Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

​บทที่37 : วัฏจักร

ชื่อตอน : ​บทที่37 : วัฏจักร

คำค้น : My doctor,รักโหดๆ,มุ้งมิ้ง,หมอตรี,เจแปน,Nc18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2562 20:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​บทที่37 : วัฏจักร
แบบอักษร

​บทที่37 : วัฏจักร

.

.

.

( Part Tree)


"พี่ตรีจี้อยากกินอันนั้น"

"ที่ถืออยู่ก็เต็มมือแล้วนะ"

"ก็อันนั้นมันน่ากินอ่ะ ตลาดที่นี่ของกินเยอะม๊ากมาก มีแต่อันน่ากินทั้งนั้นเลย"

"กินที่พอดีดีกว่า ถ้าหมดเดี๋ยวพี่จะซื้อให้ใหม่"

"อื้ม! พูดแล้วนะ! งั่ม!"

กระพุ้งแก้มนุ่มนิ่มที่นูนออกมาขาวนวลอมชมพูจนน่าฟัด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเด็กตรงหน้าผมถึงได้น่ารักขนาดนี้จนผมหลงหัวปักหัวปำแบบนี้

เงินที่ใช้จ่ายไปใช่ว่าจะจ่ายซื้อของเสื้อผ้าราคาแพงแบบสุรุ่ยสุร่ายเหมือนผู้หญิงที่ผมเคยควงหากแต่นี่มักเสียไปกับของกินซะส่วนใหญ่ ก็พึ่งเคยพบเคยเจอเหมือนกันกับการใช้จ่ายซื้อของกิน

"จีจี้ไม่อยากไปเดินห้างหรอ?"

"หือ ไปทำไมอ่ะ?"

'ไม่อยากได้ของแบรนด์บ้างรึไงกัน?'

"ไม่ร้อนหรอ นี่ตลาดนะ"

"ไม่อ่ะ ห้างมีแต่ของแพงๆถึงแอร์จะเย็นก็จริงเถอะ สู้มาเดินตลาดหาของกินอร่อยๆไม่ดีกว่ารึไง?"

"หึ โอเคๆ"

ผมยกมือลูบหัวทุ้ยๆเบาๆด้วยความเอ็นดูในแบบเด็กก็ยังก็เป็นอยู่วันยังคํ่า ก่อนจะพาจีจี้เดินตลาดต่อในช่วงบ่ายที่ค่อนข้างอบอ่าว คนตัวเล็กใช่ว่าจะมีท่าทีเหนื่อยล้าซะที่ไหนกลับเดินต็อกแต็กไปเรื่อยจนผมเดินตามแทบไม่ทัน

ปากน้อยๆนี่ก็เคี้ยวขนมของกินแทบสารพัดทุกร้านที่แวะไม่ว่างเว้นให้มันหยุดเคี้ยวเลยสักนิด ผมเองเลยต้องทำหน้าที่แบกของกินต่างๆนาๆไว้ในมือและเดินตามอีกคนอย่างกับคนใช้ถือของ

'แถมมีหน้าที่จ่ายเงินด้วย'

"พี่ตรีไปนั่งพักตรงนั้นกัน"

"โอเคครับ"

"อ่ะๆ นั่งๆอากาศร้อนเนอะ แต่ของกินเยอะกว่าอีก ฮิๆ"

"ว่าไงก็ว่าตามแหละ"

"ฮะๆๆๆ วันนี้ก็จะกลับแล้วอ่ะ เดินชิลๆไปเลย"

'ไม่ดูสภาพอากาศเลยเนอะ'

ผมแสยะยิ้มพลางๆใช้มือปาดเหงื่อที่ชุ่มอยู่ตามขมับ ก่อนที่จะมองคนตัวเล็กด้านข้างที่ตาเป็นประกายอยู่ตลอดเวลา ไม่เข้าใจเหมือนกันกับแค่ตลาดธรรมดาแบบนี้มันน่าตื่นเต้นตรงไหน

วันก็ปาเข้าวันที่สามจนถึงกำหนดที่เราต้องกลับกันแล้ว ถึงแม้สองวันแรกจีจี้จะโดนผมนัวเนียอยู่บนเตียงแทบไม่เห็นตะวันเพราะเอวก็สาหัสเอาการ จึงทำให้วันแรกและวันที่สองจีจี้อดได้ออกมาเปิดหูเปิดตา วันนี้ผมเลยต้องไถ่โทษพาจีจี้มาตลาดเพื่อหาของกินล่อ...และมันก็ได้ผลด้วยซํ้า

'หึๆ'

"อืม งั่มๆ อร่อยจัง"

"กินแต่ขนม ไม่กลัวอ้วน?"

"จี้ไม่มีทางอ้วนหร๊อก! กินเสร็จเดี๋ยวก็ต้องไปซ้อมวอลเล่ย์จะอ้วนได้ไง"

"ไม่ปล่อยให้อ้วนดูบ้างล่ะ"

"ทำไมต้องปล่อยอ่ะ?"

"หึ ก็ตัวจะได้นุ่มนิ่มแบบนี้ไง"

"โอ๊ย! เจ็บนะ!"

เจ้าเนื้อแก้มทุ้ยที่ผมดึงเนื้อแก้มทีก็นุ่มนิ่มซะจนแทบจะติดมือมาด้วย แบบนี้ถ้าอยู่ในห้องผมคงจับผลักลงเตียงแล้วจัดให้สักยกไปนานแล้วโทษฐานน่าฟัดเกินไป

จีจี้ลูบแก้มตัวเองเบาๆพร้อมกับเบะปากใส่เชิงว่าไม่พอใจสุดๆ แต่ผมก็ใช่ว่าจะร้อนจะหนาวก็ตีหน้ามึนซึนแกล้งจีจี้ไปให้โมโหเล่นไป

"นี่! เลี้ยงขนมขอโทษเลยนะ!"

"ไม่ ทำตัวน่ารักเอง"

"จะบ้าหรอ มีที่ไหนกันเล่า! เลี้ยงขนมคืนเดี๋ยวนี้เลยนะ!"

"ไปห้องนํ้ากับพี่สิ เดี๋ยวเลี้ยงคืนแน่"

"ฮะ! แล้วจะไปห้องนํ้าทำไมอ่ะ ปวดฉี่ก็ไปเองดิพี่มาให้ตามเป็นเด็กๆไปได้!"

'ทำไมซื่อบื้อจังวะ?'

"ไปหาความสุข"

"เดี๋ยวนะความสุขบ้าบอที่ไหนอยู่ในห้องนํ้า พี่บ้าป้ะเนี้ย"

"หึ ถ้าพี่กระแทกจีจี้ในนั้นจีจี้ก็มีความสุขมั้ยล่ะ?" 

'อ้าปากหว๋อขนาดนี้คงถึงบางอ้อแล้วล่ะ'

จีจี้ไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้นอกซะจากนั่งหน้าแดงเหมือนลูกมะเขือเทศลูกสุกงอม ก่อนที่จะจับลูกชิ้นปิ้งยัดใส่ปากแล้วเคี้ยวตุ่ยๆพลางขัดแก้เขินไปแทน

ผมจ้องมองทุกการกระทำที่ดูจะกระสับกระส่ายซะจนจำนู่นนี่นั่นผิดๆถูกๆจนแทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่ ถ้าโดนแบบนี้ภายในห้องจีจี้คงจะกระโดดกัดคอผมไปนานแล้ว แต่เผอิญนี่มันตลาดไงสงสัยคงกลัวจะอายประชาชนเขาละมั้ง

"อยากได้อะไรเพิ่มมั้ย?"

"ไม่อยากแล้วล่ะ ของกินก็เยอะแล้วพี่พากลับเลยได้มั้ยอ่ะ"

"งั้นพี่พากลับเลยนะ"

"อื้ม!"

พอพาจีจี้ไปเลือกซื้อของกินอีกสักพักก็กำลังจะกลับกันพอดี แต่คนตัวเล็กดันอยากจะไปดูโซนร้านขายพวกต้นไม้ขนาดเล็กเข้าผมเลยต้องเป็นคนเดินตามอีกคนไปด้วย ระหว่างทางผู้คนมามากมายที่เดินจับจ่ายซื้อของกินก็หมุนเวียนเดินกันพัลวัน ไอ้ผมก็ตัวสูงซะแทบจะหลบหลีกแทบจะไม่ทันเท่าจีจี้ที่ตัวเล็กเดินซอกแซ่กแป็ปเดี๋ยวก็ไปโผล่ซะหน้าร้านต้นไม้แล้ว

"ช้าจังเลยอ่ะ-_-"

"จีจี้เดินเร็วนิ"

"พี่ตรีก็เดินเร็วๆซี่ชักช้าอยู่นั่นแหละ"

"ครับๆ ดูต้นไม้ดีกว่า"

จีจี้พยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเดินตรงปรี่เข้าไปในร้านขายต้นไม่ขนาดพอเหมาะไม่เล็กจนเกินไปและไม่ใหญ่มาก ถ้าหากอีกคนคงจะสะดุดตากับจำพวกกระบองเพชรเป็นพิเศษผมก็ห้ามไม่ได้ถ้าเค้าอยากจะเลี้ยงดูมัน

แน่นอนครับ...มันเป็นเรื่องจริงที่จีจี้เอาแต่ตื่นตาตื่นใจกับเจ้าต้นกระบองเพชรเป็นพิเศษ เห็นท่าว่าจะชอบแบบจริงจังน่าดู

"ชอบ?"

"อื้อๆ มันน่ารักมากๆเลย"

"พี่ซื้อให้ เลือกสิ"

"นี่ๆจี้ไม่ได้อยากจะเลี้ยงดูมันสักหน่อย"

"ทำไมล่ะ?"

"กลัวดูแลมันไม่ดีน่ะสิ กลัวให้นํ้ามันมากเกินไปก็ตาย ถ้าให้นํ้าน้อยมันเกินไปก็ตาย เห้อ...จี้แค่มาดูมันเฉยๆดีกว่า"

"ไว้พร้อมเมื่อไหร่ค่อยดูแลมัน..."

"0.0?"

"ดีมั้ย?"

"อื้อๆ จี้เอาแบบนั้นดีกว่า เรากลับกันเถอะเนอะ บ๊าบบายเจ้าแคระ"

มือเรียวบางยกขึ้นแล้วโบกไปมาเพื่ออำลาเจ้าต้นไม้ที่มีชีวิตเหมือนกับมนุษย์ทั่วๆไป หากแต่มันแค่พูดไม่ได้หรือจะก้าวเดินทำอะไรก็ไม่ได้ มันแค่ต้องอยู่ในวัฏจักรของมันที่กำหนดมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

แตกต่างจากมนุษย์ผู้ชายตัวเล็กของผมตรงหน้าที่ต้องตื่นมาในทุกๆเช้าและต้องไปพบเจอสิ่งต่างๆมากมายไม่ต่างจากผม หากแต่เราแค่ได้มีความสัมพันธ์เพิ่มมาทำให้เราใกล้ชิดเข้าไปอีกขั้นของคำว่า'แฟน'

"พี่ตรี"

"ว่าไงครับ?"

ในขณะที่ผมกำลังจับพวงมลัยอยู่บนรถเจ้าลูกรักคันงามก็ต้องหันไปสบตากับใบหน้าหวานที่ดูเลิ่กลั่กเหมือนมีอะไรจะถาม ผมเองก็ได้แค่มองเพียงเสี้ยววิและกลับมามองท้องถนนต่อ

"มีอะไรก็บอกพี่มาเถอะ"

"จี้กังวล"

"เรื่องอะไรกันบอกพี่ได้มั้ย?"

"การแข่งวอลเล่ย์ของจี้ในกลางเดือนนี้ จี้กลัวทำทีมแพ้จังเลยพี่ตรี"

"ทำไมต้องกลัวล่ะ?"

"ก็ทีมนั้นเก่งกว่า จี้กลัวพาทีมสู้พวกนั้นไม่ได้เลย เพื่อนๆต้องผิดหวังแน่ๆ"

"เพื่อนสนิทที่เป็นเซ็ตเตอร์จี้ย้ายไปทีมนั้น?"

"พี่รู้ด้วยหรอ?"

"รู้สิ เรื่องนี้จีจี้เคยบอกพี่แล้ว"

"จริงด้วยสิ"

จีจี้ของผมที่ดูหง๋อยลงทันตาบรรยากาศรอบข้างก็ดูครึ้มขึ้นมาทันที เรื่องบางเรื่องเราทิ้งมันไม่ให้เก็บมาคิดก็ไม่ได้หรอกจริงมั้ย? ผมได้แค่ดูอาการของอีกคนเป็นระยะเพียงเท่านั้นแค่กัดฟันไม่กี่อึดใจเราก็กลับมาถึงคอนโดผมในช่วงหัวคํ่า

คนตัวเล็กที่กำลังนั่งเหม่อลอยพอเรียกเท่าไหร่ก็ทำเพียงแต่พยักหน้ารับส่งๆไปเท่านั้น จนผมต้องคว้าโอกาสนี้ให้จีจี้ของผมได้ระบายความเครียดซะแล้วแต่คงต้องไม่ใช่ในรถแบบนี้หรอก


........

.......

......

.....

....

...

..

.

กึก! ปัง...


"จีจี้"

"อะไรหรอพี่ตรี?"

"มานั่งนี่ก่อนมา ตรงนี้"

ผมตบโซฟาตัวยาวสีครีมอ่อนพร้อมกับมองใบหน้าของอีกคนที่แตกต่างขากเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้อย่างสิ้นเชิง ดวงตากลมโตที่ถูกแต่งไปด้วยสีของความเศร้าทำไมผมจะดูไม่ออกเพราะแค่อีกคนไม่พูดเท่านั้น

ผมใช้มือปัดปอยผมที่ปรกหน้าหวานออกอย่างแผ่วเบาก่อนจะอมยิ้มส่งไปให้เพื่ออีกคนจะมีกำลังใจมากขึ้น แต่มันก็อาจจะยังไม่ได้ผลมากนักเราทั้งคู่จึงทำได้เพียงนั่งมองหน้ากันอยู่สักพัก

"อย่าเศร้าไปเลยนะ พี่ไม่ชอบแบบนี้เลย"

"จี้กลัว"

"ไม่ต้องกลัว เราแค่ต้องทำให้เต็มที่ๆสุด"

"ทำไม...ทำไมคนต้องชอบทำผิดคำสัญญาด้วย ฮึก! ทำไมอ่ะพี่ตรี"

"เพื่อนของจี้เค้าแค่ต้องคว้าโอกาสเอาไว้"

"ฮึก! แต่จี้ไม่สนตรงนั้นเลยนะ! จี้ใส่ใจเพื่อน พวกเราสัญญากันแล้วว่าเราจะพาทีมไปคว้าแชมป์ ฮึก! แต่..แต่เค้าทิ้งพวกเราไป ฮืออออ!"

เพื่อนคนนั้นคงสำคัญมากสินะ...

ผมได้แค่มองแฟนตัวน้อยของตัวเองปล่อยโฮเพราะทุกคำพูดในประโยคเล่นเอาผมหัวอื้อได้เหมือนกัน เวลานี้ที่ดีที่สุดก็ได้แค่โอบกอดจีจี้เอาไว้ไม่ให้เค้ารู้สึกเวิ้งว้างตัวคนเดียว

ถึงเราอายุจะต่างกันมากโขแต่ผมก็ผ่านช่วงเวลาเหมือนจีจี้ของผมมาเหมือนกัน เพียงแต่เรื่องเพื่อนแบบนี้ผมไม่เคยประสบปัญหาเจอกับมัน เพราะยังไงกลุ่มเพื่อนผมสมัยเรียนมันก็แบดๆกันหมดต่างคนต่างเป็นตัวของตัวเองและยื่นมือมาช่วยเสมอหากใครคนนึงมีปัญหา

"พี่ว่าจี้ทำให้เค้าเห็นจะดีกว่า..."

"ฮึก!"

"ว่าเค้าคิดผิดที่ทิ้งจีจี้กับทีม"

"ฮึก! จี้จะพยายามนะพี่ตรี ฮึก! อึก!"

"ครับ อย่างน้อยทำเพื่อคนรอบข้างนะ"

หน้าอกผมผ่านเสื้อคอกลมสีเทาธรรมดาก็เริ่มเปียกชื่นไปด้วยนํ้าใสๆที่ไหลออกจากกระบอกตาคู่สวย หากแต่ตอนนี้มันหยุดลงโดยที่ผมไม่ต้องปลอบประโลมแฟนตัวน้อยของผมแต่อย่างใด

จีจี้ที่กำลังกอดผมแน่นก็ค่อยๆคลายวงแขนกอดรอบเอวผมไว้อย่างหลวมๆที่มาพร้อมกับเสียงหวานที่ลอยมากับลมอย่างแผ่วเบา แต่ผมกลับได้ยินมันชัดเจน

"จะทำให้พี่ตรีเห็นด้วยนะว่าจี้เข้มแข็งขึ้นเยอะเลย"

"หึ พี่จะรอดูนะครับ"







  - การเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาดโดยไม่คาดคิดในครั้งหนึ่ง หากลองลุกขึ้นใหม่มันอาจจะนำพาเรามาสู่ความเข้มแข็งในวันนี้และวันต่อๆไป

  #คุณหมอตรี














ติดตามตอนต่อไป



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}