่ามดลูกเปิดสิบเซ็นติเมตรแล้วจึงนำตัวหล่อนไปยังห้องคลอด

               ตลอดเวลาแห่งความยากลำบากนี้ เมทวินคอยอยู่เคียงข้างและเกาะกุมมืออยู่เสมอ เป็นความอุ่นใจชนิดหนึ่งที่ทำให้สายฝนรู้สึกซาบซึ้ง หล่อนมองเขาอย่างขอบคุณ ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีบัดนี้มหลายหายไปสิ้น คงเหลือแต่ความรักที่หล่อนมีต่อเขาเต็มหัวใจ

               ใช้เวลาคลอดอยู่ครึ่งชั่วโมง เจ้าตัวเล็กก็ได้ออกมาลืมตาดูแล

               “อุแว้ๆๆ!” เสียงร้องนั้นดั่งเสียงสวรรค์ เมทวินถึงกับหลั่งน้ำตา เขาโอบอุ้มลูกน้อยแนบอก ประทับจุมพิตเบาๆ บนหน้าผาก ก่อนวางลงบนอกของภรรยา สายฝนก้มมอง เห็นใบหน้ากลมๆ แก้มยุ้ยๆ นั้นแล้วก็สะอื้นไห้ออกมาด้วยความปีติ

               “ลูกชาย...เราได้ลูกชาย” เขาพึมพำ สายฝนรับรู้ แต่ความเหนื่อยอ่อนทำให้หล่อนเริ่มง่วงงุน หนังตาค่อยๆ ปิดลง ก่อนที่จะเข้าสู่นิทรารมณ์ ได้ยินเสียงสามีแว่วเข้ามาโสตประสาท

               “แดนดิน พี่จะตั้งชื่อลูกชายของเราว่าแดนดิน”

               สำนึกสุดท้ายก่อนหลับใหล คือจุมพิตอบอุ่นบนหน้าผาก และเสียงทุ้มนุ่มกระซิบบอก

               “พี่รักฝน...รักที่สุด”

               สายฝนหลับแล้ว แต่รอยยิ้มยังคงประดับริมฝีปาก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น