โซซอล
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 13-2 จากไป

ชื่อตอน : บทที่ 13-2 จากไป

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 997

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2562 15:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13-2 จากไป
แบบอักษร

ต้องใช้เวทมนตร์ที่ละเอียดและประณีตขนาดไหนกันนะถึงจะสร้างสิ่งแบบนี้ได้ สำหรับพวกเขา มันเป็นเรื่องง่ายราวกับหายใจ และเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ถ้าหากมนุษย์ตั้งใจจะมีความสามารถเช่นนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องใช้เวลากี่สิบปีถึงจะทำอย่างนั้นได้ แต่ทว่าก็มีคนจำนวนมากที่มักจะเบี่ยงเบนเป้าหมายที่พยายามทำในตอนแรกเป็นอย่างอื่นไป เวลาริกซ์อยู่กับชีคาน เมื่อเธอพูดออกมาสั้นๆ ว่าร้อน เขาก็จะใช้เวทมนตร์ช่วยเธอ

ยังมีเวทมนตร์ที่สูงส่งแบบนี้อยู่ด้วยเหรอ ถึงจะเป็นนักเวทย์ของอาณาจักร ถ้าหากต้องการให้ความเย็นปัดเป่าความร้อน เขาก็จะปิดหน้าต่าง และเลือกวิธีเติมเต็มความเย็นบริเวณนั้นด้วยเวทมนตร์เย็น


“ฝืนยิ้มสินะ”

“อะไรนะคะ”


ชีคานมองริกซ์ที่หยิบดอกไม้น้ำแข็งกลางอากาศมาหนึ่งดอกพลางเล่นดอกไม้นั้นระหว่างที่มันกำลังละลายอยู่ในมืออย่างช้าๆ แล้วเขาก็ยิ้มขึ้นมา ริกซ์ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ เธอจึงได้มึนงงกับคำพูดของชีคาน


“ถ้าจะทำให้เจ้ายิ้มยามอยู่เคียงข้างข้า คงจะต้องทำอะไรเสียหน่อยแล้ว”


ริกซ์พยายามทำความเข้าใจในท่าทางของชีคาน ตอนแรกเธอคิดว่าตัวเองฟังผิด หรือไม่ก็คิดไปเอง เลยมองข้ามไป แต่พอได้ยินคำพูดคล้ายๆ กันบ่อยๆ เข้าโดยที่เขายังทำทีท่าเหมือนเดิม เธอก็ยิ่งเขินเวลาเผชิญหน้ากับเขามากยิ่งขึ้น เหล่ามังกรที่อยู่ต่อหน้าริกซ์นั้นมักจะรุ่มร้อนอยู่เสมอไม่รู้เป็นเพราะอิทธิพลของความใคร่หรือเปล่า แต่ชีคานกลับแสดงออกในวิธีที่แปลกออกไป

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงรู้สึกไม่เต็มใจเลยสักนิด เขาคิดอย่างนั้น

ถึงแม้ว่าเธอจะมองไปที่อื่น แต่หากหันกลับมามองชีคานก็จะสบตากันเสมอ งานของเขาก็คือยิ้มแล้วขยับเข้ามาใกล้และดูแลเอาใจใส่ริกซ์เป็นอันดับแรก เขาจะไม่ยอมสัมผัสตัวริกซ์ก่อน เมื่อใดก็ตามที่เขาจะแตะต้องตัวเธอ เขาจะขออนุญาตก่อน แม้แต่จูบก็ตาม

หลังจากวันแรก ชีคานก็ไม่ได้มีอะไรกับริกซ์อีกเลย หากเป็นตอนที่จูบกัน นิ้วที่กุมไหล่ของเธอไว้จะสั่นและใส่พลังเข้าไป แต่สักพักเขาก็จะถอนตัวออกมา

หลังจากเอ่ยปากว่าอยากออกไปจากปราสาท คนที่มารับริกซ์บ่อยที่สุดก็คือชีคาน เพราะว่าเป็นมังกรน้ำเงินจึงมีความสุขกับการได้ไปที่ทะเลสาบ และเพราะไม่มีใครที่จะยินดีไปกับการเล่นน้ำในฤดูร้อนอันร้อนระอุ ทำให้บางวันเธอถึงขนาดที่เฝ้ารอเขาเลยทีเดียว

บางครั้งก็ออกไปเดินดูต้นไม้ใบหญ้าที่ภูเขาและออกไปชมสัตว์ที่ทุ่งราบด้วย สิ่งที่เธอชอบที่สุดตอนไปไหนมาไหนกับมังกรก็คือไม่มีแมลงมากัดและไม่เมื่อยขาด้วย ทั้งที่ตอนนี้เป็นช่วงฤดูร้อน

ทุกครั้งที่ออกไป ริกซ์ก็ได้รับรู้ทัศนียภาพของตำแหน่งของปราสาทเพิ่มขึ้นด้วย และธรรมชาติที่มักจะแสดงให้เห็นอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอนั้น แค่มองดูก็ไม่ทำให้รู้สึกเบื่อ แม้ริกซ์อยากจะให้ตัวเองอยู่ในที่แบบนี้ก็ตาม แต่คิดดูแล้วมันก็แค่ความสุขเล็กน้อยเท่านั้น

เพราะไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะได้รับแผนที่จากเก็นทุสหรือเปล่า เป้าหมายของเธอจึงการมองวิวทิวทัศน์ภายนอกปราสาทด้วยตาเปล่าให้ได้มากที่สุด แน่นอนว่าเธอเริ่มแผนการแล้ว และนี่ก็เป็นเป้าหมายหนึ่งเท่านั้น ริกซ์ปรารถนาอยู่ในใจว่า หากวันนี้ได้อยู่อย่างนี้ต่อไปอีกหน่อยก็คงจะดี

หากนึกถึงวันที่ไม่ต้องรอมังกรอีกต่อไป ภายในใจก็จมดิ่งลงลึก สำหรับริกซ์นั้น หากเครื่องหมายหายไป วันเวลาที่ผ่านมานั้นก็เหมือนจะเป็นเพียงแค่ความฝันที่สิ้นสุดลง ทั้งท่าทางของเหล่ามังกรที่ไม่อ่อนโยนแต่ก็พยายามจะทำตัวอ่อนหวานขึ้น ทั้งการแสดงเวทมนตร์อันสูงส่งเพื่อให้เธอเพลิดเพลิน และทั้งเอลฟ์ที่คอยดูแลเอาใจใส่เธอไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารอร่อยๆ หรือไมตรีจิตต่างๆ ก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะหายวับไปราวกับภาพลวงตา

เหล่ามังกรที่หมดความสนใจในตัวเธอก็จะจายไป และในไม่กี่ปีตัวเธอก็จะค่อยๆ ตายลง มันคือความจริงที่ชัดเจน 

เหล่ามังกรที่ยึดติดกับผู้สืบทอดและอิสรภาพนั้นหวงแหนริกซ์ผู้เป็นผู้ถือครองเอามากๆ ไม่รู้เป็นเพราะว่าพวกเขากังวลว่าริกซ์ผู้ถือครองเครื่องหมายนั้นจะสูญเสียความหวานไปหรืออย่างไร จึงได้ดูแลเอาใจใส่ให้เธอมีสุขภาพดีและสะดวกสบาย

แต่เพราะเธอรู้จุดจบอยู่แล้วจึงไม่ยินดียินร้ายสักเท่าไหร่นัก แต่ถึงเป็นเช่นนั้นไออุ่นก็คือไออุ่น แม้ในใจเธอจะไม่ได้รับอนุญาตให้รู้สึกอย่างนั้นมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม


‘ชีคาน(Sikan)’ ชื่อนั้นมีความหมายว่า คมมีดสีน้ำเงิน


เพราะอย่างนั้นสำหรับริกซ์แล้วชีคานคือมังกรที่เธอเกรงใจมากที่สุด เขาที่ทำหน้าเมินเฉยตอนที่เธอมองเห็นโดยบังเอิญในบางครั้งนั้นมักจะมีสายตาเย็นชาและเฉียบคมเหมือนชื่อเขา หากสายตาของชีคานทอดมองมาที่เธอ ไออุ่นของเขาก็จะโอบล้อมเธอเสมอ แต่หลังจากที่เครื่องหมายหายไป ใบหน้าที่ริกซ์เคยมองเห็นนั้นจะยังคงเป็นแบบนั้นอยู่หรือเปล่า เธอไม่รู้ว่าเมื่อไหร่คมมีดที่อยู่ในมือของเธอตอนนี้จะเปลี่ยนทิศทางและบาดตัวเธอ และเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ เธอจะรับได้หรือเปล่า


“ริกซ์ ข้าต้องการเจ้า”

“อะไรนะคะ”


เธอได้ยินคำพูดที่ทำให้ความรู้สึกของเธอต่างจากเวลาปกติ แม้จะเคยได้ยินมาจากคนอื่นมาก่อนแล้ว แต่วินาทีนั้นริกซ์ไม่เข้าใจเลย จึงได้ลองถามซ้ำดูหลายครั้ง


“ข้าอยากเป็นเจ้าของเจ้า ริกซ์”

“นั่นมัน... หมายถึงว่าท่านจะเก็บข้าไว้หลังจากได้รับอิสระแล้วเหรอคะ”

“ใช่แล้ว”


ความกังวลที่อยู่ภายในใจ ท้ายที่สุดแล้วคมมีดนั้นก็ทิ่มแทงหัวใจ ริกซ์ไม่อยากดึงสถานการณ์นี้เอาไว้นานๆ อย่างไรเสียก็คงเป็นความสัมพันธ์ที่จะจบลงอย่างโหดร้าย เธอไม่สามารถเชื่อเขาได้ ตามใดที่เขายังคงแปรปรวนอยู่

ริกซ์จับแขนของตัวเองเอาไว้ เพียงแค่สิ่งนั้นก็ทำให้ร่างกายสั่นไหวแล้ว เธอคิดว่าเธอได้ผ่านการยืนยันตำแหน่งของตัวเองผ่านวิธีอันแสนทุกข์ทรมานจากพีริดินที่เธอเคยคิดว่าเขาเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจมาแล้ว


“ข้ามีสิทธิ์เลือกด้วยเหรอคะ”


ถึงอย่างไรก่อนอื่นต้องลองถามดู ชีคานเบิกตากว้างขึ้น ขณะเดียวกันก็พยักหน้า

เธอกำลังคิดว่าชีคานนั้นดูยาก เธอเคยมองน้ำพุกลางห้องแล้วนึกถึงเส้นผมสีน้ำเงิน หรือเมื่อมองท้องฟ้าแล้วนึกถึงสายตาสีน้ำเงิน ช่วงเวลาเหล่านั้นผ่านไปวันแล้ววันเหล่า ทั้งน้ำเสียงที่กระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างหู หรือมือเย็นเฉียบที่จับเธอนั้นล้วนแต่ทำให้เธอหัวใจเต้นตึกตัก เธอแน่ใจว่าไม่ใช่การเปลี่ยนที่ดีอย่างแน่นอน

เพราะฉะนั้นริกซ์จึงลังเล


‘ข้าถูกใจเจ้า เจ้าเองก็ชอบข้าใช่ไหม’

‘ค่ะ ชอบสิคะ’


บทสนทนาในตอนนั้นสะท้อนกลับมาในหัวและทำให้หน้าแดง สถานการณ์นี้ที่จู่ๆ ก็เข้ามาหานั้นเหมือนกับตอนนั้นทุกกระเบียดนิ้ว เธอไม่มีประโยชน์กับที่ใดเลย หากเครื่องหมายหายไป ทุกอย่างก็จบ เธออยากถามออกไปว่าที่มังกรถูกใจเธอก็เพราะเครื่องหมายนั้นใช่รึไม่ แต่ตอนนี้เธอไม่มีความกล้าที่จะถามอะไรแบบนั้นอีกแล้ว

เธอลังเลนิดหน่อย แล้วริกซ์ก็ตอบมาอย่างเย็นชา


“ข้าขอปฏิเสธค่ะ”


ริกซ์สะบัดมือที่ชีคานจับอยู่ออก พอชีคานจะเข้ามาจับมือเธออีกครั้ง แต่ริกซ์ก็หันหน้าหนี และในเวลาเดียวกันก็ได้ยินเสียงสะบัดมือดังขึ้น


“...ข้ารู้เหตุผลได้ไหม”

“ข้า...”


ไม่นึกมาก่อนว่าเขาจะถามถึงเหตุผล ริกซ์หลุบตาต่ำลงและคิดหาข้ออ้าง มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้เขาหมดเยื่อใยอย่างเด็ดขาดไหมนะ ในสถานการณ์แบบเดียวกันนี้ริกซ์เคยพยายามโน้มน้าวใจพีริดินแต่แล้วก็ล้มเหลว

ต้องทำอย่างไรถึงจะผ่านไปได้โดยไม่เป็นอันตรายนะ เมื่อลองคิดก็เหมือนหัวจะระเบิด เธอกุมมือทั้งสองข้างเอาไว้ และลูบไล้นิ้วมือ แต่ปฏิกิริยาของชีคานนั้นรวดเร็วกว่า


“...พีริดินเหรอ”


ไม่รู้เป็นเพราะเธอใช้เวลากับชีคานจนลืมวันเวลาหรือเปล่า เธอจึงลืมซ่อนรอยแผลศักดิ์สิทธิ์เพื่อไม่ให้ใครได้เห็นเข้า แค่ได้เห็นสิ่งนั้นชีคานก็ปั่นป่วนอย่างมากและเข้ามาจับไหล่ จับแรงจนเธอรู้สึกเจ็บ ทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของริกซ์ เขาก็ผละมือออก แต่ปลายนิ้วของเขากำลังสั่นอยู่


“เพราะอะไร เขาถึง... เจ้า...”


ชีคานก้มหน้าลง ริกซ์ตั้งใจจะยื่นมือไปแตะไหล่ของเขาแต่ก็ต้องหยุดลง ชีคานก้มหน้าลงอย่างนั้นสักพักก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นปริ่มไปด้วยน้ำตา


“ถ้างั้น... เจ้าจะอยู่ข้างๆ ข้าสินะ”

“อะไรนะคะ”

“ใช่... ริกซ์ ถึงในใจของเจ้าจะไม่มีข้าอยู่ก็ไม่เป็นไร แค่ช่วยอยู่ข้างๆ ข้าก็พอ แค่นั้นก็พอแล้ว”


ริกซ์ลืมคำที่จะพูด


‘ที่พูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไงกัน อยู่ในใจเหรอ มันหมายความว่ายังไงกัน’


เธอไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้สักคำ ตั้งแต่ชีคานดึงมือริกซ์มาจับอีกครั้งด้วยมือที่สั่นไหวนั่น เข้ามาจูบเธอ และจนกระทั่งเขาลุกขึ้นอย่างขมขื่นแล้วเดินออกไป


‘จะไปทั้งแบบนี้น่ะเหรอ’


แต่ว่านี่มันต่างกับที่เคยคิดเอาไว้ ต่างอย่างมาก หัวใจของเธอที่เต้นผิดจังหวะอยู่บ่อยๆ นั้นเจ็บปวดมากราวกับเป็นกระบอกเสียงให้หัวใจอันสับสน

หลังจากวันนั้นชีคานก็ไปโน่นมานี่กับริกซ์ไม่ต่างจากปกติ เขายังคงทำเหมือนเดิมทุกอย่าง คอยดูแลอาการของริกซ์ให้ และหากมีแผลเป็นที่เหมือนจะฟกช้ำก็รักษาให้แล้วกลับไป ทั้งยังมอบรอยยิ้มให้อย่างอบอุ่น ทั้งเอาอาหารมาให้ และยังพูดคุยด้วยอย่างอ่อยโยน และจูบกันบ่อยมากกว่าเมื่อก่อน แต่ทว่าสายตาของเขารุนแรงกว่าเดิม ทำให้ริกซ์ต้องหลบตาเพราะไม่มีความกล้าที่จะสบตากับเขา

ถ้าหากเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ก็คงเป็นวันที่ได้เห็นสีหน้าไร้อารมณ์ของเขานั้นมีมากขึ้น ชีคานเงียบมากราวกับเขากำลังจมไปในน้ำอย่างช้าๆ ถ้าหากว่าตอนนั้นเขาจับมือของริกซ์แล้วพูดเรื่องอื่น บางทีสิ่งต่างๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงไปมากมายก็ได้


* * *

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}