โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 26

คำค้น : Memorize นิยายเกาหลี นิยายแฟนตาซี เกม ต่อสู้ แอคชั่น

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 848

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มี.ค. 2562 09:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26
แบบอักษร

“ท่าทางพี่เขาจะไปได้สวย ทุกคนลุกขึ้นเร็วเข้า เราต้องรีบข้ามกำแพงนั่นไปนะ”

ในป่าที่เคยมีมอนสเตอร์เพ่นพ่านจนถึงเมื่อครู่นี้เงียบสงบลงราวกับเป็นเรื่องโกหก เมื่อมองไปยังป่าที่เงียบสงัด อันฮยอนก็พูดด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ทว่าอารมณ์ของทุกคนกำลังจมดิ่ง

คิมซูฮยอนล่อพวกมันที่อยู่ในบริเวณนี้ไปได้สำเร็จอย่างที่ฮยอนบอก ในตอนนี้ไม่เห็นพวกมอนสเตอร์ที่โหยหวนแม้ปลายจมูก แต่นั่นก็ยิ่งดูเหมือนว่าความสิ้นหวังกำลังโอบล้อมทุกคนไว้

“พี่เขา... จะไม่เป็นไรใช่มั้ย จริงสิ พวกเราในตอนนี้ก็...”

เมื่ออียูจองพูดออกมาเสียงเบา อันฮยอนก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจ แต่เขาไม่สามารถแสดงออกมาได้ พี่ซูฮยอนเชื่อใจและบอกให้เขาปกป้องทุกคน เขาไม่สามารถทรยศต่อความคาดหวังนั้นได้

“ไม่ได้ หยุดไร้สาระแล้วรีบๆ ลุกขึ้น ถ้าพวกนั้นกลับมาอีกรอบจะทำยังไง”

“นายไม่ห่วงพี่เขาเลยหรือไง”

“ฉันเชื่อในตัวพี่ซูฮยอนต่างหาก เขาบอกแล้วนี่ว่าเขาจะกลับมา บอกว่าไม่ให้เราทำตัวโง่ๆ”

เมื่ออันฮยอนพูดอย่างมั่นใจ อียูจองจึงปิดปากเงียบ แต่เมื่อเห็นสีหน้าไร้เรี่ยวแรง อันฮยอนเองก็รู้สึกอ่อนล้าไปทั้งร่าง เขารีบสั่นศีรษะพลางพูดด้วยความหนักแน่นเพื่อปลอบใจตนเอง

“เชื่อเถอะน่า ฉันเองก็เชื่อในตัวพี่ซูฮยอนเหมือนที่เขาเชื่อใจพวกเรา”

หลังจากพูดจบอันฮยอนก็ก้าวออกไปข้างนอกและมองไปรอบๆ โชคดีที่ไม่เห็นเดดแมนสักตัวเดียว อันซลลุกตามออกมาอย่างระมัดระวัง อียูจองก็ออกมาจากที่ซ่อนอย่างไม่มีทางเลือก อียูจองที่กำลังจะออกจากที่ซ่อนแตะไหล่ของคิมฮันบยอลที่กำลังเหม่อลอยพลางพูดขึ้น

“นี่ ลุกได้แล้ว ทำไมอยู่ดีๆ ก็เหม่อแบบนี้”

“...”

คิมฮันบยอลไม่ตอบ หล่อนมองอียูจองด้วยสีหน้าเย็นชาและค่อยๆ ก้าวออกมาข้างนอก หลังจากมั่นใจว่าทุกคนออกมาแล้ว อันฮยอนก็มองกำแพงหินและพูดต่อ

“ทุกคนอดทนไว้นะ ถ้าเราข้ามกำแพงตรงหน้าไปได้ เราก็จะได้ออกจากป่าที่น่ากลัวนี่สักที พวกเราจะไปจนถึงหน้ากำแพงด้วยกัน แล้วฉันจะปีนขึ้นไปก่อน เพราะไม่รู้ว่าจะมีอันตรายอะไรอีกหรือเปล่า”

อันซลและอียูจองพยักหน้าตอบรับด้วยสีหน้าไม่สบายใจกับคำพูดของอันฮยอน คิมฮันบยอลก็ยังคงไม่พูดอะไร หล่อนเอาแต่จ้องเข้าไปในป่าที่คิมซูฮยอนหายเข้าไปตั้งแต่เมื่อกี้ พอรู้สึกตัวว่าถูกอันฮยอนจ้องอยู่ก็หันกลับมาตอบ

“เข้าใจแล้วค่ะ”

เข้าใจอะไรกันเนี่ย อันฮยอนลอบถอนหายใจไม่ได้แสดงออกมาให้เห็น ตอนที่พี่ซูฮยอนอยู่ ทุกคนต่างก็ช่วยเหลือกันและกระฉับกระเฉงดี แต่ตอนนี้เมื่อเขาไม่อยู่อะไรก็ติดๆ ขัดไปหมดตั้งแต่เริ่ม

“...ไม่ใช่ว่าฉันไม่เข้าใจความรู้สึกของพวกเธอหรอกนะ ฉันเองก็รู้สึกเหมือนกัน แต่ถ้าเราเข้าไปในป่า การเสียลสะของพี่ซูฮยอนก็ไร้ความหมายน่ะสิ นี่เป็นโอกาสที่พี่ซูฮยอนสร้างด้วยชีวิตและเขาก็ขอร้องให้ฉันดูแลทุกคนให้ปลอดภัย ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้ก็มีแค่รีบข้ามกำแพงไปและรอให้พี่เขากลับมาอย่างปลอดภัย ทุกคนตั้งสติหน่อยนะ”

แม้จะพูดไปแบบนั้นแต่บรรยากาศน่าหดหู่ในตอนนี้ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย กำลังใจเพียงครั้งเดียวไม่ทำให้ฟื้นตัวได้อย่างง่ายดาย อันฮยอนรู้ว่าตนเองกำลังพยายามอย่างหนัก แต่ทุกคนก็ยังคงเงียบต่อไป

ยิ่งอันฮยอนพูด พื้นที่ของคิมซูฮยอนก็ยิ่งกว้างกว่าที่คิดไว้ ดูเหมือนความไม่สบายใจที่ไม่ทราบสาเหตุค่อยๆ แผ่ขยายขึ้นทุกที ในที่สุดอันฮยอนก็หลับตาลงด้วยความรู้สึกกดดันพร้อมกับภาระที่ผุดขึ้นมา

ส่วนที่เหลือในความทรงจำของทุกคนคือผู้ชายหน้าตาเฉยเมยที่ถือธนูอยู่ตลอดเวลา แม้จะพบกันเพียงครึ่งวัน แต่คิมซูฮยอนก็มีพื้นที่ของตัวเองในหัวใจทุกคนแล้ว

คนที่ไหวตัวทันและพาทุกคนออกจากพื้นที่ว่าง คนที่ช่วยอันซลซึ่งเกือบจะถูกมอนสเตอร์กัด ทั้งตอนที่ตกอยู่ในอันตรายจากการแบ่งทีมของพัคดงกอล คนที่ยิงธนูออกไปทุกครั้งที่ต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์ล้วนแต่เป็นคิมซูฮยอน เขาไม่ต่างอะไรกับรั้วที่เป็นเสาหลักอันแข็งแกร่งของกลุ่มทุกครั้งในช่วงเวลาสำคัญ

ทว่าตอนนี้รั้วนั้นหายไปแล้ว จะกลับมาหรือไม่ก็ไม่มีใครรู้ และคนที่เหลืออยู่ก็รู้สึกถึงตำแหน่งที่ว่างเปล่าของเขา


* * *


ตึง! กร๊อบ!

ตุบ


ผมทิ้งตัวลงนั่งพิงต้นไม้หลังจากทำลายหัวของเดดแมนที่เหลือจนถึงตัวสุดท้าย บริเวณนี้เต็มไปด้วยซากศพของเดดแมนที่ถูกทุบหัวจนแตกกระจาย

ผมพยายามจัดการแต่ละตัวโดยใช้เวลาให้น้อยที่สุด แต่ก็เพิ่งเสร็จเมื่อกี้นี้เอง มันเป็นการสังหารหมู่ฝ่ายเดียว ทว่าผมก็ยังไม่พอใจ แทนที่จะได้ปลดปล่อยกลับกลายเป็นว่ายังรู้สึกคับอกคับใจ

“ถุย”

ผมถ่มน้ำลายลงบนซากศพตรงหน้า แต่สัญชาตญาณที่ต้องการเข่นฆ่า มันกำลังวนเวียนอยู่ในหัวของผม ไม่รู้เป็นเพราะผมเก็บกดจิตใจแบบนี้มาจนถึงตอนนี้หรือเปล่า ผมพยายามสงบใจด้วยการหายใจลึกๆ แต่เหมือนยิ่งทำแบบนั้นก็ยิ่งทำให้มันโหมกระหน่ำ คิดว่าบางทีผมอาจจะไม่ได้ต้องการปิดกั้นความรู้สึกนี้มาตั้งแต่แรก

“โธ่เว้ย พวกนี้ก็ไม่ใช่เล่นๆ ความอยากอาหารหายไปเลยแฮะ”

ผมเลียปากอีกครั้ง สุดท้ายก็ไม่สามารถเอาชนะความกระหายเลือดที่เพิ่มขึ้นได้จึงทุบต้นไม้ที่อยู่ข้างๆ


ตึง! พรึ่บ


แค่เพียงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยไม่ได้ใช้เวทมนตร์ใดๆ ต้นไม้เนื้อแข็งก็ทรุดลงพร้อมเสียงหนักๆ ผมผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย แต่ความกระหายเลือดที่เอ่อล้นอยู่ภายในก็ยังไม่จางหายไป

ทุกคนคงจะออกไปแล้ว ผมอยากจะเผาป่านี้ให้ราบแต่ก็ต้องอดกลั้นไว้ ต่อให้ข้ามกำแพงหินไปได้ก็ไม่รู้ว่ามีมอนสเตอร์อะไรอีกบ้าง ผมเป็นห่วงพวกเด็กๆ และก็ไม่มีเวลาไปไล่เก็บลูกธนูคืนมาด้วย

แต่ก็ไม่มีใครเห็นอยู่ดี ผมควบคุมเวทมนตร์ที่ปล่อยทิ้งไว้และเคลื่อนย้ายด้วยความรวดเร็ว

ต้นไม้และป่า ทิวทัศน์บริเวณนี้ผ่านตาไปเร็วมาก เวลาที่ใช้ไปจนถึงตอนนี้ช่างน่าเสียดาย ผมกลับมาถึงเนินหินที่เคยยืนอยู่เมื่อสักครู่แล้ว

ผมดึงเอาลูกธนูออกจากหัวของเดดแมนทีละอัน ทีละอัน และสำรวจไปทั่วบริเวณ ไม่พบร่องรอยของคนอื่นๆ หลังจากที่ผมเข้าไปในป่า พวกเขาก็คงจะออกไปทันทีตามคาด

“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด... เท่านี้ก็คงพอมั้ง”

ผมอยากจะเก็บลูกธนูใส่กระเป๋าทั้งอย่างนั้น แต่ถ้าเกิดอันซลมาเห็นเข้าอาจจะเป็นลมได้ ผมจึงสะบัดสิ่งแปลกปลอมออก

‘งั้นออกไปเลยดีกว่า’

ไม่รู้ว่าพวกอันฮยอนยังอยู่ข้างนอกหรือเปล่า ผมค่อยๆ ออกเดิน ก่อนที่จะข้ามกำแพงหินผมก็หันกลับไปมองป่าเงียบๆ

ป่าก็ยังเหมือนเดิม จะเมื่อก่อนหรือว่าตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม ผมไม่เคยนึกถึงการไล่ล่าตอนที่ออกจากป่าในอดีต ผมคิดแต่ว่าต้องวิ่งออกมาและคิดถึงแค่ช่วงเวลาที่จะได้ออกจากป่า

แต่ว่าตอนนี้แตกต่างกับตอนนั้น ผมจ้องมองป่าอย่างเลื่อนลอยพักหนึ่ง รู้สึกสบายใจราวกับได้วางสัมภาระชิ้นใหญ่ลง

หลังจากเพลิดเพลินไปกับความซาบซึ้งเล็กน้อย ผมก็กระโดดข้ามกำแพงไป ผมอยากให้ความรู้สึกไม่สบอารมณ์นี้หายไป เพราะยังมีเรื่องสำคัญอยู่อีก

หลังจากข้ามกำแพงหินมา ฉากที่ปรากฏตรงหน้านั้นไกลกว่าที่ผมคาดหวังไว้ ถึงถนนที่ผมเดินอยู่จะเป็นหลุมเป็นบ่อ แต่ก็มีร่องรอยว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ มองแวบแรกอาจจะไม่ทันสังเกต  แม้ว่าจะไม่เรียบร้อยแต่ก็เห็นได้ว่าเป็นรูปร่างของถนน

เส้นขอบฟ้ากว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดตัดกับเส้นถนน บริเวณโดยรอบเงียบเหงา บางครั้งสายลมอ่อนๆ ก็พัดเข้ามาให้รู้สึกถึงการมีชีวิต

จะล้างตาก็ไม่เห็นมอนสเตอร์ใดๆ แต่ก็ไม่เห็นพรรคพวกคนอื่นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะมองไปที่ไหน หรือใช้เวทมนตร์ตรวจจับก็ไม่เจอร่องรอยของพวกเขาเลย ทันใดนั้นผมก็นึกขึ้นมาว่าพวกเขาอาจจะทิ้งผมไปแล้ว

ความเป็นไปได้ที่จะถูกหักหลังจากคนสามคนที่เป็นคนดีนั้นมีน้อยมาก แต่ก็ไม่สามารถตัดสินกันได้ง่ายๆ เพียงเพราะแนวโน้มของอุปนิสัย

หากมองข้ามเรื่องที่พวกเขาทอดทิ้งผม การมองว่าพวกเขาอาจจะรอผมในช่วงที่ผมไม่อยู่ แต่ดันพบเจอกับเหตุร้ายน่าจะถูกต้องมากกว่า นอกจากเดดแมนแล้วก็มีมอนสเตอร์ที่ปรากฏตัวในพิธีเปลี่ยนสภาวะอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมตัดสินใจจะตามหาพวกเขาก่อน

การหาร่องรอยเพื่อตามหาเบาะแสไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผมในตอนนี้ ผมค่อยๆ มองไปรอบๆ และไปตามกำแพงหิน จากนั้นก็พบรอยเท้าหนึ่งอยู่บนดินที่มีลักษณะเป็นหลุม ดูเหมือนจะข้ามกำแพงไปทางนี้

เมื่อผมไปตามทางที่ดินถูกลากไป ผมก็พบร่องรอยที่ทุกคนรวมตัวกันอยู่ที่นี่ หลังจากแน่ใจว่าไม่มีอะไรอยู่รอบนี้ พวกเขาก็คงจะรอผมอยู่ตรงนี้ เมื่อยืนยันความจริงแล้วความรู้สึกของการถูกทรยศที่อยู่ในใจก็หายไปราวกับหิมะละลาย

ผมย่อตัวลงในสถานที่ที่ทุกคนเคยอยู่และค่อยๆ มองไปทีละอย่าง ถ้าผมมีทักษะของนายพรานหรือนักวางกับดักก็จะสามารถสรุปเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมดว่า เมื่อไหร่ ที่ไหน กี่คน อย่างไร ทำไม แน่นอนว่าผมทำไม่ได้ถึงขนาดนั้น สิ่งที่ผมทำได้คือใช้ความสามารถที่มีและสายตาที่เฉียบแหลม

ผมเปรียบเทียบรอยเท้าแต่ละรอยด้วยสายตา หลังจากจดจำรอยรองเท้ากีฬาของใครสักคนไว้ด้วยสายตา ผมก็เริ่มมองหารอยเท้าที่เหลือ

รอยเท้านั่นเด่นชัดราวกับมีการเต้นชัฟเฟิลทั้งกลุ่ม และดูเหมือนจะต้องใช้เวลานิดหน่อยในการจำแนก ทันใดนั้นความไม่สบายใจก็แวบขึ้นมา แต่ยังเร็วเกินที่จะด่วนสรุป ผมปลอบใจตนเองและมองหาต่อไป

เวลาผ่านไปราวๆ ดื่มชาได้หนึ่งถ้วย ผมก็วิเคราะห์เสร็จ ผมเหยียดขาลุกขึ้นยืน นอกจากรอยเท้าของคนอื่นๆ แล้วผมก็ไม่พบร่องรอยแปลกๆ อะไร

ถ้าพิจารณาดีๆ ก็มีเพียงรอยเท้าที่จมอยู่ในดินเท่านั้นเอง จึงยากที่จะตัดสินว่าใช่รอยจากรองเท้ากีฬาของคนในกลุ่มหรือเปล่า

ไม่มีร่องรอยการลากเท้าบนดิน ดังนั้นจึงไม่ใช่เดดแมน ผมคิดว่าอาจจะเป็นมอนสเตอร์ระดับบอส แต่ก็ส่ายหัวทันที เราเพิ่งเริ่มต้นได้แค่ครึ่งวันและมีเงื่อนไขเฉพาะสำหรับการปรากฏตัวของมอนสเตอร์ระดับบอสอยู่

ผมพักความคิดเกี่ยวกับบอสมอนสเตอร์เอาไว้ก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง สุดท้ายก็เหลือวิธีเดียวเท่านั้น ถึงจะรู้ว่ามันใช้งานไม่ได้ แต่ผมก็เริ่มปลุกพลังเวทย์ขึ้นมา



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น