email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คิดจะเหี้ยก็อย่ามานึกเสียดาย

ชื่อตอน : คิดจะเหี้ยก็อย่ามานึกเสียดาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2562 20:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คิดจะเหี้ยก็อย่ามานึกเสียดาย
แบบอักษร

เสียงกริ่งหน้าร้านดังขึ้นอดไม่ได้ที่ทุกคนจะหันไปมองแม้แต่ฉันก็ด้วย ลูกค้าคนใหม่เดินเข้ามาในร้าน ดูเหมือนจะเป็นคู่รัก เพราะฝ่ายหญิงเกาะแขนฝ่ายชายแน่น

****“น้องเต้นิ หล่ออ่ะ ยิ่งใกล้ยิ่งหล่อ” ฉันขมวดคิ้วมองผู้ชายที่เพื่อนพูดชื่ออย่างพิจารณา แล้วก็ต้องตาโต ผู้ชายที่ทักฉันเมื่อวานนิตอนที่นั่งร้องไห้อยู่หน้าประตู

“เชอรู้จักด้วยเหรอ” ยัยเมษาถาม

“รู้สิ น้องเต้ปีหนึ่งเดือนคณะเรา พ่วงด้วยเดือนมหาลัยไง ไปอยู่ไหนมาย่ะ” นี่เด็กปีหนึ่งเหรอ ฉันนึกว่าปีสองหรือปีสามซะอีกเพราะเขาสูงมากแถมหน้าตาหล่อเหล่าสมเป็นเดือนมหาลัย เด็กทุกวันนี้โตไวจริงๆ

ฉันเลิกสนใจเขาหันมาสนใจไอศกรีมในถ้วยต่อเพราะกลัวว่ายัยเมษาจะน้อยใจเอา

“นายนั้นมองมาที่โต๊ะเราทำไม” ยัยเก้าพูดเสียงติดหวนนิดๆ คำว่านายนั่นของยัยเก้าหมายถึงใคร

จนอดไม่ได้ที่ฉันจะเงยหน้าขึ้นมองตามที่พวกเพื่อนๆ มอง ก็เห็นว่าน้องเต้ที่ยัยอิงว่ามองมาที่โต๊ะฉันจริงๆ และถ้าฉันไม่ตาฝาดฉันเห็นคิ้วเขาเลิกขึ้นแล้วจ้องมาที่ฉัน ฉันสบตากับเขา เขาถึงหันกลับไปสนใจผู้หญิงที่มาด้วย อย่าบอกนะว่าเขาจำฉันได้

“น้องเขามองแกรึเปล่าอิง” ยัยเชอเอมสะกิดถาม ฉันสะดุ้งนิดหน่อย

“บ้า จะมองฉันทำไม ฉันไม่รู้จักเขา”

“หรือว่าเขาสนใจแก เอาเลยฉันเชียร์กินเด็กบ้างชีวิตจะได้กระชุ่มกระชวย” ยัยเชอเอมพูดดี๊ด๊า

“ไปกันใหญ่แล้วแก” ฉันปรามมัน ฉันไม่เคยคิดจะชอบผู้ชายที่เด็กกว่า

“ใช่เชอไปกันใหญ่แล้ว อิงพึ่งจะเสียใจมาจะให้มีใหม่เลยหรอ” ยัยเมษาพูด

“ก็ใช่สิ จะเศร้าทำไมนานๆ มีคนใหม่จะได้ลืมคนเก่าเร็วๆ” ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบทันทีที่เชอเอมพูดจบ

“ขอโทษนะแก” จนกระทั่งยัยเชอเอมพูดเสียงแผ่ว

“ไม่เป็นอะไรหรอก อย่าคิดมาก ฉันรู้ว่าแกห่วงฉัน” ฉันฝืนยิ้มให้มัน

“งั้นไม่ลองหน่อยเหรอ เด็กอาจจะดีก็ได้นะ” มันยังพูดต่อ

“เขาไม่ได้สนใจฉันสักหน่อย แกก็พูดเป็นเรื่องเป็นราว ไม่เห็นรึไงว่าเขามากับแฟน”

“น้องเต้ยังไม่มีแฟน” ยัยเชอเอมมันแก้ต่างให้

“นั้นอะไร” ยัยเก้าพูดบ้าง พยักหน้าไปทางคนที่อยู่ในบทสนทนาของเรา

“คนควงเฉยๆ ถ้าน้องเขามีแฟนฉันต้องรู้สิเพราะฉันเป็นแฟนคลับ” ยัยเชอเอพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“เจ้าชู้ขนาดนั้นยังสนับสนุนเพื่อนอีกเหรอเชอ” ยัยเมษาพูดติดเสียงเข้มนิดๆ ใช่ คนเจ้าชู้แบบนั้นฉันไม่คิดจะเอาตัวเองเข้าไปใกล้หรอก

“แหะๆ ฉันแหย่เล่นน่า อยากให้เพื่อนมองผู้ชายหล่อๆ” ฉันส่ายหัวให้มัน พวกเราก็เลิกพูดถึงน้องมัน แต่ทำไมความรู้สึกฉันมันรู้สึกเหมือนมีคนจ้องอยู่ตลอดเวลา ฉันอดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นใครจ้องมาที่โต๊ะฉันสักหน่อย ฉันอาจคิดไปเอง

“ไปไหนต่อ” ยัยเชอถาม

“ฉันว่าจะกลับ”

“กลับเหมือนกัน”

“แต่ฉันอยากไปห้าง ใครจะไปกับฉันบ้าง” ยัยเชอเอมพูดเสียงเง้างอ จ้องพวกเราทีละคน ฉันกับยัยเก้าหันหน้าหนีทันที ฉันไม่มีอารมณ์ไปไหนทั้งนั้น อยากกลับไปนอนโง่ๆ อยู่ที่ห้องมากกว่า

“เมไปเป็นเพื่อนเชอหน่อยนะ นะ” เชอเอมหันไปอ้อนเมษาแทน แล้วรายนั้นปฏิเสธคนอื่นเป็นซะที่ไหน

“อืมๆ เราไปเป็นเพื่อนก็ได้” เมื่อยัยเมษาตอบรับเชอเอมก็ยิ้มร่า

“งั้นพวกฉันกลับก่อนนะ” ฉันบอกมัน แต่ยังไม่ทันที่พวกเราจะก้าวออกจากร้าน เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นเรียกร้องให้พวกเราหันไปมอง ฉันรับรู้ได้ว่าทั้งโต๊ะหยุดชะงักทันที รวมถึงคนที่ก้าวเข้ามาใหม่ด้วย

“อิง” คนเข้ามาใหม่ปากขยับ ถึงไม่ได้ยินเสียงแต่ฉันก็รู้ว่าฝ่ายนั้นเรียกชื่อฉัน เพราะตอนนี้เราสองคนสบตากัน

“พี่กัน ไปสั่งไอติมกันเถอะค่ะ” แต่เขาก็ไม่ได้มาคนเดียว เพราะพ่วงเอายัยใบตองเน่ามาด้วย เสียงของนางออดอ้อนพี่กันแต่ก็ไม่วายที่จะหันมาส่งยิ้มเยาะเย้ยฉันเมื่อมันเห็นฉันว่าฉันอยู่ในร้านด้วย

ยัยเก้าลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่ฉันจับแขนมันไว้ก่อน

“ไม่ต้องหรอกแก ฉันไม่อยากมีเรื่อง สำหรับฉันจบก็คือจบ” ฉันปรามมันไว้ ฉันไม่อยากมีเรื่องตบตีแย่งผู้ชายเพราะตัวเองก็อยู่ปีสามแล้ว มันจะเป็นตัวอย่างไม่ดีให้กับรุ่นน้อง ความคิดนางเองไหมล่ะ

“ปล่อยตอง”

ร้านนี้ไม่ใหญ่มาก ถ้าคุยกันเสียงดังหรือเหมือนตะโกนคุยกันอย่างที่พี่กันและยัยใบตองนั้นทำอยู่ตอนนี้พวกเราทุกคนที่อยู่ในร้านก็จะได้ยินทั้งหมด

ฉันเลิกสนใจสองคนนั้น เก็บมือถือใส่กระเป๋าเตรียมจะลุกเพื่อออกจากร้าน

“พี่กัน พี่กัน จะไปไหน”

แต่เสียงตะโกนโวยวายจากยัยใบตองและร่างสูงของพี่กันที่อยู่ตรงหน้าทำให้ฉันชะงัก เราทุกคนในโต๊ะลุกขึ้น มองหน้าพี่กันอย่างไม่เป็นมิตร

“อิง พี่ขอคุยด้วยหน่อย” พี่กันยื่นมาจะจับแขนฉัน แต่ฉันเบี่ยงตัวหลบ เขาหน้าเสียทันที

“กลับเถอะอิง” ยัยเก้าเป็นคนพูด ฉันรู้ว่ามันอยากซัดหน้าพี่กันแทนฉัน แต่ก็ต้องเก็บอารมณ์

ฉันทำตามที่มันบอกเดินอ้อมโต๊ะเพื่อเลี่ยงที่จะเดินผ่านพี่กัน แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะเขายังตามติดฉันอยู่ คว้าแขนฉันไว้จากด้านหลัง ฉันหลับตาแน่น

ใครบอกว่าฉันเข้มแข็ง ฉันไม่ได้เข้มแข็งสักนิด เพราะตอนนี้ฉันกำลังจะร้องไห้ ใครจะบ้าตัดใจได้แค่วันเดียว แต่ความเจ็บปวดก็สอนให้ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรกลับไปเจ็บอีก ถ้าเรื่องที่เขาทำมันให้อภัยได้ง่ายๆ ฉันจะไม่ว่าเลย ถ้าทุกอย่างมันเป็นการเข้าใจผิด เขาไม่ได้มีอะไรกับยัยใบตองจริงๆ ทุกอย่างเป็นแค่การจัดฉากของยัยใบตองเพื่อแก้แค้นฉัน ฉันก็พร้อมจะให้อภัยเขา

แต่นี่ไม่ใช่ ทุกอย่างมันคือเรื่องจริงเขาแอบกินกับมันลับหลังมาเป็นปีๆ ถ้าฉันยังให้โอกาสเขาฉันก็ควายดีๆ นี่เอง

“อิง อิงจะไม่ให้โอกาสพี่หน่อยเหรอ” พี่กันพูดเสียงอ่อย น้ำเสียงเขาสั่นนิดๆ เขากำแขนฉันแน่นเหมือนกับกลัวว่าฉันจะหลุดมือเขาไป

และตอนนี้ฉันกำลังสบตากับยัยใบตองที่จ้องหน้าฉันเขม็ง มีรอยยิ้มของชัยชนะอยู่บนใบหน้าของยัยนั่น ฉันจึงพยายามกักเก็บน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมา ไม่งั้นยัยนั่นคงหัวเราะฉันได้เต็มที่

“แล้วตอนที่พี่ทำ พี่ได้คิดบ้างไหมว่าอิงจะให้อภัยพี่ได้รึเปล่า” ฉันเม้มปากแน่น อารมณ์ตอนนี้โคตรอยากร้องไห้

“พี่ขอโทษ” พี่กันพูดเสียงอ่อย ทำผิดแล้วพูดได้แค่คำว่าขอโทษน่ะเหรอ ทำผิดแล้วอยากได้การให้อภัยง่ายๆ มันไม่ยุติธรรมกับคนที่เสียใจเลยสักนิด

ฉันตัดสินใจหันไปเผชิญหน้ากับเขา พอสบตากับเขาจังๆ มันทำให้ฉันชะงักไปเล็กน้อย เพราะน้ำตาหยดเล็กๆ ที่ไหลออกมาทางหางตาของเขามันบีบหัวใจฉัน รอบดวงตาดำคล้ำบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาคงไม่ได้นอน

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

“เราจบกันด้วยดีเถอะนะคะ” ฉันตัดสินใจพูดกับเขาดีๆ ฉันไม่อยากมีอะไรติดค้างกับเขาอีก

“อิงไม่รักพี่แล้วเหรอ” เขาจะมาถามหาคำว่ารักทำไม ฉันเงยหน้าขึ้นกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่น้ำตาให้กลับเข้าไป กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ สรรพสิ่งทุกชีวิตในร้านเงียบกริบแม้แต่เพื่อนของฉัน มันก็คงอยากให้ฉันคุยๆ ให้มันจบ

“อิงรักพี่แล้วไงคะ เพราะยังไงพี่ก็ตอบแทนความรักของอิงแบบเดิมอยู่ดี” แบบเดิมก็คือ ตลอดเวลาที่เขาคบกับฉัน ตลอดเวลาที่เขาพร่ำบอกว่ารักฉันและฉันก็สารภาพว่ารักเขา เขาก็มีอีกคนนอนอยู่ข้างๆ มันเปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้ไม่ได้ ซึ่งฉันก็โง่อยู่เป็นปีๆ

ฉันสบตากับพี่กัน น้ำตาลูกผู้ชายของเขาไหลออกมาอีกหลายหยดและเขาก็ไม่คิดจะปัดมันออกไม่แม้แต่จะอายคนที่กำลังมองมา ความเสียใจส่งผ่านทางสีหน้าและแววตาของเขา ฉันเบือนหน้าหนี ถึงจะบีบน้ำตาเป็นถังฉันก็ไม่ให้อภัย

และการหันหน้าไปทางอื่นทำให้ฉันสบตาเข้ากับใครอีกคน น้องเต้ของยัยเชอ ที่ตอนนี้ร่างสูงกอดอกนั่งจ้องมาที่ฉันกับพี่กัน เขายกยิ้มมุมปากนิดๆ เมื่อสบตากับฉัน คิ้วฉันขมวดเข้าหากันทันที ไอ้เด็กนี่ไม่ใช่กำลังยิ้มเยาะฉันหรอกนะ ฉันเม้มปากแน่น

“พี่ถึงบอกไงครับว่าพี่ขอโอกาส ถ้าอิงให้โอกาสพี่ พี่จะไม่ทำแบบนั้นอีก พี่จะไม่ทำให้อิงเสียใจ” พี่กันยังพร่ำเพ้อต่อ ฉันหันกลับมาหาเขา

“โอกาสไม่มีให้สำหรับคนที่คิดไม่ได้มาเป็นปีๆ หรอกนะคะ ถ้าพี่คิดสักนิด พี่คงไม่แอบนอนกับมันเป็นปีๆ” ฉันชี้ไปทางยัยใบตองที่ยืนมองเราสองคนอยู่ เมื่อหล่อนอยากเปิดตัวนักฉันก็จะเปิดให้ ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าทุกสายตาโฟกัสไปคนที่ฉันชี้

“พี่กัน จะไปง้อมันทำไมคะ มันไม่ได้เป็นอะไรกับพี่สักหน่อย ตองต่างหากที่เป็นเมียพี่” ยัยใบตองไม่ได้สะทกสะท้านสักนิดกับสายตาทุกคู่ที่มองไป ก้าวเข้ามาหาพี่กันแล้วดึงมือพี่กันออกจากแขนฉัน ซึ่งมือพี่กันก็หลุดออกง่ายๆ เพราะเหมือนเขาจะเซด้วย

พี่กันสะบัดมือออกจากยัยใบตอง ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตวัดสายตามองยัยใบตองเหมือนจะฆ่าให้ตาย ยัยนั้นชะงักไปทันที ความจริงพี่กันเป็นที่เกรงใจและเกรงกลัวของคนในคณะพอสมควรเพราะถ้าใครเคยเห็นเขาอารมณ์ร้ายขึ้นมาทุกคนก็เอาไม่อยู่ แต่ฉันไม่เคยเห็นหรอกนะ แค่ได้ยินคนอื่นพูดให้ฟัง

“เลิกยุ่งกับฉันสักที” พี่กันตวาดใส่ยัยใบตอง ซึ่งยัยนั่นก็ผงะไปทันที

“ตองไม่เลิก พี่กันเป็นของตอง” ยัยใบตองยังใจกล้าพูดต่อ ฉันเห็นพี่กันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เหมือนพยายามจะระงับอารมณ์

แล้วฉันจะยืนอยู่ตรงนี้อีกทำไม ฉันหันหน้าไปสบตากับเพื่อนๆ ว่าให้ไปกันเถอะ พวกมันก็เห็นด้วย

“อิงเดี๋ยว” แต่พี่กันก็เรียกฉันไว้อีก จะเดินเข้ามาหาฉัน แต่ยัยเก้าขวางไว้ ก่อนผลักอกพี่กันให้ถอยห่าง

“เลิกพล่ามได้แล้วพี่ คิดจะเหี้ยก็อย่ามานึกเสียดาย” ยัยเก้าด่าพี่กันว่าเหี้ยเป็นครั้งที่สอง มันพร้อมจะเข้าไปต่อยพี่กันเต็มที่ เก่งเกินผู้หญิงจริงๆ เพื่อนฉัน

“ไปเถอะแก” ฉันดึงมันออกมา ก่อนที่มันจะชกหน้าพี่กัน

“อิง อิง” ฉันไม่สนใจเสียงเรียกของพี่กัน รีบเดินออกมาจากร้านทันที อีกไม่เกินสิบนาทีข่าวที่ฉันเลิกกับพี่กันคงดังทั่วคณะ ซึ่งฉันก็ทำใจไว้แล้ว

“อยากร้องไห้ไหมแก” ยัยเชอดึงฉันเข้าไปกอดเมื่อเดินมาถึงที่รถของพวกเรา ฉันส่ายหน้า แต่หัวใจของฉันคงท่วมไปน้ำตาแล้วล่ะ

“แกเก่งมากนะอิง ถ้าเป็นฉันคงร้องไห้เป็นคนบ้าไปแล้ว” มันดึงฉันออกแล้วสบตา

“ใครบอกฉันไม่ร้องไห้ ฉันร้องไห้ทั้งคืน ฉันไม่ได้เก่งไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้น แต่ฉันแค่ไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าคนอื่น พ่อฉันเคยสอนว่าอย่าอ่อนแอต่อหน้าคนอื่น” ฉันจำคำสอนของพ่อได้เสมอ ถึงฉันจะไม่ใช่ผู้ชายแต่ฉันก็ถูกเลี้ยงมาโดยพ่อ ถึงจะมีแม่นมคอยช่วยก็เถอะ แต่ฉันก็ซึมซับคำสอนของพ่อ ซึ่งท่านเป็นผู้ชายที่เข้มแข็งและไม่เคยอ่อนแอให้ฉันเห็น แม้ในวันที่เสียแม่ไป แต่ฉันรู้ว่าท่านเองก็เสียใจมากแต่ท่านก็เข้มแข็งเพื่อฉัน

“ฉันเข้าใจแก แต่ถ้าแกอยากระบายก็พูดกับพวกฉันได้ ฉันอยากให้แกคิดว่าพวกฉันไม่ใช่คนอื่นพวกฉันเป็นเพื่อน เป็นคนที่พร้อมจะรับฟังแกทุกเรื่อง” ฉันโชคดีจริงๆ ที่มีเพื่อนดีๆ อย่างพวกมัน ถึงเราจะพึ่งเจอกันตอนที่เข้าเรียนที่นี่ใหม่ๆ แต่ฉันก็สัมผัสความจริงใจจากพวกมันได้

“ขอบใจมากถ้าไม่มีพวกแกฉันคงเป็นหนักกว่านี้” ฉันดึงพวกมันเข้ามากอด กลายเป็นว่าตอนนี้พวกเราสี่คนกอดกันกลม เสียงกระซิกๆ ดังขึ้นเหมือนคนร้องไห้ ซึ่งคนนั้นไม่ใช่ฉันแน่นอน พวกเราละออกจากกัน มองตัวต้นเหตุของเสียง

ยัยเมษาร้องไห้แทนฉันไปแล้ว

“ร้องไห้ทำไมเนี้ย” ฉันหยิกแก้มมันเบาๆ

“เราเสียใจแทนอิง” ฉันยีหัวมันแรงๆ

“ยัยบ้า” ฉันนึกไม่ออกเลยว่าใครจะเป็นแฟนมัน เพราะถ้าได้ยัยเมษาเป็นแฟนก็เหมือนได้ลูก แต่ถ้าใครรับนิสัยของมันได้ฉันว่าโชคดีเลยล่ะ มันยัยเมษามีความน่ารักอยู่ในตัว****


คิดจะเหี้ยก็อย่ามานึกเสียดาย พี่เก้าคนแมนได้กล่าวไว้ ฮ่าๆๆๆ เม้นให้ด้วยเน้อ  พระเอกกับนางเอกได้เจอกันะตั้งแต่ตอนที่แล้วนะจ๊ะ 

ความคิดเห็น