โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1-2 จุดจบของโลก

ชื่อตอน : บทที่ 1-2 จุดจบของโลก

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 721

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2562 15:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1-2 จุดจบของโลก
แบบอักษร


ฮ่าๆๆๆๆ

ราวกับได้ติดปีกบิน


‘รู้สึกดีจัง’


ริกซ์หัวเราะ เธอระเบิดเสียงหัวเราะอย่างยินดีบนท้องฟ้ายามค่ำคืน จะได้สัมผัสธรรมชาติอันปลอดโปร่งขนาดนี้ได้อีกเมื่อไหร่กันนะ เธอจะไม่กลับไปไหนทั้งนั้น ใช้ชีวิตแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว


‘ต้องรอดสิ ข้าจะได้ใช้ชีวิตใหม่แล้ว อยู่คนเดียวในที่ที่ไม่มีใคร!’


เธอหัวเราะไม่หยุด


‘จริงสิ ถึงขนาดนี้แล้วมาลืมความจริงที่ไม่มีที่ให้เธอกลับไปดีกว่า!’


ริกซ์กลืนน้ำลายและยิ้มออกมาขณะที่มองท้องฟ้า


‘อ้า รู้สึกดีจัง  เป็นวันที่รู้สึกดี นานแล้วที่ไม่ได้ดีแบบนี้ เพราะเป็นวันที่รู้สึกดีขนาดนี้แล้วแท้ๆ แต่ทำไมถึง...’


“อยากตายจัง”


เพราะคำพูดที่โพล่งออกมาด้วยความเคยชิน รอยยิ้มที่ยิ้มออกมาอย่างเต็มที่นั้นจึงหายไปจนหมด เธอหุบปากลงชั่วขณะ


‘ไม่ จะตายไม่ได้ ข้าพยายามที่จะหนีมาแล้วนี่นา ทำไมข้าถึงได้พูดอะไรแบบนี้บ่อยจนติดเป็นนิสัยล่ะ’


มีเรื่องที่ข้าต้องมีชีวิตอยู่เพื่อทำมันให้ได้ เพราะฉะนั้นจะตายไม่ได้เด็ดขาด แต่ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไรล่ะ เธอจำอะไรไม่ได้เลย เมื่อไหร่เธอจะจำได้อย่างชัดเจนเสียที แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่สำคัญในตอนนี้ เอาไว้ค่อยคิดที่หลังก็แล้วกัน ริกซ์หยุดชะงักไปชั่วครู่แล้วก็เริ่มก้าวเท้าอีกครั้ง

หลังจากที่เรียกลูกไฟขนาดเท่ากำปั้นมาหนึ่งลูกเพื่อส่องดูแผนที่ และขณะที่เปรียบเทียบกับทิวทัศน์ที่ได้เห็นตรงหน้าริกซ์ก็วิ่งไม่หยุด เธอยังเห็นภาพของมังกรติดตาในทุกที่ที่ไป เพราะเธอออกไปข้างนอกปราสาทกับพวกเขา เลยไม่อาจลบความทรงจำที่ยังหลงเหลืออยู่ได้

ผ่านภูเขา ผ่านทุ่งนา แล้วก็ผ่านแม่น้ำกับทะเลสาบไป เธอมุ่งหน้าสู่ด้านนอกโดยอาศัยทิศทางของแม่น้ำที่มุ่งตรงสู่เขตแดนตามแผนที่และความทรงจำ รวมไปถึงตามสิ่งที่ชีคานบอกโดยที่เขาไม่ได้สงสัยถึงเรื่องนี้เลย สถานที่ที่ก้าวเดินไปนั้นล้วนแต่เป็นสถานที่ที่ชีคานพาบินไปดูแล้วทั้งสิ้น เหมือนได้รับสัมผัสจากพวกเขาในสถานที่ที่พวกเขาเคยสัมผัส

ริกซ์หยุดอยู่ครู่หนึ่งเพราะความหิวโหย แล้วหยิบเอาผลไม้ที่สุกเต็มที่มาถือไว้ ผลไม้ตรงหน้านี้คือผลไม้ที่เมื่อก่อนมังกรเคยบ่มให้เธอ นี่เธอวิ่งมาไกลถึงไหนแล้วนะ

ตอนนี้เหมือนจะพอมีเวลาให้พักหายใจหายคอได้นิดหน่อย ริกซ์หยุดยืน เธอเบื่อหน่ายกับเสียงลมที่เฉียดหูไป เธอจึงอยากได้ยินเสียงแมลงในพงหญ้าสักพักหนึ่ง เพราะนี่เป็นฤดูร้อน ถ้าได้ฟังเสียงพวกนี้คงจะดีไม่ใช่น้อย

ริกซ์ทรุดตัวนั่งที่ไหนสักแห่ง เท้าของเธอเปล่าเปลือย ดินที่เย็นและนุ่มนิ่มนั้นแนบอยู่ที่ฝ่าเท้าทำให้เท้าของเธอไม่มีแผลเป็นเลยแม้แต่น้อย


“ท่ามกลางธรรมชาติแห่งความสิ้นหวัง คนชั่วร้ายอย่างคุณจะกลายเป็นคนดีได้อย่างไร...”


ริกซ์ที่ได้ยินเสียงแมลงในพงหญ้าก็ฮัมเพลงออกมาเป็นเวลานาน เสียงเพลงเงียบๆ ผสานเข้ากับโลกที่เงียบสงบแห่งนี้ นานมากแล้วจริงๆ ที่ไม่ได้ร้องเพลงแบบนี้ เพลงนี้เธอแต่งขึ้นเองในวัยเด้ก เนื้อเพลงนั้นกล่าวถึงความรำคาญใจและไม่ชอบใจในตัวนิกซ์ เธอต้องแก้ไขมันสิ ขณะที่คิดแบบนั้นริกซ์ก็ลุกขึ้นยืน

เบื้องหน้าคือป่าที่ไม่ค่อยลึกเท่าไหร่นัก ริกซ์เพียงแค่เอนตัวลงตรงที่มีแสงจันทร์สาดเข้ามาอย่างสว่างไสว อากาศแจ่มใสเติมเต็มทุกซอกทุกมุมของปอดแล้วออกไป หัวใจเต้นรัวเพราะวิ่งมาจนถึงตอนนี้ และถึงขั้นไม่สามารถขยับร่างกายท่อนบนได้ดั่งใจ

นอนตรงนี้จะดีไหมนะ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็มีลมพัด และใบไม้เหนือหัวริกซ์ก็ตกลงมาสู่พื้นดิน ตอนที่เธอกำลังจะหลับตาลงนั้นริกซ์ก็รีบเด้งตัวลุกขึ้น

เธอกระโดดและออกวิ่งอีกครั้ง ตอนไหนที่หยุดเธอก็จะเดิน เธอลองลงไปกลิ้งกับพื้นโดยไม่สนใจว่ามันจะทำให้เสื้อผ้าสกปรก นี่คือความปรารถนาในวันวาน ราวกับเธอได้บรรลุสิ่งที่เคยปรารถนามาเป็นเวลานานแล้ว เธออยากอยู่คนเดียวแบบนี้ เธอแค่หวังว่าจะไม่โดนดูถูกเหยียดหยามและไม่หวังว่าจะได้การปรนนิบัติรับใช้จากใครทั้งนั้น เธอปรารถนาว่าจะได้อยู่ในสถานที่ที่ไร้ความรับผิดชอบและไร้ความเครียดใดๆ ทั้งวันแบบนี้ 


แค่คนเดียว

สายตาพร่ามัว น้ำตาซึมออกมาโดยไม่รู้สาเหตุ แม้เธอจะเช็ดออกลวกๆ เพราะมันบดบังสิ่งการมองเห็นข้างหน้าของเธอ แต่น้ำตาที่เอ่อขึ้นมานั้นทำให้ปวดขมับ ไม่มีใครได้ยินเธอแน่นอน แล้วเธอจะต้องอดทนเอาไว้ไหมนะ

ไม่สามารถขยับร่างกายท่อนบนได้ตามใจคิด ริกซ์จึงปล่อยตัวไปตามความรู้สึกแปลกๆ นั้น เธอร้องไห้ออกมา อย่างไรก็ตาม แม้ความทรงจำจะไม่สมบูรณ์ แต่การร้องไห้โฮแบบนี้อาจจะเป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตของเธอก็ได้

น้ำตาที่ไม่คิดจะเช็ดมันออกนั้นไหลอาบแก้ม ไหลมาค้างที่คางก่อนจะหยดลง ท้ายที่สุดความอดทนก็พังทลายลง ความรู้สึกของเธอเลยพรั่งพรูออกมา

เธอหยุดอยู่สักพัก และพยายามกลิ้งตัวไปมากับพื้นราวกับรู้สึกดี และซ่อนความรู้สึกเอาไว้ แต่หากบอกว่าไม่กลัวก็คงจะเป็นการโกหก เธอออกไปโลกภายนอกด้วยตัวคนเดียว แม้จะไม่รู้ว่ามีสิทธิที่จะทำแบบนั้นไหม แต่เธอจะเริ่มทำทุกอย่างตั้งแต่ครั้งแรก เธอจะลบชื่อที่เป็นเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกทิ้งไปเสีย และจะลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองแบบนี้ดู

ต่อไปจะเป็นอย่างไรนะ เธอกังวลใจ เวลาที่ผ่านมา เธอใช้ชีวิตอยู่โดยไร้อิสระและไร้ที่พึ่งพิง แล้วจู่ๆ ก็ได้รับอนุญาตในสิ่งนั้น เธอจึงรู้สึกกลัวมากกว่ามีความสุข แม้ตอนนี้จะไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ตอนนี้เธอต้องเคลื่อนไหวต่อไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะเดินช้าแต่ก็ห้ามหยุด

ในตอนแรกเธอคิดว่าคงจะจับความรู้สึกไม่ได้ว่าตัวเองต้องวิ่งไกลสักแค่ไหน แต่ทว่าชั่วขณะหนึ่ง สัญชาตญาณทำให้เธอรับรู้ว่าอีกไกลแค่ไหนถึงจะออกไปนอกเขตแดนได้ จู่ๆ ความรู้สึกของบรรยากาศนั้นก็เปลี่ยนไป ในฐานะนักเวทย์ เธอรู้สึกได้ว่าอาณาเขตของมังกรนั้นช่างเป็นสถานที่ที่น่าหลงใหล เวทมนตร์ที่เคยอัดแน่นอยู่ในอากาศเริ่มหายไปบางส่วน

ขณะที่ค่อยๆ ลดความเร็วลงแล้วกระโดด จากนั้นริกซ์ก็เดินอีกก้าวสองก้าวแล้วหยุดยืน เธอส่งพลังเวทย์ไปที่ขาและพยายามจะกระโดดให้สุดกำลัง จากนั้นเธอก็ลองหันกลับไปมองยังที่ที่มีปราสาทมังกร

ที่บริเวณนั้นราวกับธรรมชาติสร้างขึ้นมาเป็นอย่างดี ไม่โดยภัยพิบัติหรือปีศาจร้ายที่อยู่ภายในอาณาจักรเลย ที่แห่งนั้นที่มีชื่อเสียงในแง่ลบว่าเป็นสถานที่อันบ้าคลั่ง มันบ้าคลั่งขนาดทำให้แทบหมดกำลังใจ แม้จะหลุดพ้นมาแล้วแต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ริกซ์มองไปข้างหน้าและมองท้องฟ้าอีกครั้ง แล้วก้มลงมองมือของตัวเอง 


จบลงแล้วสินะ


ตอนนี้ไม่ต้องรีบร้อนแล้ว ขณะที่ก้าวเดินอย่างเชื่องช้า เธอก็ต้องนึกถึงสภานที่ที่เธอต้องไปต่อไปด้วย ริกซ์ตัดสินใจตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าจะไม่กลับไปที่ปราสาทร้าง ไม่มีทั้งเหตุผลที่จะต้องไปที่นั่น และไม่ได้อยากไปด้วย แม้จะไม่สบายใจกับคำพูดของพ่อมดแห่งราชวงศ์ที่บอกว่าจะมาหาอีกอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่คิดถึงมัน อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ตอนนี้เธอเกลียดเรื่องน่าเหนื่อยหน่ายเล่านั้นเต็มทนแล้ว

วิ่งมาไกลแค่ไหนแล้วนะ แล้วตอนนี้จะไปไหนดี ระหว่างทางเธอลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังหลบหนีอยู่และเพลิดเพลินกับอิสรภาพ เธอกระโดดโลดเต้นราวกับเสียสติ ขณะที่ริกซ์เดินไปอย่างไร้จุดหมาย เธอก็กางแผนที่พับเก็บไว้ออกมาดูอีกครั้ง

ไม่รู้เหมือนกันว่าที่นี่คือที่ไหน

ท้องฟ้าเริ่มสว่างไสวโดยไม่รู้ตัว เธอเหนื่อยเพราะวิ่งมุ่งหน้าออกไปด้านนอกปราสาท และตรงไปยังที่ห่างไกลจากนั่น และยังหิวอีกด้วย เธอมองหาสัตว์ป่าหรือไม่ก็ผลไม้ แต่ก็ไม่มีอะไรแบบนั้นเลย แม้เธอจะแยกไม่ออกว่าอันไหนกินได้หรือกินไม่ได้ก็ตาม แต่ก็ไม่เห็นอะไรแบบนั้นเลย ริกซ์เดินต่อไปจนกว่าเจออะไรสักอย่าง เท้าที่ไร้เวทมนตร์เริ่มเกิดบาดแผล

แล้วจู่ๆ ริกซ์ก็ทรุดฮวบลง เธอทั้งหิว ทั้งเจ็บขา ยิ่งไปกว่านั้นมันอาจจะดูตลกในสถานการณ์แบบนี้ แต่เธอก็ง่วงนิดหน่อย แล้วริกซ์ก็หาวออกมาโดยไม่ปิดปาก ถ้าคนอื่นมาเห็นสภาพแบบนี้เข้า เขาจะคิดว่าอะไรหรือเปล่า เพราะความหิวโหยทำให้เธอมีความคิดว่าอยากจะออกไปล่าสัตว์ และตอนนี้เหมือนตัวเธอจะกลายเป็นสัตว์ป่าไปเสียแล้ว

เธอลุกขึ้นเดินอีกครั้ง เดินต่อไป เวลาผ่านไปเท่าใดไม่รู้ แต่ตอนนี้เช้าแล้ว ตอนนี้ได้ยินเสียงนกร้องมากกว่าเสียงแมลงแล้ว แต่ว่าได้ยินแค่เสียงไม่ได้เห็นตัวนกจริงๆ หากริกซ์เห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตเล็ดลอดเข้ามาในสายตาเธอ เธอก็มั่นใจว่าจะจับได้ในทันที

เพราะเธอเดินด้วยเท้าเปล่ามาตลอดจึงทำให้เจ็บฝ่าเท้า เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเหยียบอะไรชื้นๆ อยู่ตลอด แต่เมื่อลองก้มลงมองดูแล้ว เธอน่าจะโดนอะไรสักอย่างที่แหลมคมทิ่มจึงทำให้เลือดกำลังไหลออกมา เธอนั่งลงบนอะไรสักอย่างอีกครั้งเพื่อฉีกเสื้อมาพันเท้าเอาไว้ เสื้ออันหรูหราที่เอลฟ์ตัดเย็บขึ้นมานั้นขาดรุ่งริ่ง


“หึๆๆ”


คราวนี้ริกซ์หัวเราะเยาะเย้ยสภาพของตัวเอง ก่อนหน้านี้ไม่นาน เธอยังใช้ชีวิตอย่างหรูหราและได้รับการปรนนิบัติอย่างดีจากพวกเอลฟ์อยู่เลย สิ่งที่เธอประสบในทันทีที่ออกมาจากที่นั่นก็คือ ความหิว ความง่วง และบาดแผลตามร่างกายแบบนี้ ขณะที่กดฝ่าเท้าเพื่อห้ามเลือด เธอก็มองไปยังปราสาทมังกร 

ฟ้าสางแล้ว และตอนนี้คงจะรู้เรื่องการหายตัวไปของเธอแล้ว ใครกันที่จะรู้เรื่องเป็นคนแรก คนที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะรู้ก่อนใครก็คือโมร์ฟิส ทั้งที่สัญญากันไว้ว่าจะออกมาด้วยกัน เธอรู้สึกเสียใจด้วยใจจริงที่รักษาสัญญาไว้ไม่ได้ วันเวลาที่พักแรมอยู่เคียงข้างมังกรนั้นยาวนานมากขึ้นทุกที ถึงได้ลืมนึกถึงเขาไปเสียสนิท แม้ไม่รู้ว่านี่คือความรู้สึกที่ไร้เหตุผลหรือเป็นการอ้างเหตุผล แต่เธอหวังว่าเขาจะปลอดภัย


ตึก ตึก


ของเหลวใสๆ บางอย่างหยดจากใบหน้าไหลลงบนแขน เหมือนน้ำตาคงจะยังไม่แห้ง เมื่อลองลูบเปลือกตาดูก็ไม่ได้เปียกชื้น

ริกซ์ที่ลดสายตาลงเพื่อดูให้แน่ชัดว่าของเหลวนั้นคืออะไรกันแน่ใช้หลังมือปาดจมูก ถึงแม้ว่าเสื้อของเธอจะเปรอะเปื้อนโคลนแต่เธอก็ไม่สนใจและนำมันมาเช็ดหน้า เลือดที่ไหลออกมาจากจมูกนั้นไม่หยุดไหล ทำให้เสื้อเปียกไปทั่ว ริกซ์รู้ว่าตัวเองทำอะไรโง่ๆ ตอนนี้เธอควรจะเช็ดหน้าหรือไม่ก็หาน้ำมาล้างหน้าโดยใช้เวทมนตร์

เลือดกำเดาไหลหรือนี่ อาจจะเป็นเพราะวิ่งมาทั้งคืนร่างกายจึงเหน็ดเหนื่อย แล้วเธอยังเอาแต่คิดเรื่องไร้สาระอีกด้วย แม้เธออยากจะล้มตัวลงนอนในทันทีก็ตาม แต่ริกซ์ก็ลุกขึ้นก้าวเดินต่อ รอบๆ อาณาเขตของมังกรมีผู้คนมากมายหลายแบบรวมตัวกันอยู่ที่ ‘ชายแดน’ และมีหมู่บ้านขนาดใหญ่อยู่มาก เธอคลำทางขึ้นเขาที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว แต่ถ้าเธอเคลื่อนไหวแค่อีกนิดเดียว ดูเหมือนอะไรสักอย่างจะหลุดออกมาแน่ๆ

ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นเด่นบนท้องฟ้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย และกลายเป็นช่วงเช้าแสนสดใน ขณะที่เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ ค่ำคืนอันโหดร้ายผ่านพ้นไปราวกับความฝัน และคนที่ไม่มีอะไรติดตัวเลยก็เริ่มออกเดินทางเป็นก้าวแรก มีชีวิตหนึ่งเริ่มต้นขึ้นแบบนี้


* * *

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น