หมอนข้างขวา

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะ ><

​เล่นรอบที่ 51 เมา

ชื่อตอน : ​เล่นรอบที่ 51 เมา

คำค้น : ของเล่นฆ่าอารมณ์,โชติก้อง,หนึ่งชิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.3k

ความคิดเห็น : 231

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2562 21:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
​เล่นรอบที่ 51 เมา
แบบอักษร

​เล่นรอบที่ 51 เมา

เปลือกตาของชายหนุ่มขยับเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆลืมขึ้นช้าๆ ก้องยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงและทอดสายตามองไปยังผนังห้องด้านบนที่ตอนนี้เริ่มมองเห็นลางๆเพราะมีแสงจากภายนอกส่องผ่านหน้าต่างที่ไม่ได้ปิดม่านเข้ามา

เมื่อคืนนี้เขาจำได้ว่านอนหลับไปพร้อมกับความตื่นเต้นเล็กๆที่เกิดขึ้นในใจเพราะวันนี้เป็นวันที่เขาต้องออกไปเที่ยวกับโชติตามสัญญาที่ได้ตกลงกันเอาไว้

(ผมให้แค่วันเสาร์วันเดียวนะครับ ตั้งแต่หกโมงเช้าจนถึงหกโมงเย็นเท่านั้นแล้วก็ไม่นอนค้างคืนด้วย) ก้องนึกไปถึงประโยคที่พูดกับโชติก่อนที่จะลุกขึ้นเดินอ้อมไปยังอีกฝั่งของเตียง

ตอนนี้พื้นห้องข้างเตียงนั้นว่างเปล่ามีเพียงแค่หมอนใบโตและผ้าห่มผืนใหญ่กองอยู่ตรงนั้น ก้องคิดว่าคุณโชติคงจะตื่นไปออกกำลังกายเหมือนกับหลายๆวันที่ผ่านมา แต่ทันใดนั้นเองเสียงข้อความในมือถือของเขาก็ดังขึ้นทำให้ก้องต้องเดินไปดู

“เจ็ดโมงเจอกันที่หน้าบ้าน ใส่เสื้อแขนยาวมาด้วย” ก้องอ่านข้อความที่ปรากฏเบาๆก่อนที่อีกฝ่ายจะส่งรูปบางอย่างเข้ามาอีก

ทันทีที่ก้องเห็นภาพนั้นมืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็กำแน่น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอัตโนมัติ และใบหน้าขาวเริ่มเปลี่ยนสี เพราะภาพที่ส่งมาเป็นรูปของเขาเองที่กำลังนอนหลับและมีคุณโชติที่กำลังจูบปากเขาอยู่ ซึ่งเสื้อที่เขาใส่ในรูปกับเสื้อที่เขาใส่ตอนนี้ก็เป็นตัวเดียวกันด้วย

ก้องไม่รู้ตัวเลยสักนิดและไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเคยทำแบบนี้ตอนเขาหลับมาแล้วกี่ครั้ง แต่ที่ก้องรู้ตอนนี้คือเขารู้สึกโกรธอีกฝ่ายนิดๆแต่ที่มากกว่าความโกรธก็คือความอายที่เกิดขึ้น และก้องก็ต้องตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่าทำไมเขาถึงต้องกดบันทึกรูปนั้นลงในมือถือของเขาด้วย

ก้องมองดูเวลาในมือถือก่อนจะวางไว้ที่เดิมและเข้าไปอาบน้ำอย่างไม่เร่งรีบเพราะยังมีเวลาอีกพอสมควรกว่าจะถึงเวลาที่นัดหมาย

ตั้งแต่วันที่ตกลงว่าจะไปเที่ยวกับอีกฝ่ายก้องก็ไม่เคยรู้เลยว่าคุณโชติจะพาไปที่ไหน แถมตอนนี้ยังบอกให้เขาใส่เสื้อแขนยาวด้วยทำให้ก้องอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นและหวาดระแวงกับความคิดของอีกฝ่ายที่เดาทางได้ยากเหลือเกิน

ไม่นานชายหนุ่มก็เดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวพันไว้ที่เอวก่อนจะเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าติดผนังขนาดใหญ่ที่ตอนนี้มีทั้งเสื้อผ้าของเขาและของคุณโชติปะปนอยู่ในนั้น

ก้องกวาดสายตามองไล่ไปตามเสื้อที่แขวนอยู่ก่อนที่จะหยุดอยู่ที่เสื้อเชิ้ตแขนยาวลายทางลงสีน้ำเงินเนื้อบางที่เขาค่อนข้างจะชอบแต่แทบจะไม่มีโอกาสได้ใส่ เพราะปกติแล้วเขาจะใส่แต่สูทหรือไม่ก็เสื้อเชิ้ตสีเรียบๆเพื่อไปทำงานเท่านั้น

หลังจากที่ก้องใช้เวลาแต่งตัวนานกว่าปกติเขาก็เดินออกจากห้องไปยังชั้นล่างเมื่อใกล้ถึงเวลาที่อีกฝ่ายนัดไว้

“อรุณสวัสดิ์ครับพี่ก้อง/สวัสดีครับพี่” เสียงที่คุ้นเคยของหนึ่งและชินดังขึ้นด้านหลังทำให้ก้องต้องหันกลับไปดู

“อรุณสวัสดิ์.....ว่าแต่วันนี้ทั้งสองคนตื่นเช้าจังเลยนะ จะไปเที่ยวไหนกันเนี้ย” ก้องหันไปยิ้มให้ทั้งสองก่อนจะถามขึ้นเมื่อเห็นชินกำลังลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาด้วยสองใบ

“ผมจะพาไอ้หนึ่งมันไปฮันนีมูนที่ญี่ปุ่นสักสองวันนะครับ ก็ช่วงนี้มันไม่ค่อยยอมให้ผมทำแบบนั้นเลย ผมเลยกะว่าจะเปลี่ยนบรรยากาศสักหน่อยเผื่อมันจะยอมผมบ้าง”

“ไอ้ชิน” หนึ่งเรียกชื่อคนรักเบาๆ แต่ใช้ฝ่ามือตีไปที่แขนของอีกฝ่ายอย่างแรกจนเกิดเสียงดัง

“ซี้ดดดด กูพูดเรื่องจริง แล้วมึงจะตีกูทำไมเนี้ย” ชินปล่อยมือจากกระเป๋าแล้วเอามาลูบแขนตัวเองไปมา

 “แล้วพี่ก้องจะไปไหนเนี้ย แต่งตัวซะหล่อเลย หรือว่าจะไปเดทกับพ่อเหรอ หึหึ” ชินยิ้มกวนๆให้ก้อง ซึ่งหนึ่งเองก็สงสัยไม่แพ้กันเพราะตอนนี้พี่ก้องแต่งตัวต่างจากทุกครั้งที่เขาเคยเห็น ทั้งเสื้อเชิ้ตลายทาง ทั้งกางเกงยีนส์สีดำ แล้วไหนจะรองเท้าผ้าใบนั้นอีก ถึงจะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นแต่หนึ่งก็ต้องยอมรับเลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้าดูดีมากจริงๆ แทบไม่ต่างไปจากดาราหรือนักร้องชื่อดังเลยสักนิด

“หนึ่ง พี่ฝากตีชินแรงๆแบบเมื่อกี้นี้อีกทีได้ไหม” ก้องเลือกที่จะเลี่ยงการตอบคำถามที่เริ่มทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงมากขึ้น

“ได้เลยครับ” หนึ่งตอบรับก่อนที่จะง้างมือ แต่ว่าชินก็รีบจับข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น

“ใจเย็นดิหนึ่ง กูผัวมึงนะ ทำไมมึงถึงชอบรุนแรงกับกูจังวะ อยากให้ถึงโอกาสกูบ้างแล้วกันจะทำให้ครางจนต้องร้องขอชีวิตเลย” ชินพูดจบก็ดึงข้อมือของอีกฝ่ายเข้ามาจูบ

“ไอ้ชิน....ปล่อย...ปล่อย” หนึ่งพยายามจะสะบัดมือออกแต่ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ยอมปล่อยแถมยังจูบมือของหนึ่งซ้ำไปมาอีกหลายครั้ง

ก้องเองก็ได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างขำๆก่อนที่ทั้งสามคนจะหยุดนิ่งพร้อมกันเมื่อได้เสียงเครื่องยนต์ที่กำลังดังใกล้เข้ามา

ก้องหันหลังกลับไปมองทางประตูด้านหน้าที่เปิดกว้างเอาไว้ก่อนจะพบกับรถบิ๊กไบค์สีดำคันหนึ่งที่กำลังวิ่งมา

รถบิ๊กไบค์สีดำเงาวับค่อยๆลดความเร็วลงและหยุดนิ่งที่หน้าประตู ขาตั้งรถถูกดันลง ก่อนที่ร่างของคนขับจะขยับลงมายืนที่พื้น

หมวกกันน็อคสีเกี่ยวกับตัวรถยังคงปิดซ่อนใบหน้าที่อยู่ภายในเอาไว้แต่ตอนนี้หัวใจของก้องกลับเต้นแรงอย่างแปลกประหลาดและรู้ได้ทันทีว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือใคร

รูปร่างสูงๆได้สัดส่วนที่เขาคุ้นตา รองเท้าผ้าใบเท่ห์ๆ กางเกงยีนส์สีดำ เสื้อเชิ้ตลายทางแบบเดียวกับที่เขาใส่อยู่แต่มีแจ็คเก็ตหนังสีดำคลุมทับไว้อีกชั้น และยิ่งมองไปยังกล้ามอกแน่นๆที่โผล่ออกมาจากกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมสองเม็ดบนยิ่งทำให้หัวใจของก้องเต้นหนักกว่าเดิม

ฝ่ามือหนาของคนที่ยืนข้างบิ๊กไบค์ขยับขึ้นไปจับที่หมวกกันน็อคและถอดออกอย่างช้าๆเผยให้เห็นใบหน้าคมได้รูปที่ตอนนี้ปราศจากหนวดเครา ผมที่ยาวเกินไปจนไม่เข้าทรงถูกตัดแต่งใหม่และเซตให้เสยขึ้น ทำให้ใบหน้าของชายวัยกลางคนที่เคยดูอ่อนกว่าวัยอยู่แล้วดูเหมือนชายหนุ่มอายุยี่สิบปลายๆ แต่ที่ทำให้สายตาทุกคู่ต้องมองค้างอยู่อย่างนั้นก็คือรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้า รอยยิ้มที่มันให้ความรู้สึกหลายหลาย ทั้งดูร้ายกาจ ทั้งดูมีเสน่ห์ ทั้งดูน่าค้นหา และน่าหลงใหล รอยยิ้มที่ทำให้ก้องหยุดหายใจ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจที่กำลังเต้นระรัวต้องหยุดนิ่ง

“หล่อจัง” เสียงๆหนึ่งดังขึ้นเบาๆเหมือนคนที่กำลังตกอยู่ในมนต์สะกด

“เมื่อกี้มึงพูดว่าอะไรนะไอ้หนึ่ง” ชินที่ยื่นอยู่ข้างๆคนรักกัดฟันถามและจ้องมองไปยังหนึ่งที่ตอนนี้รีบยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้เพราะเผลอพูดบางอย่างที่ไม่ควรออกไป

“กูถามว่าเมื่อกี้มึงพูดอะไรไอ้หนึ่ง มึงกล้าชมคนอื่นว่าหล่อต่อหน้ากูเหรอ” ชินยื่นมือไปจับข้อมือของหนึ่งเอาไว้และพยายามออกแรงดึงมือที่ปิดปากออกไป

“มึงไม่ตอบใช่ไหมหนึ่ง.....ก็ได้....งั้นก็ไม่ต้องไปแล้วญี่ปุ่น มึงไปเคลียร์กับกูบนเตียงแทนแล้วกัน” ชินตะคอกเสียงดังและเตะกระเป๋าเดินทางที่อยู่ข้างๆจนกระเด็น ก่อนจะออกแรงดึงแขนคนรักเดินไปทางบันไดทันที

ก้องที่เห็นเหตุการณ์กำลังจะก้าวเท้าเดินตามทั้งสองคนไปเพราะเป็นห่วงหนึ่ง แต่ว่าวินาทีเดียวกันนั้นแขนของเขาก็ถูกคนอีกคนที่ยืนอยู่จับเอาไว้

“ไม่ต้องห่วงหรอก” โชติพูดเสียงนุ่มๆ และเลื่อนมือที่จับแขนไปวางบนศีรษะของก้องแทน

ก้องหันไปมองโชติที่ตอนนี้กำลังมองมาที่เขาด้วยแววตาที่ดูอบอุ่น ก่อนที่ก้องเองจะต้องรีบหลบสายตาและหันไปมองชินกับหนึ่งที่กำลังเดินขึ้นบันไดไป

แต่ก่อนที่ชินกับหนึ่งจะละสายตาไป ชินหันหน้ากลับมาก่อนที่จะขยิบตาและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์มาให้กับก้องและโชติที่ยื่นมองอยู่

“หึหึ” โชติหัวเราะออกมาเบาๆในลำคอ

ส่วนก้องเองก็ต้องถอนหายใจออกมายาวๆเมื่อรู้ตัวว่าถูกชินแสดงละครตบตาเข้าให้แล้ว ชินแค่แกล้งทำเป็นโมโหและคงจะใช้เรื่องนั้นมากดดันเพื่อทำให้หนึ่งยอมทำเรื่องอย่างว่าแน่ๆ

“เจ้าเล่ห์ทั้งพ่อทั้งลูก” ก้องบ่นออกมาเบาๆโดยไม่กล้าหันไปสบตาคู่นั้น

“เจ้าเล่ห์อะไร กูยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่กูหล่อเกินไป กูผิดด้วยใช่ไหม” โชติถามพร้อมกับขยับมือโยกศีรษะของก้องไปมาเบาๆ

ก้องเองที่พึ่งจะรู้ตัวหลังจากเคลิ้มไปกับสัมผัสนุ่มๆบนศีรษะก็รีบปัดมือของโชติออกไป แต่โชติเองก็รีบคว้าข้อมือของก้องมาจับเอาไว้แน่นและก้มหน้าเข้าไปหาอีกฝ่ายใกล้ๆ

“ปล่อยครับ...” ก้องพยายามแกะมือของอีกฝ่ายออกแต่โชติก็ยิ่งขยับใบหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ

“ปะ...ปล่อยครับคุณโชติ” ก้องห้ามเสียงสั่นๆเมื่อใบหน้าคมขยับเข้ามาใกล้ จนเขาเห็นว่าวันนี้คุณโชติแต่งหน้ามานิดๆด้วย

“ตอบมาก่อนว่ากูหล่อเกินไป กูผิดไหม”

“ผะ...ผิดครับ” ก้องตอบไปมั่วๆแม้จะไม่ค่อยเข้าใจคำถาม แต่ว่าเขาก็ต้องตอบเพราะตอนนี้ลมหายใจของอีกฝ่ายมันเข้ามาใกล้มากๆแล้ว ใกล้จนก้องต้องหลับตาหนีไม่กล้ามองใบหน้าหล่อ และริมฝีปากน่าจูบนั้น

“ตอบแบบนี้ก็หมายความว่า กูหล่อสินะ” ตอนนี้ปลายจมูกของโชติแตะกับปลายจมูกของก้อง

“มะ...ไม่ผิดครับ” ก้องรีบเปลี่ยนคำตอบและหวังว่าถ้าอีกฝ่ายพอใจแล้วจะขยับใบหน้าออกไป

“ตอบแบบนี้ก็ยังหมายความว่า กูหล่ออยู่สินะ หึหึ” โชติหัวเราะเบาๆมองใบหน้าที่กำลังหลับตาก่อนที่ริมฝีปากจะสัมผัสกันเบาๆและค้างอยู่อย่างนั้นชั่วขณะหนึ่ง

ริมฝีปากของก้องค่อยๆอ้าออกเล็กน้อยเพื่อเตรียมรับลิ้นร้อนๆที่จะแทรกเข้ามาเหมือนทุกครั้ง แต่ว่าใบหน้าของก้องก็ต้องขึ้นสีไปมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อโชติค่อยๆถอนจูบออกไปโดยปล่อยให้เขาได้แต่อ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น

ก้องรีบเม้มปากปิดแน่นและลืมตามองอีกฝ่ายที่ตอนนี้กำลังยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่ได้แกล้งเขาด้วยคำถามที่ไม่ว่าจะตอบยังไงก็หมายความว่าอีกฝ่ายหล่ออยู่ดี

ก้องรีบหันหน้าหลบอีกครั้งด้วยความอายและเดินตรงไปยังบิ๊กไบค์ที่จอดอยู่

“จะไปไหมครับ ถ้าไม่ไปผมจะได้เปลี่ยนชุดไปทำงาน” ก้องพยายามรวบรวมสติกลับมาอีกครั้งหลังจากเสียท่าให้กับใบหน้าคมๆและรอยยิ้มของโชติที่ดูดีกว่าปกติหลายเท่าจนเขาตั้งตัวไม่ทัน

โชติเดินยิ้มมาที่รถอย่างไม่เร่งรีบก่อนจะหยิบหมวกกันน็อคอีกใบส่งให้ก้องที่ตอนนี้พยายามทำตัวให้เป็นปกติทั้งๆที่ใบหน้าแดงจนน่าฟัด

“มึงใส่ชุดแบบนี้แล้วดูน่ารักดีนะก้อง แต่ไม่ต้องใส่บ่อยๆละ ใส่ให้กูดูคนเดียวก็พอ กูหวง” โชติยกยิ้มอีกครั้งก่อนจะหยิบหมวกกันน็อคของตัวเองขึ้นมาใส่เช่นกัน

ก้องรีบใส่หมวกและปิดกระจกลงทันทีเพราะไม่อยากจะให้อีกฝ่ายเห็นใบหน้าที่ร้อนผ่าวของเขาไปมากกว่านี้

โชติใส่หมวกกันน็อคเสร็จก็เดินเข้ามาใกล้และก้มลงไปใช้ศีรษะที่มีหมวกกันน็อคเขกไปที่หัวของก้องเบาๆ

ก้องตกใจเล็กน้อยรีบยกมือขึ้นมาลูบศีรษะเบาๆเพราะลืมตัวว่าใส่หมวกกันน็อคอยู่

“หึหึ หมั่นไส้” โชติพูดเบาๆและเปิดกระจกขึ้นยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนที่เขาจะขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์ที่จอดอยู่

ก้องก้าวขาขึ้นคร่อมตามก่อนจะพบว่าเบาะที่เทลงไปด้านหน้าทำให้ร่างกายของเขาขยับเข้าไปใกล้คุณโชติจนชิด ก้องจึงรีบลงจากรถในทันที

“ผมจะไปรถยนต์ครับ” ก้องพูดสั้นๆแต่ชัดเจน

“นี้เหละดีแล้ว” โชติหันมามองก่อนจะเอามือตบไปที่เบาะด้านหลังตัวเอง

“ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่ไปครับ” ก้องพูดออกมาอย่างจริงจังเพราะตอนนี้ก้องนึกเรื่องน่าอายบางอย่างขึ้นมาได้ เรื่องบางอย่างที่แค่คิดก็ทำให้หัวใจแทบจะหยุดเต้น

“ก้อง...วันนี้เป็นวันของกูนะก้อง มึงช่วยตามใจกูสักวันได้ไหม”

“ผมแค่บอกว่าจะไปเที่ยวด้วยแค่นั้นครับ ไม่ได้บอกว่าเป็นวันของคุณโชติ ถ้าไม่ไปรถยนต์ผมก็ไม่ไปครับ”

“เฮ้อออ.....มีเหตุผมหน่อยสิ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณโชติก็ลองบอกเหตุผมมาก่อนสิครับว่าทำไมไม่ไปรถยนต์”

“วันนี้วันหยุด ถ้าไปรถยนต์รถมันติด แล้วก็เปลื้องค่าน้ำมันด้วย”

“ขอเหตุผลจริงๆครับ” ก้องถามอย่างเหนื่อยใจกับคำตอบ เหตุผลรถติดอาจพอฟังได้ แต่เรื่องค่าน้ำมันฟังไม่ขึ้นจริงๆกับคนที่รวยขนาดนี้

“กูอยากใกล้ชิดกับคนที่กูรักให้มากที่สุด” โชติตอบนิ่งๆ แต่ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับอายอย่างหนักและรู้ตัวว่าไม่น่าถามคำถามนั้นออกไปเลย

“ก้อง...กูรอวันนี้มานานแล้ว วันที่กูจะได้เที่ยวกับมึงโดยที่มึงเต็มใจ มึงจะคิดว่ากูเป็นคนเอาแต่ใจก็ได้ แต่กูขอได้ไหมก้อง แค่วันนี้ก็ได้ มึงช่วยตามใจกูสักวันได้ไหม”

ดวงตาของโชติดูเศร้าไปจนน่าใจหาย ก้องไม่รู้ว่ามันเป็นการแสดงเหรอความรู้สึกจริงๆของอีกฝ่าย แต่ว่าเขาจะยอมเชื่อสักวันก็แล้วกัน และหวังว่าเขาคงจะไม่โดนสิงโตเจ้าเล่ห์ตัวนี้หลอกเหมือนที่ผ่านมา

ก้องยืนนิ่งอยู่อีกสักพักก่อนที่จะขึ้นไปคร่อมซ้อนท้ายอีกฝ่าย

“ขอบคุณ” คำพูดสั้นๆที่มาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างๆ ก้องได้แต่นั่งมองรอยยิ้มนั้น ก่อนที่เครื่องยนต์จะสตาร์ทและล้อรถทั้งสองจะเคลื่อนที่ออกไป

ทั้งๆที่ก้องพยายามจะไม่มองรอยยิ้มของอีกฝ่ายแล้วแท้ๆ แต่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้สักที ก้องเองรู้สึกว่าวันนี้เขาจะต้องเจอศึกหนักเพราะเวลาผ่านไปยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเลยด้วยซ้ำแต่ว่าอีกฝ่ายกลับยิ้มออกมานับครั้งไม่ถ้วน แล้วนี้กว่าจะถึงหกโมงเย็นเขาคงจะต้อง “เมายิ้ม”  ของคุณโชติแน่ๆ

.............................................................

การจราจรในเมืองหลวงยังคงแออัดไม่ต่างไปจากที่เคยเป็นซึ่งก้องเองรู้สึกชินไปเสียแล้ว แต่ว่าตอนนี้ทุกอย่างมันไม่เหมือนที่เคยเป็นมา เขาต้องพยายามทรงตัวเพื่อให้ไม่ร่วงลงไปด้านล่างในขณะที่บิ๊กไบค์กำลังวิ่งลัดเลาะไปตามช่องทางว่างๆบนถนนที่เหลืออยู่

หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานบิ๊กไบค์คันงามก็หลุดออกจากความหนาแน่นและเร่งความเร็วไปบนถนนที่โล่งมากขึ้น

“คุณโชติครับขับช้าๆหน่อยครับ” ก้องขยับใบหน้าไปด้านข้างของอีกฝ่ายก่อนจะเปิดหมวกกันน็อคและพูดออกมาเสียงดังเพื่อสู้กับเสียงของลมที่ปะทะเข้ามาไม่หยุด

“หืมมม...มึงว่าอะไรนะ” โชติผ่อนคันเร่งลงก่อนจะหันหน้ากลับมาถาม

“ผมบอกให้คุณโชติขับช้าๆหน่อยครับ”

“หะ....”

 “จอดครับ” ก้องตะโกนเสียงดังมากขึ้นเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้ยินแน่ๆ

“จอดทำไม”

“ผมบอกให้จอดไงครับ” ก้องตะโกนอีกครั้งไม่นานความเร็วของรถก็ค่อยๆลดลงเรื่อยๆและจอดสนิทอยู่ที่ข้างทาง

“ว่าไง...มีอะไร” โชติเปิดหมวกกันน็อคขึ้นและหันมาหาชายหนุ่มที่นั่งซ้อนท้าย

“เมื่อกี้นี้คุณโชติขับเร็วเท่าไรครับ” ก้องถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

“ไม่แน่ใจวะ ไม่ได้ดู น่าจะประมาณ 190”

“เร็วไปไหมครับ”

“ไม่นะ เมื่อก่อนกูขับเร็วกว่านี้อีก”

“เร็วเกินไปครับ” ก้องจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาดุๆ

“หึหึ” โชติหัวเราะออกมาเบาๆเพราะไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นก้องในโหมดนี้เท่าไร

“มึงกลัวเหรอก้อง.....ถ้ากลัวก็กอดเอวกูไว้ก็ได้นะ หรือจะทำมากกว่ากอดกูก็ไม่ว่าอะไรหรอก” โชติยิ้มมุมปากให้อีกฝ่ายนิดๆ

“ไม่ต้องยิ้มครับ ผมกำลังจริงจัง” ก้องพูดเสียงเข้มแต่ก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปที่รอยยิ้มที่อยู่ตรงหน้า

“ห้ามขับเกิน 100 ครับ”

“ช้าไป กว่าจะไปถึงคงไม่ได้เที่ยวพอดี”

“120” ก้องยื่นข้อเสนอใหม่แต่คนที่นั่งอยู่ด้านหน้ากลับส่ายศีรษะช้าๆแทนคำพูด

“แล้วคุณโชติจะเอายังไงครับ”

โชติคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไม่เกิน 140 แต่ว่ามึงต้องกอดเอวกูด้วย ตกลงไหม”

ก้องทำหน้าลำบากใจอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะอ้อมแขนตัวเองทั้งสองข้างไปโอบรอบเอวของโชติเอาไว้หลวมๆ

“กอดแน่นๆหน่อย” โชติพูดขึ้นพร้อมกับจับมือทั้งสองข้างของก้องไปแนบชิดกับหน้าท้องของตัวเองก่อนที่เสียงของเครื่องยนต์จะดังขึ้นอีกครั้งและเริ่มเคลื่อนที่ออกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของคนขับ

.....................................

-ก้อง-

ตอนแรกที่รู้ว่าต้องเดินทางด้วยบิ๊กไบค์ผมก็แอบกังวลใจอยู่เหมือนกัน ทั้งเรื่องความปลอดภัย เรื่องสภาพอากาศ แต่ก็ดูเหมือนว่าฟ้าฝนจะเป็นใจเหลือเกิน เพราะวันนี้แทบจะไม่มีแดดเลยทั้งๆที่ปกติคงจะร้อนจนแสบผิวแล้วแท้ๆ

หลักจากออกเดินทางมาได้ชั่วโมงเศษๆโดยที่ยังไม่รู้จุดหมายปลายทางผมก็เริ่มรู้สึกเมื่อยตัวเล็กน้อยเพราะไม่ได้นั่งซ้อนรถแบบนี้มานานมากแถมยังต้องกอดอีกฝ่ายไว้ด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่าการได้สัมผัสสายลมที่เข้ามาปะทะร่างกายมันก็ให้ความรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย

ไม่นานนักเสียงเครื่องยนต์ก็ค่อยๆเบาลงก่อนที่จะเลี้ยวเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ต้นไม้และดอกไม้นานาชนิดถูกปลูกและจัดวางได้อย่างสวยงาม เข้ากับตัวร้านที่สร้างจากไม้โดยมีภูเขาลูกใหญ่เป็นพื้นหลัง ร้านไม่ได้ดูหรูหรามากนักแต่มันกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ

“กินข้าวก่อนจะได้มีแรงเพราะวันนี้ต้องไปเที่ยวกันทั้งวัน” คุณโชติที่ถอดหมวกกันน็อคของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วหันมาบอกผม

“ครับ” ผมตอบรับเบาๆก่อนจะรีบคลายอ้อมแขนของตัวเองออกจากอีกฝ่ายทันทีและรีบลงจากรถที่คร่อมอยู่

“เห้อออ....เสียดายวะ ยังอยากให้มึงกอดต่ออยู่เลย” คุณโชติถอนหายใจออกมายาวๆและแกล้งทำหน้าเศร้า

ผมถอดหมวกกันน็อคออกก่อนจะยื่นให้คุณโชติที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมและรีบเดินหนีเข้าไปในร้านทันทีโดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปดู

“กี่ท่านคะ”  พนักงานสาวของร้านรีบออกมาตอนรับ

“สองคนครับ” ผมตอบออกไปก่อนที่พนักงานของร้านจะพาผมไปนั่งที่โต๊ะและไม่กี่วินาทีต่อมาคุณโชติที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มก็นั่งลงตรงข้ามกับผม

“เมนูอาหารค่ะ” พนักงานสาวยื่นเมนูอาหารให้คุณโชติก่อนที่สายตามองเธอจะมองค้างอยู่ที่ใบหน้าคมๆนั้นเหมือนโดนมนต์สะกด

ไม่ใช่แค่พนักงานคนนี้คนเดียวเท่านั้นที่กำลังมองคุณโชติ แต่ผมเห็นลูกค้าคนอื่นๆทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็กำลังมองคุณโชติไม่ต่างกัน

เมื่อก่อนตอนคุณโชติไม่ยิ้มก็มีเสน่ห์มากพออยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้รอยยิ้มนั้นมันกำลังทำให้ผมเกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้นในใจ

ผมรู้สึกเจ็บจี้ดๆเหมือนโดนเข็มทิ่มแทง รู้สึกเห็นแก่ตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมไม่อยากให้คนอื่นได้เห็นรอยยิ้มนี้นอกจากผม รอยยิ้มของคุณโชติที่ควรจะเป็นของผมเพียงคนเดียวเท่านั้น

ผมพยายามทำตัวเป็นปกติ ทำเป็นไม่สนใจและจ้องมองไปยังเมนูอาหารที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะหันไปสั่งกับพนักงานที่ตอนนี้ก็ยังคงจ้องมองคุณโชติอยู่เหมือนเดิมแต่ใบหน้าของเธอนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ

“น้องครับ พี่จะส่งอาหารครับ” ผมเรียกเธออีกครั้งแต่ว่าเธอก็ยังคงไม่มีการตอบสนองใดๆ

ผมพอจะเข้าใจความรู้สึกเธอดี แต่ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิดว่าทำไมผมถึงรู้สึกไม่พอใจ

“ได้ยินไหม...แฟนพี่จะสั่งอาหาร” เสียงของคุณโชติดังขึ้นเหมือนปลุกพนักงานสาวจากภวังค์และก็ปลุกเลือดในกายของผมให้สูบฉีดหนักขึ้นกว่าเดิม

“คะ...ค่ะ....ขอโทษด้วยค่ะ” พนักงานสาวทำหน้าตาเลิ่กลั่กและรีบรับเมนูอาหารจากผม

“ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” หลังจากสั่งอาหารเสร็จผมรีบบอกคุณโชติโดยไม่กล้าหันไปมองหน้าแล้วก็รีบหนีเข้าไปในห้องน้ำทันที

ผมรีบเดินไปที่อ่างล่างมือและยื่นจ้องมองตัวเองในกระจก ทำไมตอนนี้ผมต้องยิ้มออกมาด้วย ทำไมหัวใจของผมถึงได้เต้นแรงเหลือเกิน ทำไมหน้าผมถึงได้แดงขนาดนี้ และทำไมผมกลับรู้สึกดีใจที่ได้ยินคำๆนั้นแทนที่จะรู้สึกอับอาย เหรอว่าสิ่งที่ผมกลัวจะเป็นจริง ผมคงกำลังเมายิ้มของคุณโชติอยู่แน่ๆ

*****โปรดติดตามตอนต่อไป*****

ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณทุกๆความคิดเห็นนะครับ

นานๆเขาจะมีหวานๆกันสักที

น่าเป็นห่วงพี่ก้องมากๆ แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็แย่ซะแล้ว คุณโชตินี้คุณโชติจริงๆ 55555

ตอนนี้มาช้ามาก ขอโทษด้วยนะครับ ถ้าไม่มีธุระฉุกเฉิน ตอนหน้าจะพยายามมาให้เร็วขึ้นนะครับ

เจอกันใหม่ตอนหน้านะ ><

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น