หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ดิน น้ำ ไฟ ไม้ ทอง สมัยกาลนานมาแล้ว โลกแห่งการบำเพ็ญตนล่มสลาย ก็กำเนิดยุคใหม่คือโลกแห่งธาตุ การแสวงพลังอันยิ่งใหญ่ครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้น

บทที่ 58 ปักเข็มร้อยด้าย

ชื่อตอน : บทที่ 58 ปักเข็มร้อยด้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 215

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 58 ปักเข็มร้อยด้าย
แบบอักษร

​อ้ายฮุยมีท่าทางเคร่งขรึม แววตาแผ่ไอจิตสังหารอันหนาวเหน็บน่าเกรงขามราวกับฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศรอบด้านราวกับจะแข็งค้างนิ่งไป บริเวณหน้าผากมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ เกาะอยู่ ซึ่งเขาไม่ได้รู้ตัวเลย

ที่ปลายนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือขวา มีประกายแสงสีเงินเส้นหนึ่งในรูปเข็มที่ไม่หยุดนิ่ง มือซ้ายหยิบด้ายเส้นเล็กละเอียดอยู่เส้นหนึ่ง เขาพยายามร้อยด้ายเข้าไปที่รูเข็มพลังธาตุอย่างระมัดระวัง

รูเข็มพลังธาตุนั้นไม่นิ่ง สักพักมีขนาดใหญ่สักพักมีขนาดเล็ก ซึ่งลำบากต่อการควบคุมอย่างมาก อ้ายฮุยลองมาครึ่งวันแล้วจนถึงตอนนี้ก็ยังทำไม่สำเร็จ

ด้านหลังมีเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของหญิงสาวกลุ่มหนึ่ง การมีผู้ชายมาที่โรงเย็บปัก ย่อมทำให้บรรดาสาวน้อยทั้งหลายเกิดความสงสัยใคร่รู้กันเป็นปกติ จึงได้รวมตัวกันมามุงดู โรงเย็บปักไม่ได้อนุญาตให้ผู้ชายเข้ามา ดังนั้นตอนที่เหล่าสาวน้อยเห็นอ้ายฮุย นัยน์ตาทั้งสองข้างของแต่ละคนก็เปล่งประกายด้วยความประหลาดใจ

ในตอนที่อ้ายฮุยเริ่มเรียนการเย็บปัก ทุกคนก็ตื่นเต้นขึ้นมาในทันที ผู้ชายเรียนเย็บปักเป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“ช่างทึ่มเสียจริง ร้อยมานานเพียงนี้ ยังร้อยด้ายไม่เข้าเลย”

“ใช่แล้ว ใช่แล้ว เจ้าดูเขาสิเหงื่ออาบเต็มหน้าเลย สายตาดูดุร้ายชะมัด!”

“เพราะว่าเขากับปลายด้ายมีความแค้นต่อกันอย่างไรเล่า!”

...

เสียงหัวเราะของพวกสาวเจ้าดังขึ้นไม่หยุด รู้สึกว่าน่าสนใจเหลือเกิน โดยเฉพาะการที่ได้เห็นอ้ายฮุยทำตัวงุ่มง่าม ยิ่งทำให้เหมือนกับได้เห็นสัตว์หายากก็ไม่ปาน

ยังดีที่ความสนใจทั้งหมดของอ้ายฮุยอยู่ที่เข็มพลังธาตุกับปลายด้าย ปล่อยให้เสียงเซ็งแซ่จากภายนอกผ่านหูไป ไม่เช่นนั้นหากได้ยินเสียงพูดจากระเซ้าเย้าแหย่พวกนี้ เกรงว่าจะต้องกระอักเลือดเป็นแน่

โต๊ะทำงานของแต่ละคนในโรงเย็บปักล้วนถูกกั้นไว้ด้วยม่านที่ทำจากผ้าโปร่ง ม่านผ้าโปร่งที่กึ่งโปร่งแสงนี้สามารถมองเห็นภายนอกได้อย่างชัดเจน

ที่ด้านหลังม่าน หวังโส่วชวนกำลังดื่มชาอยู่กับยายเฒ่า จะชำเลืองมองไปทางอ้ายฮุยเป็นครั้งคราว

“จนป่านนี้แล้วด้ายสักเส้นก็ยังร้อยไม่ได้ เจ้าคิดว่าเขาเหมาะแก่การเย็บปักจริงๆ หรือ” ยายเฒ่าถอนสายตาออกมาแล้วถามเสียงเรียบ

ตาเฒ่าหวังกำลังดื่มชาอยู่ มีท่าทางสบายๆ “ก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะพึ่งสิ่งนี้ทำมาหากิน แค่ใช้ฝึกฝนพลังธาตุเท่านั้น เจ้าไม่เห็นหรือว่าความสงบของเจ้าเด็กนี่ค่อนข้างจะร้ายกาจ”

“ก็จริงอยู่บ้าง” น้ำเสียงของยายเฒ่ามีความชื่นชมอยู่ “อายุน้อยเท่านี้ ร้อยด้ายมาค่อนวันแล้วยังไม่สำเร็จ แต่กลับไม่ถอดใจแม้แต่น้อย แถมยังใจจดใจจ่อได้เพียงนี้ ช่างไม่ง่ายเลย นิสัยนั้นไม่เลวจริงๆ มิน่าเล่าเจ้าถึงได้รับเขาไว้เป็นศิษย์”

ตาเฒ่าหวังดูท่าพออกพอใจ รับศิษย์ดีๆ มาแล้ว หากไม่อวดเสียหน่อยเขาก็จะรู้สึกกระสับกระส่ายไม่สบายใจ “ใช่แล้ว! เขาอาจจะมีรากฐานแย่ แต่ว่ามีเจ็ดตำหนักที่แข็งแกร่งเชียวละ อีกทั้งสิ่งที่เจ้าเด็กนี่เรียนก็ถือว่าเอาจริงเอาจังมาก พลังธาตุเอ่อล้นแล้วถึงได้ทะลวงคลังชีวิต ไม่มีผู้ใดแนะนำเขา เป็นการเรียนด้วยตัวเอง ร้ายกาจใช่หรือไม่ แม้แต่พันปรัชญาของข้าก็ทนผ่านมาได้ ข้าเองก็นับถือ”

ใบหน้าของยายเฒ่าปรากฏความตกตะลึงออกมา อ้ายฮุยนั้นไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ล้วนแต่ดูธรรมดา ไม่คิดเลยว่ากลับมีจุดที่โดดเด่นมากมายเช่นนี้

“ดูท่าแล้วเจ้าจะพอใจอยู่สินะ!” ยายเฒ่าแปลกใจหน่อยๆ นางรู้ว่าตาเฒ่าหวังนิสัยเสียอย่างไร ความหัวแข็งของเขาบางครั้งเรียกได้ว่าคาดไม่ถึงเลย

“ไม่ใช่แค่พอใจ แต่พอใจเหลือล้นเลยละ” ตาเฒ่าหวังกล่าวแก้ขึ้น “ในชีวิตของข้าเจอกับเรื่องดีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกก็คือการได้พบกับเจ้า อีกเรื่องก็คือมีลูกศิษย์ได้ก่อนตาย”

ยายเฒ่าได้ยินประโยคแรกแล้วก็เบิกบานใจ พอได้ยินประโยคหลังคิ้วก็ขมวดมุ่นในทันที จึงกล่าวด้วยความโกรธ “อยู่ดีๆ จะพูดเรื่องตงเรื่องตายอะไร จะตายเจ้าก็ไปตายเองไป”

“ฮ่าฮ่า” ผู้เฒ่ารู้สึกอายนิดหน่อย แต่ก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ข้าได้พูดกับเขาไว้แล้วว่าเจ้าเก่งกาจเพียงไหน เจ้าน่าจะได้มาเห็นว่าตอนที่ข้าบอกว่าเจ้าสามารถควบคุมเข็มพลังธาตุได้พร้อมกันเก้าร้อยสี่สิบเก้าเล่ม ตาของเจ้าหนูนั่นเบิกโตเป็นไข่ห่านไปเลย”

“ตอนนี้ได้หนึ่งพันหกสิบสี่เล่มแล้ว!” ยายเฒ่ากล่าวขึ้นอย่างภูมิใจ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “ดูท่าว่าจะต้องให้เขาได้ดูของจริงเสียหน่อยแล้ว”

“เอาเลย ทรมานได้ตามสบาย ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นอะไรไป งานอะไรยากก็ให้เขาทำ งานอะไรเหนื่อยก็ให้เขาทำ เจ้าเด็กนี่กินหญ้าเข้าไป แต่ที่ถ่ายออกมาคือสมบัติ!” ตาเฒ่ากล่าวอย่างอารมณ์ดี

ยายเฒ่าถูกหยอกจนดีใจ “การเป็นศิษย์ของเจ้าช่างน่าสงสาร”

อ้ายฮุยไม่รู้เลยว่าตนได้ถูกผู้เฒ่าขายไปแล้ว ด้ายของเขาในที่สุดก็ร้อยเข้าไปในเข็มพลังธาตุได้สำเร็จ ตอนนี้เขาเพิ่งจะพบว่าหน้าผากของตนเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ในตอนนี้เขาได้เชื่อคำพูดของผู้เฒ่าไปเรียบร้อยแล้ว การเย็บปักเป็นการทดสอบการควบคุมพลังธาตุจริงๆ เมื่อก่อนเขายังคิดว่าตนควบคุมพลังธาตุได้ไม่เลว วันนี้ความคิดนั้นถูกทำลายไปเสียสิ้น

เมื่อได้มาอยู่ในมือจริงๆ ถึงได้รู้ถึงความยากของสิ่งนี้

การทำให้เข็มพลังธาตุคงที่เป็นเรื่องที่ยากอย่างมาก แต่ที่ยากยิ่งกว่าคือการรวมพลังธาตุที่ส่วนปลายเข็ม เพื่อเปิดเป็นรูเข็มขึ้น อ้ายฮุยชะงักอยู่ที่ขั้นตอนนี้นานมาก ในที่สุดภายใต้การชี้แนะถึงได้สร้างรูเข็มได้สำเร็จแต่ไม่นานอ้ายฮุยก็พบว่า การสร้างรูเข็มที่ว่ายากแล้ว การทำให้รูเข็มคงที่ยากยิ่งกว่า และในการร้อยด้าย สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการทำให้รูเข็มคงที่

มือซ้ายถือด้าย มือขวาถือเข็ม เขาต้องแบ่งสมาธิออกเป็นสองส่วน

รูเข็มเดี๋ยวใหญ่เดี๋ยวเล็ก ทำให้อ้ายฮุยไม่สามารถร้อยได้เสียที ดีที่จับจุดอยู่ตลอดบ่าย ในที่สุดเขาก็สามารถรับรู้หลักเกณฑ์ได้ และร้อยด้ายเข้าเข็มพลังธาตุได้สำเร็จ

เขาอดถอนหายใจไม่ได้ การเย็บปักต้องอาศัยการควบคุมพลังธาตุสูงมากเสียจริง!

อ้ายฮุยนึกถึงปรมาจารย์การเย็บปักผู้นั้นที่อาจารย์เล่าถึง การที่สามารถควบคุมเข็มพลังธาตุจำนวนเก้าร้อยกว่าเล่มได้ในเวลาเดียวกัน นั่นช่างเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวมากยิ่งนัก

แต่ว่าไม่นานอ้ายฮุยก็ตื่นเต้นขึ้นมา เมื่อก่อนเขายังเชื่อคำพูดของอาจารย์เพียงครึ่งหนึ่ง แต่ในตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าการเย็บปักเป็นวิธีสุดยอดในการฝึกฝน

เขาสนใจเพียงการพัฒนาความแข็งแกร่งของตน จะน่าอายหรือไม่ เรื่องนั้นเขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย

“รู้สึกอย่างไรบ้าง”

เสียงของอาจารย์ดังขึ้นจากด้านหลัง

อ้ายฮุยรีบร้อนลุกขึ้นยืน ตอนนี้เพิ่งจะสังเกตเห็น ไม่รู้ว่าอาจารย์มาอยู่ด้านหลังตนตั้งแต่เมื่อไร ด้านข้างของอาจารย์ ก็คือเจ้าของโรงเย็บปัก เป็นท่านยายคนหนึ่งดูท่าทางเข้มงวด

“รู้สึกดีมาก” เขาคิดดูแล้วจึงกล่าวต่อ “เป็นวิธีการฝึกที่มีผลอย่างมาก ต้องใช้สมาธิในการควบคุมพลังธาตุที่สูงมาก”

การมาโรงเย็บปักในครั้งนี้เหมือนเป็นการได้เปิดหูเปิดตา เมื่อก่อนเขาคิดว่าโรงเย็บปักเพียงแค่เป็นที่ปักผ้า พอมาถึงที่นี่แล้วถึงได้รู้ว่าไม่เหมือนกับที่ติดคิดเอาไว้เลย

เป็นเหมือนโรงงานมากกว่า

ที่นี่มีกองผ้า เส้นด้าย และเครื่องหนังชุดเกราะที่ยังทำไม่เสร็จ มีแม้กระทั่งกระบี่และมีด ในอากาศอบอวนไปด้วยกลิ่นยา เมื่อได้ถามอาจารย์ถึงได้รู้ว่าเชือกที่พันด้ามกระบี่และพู่ระย้าล้วนต้องใช้การเย็บปักถักร้อย ของพวกนี้ไม่เพียงแต่จะต้องดูสวยงาม ทว่าล้วนเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในการต่อสู้ อย่างเช่นเชือกที่พันด้ามกระบี่ วัสดุที่ใช้ทำไม่ใช่ของธรรมดา จำเป็นต้องใช้ฝีเข็มแบบพิเศษ ถักทอจนกลายเป็นเชือกที่มีความหยาบแบบเฉพาะ กระบี่พลังธาตุในระดับสูงมักจะก่อรูปร่างอย่างเป็นธรรมชาติและไม่ยอมรับวัสดุประเภทอื่น วิธีการธรรมดาไม่สามารถทำเชือกที่พันรอบด้ามกระบี่ได้ จะต้องใช้วิธีพิเศษเท่านั้น

อ้ายฮุยยังได้พบกับกระบี่หญ้าแบบอ่อนซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อน ลวดลายที่อยู่บนตัวกระบี่ก็ได้มาจากการเย็บปักลงไป เขาถามอาจารย์แล้วถึงได้รู้ว่ามันคือกระบี่หญ้าที่มีลักษณะอ่อน ลวดลายที่อยู่บนตัวกระบี่พวกนั้นสามารถทำให้พลังธาตุไหลผ่านเข้ามาในตัวกระบี่และเพิ่มพลังได้ดียิ่งขึ้น กระบี่พวกนี้จะถูกส่งไปให้พวกทหารเพื่อนำไปสู่กระบวนการต่อไป ผ่านการแช่น้ำยา และผ่านการหล่อหลอมเฉพาะตัว แล้วจึงได้มาเป็นกระบี่หญ้าระดับสูง

โดยพื้นฐานแล้ว ทุกอย่างที่มีความเกี่ยวข้องกับด้ายหรือเชือกล้วนสามารถเห็นได้ที่โรงเย็บปักแห่งนี้

แน่นอนว่าโรงเย็บปักจะรับเพียงของระดับสูงเท่านั้น

วิธีการเย็บปักพวกนั้นโดดเด่นสะดุดตาอย่างที่สุด มองแล้วอ้ายฮุยถึงกับอุทานด้วยความประหลาดใจ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น