บ่ายสอง
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 22 ริโนและเรจิน่าตุ๊กตาทรยศ

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 ริโนและเรจิน่าตุ๊กตาทรยศ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2562 00:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 ริโนและเรจิน่าตุ๊กตาทรยศ
แบบอักษร

ร้านเหล้าเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในตรอกมืดมายาวนานมากจนผู้คนหลงลืมไปแล้วว่ามันอยู่มานานเท่าใดและมันไม่เคยปิดจนกว่าจะเช้า  ทว่าวันนี้ประตูร้านที่มีป้ายไฟขึ้นว่าเปิดอยู่เสมอถูกดับลง  เจ้าของร้านร่างสูงที่มักยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์นั่งลงตรงหน้าบาร์โดยข้างๆ มีแขกอีกคนนั่งละเลียดน้ำสีอำพันดีกรีเข้มเงียบๆ อยู่ใกล้ๆ

            “มาแล้วไม่พูดมีปัญหาอะไร”  นีลเคาะปลายนิ้วลงบนผิวไม้ของเคาน์เตอร์ที่ใช้มานานหลายปีอย่างเป็นจังหวะ

            “เด็กผู้หญิงคนนั้น  เป็นใคร”  ริโนเอ่ยถามเรื่องที่ค้างคาใจตั้งแต่เมื่อคืน

            “โคโค่เหรอ  ลูกค้าร้านฉันไง”

            “นายให้สร้อยมิเชลกับเธอ”

            “มีทางเลือกมากที่ไหน  เด็กคนนั้นไม่เอาไปขายหรอก”  เขารู้จักโคโค่มานาน  เด็กคนนั้นต้องรู้แน่ว่าเป็นของที่เขาตั้งใจฝากให้เอาออกมาแบบไม่มีใครจับได้  “ทำไมนายถึงได้ดูสนใจเธอนัก  เห็นแบบนั้นเธอยังเด็กนะคิดอกุศลหรือไง”

            “ไม่รู้สิ”  ริโนส่ายหน้า  เขาเพียงแค่คาใจกับดวงตาแบบนั้นมันเหมือนกับเขาเคยเห็นมาก่อน  ตั้งแต่ที่ประตูร้านแห่งนี้ตอนเจอกันครั้งแรกยามสบตากันเขาก็ลืมไม่ลง  มันไม่ใช่เสน่หาแบบชายที่พบเจอหญิงสาวถูกใจแต่เป็นกลับเป็นความรู้สึกอะไรบางที่ชวนอึดอัดคับข้องและ...คิดถึง

            “200 ปีแล้วนะริโน”  นีลถอนหายใจ  “เมย์ไม่อยู่แล้ว  เธอเป็นมนุษย์” 

            “ฉันรู้”  เพราะเขาไม่ได้ตามหาอดีตเมียแต่เป็นลูก  เขามั่นใจว่าที่เมย์ตัดสินใจหนีคงเป็นเพราะลูก  ลางสังหรณ์บางอย่างมันบอกเขาว่าลูกสาวเขายังไม่ตาย  แล้วแม่ลูกก็หนีหัวซุกหัวซุนไปด้วยกัน

            “ถ้าลูกนายยังอยู่  นายก็ไม่ควรเจอ”  นีลเตือนด้วยความหวังดี  ฟินิกซ์เย่อหยิ่งถึงเพียงนั้นหากรู้ว่าเนื้อร้ายยังอยู่พวกเขาจะปล่อยไปหรือ

            “นั่นลูกฉัน!”  ลูกที่เขาปกป้องไม่ได้ไปครั้งหนึ่งแล้ว

            “ไปบอกพวกไอ้แก่ในเผ่านายสิ”  นีลยิ้มเยาะ  “ถ้าเด็กคนนั้นยังอยู่ก็ปล่อยเธอไปซะ  อยากได้ลูกก็ไปทำเอาใหม่  ถ้านายยังดึงดันเด็กคนนั้นได้ตายอีกครั้งแน่”

            ริโนไม่ได้ตอบนอกจากกระดกเหล้าในแก้วรวดเดียวจนหมดแล้วก็ถูกนีลเติมให้ใหม่อย่างรู้ใจ  เขานั่งเงียบๆ ปล่อยไหล่ที่ผ่าเผยตั้งตรงตลอดเวลาให้ลู่ลง  “ถ้าลูกฉันจะตายก็ต้องเป็นน้ำมือฉัน  เป็นฉันที่ตัดสินไม่ใช่คนอื่น”

            นีลเลิกคิ้วไม่คิดว่าริโนจะพูดออกมา  “นายทำไม่ได้หรอก”

            “อืม”  ริโนเองก็ยอมรับ  อันที่จริงตัวเขานั้นไม่ได้มีความผูกพันอะไรกับเมย์เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงเอาไว้เพื่อขยายเผ่าพันธุ์  เธอมีหน้าที่แค่มีลูกแล้วใช้ชีวิตสะดวกสบายไปวันๆ จนกว่าจะตายตามอายุขัย

            ตอนนั้นที่เขาเรียกตัวเมย์เข้าห้องก็เพราะถูกรบเร้าจากคนในครอบครัวว่าเขาควรจะมีลูกสักที  เขาเพียงพยักหน้าแล้วเหล่าญาติๆ ก็ส่งเธอมา  เผ่าพันธุ์ของเขามีแต่ผู้ชายดังนั้นเรื่องพวกนี้จึงไม่ละเอียดอ่อน  เขานอนกับเธอทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้สึกชมชอบผูกพันแต่ทำเพราะเป็นเพียงแค่หน้าที่  เมย์ท้องภารกิจของเขาก็เสร็จสิ้นรอแค่ลูกออกมาสักคน

            ตอนลูกเขาคลอดเขาไม่อยู่แต่กลับมาเห็นอีกทีที่แหล่งทิ้งขยะกองสูงเป็นภูเขาและเด็กตัวแดงๆ ลืมตาแป๋วจ้องมองเขาไม่ละสายตา  ทั้งๆ ที่เพิ่งเกิดแต่เด็กหน้าตาน่าเกลียดนั่นก็หัดยิ้มโชว์เหงือกเสียแล้ว  แต่ทว่าเพียงชั่วพริบตาหัวของเด็กคนนั้นก็หลุดออกจากตัวพร้อมกับถูกโยนลงไปในถังกรดที่กำลังเดือด...ตัวเล็กๆ แบบนั้นคงละลายไม่เหลือแม้แต่กระดูก

ดวงตากลมคู่นั้นที่กระจ่างใสแสนบริสุทธิ์ให้ตายอย่างไรเขาก็ไม่สามารถสลัดมันออกจากความทรงจำได้เลย  50 ปี  100 ปี  จวบจน 200 ปีเขาจึงออกตามลูกสาวที่คาดว่ายังไม่ตายเพื่อพิสูจน์ความรู้สึกของตนเองว่ามันคืออะไร  อาทร  สมเพช  สงสารหรือความผูกพันทางสายเลือด  เพราะความไม่รู้มันจึงทำให้เขาอึดอัดจนแทบคลั่ง  ในหัวมีแต่คำว่าเด็กคนนั้นสมควรตายหรือ...ลูกของเขาสมควรตายเพียงแค่เพราะเป็นผู้หญิงหรือ

“บางทีนะริโนลูกของนายอาจจะไม่อยากเจอพ่อก็ได้”  นีลพูดอย่างคนเห็นโลกมามาก  เขาทำงานอยู่หลังบาร์เหล้า  ฟังคนปรับทุกข์มาหลายร้อยหลายพันเรื่องจนชินชาและมองพวกมันเหมือนนิทานชีวิตที่หลากหลาย  และเรื่องของเพื่อนเขากับลูกสาวก็เดาได้ง่ายๆ คือคงไม่มีใครอยากเจอคนที่จะฆ่าตัวเอง

“สนใจเรื่องของตัวเองเถอะ  นายรู้ได้ยังไงว่าเด็กนั่นจะเอาของมาคืนเมื่อไหร่...โทรไปเหรอ”  ริโนเปลี่ยนเรื่อง  ในใจรู้สึกว่าอยากจะลองเจอเด็กคนนั้นแล้วชั่งความรู้สึกอีกครั้ง

“ไม่มีเบอร์  มาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”  อันที่จริงทั้งเขาและโคโค่จะว่าสนิทก็พูดได้ไม่เต็มปาก  เพราะทั้งเขาและเธอไม่พูดเรื่องส่วนตัวของกันและกันนอกจากชื่อ  นอกนั้นก็เป็นอารมณ์ที่คุยกันถูกคอและนิสัยที่รับกันได้เท่านั้น

“แล้วสร้อยล่ะ”

“ฝากเธอไว้ก่อนก็ได้”  เขาได้พามันออกมาข้างนอกแล้ว  เรื่องอื่นค่อยว่ากัน...มิเชลควรอยู่ในที่ๆ ดีกว่านี้  “โคโค่เป็นเด็กดีนะ  เธอต้องรักษามันอย่างดีแน่”

“ฝากไว้กับโจร?”  ริโนเลิกคิ้ว

“โคโค่ไม่เคยบอกว่าเป็นโจร  อย่ารังแกเด็กสิ”

“แต่เด็กดีที่นายว่ารูดนาฬิกาฉันไป”  เขาแค่จับมือทักทายนาฬิการาคาแพงก็หายวับ  กว่าเขาจะรู้ตัวก็ตอนยกข้อมือดูเวลา  ทำได้ขนาดนี้เด็กแสบนั่นเป็นมืออาชีพระดับมหาโจรแล้ว

“...........”  นีลอ้าปากค้างก่อนจะพูดอย่างไม่มั่นใจ  “เธอ...เธอคงเว้นฉันไว้สักคนมั้ง...นะ”

ในตอนที่นีลพูดอย่างไม่แน่ใจ  ณ  ยามดึกของโกดังเวลาเดียวกันนั้น...

“กรี๊ดดด!!  สร้อยระยำคนให้สารเลว...ใครก็ได้ช่วยฉันที”  โคโค่วิ่งกรีดร้องไปรอบโกดังอย่างขวัญผวา  โดยมีชักกี้และคีแกนโวยวายคว้าฝาหม้อและกระทะใบใหญ่มาป้องกันสวัสดิ์ภาพอย่างเร่งด่วนเพราะตอนนี้เรจิน่าคลั่งแล้ว

เรื่องเรจิน่าตุ๊กตายางคลั่งนี้มันมีที่มาอยู่ว่าชักกี้และคีแกนจับเธอแต่งตัวเตรียมรับศึกรัก  แต่ชุดยุควิคตอเรียจะขาดสร้อยไข่มุกไม่ได้  มองซ้ายมองขวาก็เห็นสร้อยที่โคโค่เพิ่งได้มา  พวกเขาจึงยืมเอามาใส่ให้เรจิน่าสักคืน  หลังใส่สร้อยได้ไม่นานปรากฏว่าเรจิน่าคนสวยก็ลุกขึ้นวิ่งทั้งๆ ที่เป็นเพียงตุ๊กตายางพร้อมไปคว้ามีดในครัวไล่แทงทุกคนในโกดังเหมือนผีสาวตามทวงหนี้รัก

“ลูกหมาระยำเอาไปคืนลุงนีลของเธอเลย  เอาไปเดี๋ยวนี้”  คีแกนมุดลงใต้โต๊ะหลบปลายมีดที่เรจิน่าปักลงมาได้ฉิวเฉียด

“โอ้ว!”  คนสวยอย่าแทงต่ำ”  ชักกี้กระโดดวูบไปด้านหลังเมื่อเรจิน่าหันมีดมาแทงในระดับเป้าของเขา

“ถะ...ถ้าแทงฉัน  ฉันจะตบเธอจริงๆ นะ”  โคโค่กระโดดขึ้นไปยืนบนโต๊ะทานข้าว  นิ้วเรียวชี้ใส่หน้าตุ๊กตาผมบลอนด์สาวสวยก่อนจะตะโกนหาซีโร่  “ซีโร่ช่วยฉันด้วย  ราชินีกำลังแย่แล้ว”

ซีโร่ที่นอนคว่ำอยู่บนโซฟาตัวหรูมองเหตุการณ์วุ่นวายด้วยสีหน้าเรียบเฉย  ตอนนี้ก้นเขายังเอาไม่รอดแล้วเขาจะไปช่วยใครได้  จะราชินี  ผู้จัดการโรงงาน  หัวหน้าหรือนายฮ้อยเขาก็ไม่สนทั้งนั้นแหละ  แต่อีกใจก็กลัวเมียจะบาดเจ็บเขาจึงให้คำแนะนำง่ายๆ  “จับเรจิน่ามัดแล้วเอาไปส่งเจ้าของร้านเหล้าสิ”

ผัวะ!

ลูกถีบหนักหน่วงของโคโค่อัดใส่หน้าอกของเรจิน่าทันทีที่ได้รับคำแนะนำก่อนจะตามด้วยชักกี้และคีแกนที่ตามมาตะครุบจับตุ๊กตายางตัวนุ่มนิ่มกดๆ พับๆ  แล้วยัดใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่  เพราะจะกระชากสร้อยก็กลัวไปทำของๆ คนอื่นเสียหาย  ดังนั้นก็เอามันไปทั้งอย่างนี้นี่แหละ

“ลุงนีลเอาของมาส่ง”  โคโค่และพวกพ้องอีกสามคนลากกระเป๋าใบใหญ่เข้าร้านเหล้ามาแบบไม่สนว่ามันปิด  นาทีนี้ต่อให้ต้องขุดลุงนีลมาจากหลุมเธอก็จะคืนสร้อยให้ได้  สร้อยผีบ้าอะไรไม่พูดไม่จาแทงดะลูกเดียว

ริโนและนีลที่พูดถึงหญิงสาวอยู่ไม่คิดว่าเธอจะมาแบบทันทีทันใด  แถมด้านหลังยังลากกระเป๋าใบใหญ่ติดมือมาด้วยอย่างทุลักทุเล

“กะ...ก็ขอบคุณอยู่อ่ะนะ  แต่ลุงฝากแค่สร้อยเอง”  นีลผุดลุกตามองกระเป๋าปริศนาอย่างไม่แน่ใจ

“ก็สร้อยจ้า”  โคโค่ยิ้มแห้งๆ แต่ยังตอบเสียงใส  “ลุงเปิดเองนะ  ระวังด้วยสร้อยดุมาก”  เธอทิ้งกระเป๋าไว้แล้วเตรียมชิ่ง

“เดี๋ยวสิอยู่ก่อน”  ริโนส่งเสียงห้ามจนทั้งสี่คนชะงักกึกเพราะเพิ่งรู้ว่าวันนี้นีลมีแขก  แถมเป็นแขกอันตรายอีกด้วย

“นีลเปิดกระเป๋า”  ริโนหันมาสั่งเพื่อนก่อนจะเห็นโคโค่และชายหนุ่มที่มาด้วยวิ่งหาที่แอบกันจ้าละหวั่น

นีลเดินไปเปิดกระเป๋าอย่างไม่คิดอะไรมาก  ทว่าเพียงแค่ปลดสลักล็อกเขาก็เห็นเพียงผู้หญิงผมบลอนด์ใส่กระโปรงสุ่มกระโดดออกมาพร้อมมีดในมือ 

“เฮ๊ย!”  นีลผงะแต่ทว่าริโน่กลับไวกว่า  เขาคว้าคอเรจิน่าแล้วแย่งมีดในมือเธอไว้ได้อย่างรวดเร็ว  “ไม่ใช่คน”  เขาขมวดคิ้วกับสัมผัสนุ่มๆ หยุ่นๆ ของลำคอ

“ตุ๊กตายาง”  คีแกนส่งเสียงตอบกลับมาเบาๆ  “เธอคลั่งเพราะสร้อย”

“มิเชลหยุดนะ”  นีลที่ตั้งสติได้ลูบผมเรจิน่าเบาๆ จนตุ๊กตายางหยุดดิ้น  เธอแสดงสีหน้าไม่ได้  พูดไม่ได้แต่ท่าทีอ่อนลงทำให้ทุกคนรู้ว่าเธอฟังนีล

หลังเรจิน่าถูกริโนปล่อยให้เป็นอิสระเธอก็โผเข้ากอดนีลแน่น  หัวเธอซุกอยู่บนอกชายหนุ่มเหมือนอยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ได้

“ฉันรู้สึกเหมือนถูกนอกใจเลย”  คีแกนรวดร้าวในอก  ใจคิดไปถึงใบสั่งซื้อชุดใหม่คราวนี้เขาว่าจะสั่งสาวผิวสีน้ำผึ้ง

ริโนมองเพื่อนกอดกับตุ๊กตายางแล้วบอกความรู้สึกไม่ถูก  เขาจึงหันไปหาเด็กสาวแล้วแบมือ  “นาฬิกาฉันล่ะ”

“ที่ข้อมือไงคะ”  โคโค่ชี้ไปยังนาฬิกาเรือนใหม่ของเขาที่ดูจะแพงกว่าเรือนก่อน  ขโมยของเขามาแท้ๆ แต่ก็ยังแถสดแถเปื่อยถึงที่สุดแต่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นพ่อ

“เป็นโจร?”  เขายังคงถาม  รู้สึกไม่พอใจที่เด็กสาวทำอาชีพแบบนี้  เธออายุเท่าไหร่กันอดยากถึงต้องมาลักกินขโมยกินหรือ

“เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญก็ได้ค่ะ”  เธอยืนตัวลีบอารมณ์เหมือนถูกครูฝ่ายปกครองซักฟอกว่าเธอขโมยยางลบเพื่อนจริงหรือไม่

“แล้วพวกนั้นล่ะ”  ริโนมองไปยังผู้ชายทั้งสามคนที่ยืนเรียงกันอยู่ด้านหลังหญิงสาว

“เพื่อนค่ะ”  โคโค่กัดปากโมโหที่ตอบเขาหน้าตาเฉย

“กลับไปนอนได้แล้ว  ดึกมากแล้ว”  ริโนยกมือจะลูบหัวเด็กสาวตรงหน้าก่อนหยุดชะงักแล้วเปลี่ยนเป็นดันไหล่ส่งสัญญาณให้เธอกลับ  ทว่าเพียงชั่วสัมผัสกระแสอบอุ่นโหยหาบางอย่างก็ทำให้ทั้งริโนและโคโค่สั่นสะท้าน

โคโค่พยักหน้าปลายตามองมือที่ทั้งหนาและมั่นคงบนไหล่อย่างบอกความรู้สึกตัวเองไม่ถูก  เธอเดินออกนอกร้านแล้วกลับมาขึ้นรถเงียบๆ คิ้วเรียวขมวดมุ่นเพราะดันรู้สึกว่าเธอกลัวพ่อน้อยลงไปนิดหนึ่ง  แต่แค่นิดเดียวเท่านั้น

“โอเคนะ”  ซีโร่ที่นั่งข้างๆ เธอโอบไหล่เล็กแล้วดึงเข้าหาตัว

“อืม”

“บ้าเอ๊ย!!  ฉันต้องเสียเรจิน่าให้ตาลุงนั่นเหรอเนี่ย”  คีแกนนั่งอยู่ข้างคนขับยังหัวเสียไม่เลิกเพราะอารมณ์หึงหวง  “ผู้หญิงบ้า  รู้ไหมว่าฉันต้องเสียเงินไปเท่าไหร่เลี้ยงดูเธอมา  เสื้อผ้า  เครื่องประดับฉันปรนเปรอเธอไม่พอหรือยังไง  แล้วนี่ฉันต้องจ่ายอีกเท่าไหร่ถึงจะซื้อตัวใหม่ได้นะ”

“เอาอันนี้ไปขายแล้วซื้อได้เปล่า”  โคโค่ส่งนาฬิกาในมือให้คีแกนทางด้านหน้า

“ยะ...อย่าบอกนะ”  ชักกี้ที่ขับรถอยู่อ้าปากพะงาบๆ เพราะเหมือนเขาเพิ่งเคยเห็นนาฬิกาเรือนนี้เมื่อสักพักที่แล้ว

“ของพ่อฉันเอง  เมื่อกี้เขาไม่รู้ตัวเลยนะ”

“ลูกสารเลว!”  คีแกน

“หมาระยำ!”  ชักกี้ 

“โจรใจบาป!”  ซีโร่

สามเสียงของชายหนุ่มประสานกันอย่างพร้อมเพรียงเหมือนนัดกันมา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น