Badberry

ขอบคุณที่กดเข้ามานะคะ

Part 3 : ตามมาทำไม?

ชื่อตอน : Part 3 : ตามมาทำไม?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2563 12:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Part 3 : ตามมาทำไม?
แบบอักษร

 

“พี่ทศ...มีอะไรจะคุยทิพย์หรือคะ” ทิพย์ หรือ ทิฟฟานี่ หรือ ทิฟนี่ จีบปากจีบคอถามพี่ชายที่กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ข้างๆ

"ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้เธอไม่ได้เข้าเรียนเลยใช่มั้ย?" เสียงทุ้มต่ำถามอย่างไม่พอใจ

"คะ..ใครบอกพี่คะ?"

"ใครก็ช่าง เธอมีหน้าที่ตอบคำถามฉัน ไม่ใช่มาถามฉันกลับ" ชายหนุ่มดุจนทิฟฟานี่หน้าเจื่อนลง

"ชะ..ช่วงนี้ ทะ..ทิพย์มีธุระนิดหน่อย"

“ไร้สาระ นักศึกษาอย่างเธอจะมีธุระอะไรนอกจากเข้าเรียน” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองหน้าน้องสาวตัวดี "เธอไปตามเฝ้าผู้ชายอีกแล้วใช่มั้ย?" ดวงตาคมจ้องอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ จนหญิงสาวต้องพูดความจริงกับเขา

“แต่คนนี้ทิพย์รักจริงนะคะ” หญิงสาวพยายามอ้อนพี่ชายของตัวเอง

“คนก่อนเธอก็พูดแบบนี้” ชายหนุ่มยังคาดคั้นเธอต่อ เมื่อคำตอบฟังดูไม่มีเหตุผล

“แต่คนนี้ไม่เหมือนกันนะคะ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ทั้งหล่อ ทั้งรวย ผิวหน้าเงี้ย..ทั้งขาว..ทั้งใสเหมือนกระเบื้องเคลือบ ดวงตาก็กลมโตมีเสน่ห์ พอเขามองมาทีทิพย์นี่แทบจะละลายเลย ไหนจะริมฝีปากแดงฉ่ำนั่นอีก ถ้าได้จูบสักทีนึงถึงตายก็ยอม” ทิฟนี่ พร่ำเพ้อตาลอยถึงภีมพลอย่างมีความสุข ทศกัณฐ์ได้แต่ส่ายหน้าเอือมน้องสาวตัวเอง ที่ผ่านมาหญิงสาวไม่เคยเพ้อขนาดนี้ ครั้งนี้ท่าจะอาการหนักจริงๆ 

ทศ หรือทศกัณฐ์ ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่ารับกับใบหน้าหล่อคม โดยเฉพาะสายตาที่นิ่งสะกดผู้คนที่พบเจอให้ยำเกรง เขาเป็นคนพูดน้อยและไม่ค่อยมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าให้ใครเห็นเหมือนกับชื่อของเขา ทศกัณฐ์เป็นผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ และมีหน้าที่ดูแลน้องสาวที่ไม่ได้เรื่องที่มีอายุห่างกันถึงแปดปีแทนพ่อแม่ที่ทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศ

“เธอหยุดเพ้อเจ้อและตั้งใจเรียนเถอะ” เขาดุน้องสาวอีกครั้ง

“พี่ทศ..คนนี้ทิพย์จริงจังนะคะ ทิพย์ขอร้องนะคะ ขอแค่ทิพย์ชวนเขาไปเดทด้วยสักครั้งก็พอแล้ว ทิพย์มั่นใจว่าถ้าเขาได้ไปเดทกับทิพย์นะ..รับรองเขาต้องตกหลุมรักทิพย์แน่ๆ” หญิงสาวมั่นใจในตัวเอง แต่ปัญหาของทิพย์มณีก็คือภีมพลไม่สนใจเธอสักนิด ต่างกับผู้ชายที่ผ่านมา

“ไร้สาระ!” ทศกัณฐ์พูดด้วยความไม่เข้าใจ ถ้าแค่อยากเดทก็ไปบอกเขาตรงๆ สิ ทำไมต้องโดดเรียนไปนั่งเฝ้าด้วย

“ก็ผู้ชายรอบๆ ตัวทิพย์ไม่มีใครดีกว่าพี่ภีมเลยสักคนนี่ค่ะ มีแต่คนไม่ได้เรื่อง พี่ภีมน่ะนะ..นอกจากจะหล่อแล้วการเรียนก็ดีกีฬาก็เก่ง ฐานะชาติตระกูลก็ไม่เป็นรองใคร” ทิพย์มณีทำท่าปลื้มอกปลื้มใจทุกครั้งที่พูดถึงภีมพล ต่างกับผู้ชายคนอื่นที่เธอเคยมาเล่าให้ทศกัณฐ์ฟัง 

"ดีแค่ไหนฉันไม่สน แต่เธอต้องเลิกไปตามเฝ้าเขาและกลับไปตั้งใจเรียนได้แล้ว" ชายหนุ่มออกคำสั่งแต่ทิพย์มณีสวนกลับมาอย่างไม่เชื่อฟังแทน

"ไม่ค่ะ..ทิพย์ไม่เลิก! ถ้าทิพย์ไม่ได้เดทกับพี่ภีม ทิพย์ก็ก็จะไม่ไปเรียนเด็ดขาด” เธอขู่พี่ชายตัวเองอย่างกล้าๆ กลัวๆ จนเขาชะงักไปชั่วครู่ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองหน้าเธอด้วยแววตาดุดันเรียกชื่อเสียงกร้าวจนหญิงสาวสะดุ้งแต่ยังทำใจกล้าต่อรองเขา

"ทิพย์มณี!"

"พะ..พี่ทศ มะ..ไม่ต้องมาดุ ยังไงทิพย์ก็ต้องจีบพี่ภีมให้ได้"

"ทำไมเธอเป็นผู้หญิงแบบนี้นะ" ทศกัณฑ์รู้สึกผิดหวังกับนิสัยของน้องสาวแท้ๆ ของตนที่ถูกพ่อแม่ตามใจจนเสียคนและส่งมาให้เขาดูแลแทน เพราะทิพย์มณีกลัวเขาที่สุด "และถ้าเขายอมเดทกับเธอแล้ว เธอจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะชอบเธอ?"

"ทะ..ทิพย์มั่นใจว่ายังไงพี่ภีมก็ต้องชอบทิพย์ค่ะ"

"แล้วถ้าไม่ละ?"

"ไม่มีทางหรอกค่ะ" ทิพย์มณียังมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง

"ถ้าอย่างนั้นเรามาพนันกัน ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ชอบเธอ เธอต้องกลับมาเรียนเหมือนเดิม ตกลงมั้ย" ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอให้น้องสาวที่ตอบรับอย่างไม่มีลังเล

"ตกลงค่ะ แต่ถ้าพี่ภีมชอบทิพย์ พี่ทศต้องอนุญาตให้เราคบกันนะคะ" เพราะที่ผ่านมา ทศกัณฐ์จะหาเรื่องกดดันบรรดาแฟนหนุ่มของเธอจนต้องเลิกกัน แต่แท้จริงแล้วเธอไม่เคยรู้ตัวเลยว่าที่โดนบอกเลิกเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวเธอเองต่างหากไม่ใช่เพราะพี่ชายสักนิด

“ได้!” เขาตอบสั้นๆ ตอนนี้ตัวเขาเองก็เริ่มอยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้ชายที่ทำให้น้องสาวตัวเองหลงนักหลงหนานั้นจะหล่อขนาดไหน เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยพร่ำเพ้อถึงใครขนาดนี้มาก่อน

“จริงนะคะ! ขอบคุณค่ะพี่ทศ” หญิงสาวดีใจจนลืมตัวโผเข้ากอดคอพี่ชายที่นั่งนิ่งทำหน้าเอือมเธออยู่

.

ภีมพล:

 

“น้ำเปล่าขวดนึงครับ”

“12 บาทค่ะ”

ผมวางขวดน้ำดื่มบนเคาน์เตอร์คิดเงิน หยิบแบงค์ยี่สิบส่งให้แคชเชียร์ในร้านมินิมาร์ทเพื่อชำระเงินค่าสินค้าก่อนหยิบขวดน้ำดื่มมาเปิดระหว่างรอเงินทอน

แกร๊ก!

“อ๊ะ! ขอโทษครับ” ผมออกแรงบิดฝาขวดน้ำมากไปหน่อยทำให้น้ำกระเด็นออกมาเปียกชุดกีฬา ผมขยับตัวหลบน้ำจนทำให้เซไปชนกับคนข้างหลังที่เอื้อมมือมาจับตัวผมไว้พอดี

ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าหน้าตาหล่อเหลา ดวงตาเรียวเฉียบคมที่ดูนิ่งไม่สั่นไหว จมูกโด่งสวยได้รูปรับกับริมฝีปากบางสีชมพูของเขา ดูจากเสื้อผ้าราคาแพงและสไตล์การแต่งตัวจัดว่าเป็นคนรสนิยมที่ดีเลยทีเดียว ผมจ้องหน้าเขาในระยะใกล้อย่างพิจารณา

“ปล่อย! นี่คุณจะตามผมไปถึงเมื่อไหร่กัน?!” ผมสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของเขา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอกัน เขาตามไซโคผมมาเกือบอาทิตย์นึงแล้ว

“ผมถามคุณไม่ได้ยินหรือไง?!”

“.....”

เงียบสนิท..ไม่มีคำตอบใดๆ ออกจากริมฝีปากอวบอิ่มได้รูปของเขานอกจากดวงตาสีดำสนิทที่จ้องมองผม

“กวนตีน” ผมพูดใส่หน้าเขาอย่างหงุดหงิดก่อนคว้าขวดน้ำดื่มเดินกระแทกไหล่หนาออกออกมานอกมินิมาร์ทด้วยความโมโห

“เดี๋ยวค่ะคุณ! เงินทอนค่ะ” แคชเชียร์สาวในร้านมินิมาร์ทตะโกนเรียกไล่หลังผม ร่างสูงสง่าเอื้อมมือไปคว้าเหรียญเงินทอนในมือของแคชเชียร์ เขาสาวเท้ายาวๆ ก้าวตามผมออกมาหน้าร้าน

หมับ!

“เฮ้ยย..คุณจะทำอะไรน่ะ?!” ฝ่ามือใหญ่คว้าหมับเข้าที่เอวของผมจนสะดุ้ง เขาดึงตัวผมจนปลิวไปกระแทกอกแกร่งถึงมีเสื้อผ้าที่สวมบดบังอยู่แต่ผมก็สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่แน่นแข็งแกร่งภายใต้ร่มผ้านั้น

เพียงพริบตาเดียวฝ่ามือใหญ่ของเขาก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงกีฬาขาสั้นของผม ปลายนิ้วยาวเรียวขยับลูบไล้ต้นขาของผมจนรู้สึกขนลุกขึ้นมา กริ๊ง! เสียงเศษเหรียญกระทบกันอยู่ภายในกระเป๋ากางเกง ผมหันควับกลับไปจ้องหน้าเขาที่ใช้สองมือผลักหลังผมออกจากอกพอดี แต่ก็ยังไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปากเขาเหมือนเคย นอกจากหางตาที่มองผมมาแว้บหนึ่งก่อนเดินจากไป

“ให้ตายสิ! ไอ้ผู้ชายคนนี้เขาต้องการอะไรจากผมกันแน่นะ”

.

สนามบาส :

 

“เฮ้ยไอ้ภีม ช่วงนี้ไอ้วินมันหายไปไหนวะ กูไม่เห็นมันมาหลายวันแล้ว” รุ่นพี่ที่สนามบาสถามถึงธาวินขณะที่กำลังส่งลูกบาสไปข้างหน้า ภีมพลได้วิ่งตามขึ้นไปด้วย

“ช่วงนี้งานมันยุ่งครับ” ชายหนุ่มตอบรุ่นพี่ที่รับบอลมาส่งต่อให้เขาเพื่อชูตทำแต้ม จริงๆ แล้วธาวินไปทำธุระกับครอบครัวที่ต่างประเทศและไปหลายวันกว่าจะกลับ

“มิน่าละ น้องผู้หญิงคนสวยถึงหายไปมีแต่ผู้ชายตัวใหญ่ๆ มายืนจ้องมึงแทน ฮ่าๆๆ” รุ่นพี่แซวภีมพลที่แอบเหลือบไปมองผู้ชายตัวใหญ่ที่ยืนสะดุดตาอยู่ข้างๆ ลานเต้นแอโรบิก

“จะบ้าหรอพี่! เขาคงมารอคนอื่นมั้ง” ภีมพลพูดกับรุ่นพี่ที่เล่นบาสอยู่ด้วยกัน แต่สายตาเหลือบไปสบกับคนตัวใหญ่ก่อนรีบผลุบตากลับมา เขาโดนจ้องตลอดทุกการเคลื่อนไหวจนทำให้ไม่มีสมาธิเล่นต่อ

“ผมขอพักก่อนนะพี่วันนี้เหนื่อยๆ ยังไงไม่รู้” ชายหนุ่มส่งลูกบาสคืนให้รุ่นพี่ก่อนไปยืนพักอยู่ริมสนาม ภีมพลเปิดกระเป๋าเป้หยิบผ้าขนหนูขึ้นมาซับเหงื่อบนใบหน้า เขายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับคนตัวใหญ่ ดวงตากลมโตหันไปมองลานเต้นที่เปิดเพลงเสียงดังเพื่อผ่อนคลายอารมณ์

“ไอ้ภีม! ระวัง!”

ลูกบาสที่ไร้ทิศทางพุ่งตรงไปทางเขาอย่างรวดเร็วและแรง ความแรงของลูกบาสถ้าโดนเข้าคงทำให้เขาล้มทั้งยืนได้เหมือนกัน ภีมพลที่กำลังยืนเหม่อดูลานเต้นอยู่ทำให้เขาไม่ทันได้ระวังตัว หลังสิ้นเสียงเรียกชื่อเขายกท่อนแขนเรียวขึ้นมาเพื่อปิดบังหน้าตัวเองไว้ตามสัญชาติญาณ

ควับ!!

ชายตัวสูงใหญ่ที่ยืนจ้องเขาอยู่วิ่งฝ่าสนามมาจากฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ด้วยช่วงขาที่ยาวกว่าคนทั่วไปทำให้เขาไปถึงตัวชายหนุ่มได้อย่างทันท่วงที ท่อนแขนแกร่งกระชากแขนเรียวที่มีกล้ามเนื้อน้อยๆ ดึงออกจากทิศทางของลูกบาสเข้ามากอดไว้แนบอกท่ามกลางความตกตะลึงของคนในสนามและตามด้วยเสียงร้องแซวจนใบหน้าที่ขาวซีดด้วยความตกใจกลายเป็นแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธปนกันไป

“ปล่อยซิวะ” ภีมพลผลักอกคนตัวสูงออกอย่างแรง เขาไม่เคยรู้สึกเสียหน้าเท่านี้มาก่อน

“......”

คนตัวสูงไม่พูดอะไร ดวงตาเฉียบคมยังจ้องเขาอยู่นิ่งๆ

“บ้าชิบ!” ภีมสบถใส่หน้าคนตัวสูง นอกจากจะไม่ขอบคุณที่ช่วยแล้วเขายังอยากด่าชายหนุ่มด้วยซ้ำไป วิธีการช่วยแบบแมนๆ มีเยอะแยะไปแต่ดันเสือกมากอดเขาได้ อย่างนี้สู้โดนลูกบาสกระแทกหัวล้มไปเลยยังดีกว่า แขนเรียวรีบก้มคว้าเก็บผ้าขนหนูที่ตกบนพื้นใส่กระเป้สะพายบ่าก้าวเท้าเดินกระแทกไหล่คนตัวใหญ่ออกจากสนามโดยไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเขา

 

 

 

 

!

 

ความคิดเห็น