โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 13-3 จากไป

ชื่อตอน : บทที่ 13-3 จากไป

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 817

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2562 11:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13-3 จากไป
แบบอักษร

พวกมังกรไม่เคยอธิบายให้ริกซ์ฟังว่า เมื่อไหร่จะรวบรวมความกล้าทั้งหมดได้ เมื่อไหร่จะมีทายาท และหากวันนั้นมาถึงจะเป็นอย่างไร แม้สิ่งเหล่านั้นจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ริกซ์ต้องมาที่นี่ แต่ไม่ว่าใครก็ปิดปากเงียบทั้งเรื่องทายาทและเรื่องอิสรภาพราวกับว่าไม่มีใครสนใจมัน

ระยะเวลาที่ถูกกักขังนั้นยาวนาน ทั้งโกรธแค้น ไร้สติ และร้องไห้คร่ำครวญ จากนั้นก็ปล่อยให้เวลาอันยาวนานนี้ผ่านไป ท้ายที่สุดพวกเขาก็กำลังคิดจะโยนโอกาสที่ทำให้พวกเขาเป็นอิสระทิ้งไป ทำราวกับว่าโลกใบนี้มันช่างหอมหวานยิ่งกว่าใดๆ

ริกซ์เกือบจะจัดการกับความคิดตัวเองได้สำเร็จแล้ว ในวันที่ไม่มีอะไรพิเศษเกิดขึ้น จู่ๆ ริกซ์ก็นึกอยากจะถามขึ้นมา เมื่อเธอสบตากับคาร์ดัมที่อยู่ข้างๆ อย่างพอดิบพอดีเธอจึงเอ่ยปากถาม


“หากมีทายาทเกิดจะเป็นยังไงน่ะเหรอ”


ขณะที่คาร์ดัมแนบหน้าผากของตัวเองลงบนหน้าผากของริกซ์แล้วยิ้มออกมานั้น เขาก็จูบที่ริมฝีปากของหญิงสาวอย่างแผ่วเบาแล้วผละออก ขณะที่ก้มมองริกซ์อยู่อย่างนั้น คาร์ดัมก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสนใจ


‘ก็เขาเป็นคนที่ยึดติดกับเรื่องทายาทมากไม่ใช่เหรอ’


ริกซ์สงสัย มีบางอย่างที่ทำให้เธอไม่สบายใจ


“มังกรทองอาจจะเกิดมาก็ได้”


เพราะในบรรดาพวกเขา พลังของคาร์ดัมแข็งแกร่งที่สุด  ยังไงก็แน่นอนอยู่แล้ว


“แค่นั้นเหรอคะ”

“ใช่ แค่นั้นแหละ เมื่อมังกรตัวหนึ่งเกิดมา ยุคของมังกรก็จะต่อเนื่องไปอีกนิดแล้วหายไป แค่นั้นแหละ”

“ถ้างั้น...”

“จะหาเหตุผลที่ทำให้เจ้ามาที่นี่งั้นรึ อย่าห่วงเลย เจ้ามีความหมายมากสำหรับข้า”


 ราวกับได้พูดสิ่งที่อยากจะพูดไปหมดแล้ว ในช่วงเวลาที่คาร์ดัมจูบริกซ์ ริกซ์ไม่สามารถหลับตาลงได้ และตกอยู่ในห้วงความคิด

เธอคาดหวังกับการเปลี่ยนแปลงอะไรอยู่กันแน่ วันหนึ่งเกิดแผ่นเดินไหวขึ้นและเหมือนจะเป็นวันที่คาร์ดัมผู้บอกว่าผู้อาวุโสตายอย่างโศกเศร้า ตอนนั้นขณะที่เขากอดริกซ์ ความรู้สึกนั้นก็บรรเทา คาร์ดัมที่เป็นอย่างนั้นเพิกเฉยต่อจุดจบของเวทมนตร์และการสูญพันธุ์ของมังกรมากกว่าที่คิด

ริกซ์หลุบตาลงแล้วคิด สุดท้ายแล้วอาจมีเพียงแค่ยุคสมัยถูกเลื่อนไป แต่ยุคแห่งเวทมนตร์ก็ยังหายไปตามเดิม ถ้าหากไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง และไม่มีอะไรรีบเร่ง ถ้าหากเป็นอย่างนั้น...


‘ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยข้าไปก็ได้ไม่ใช่เหรอ อิสรภาพของพวกท่านแลกกับตัวข้า สุดท้ายข้าก็ตาย คาร์ดัม’


“คาร์ดัม ท่านมีเหตุผล... ที่ต้อง... ออกไปจากที่นี่ให้ได้... เหรอคะ”

“มี”

“มันคืออะ-! อ๊ะ!  เจ็บ…!”


 ขณะที่คาร์ดัมพูดออกมาสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขาก็ขบเม้มลงบนต้นคอของริกซ์ มือของเขาที่จับกันอยู่นั้นส่งผ่านความสั่นไหวมาให้


“เหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว”


ในชั่วขณะหนึ่งเธอรู้สึกว่าน้ำเสียงที่กลั้วเสียงหัวเราะของเขาทำให้ริกซ์รู้สึกหนาวจนขนลุก ถึงแม้ว่ามันจะไม่ต่างไปจากปกติ หลังจากนั้นคาร์ดัมก็ไม่พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับทายาทอีกเลย เขาทำราวกับว่าไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย ริกซ์เองก็ไม่ได้ถามอะไรคาร์ดัมไปมากกว่านั้น

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ได้กินอาหารฝีมือเอลฟ์น้อยลง เพราะมังกรจะมาในทุกๆ เช้า และเอาของกินมาให้พลางสังเกตสีหน้าเธอ พีริดินทำแบบนั้นบ่อยๆ ส่วนชีคานก็ทำบ้างเป็นบางครั้ง แม้กระทั่งเพลซันเองก็ยังไปล่าสัตว์แล้วเอานั่นเอานี่มาให้เสมอเหมือนกัน อาจจะคิดว่ามีของกินเยอะขึ้น แต่จริงๆ แล้วสำหรับริกซ์มันดูไม่ค่อยน่ากินเอาเสียเลย

ตอนนี้เวลาที่เอลฟ์อยู่คนเดียว พวกเอลฟ์จะไม่ซ่อนตัวอีกต่อไปแล้ว ถ้าลองพูดด้วยหรือตอบคำถามเอลฟ์ครั้งสองครั้ง พวกเขาจะชอบใจมาก เป็นท่าทีที่เปลี่ยนไปจากตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด ความจริงแล้วเธอได้รับความช่วยเหลือจากพวกเอลฟ์เพราะคำสั่งของเหล่ามังกร และบางครั้งก็จะทำท่าเหมือนอยากจะให้สอนเวทมนตร์ให้เหมือนกับที่เธอสอนให้โมร์ฟิส ทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้น โมร์ฟิสจะคอยไล่เอลฟ์เหล่านั้นไป แต่ไม่ว่าอย่างไรริกซ์ก็สนุกสนานกับชีวิตประจำวันอย่างนั้น

วันหนึ่งที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษเกิดขึ้น วันนั้นเธอลืมตาขึ้นกลางดึกคนเดียวเงียบๆ ริกซ์ออกไปนอกห้องเหมือนคนป่วยเป็นโรคเดินละเมอ น่าแปลกเหมือนกันที่ไม่มีใครตามมา

หายใจเข้าลึกหนึ่งที ริกซ์หลับตาแล้วลืมตาขึ้น แม้จะคุ้นเคย แต่เธอก็ใช้เวทมนตร์ที่ไม่คุ้นเคย ลักษณะภายในของปราสาทมังกรที่คุ้นตานั้นหายไป และริกซ์ก็ออกมาอยู่ด้านนอกปราสาทในพริบตา ตรงจุดที่ไม่ไกลนั้นมีเก็นทุสอยู่  เขาทำหน้าตกใจพอควร แต่ก็ยังขยับเข้ามาใกล้ริกซ์ จะช้าไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

ริกซ์เงยหน้ามองเขาแล้วเอ่ยปาก


“เก็นทุส ข้ามีเรื่องอยากจะถามค่ะ”


คืนนั้นคือคืนสุดท้ายกลางฤดูร้อนของปราสาทมังกร


* * *


บรรยากาศยามค่ำคืนแสนเย็นยะเยือก แม้จะเป็นดวงจันทร์เพียงครึ่งเสี้ยวเท่านั้น แต่เป็นเพราะท้องฟ้ามีสีน้ำเงินอ่อนทำให้มันสว่างไสว ใบไม้ที่มีแสงจันทร์สาดส่องควรจะเป็นสีเขียวอ่อน แต่มันกลับอมสีน้ำเงินจางๆ และกำลังหลับใหลอยู่ แมลงในพงหญ้าฤดูร้อนกำลังส่งเสียงร้องมาตามลม และหากยกเว้นเสียงเพลงนั้นกับเสียงใบหญ้าปลิวไปมาแล้ว ค่ำคืนนี้ช่างเงียบสงัด

ริกซ์ที่ยืนอยู่ต่อหน้าผู้ปกครองความมืดเองก็ตัวซีดขาวเหมือนกับดวงจันทร์ยามค่ำคืน สายลมหยุดนิ่ง เส้นผมที่เคยปลิวนั้นหยุดนิ่ง และในตอนที่เสียงดอกหญ้าที่ส่งเสียงดังนั้นค่อยๆ เงียบลง ริกซ์ก็เอ่ยปากอีกครั้ง


“ท่านผู้ที่มีอำนาจเหนือจิตวิญญาณ ขอให้ท่านมังกรดำผู้ปกครองโลกแห่งจิตวิญญาณช่วยดูอดีตของข้าด้วยเถิด”

“ข้าคิดว่าเจ้ามีมารยาทมากเกินไปนะ”


ดวงตาของมังกรดำที่เข้ามาใกล้นั้นโน้มลงมาอย่างอบอุ่น ในตอนที่เขายื่นมือใหญ่นั้นออกมาแล้วลูบผมโดยไม่พูดอะไรทำให้ริกซ์หน้าแดง ขณะที่มังกรตนนี้บอกว่าเกลียดมนุษย์ แต่หากดูแค่ท่าทางที่ทำกับเธอเวลาเจอกัน มันดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นเลย


“คือ เพราะข้าเป็นคนต่ำต้อย...”

“เจ้าตั้งใจจะซักไซ้ข้างั้นรึ เจ้ามีสิทธิไม่พอใจได้นะ”


ขณะที่ได้ฟังคำพูดของมังกรดำที่กลั้วเสียงหัวเราะไปด้วยนั้น ริกซ์ก็เบนสายตาขึ้นไปบนฟ้า เป็นค่ำคืนที่รู้สึกว่าดวงจันทร์สว่างมากจนมันเป็นสีน้ำเงิน ขณะที่เงยหน้ามองท้องฟ้าที่สาดแสงดาวลงมา ริกซ์ก็ตอบเขาอยู่ภายในใจ


‘ไม่ใช่แบบนั้น ข้าไม่ได้... ไม่พอใจ’


ความรู้สึกนั้นที่ตนเองโอบกอดอยู่นั้น มันเป็นความรู้สึกที่แตกระแหงยิ่งกว่าเดิม แต่ทว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้นตั้งแต่แรก

ขณะที่หวนระลึกถึงความคิดในสมัยก่อน ริกซ์ก็หลับตาลงสักพัก สิ่งนั้นใกล้เคียงกับความรับรู้ราวกับได้ดูภาพเหมือนที่หลงเหลืออยู่มากกว่าเป็นความทรงจำ หลายๆ ภาพที่ขาดหายเป็นครั้งคราวนั้นมีเพียงเศษเสี้ยวมากมายของข่าวลือที่คนอื่นซุบซิบและคำพูดดูหมิ่นดูแคลนเท่านั้น

เป็นครั้งแรกที่ริกซ์เอ่ยปากพูดคุยต่อหน้ามังกรนานขนาดนี้ สายตาของหญิงสาวที่ได้เห็นอีกครั้งเมื่อเธอลืมตาขึ้นนั้นมีประกายอันเลือนราง หากแม้เปรียบเทียบกับเอลฟ์หรือมังกรแล้ว เธอมีชีวิตแสนสั้น แต่ริกซ์ก็สามารถทำสายตาเหมือนกับผู้สูงอายุที่พยายามจะนึกถึงอดีตอันไกลแสนไกล


“ข้า... เกิดมาจากครอบครัวคนธรรมดาค่ะ ข้าไม่ได้รับการดูแลอย่างดี และเติบโตมาอย่างสามัญชนค่ะ แม้กระทั่งที่อยู่ในสมัยเด็กข้าก็จำได้แม่นค่ะ หลังจากนั้นที่ได้ย้ายเข้าไปอยู่ที่ปราสาทร้างข้าก็จำได้ค่ะ”


นี่เป็นครั้งแรกที่พูดเรื่องแบบนี้ ในโลกใบนี้มีใครที่จะสามารถรู้สึกแบบเดียวกันอีกไหม


“แต่ว่าจะอธิบายยังไงดีล่ะคะ มันเหมือนกับการมองดูรูปภาพที่ฉีกขาด ส่วนที่สำคัญที่สุดนั้นเหมือนกับเป็นผ้าที่ถูกปกปิดจนไม่สามารถรับรู้ต้นฉบับจริงๆ ได้ ทั้งที่มนุษย์นั้นมีชีวิตแสนสั้นแต่กลับจำอะไรได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ”


ริกซ์ใช้เวลาครู่หนึ่งปรับลมหายใจให้เป็นปกติก่อนจะเอ่ยปากอีกครั้ง บรรยากาศยามค่ำคืนเริ่มชื้นขึ้น


“แค่ดูด้วยตา ฟังด้วยหู ข้าก็รู้ว่าพ่อแม่ของข้าเป็นใคร แล้วทำไมถึงได้รับเลือกให้เข้าไปอยู่ในปราสาทร้างแบบนั้นคะ สายตาที่มองข้าอย่างดูหมิ่นนั้น ข้ารู้สึกถึงสายตาอย่างนั้นทั่วทั้งร่าง แต่ข้าไม่รู้หรอกค่ะว่าใครเป็นศัตรู ในความทรงจำของข้าไม่มีใครที่เป็นแบบนั้น และมีเพียงความหลังเท่านั้นค่ะ เพราะอย่างนั้นข้าจึงรู้ว่าข้าใช้วันเวลาอยู่ที่สถานที่แบบไหน และข้ากำลังอยู่ที่ไหนตามกระแสไหลวนของเวลา แต่นอกเหนือจากนั้นข้าก็ไม่รู้อะไรเลยค่ะ นี่มันแปลกและน่าอึดอัดนะคะ ข้าไม่รู้ว่าท่านมังกรจะรู้สึกแบบนี้สักนิดไหม แต่ข้าอยากรู้ค่ะ ข้าจึงกล้าที่จะลองขอหยิบยืมโอกาสนี้ดู”

“ข้าคงให้คำตอบเจ้าไม่ได้”

“ทำไมล่ะคะ”

“เพราะเจ้าไม่ได้ต้องการมันอย่างแท้จริงยังไงล่ะ”


ริกซ์จับมือของเก็นทุสที่ยังคงลูบผมของตัวเองลง เธอไม่ได้พูดจาไร้สาระ เธออยากรู้จากใจจริง ถ้าหากเป็นคำพูดที่พูดโดยไม่จริงใจ เธอก็พอจะคาดการได้ เธอรู้ดีว่าเธอไม่ได้ใช้เวลาในวัยเด็กให้ผ่านไปด้วยดี เอลฟ์ที่ได้ยินเรื่องของเธอก็บอกว่าเป็นปัญหาทางจิตมากกว่าที่จะเป็นปัญหาทางด้านเวลา

จากการคาดเดานั้น คงจะเป็นเพราะบาดแผลทางจิตใจที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เพราะเธอกำลังปฏิเสธที่จะนึกถึงจากก้นบึ้งของหัวใจตัวเอง แต่ต่อให้ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยก็คิดว่าต้องรู้สิ่งที่ควรรู้ ในโลกนี้ที่การตามนักเวทย์แห่งโลกจิตวิญญาณเป็นเรื่องยากนั้น ในภายภาคหน้าก็ยังไม่รู้จะมีหรือเปล่า บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสเพียงหนึ่งเดียวก็ได้


“ข้าบริสุทธิ์ใจจริงๆ ค่ะ ต่อให้ในส่วนลึกของจิตใจข้าจะปฏิเสธ ถึงเหตุผลที่ทำให้ความทรงจำของข้าไม่สมบูรณ์อาจจะเป็นเพราะเรื่องนั้น แต่ข้าก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ที่ต่ำต้อยไม่ใช่เหรอคะ ท่านช่วยขุดคุ้ยความทรงจำไม่ได้เหรอคะ”

“เหตุผลมันไม่ได้มีแค่นั้นหรอกนะ แม้จะเป็นข้าก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถเข้าไม่ยุ่งเกี่ยวกับเวทมนตร์ในระดับเดียวกันนั้นได้หรอกนะ ริกซ์ ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นมนุษย์ แต่พลังที่สั่งสมอยู่ในตัวเจ้านั้นกำลังประสานเข้ากับเจ้า หากเจ้าไม่ต้องการมันอย่างจริงใจ ข้าก็ไม่สามารถเค้นความทรงจำของเจ้าได้หรอก”


และขณะที่มังกรดำยิ้มอย่างเอ็นดูพลางพูดเสริมขึ้นอีกว่า


“อำนาจของข้าในดินแดนแห่งนี้ไม่ได้สูงนักหรอกนะ”


มังกรดำเก็นทุส อาจเป็นเพราะชื่อนั้นก็ได้ สายลมเย็นสบายพัดมาทำ ให้เส้นผมยาวๆของเขาปลิวไปมา เพราะทั้งคู่ยืนอยู่แนบชิดกัน จึงทำให้ผมของทั้งคู่ที่มีสีแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดพันกันยุ่งเหยิง แม้ริกซ์จะลองเดาเหตุผลของคำที่เขาจะพูดเอาไว้ แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยปากถามคำถามไร้มารยาทต่อหน้าเขา


“อย่างนั้นเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ...”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น