Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 29 อยากให้เวลาหยุดอยู่แค่ตรงนั้น

ชื่อตอน : บทที่ 29 อยากให้เวลาหยุดอยู่แค่ตรงนั้น

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 146

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2562 11:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 29 อยากให้เวลาหยุดอยู่แค่ตรงนั้น
แบบอักษร

        เมื่อรู้จากจูไฉ่หงว่ารถกำลังจะออกจากโรงพยาบาล เผิงกวนอิงก็ขอให้รอ แต่อย่าบอกจูอี้หลงว่ารอเขา .... 

        ..... ขืนบอกไป จู้อี้หลงก็คงจะสั่งให้ออกรถ ไม่ยอมรอเขาแน่     

        เมื่อเผิงกวนอิงตามมาถึงที่รถ เขารีบเปิดประตู ยืนจ้องหน้าจูอี้หลงที่รีบหลบสายตาเขาวูบ      

        "ขอผมคุยแป๊ป" เขาพูดกับจูไฉ่หงที่นั่งอยู่ด้านหลังจูอี้หลง ไฉ่หงส่งสัญญานสายตาให้ทีมงานอีกสองคนที่นั่งเบาะหลังสุด แล้วทั้งสามก็ค่อยๆมุดลงรถมา เผิงกวนอิงก้าวขึ้นรถ มุดหัวจะเข้าไปนั่งตรงที่จูอี้หลงนั่ง จนเขาต้องถ่อยร่นเข้าไปติดด้านใน

        "หลินเกอ" จูอี้หลงเอ่ยเรียกผู้จัดการที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับ หลินชิงหูจำใจต้องเปิดประตูลงจากรถ คนขับรถก็ลงไปด้วยอย่างรู้งาน      

        เผิงกวนอิงจ้องหน้าแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม      

        "เสียวหวู่ทำปากหมาอะไร"      

        "ไม่มีอะไร" จูอี้หลงหันมาสบตา แต่เพียงอึดใจเดียวเขาก็ยกมือมาด้านหน้ากางแขนทั้งสองออกเล็กๆในระดับเสมอเอว ใบหน้าแสดงให้เห็นอาการอดกลั้นอย่างที่สุด เผิงกวนอิงรีบขยับเข้าโอบกอดเพื่อนรักไว้      

        "เรื่องงี่เง่าไม่ต้องไปใส่ใจมัน นายมีงานรออยู่" เขาตบหลังเพื่อนสองป้าปใหญ่ แต่ยังไม่ยอมคลายอ้อมกอด รู้สึกได้ถึงความอุ่นที่แผ่ซึมบริเวณหัวไหล่ จูอี้หลงร้องไห้แล้ว      

        "แล้วเรื่องคนบงการอะไรนั้น มันเรื่องไม่มีมูล เป็นไป๋อวี่ที่มีปมกับพ่อเขาเอง เลยพาใครต่อใครเข้าใจผิดไปหมด...." คราวนี้ จูอี้หลงผละถอยออกไปเล็กน้อย      

        "จริงเหรอ"      

        "จริงสิ.... อย่าโทษอะไรเหล่าไป๋เลย หมอนั่นมีปมที่แก้ไม่ตกอยู่..."      

        ".... ไม่ได้โทษ..."       

        ...หลินชิงหูเปิดประตูหน้า แหย่หัวพรวดเข้ามาก่อนที่จูอี้หลงจะพูดอะไรต่อ      

        "ไม่มีเวลาแล้ว..."      เผิงกวนอิงพยักหน้า แล้วโหย่งตัวมุดหัวก้าวลงจากรถ       

        "ฝากแม่ด้วย" จูอี้หลงตะโกนตาม     

        "อืมม.." เผิงกวนอิงตอบรับ พร้อมโบกมืออำลา ทุกคนรีบก้าวขึ้นรถ หลินชิงหูเลื่อนประตูปิดดังครืน รถเคลื่อนตัวออกไปทันทีที่หลินชิงหูก้าวขึ้นนั่งด้านหน้า....      


        "ช่วงนี้อย่าเพิ่งติดต่อกับไป๋เหล่าซือ... โทรมาก็อย่ารับล่ะ" จูอี้หลงกล่าวเรียบๆ เหมือนไม่ได้พูดกับใครโดยตรง      

        "หาเบอร์ใหม่ให้ผมด้วย ผมไม่อยากใช้เบอร์นี้แล้ว..." เขากล่าวก่อนจะหันตัวนั่งตะแคงเข้าหาด้านข้างของรถ กอดอก แล้วหลับตาลง เป็นสัญญาณบอกให้ทุกคนรู้ว่าเขาไม่ต้องการตอบคำถาม และไม่ต้องการให้ใครกวน  

         ................   



        เสียงเคาะประตูห้องทำให้จูอี้หลงประหลาดใจ สองมือที่กำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมที่เพิ่งสระ เปลี่ยนเป็นรวบชายผ้าขนหนูลงมาคล้องบ่า ก่อนจะเลื่อนลงมาจับกระชับเสื้อคลุมอาบน้ำ หลินเกอคงลืมบอกอะไรอีก เขานึกพร้อมก้าวไปเปิดประตู แล้วผงะกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า...      

        ก่อนที่จะทันเอ่ยปากอะไร ผู้ชายรูปร่างผอมเพรียวในชุดสแปนเด็ซ์สีดำทั้งตัว ก็ก้าวผลุบเข้ามาในห้อง แจ๊คเก็ตสแปนแด็กซ์รูดซิปจนจรดคางกับฮู๊ดที่ดึงขึ้นครอบหมวกแก๊ปกระบังยาวใหญ่ปิดใบหน้าส่วนบนที่สวมแว่นดำไว้ ลักษณะที่มองดูเหมือนพวกโจรวิ่งราวทำให้จูอี้หลงเกร็งข้อจับต้นแขนผู้บุกรุกผลักออกไป โจรร้ายระล่ำระลักผ่านผ้าคาดปิดปากสีดำ     

        "ผมเอง หลงเกอ!" ....       

        "เหล่าไป๋!" จูอี้หลงผงะถอยมาด้านหลัง ในขณะที่ไป๋อวี่รีบปิดประตูห้อง แล้วหันมาเผชิญหน้า เขาเปิดฮู้ด ถอดแว่นและผ้าคาดปากปล่อยทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ ผวาเข้ามารวบตัวจูอี้หลง กอดไว้แน่น จูอี้หลงยกแขนทั้งสองขึ้นตามสัญชาตญาณ แต่เขาไม่ได้ผลักไป๋อวี่ออกไป เพียงปล่อยให้แขนทั้งสองข้างที่ยกงอขึ้นพักอยู่บนแผ่นอกของไป๋อวี่ที่แนบชิดเข้ามา      

        ไป๋อวี่ใช้มือหนึ่งโอบกอดลำตัวของจูอี้หลงไว้ ในขณะที่อีกมือหนึ่งประคองจับกระชับศรีษะและใบหน้า กดเข้ามาแนบกับแก้มของเขา แล้วจึงซุกไซร้จมูกสูดดมบริเวณใบหูและข้างแก้ม ก่อนจะก้มหน้าฝังจมูกลงที่ซอกคอของจูอี้หลงแล้วหยุดนิ่งอยู่อย่างนั้น      

        เหมือนเวลาได้หยุดอยู่ตรงนั้น...      

        ดูเหมือนคนทั้งคู่อยากให้เวลาหยุดอยู่แค่ตรงนั้นจริงๆ สองร่างที่แนบชิด ไม่มีการเคลื่อนไหว นับสิบนาที....       

        จูอี้หลงค่อยๆขยับแขนข้างหนึ่งออกมาโอบกอดไป๋อวี่ ฝ่ามือกางกดลงบนแผ่นหลังของคนที่อายุน้อยกว่า เป็นสัญญานบอกให้ปล่อย แต่ไป่อวี่กลับยิ่งรัดแน่น จนจูอี้หลงต้องร้องครางแสดงความเจ็บปวด ไป๋อวี่จึงยอมคลายการกอดรัด ผงกศรีษะขึ้นจ้องมองใบหน้าที่เขาตระกองไว้      

        "เจ็บแผลเหรอ ผมขอโทษ..." แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย.... กลับรีบปิดปากจูอี้หลงด้วยริมฝีปากของเขาเอง...... 

        ไป๋อวี่ไม่อยากได้ยินอะไร ไม่อยากทำอะไรอื่น นอกจากอยู่ที่ตรงนี้ อย่างนี้ ไปจนกว่าโลกจะสลาย....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}