email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความรักห่วยๆ

ชื่อตอน : ความรักห่วยๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2562 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความรักห่วยๆ
แบบอักษร

“แกพรุ่งนี้วันเกิดพี่กันฉันยังไม่รู้เลยว่าจะให้อะไรเขาดี” ฉันกำลังปรึกษาเพื่อนๆ ถึงเรื่องของขวัญวันเกิดของพี่กัน

**“พี่กันเขาชอบอะไรล่ะ” เชอเอมเพื่อนสาวคนสนิทฉันพูด ฉันทำหน้าครุ่นคิด

“สิ่งที่เขาชอบเขาก็มีหมดแล้ว ฉันเลยไม่รู้จะให้อะไรเขา”

ฉันขอแนะนำตัวก่อนแล้วกันฉันชื่อ อิง อัญธิกา วัฒนศิลป์ ตอนนี้เรียนอยู่คณะนิเทศปีสาม ฉันมีเพื่อนสนิทอยู่สามคน และก็มีเพื่อนที่ไม่สนิทอีกมากมายทั้งผู้ชายผู้หญิง ร่วมถึงศัตรูคู่แค้นก็มีนะ แต่ไม่ต้องไปพูดถึงหรอก ไม่อยากแนะนำให้เปลืองน้ำลาย

เพื่อนสนิทฉันมีอยู่สามคน คือยัยเชอเอมคนสวยเจ้าแม่แฟชั่นประจำกลุ่ม ยัยเก้าสาวขาลุยห้าวทุกที่ที่มีเรื่อง และเมษาสาวเนิร์ดแต่แอบสวยซื่อๆ ส่วนฉันก็สาวสวยที่สุดในกลุ่ม ฮ่าๆ ชมตัวเองไปอีก

“แล้วเหลืออะไรที่ยังไม่ได้ให้พี่เขา” ยัยเก้าถามฉันบ้าง

“ไม่รู้สิ ฉันก็ไม่ค่อยได้ซื้ออะไรให้พี่กันเท่าไหร่” พี่กันที่พูดถึงคือแฟนหนุ่มของฉันที่คบกันมาได้หนึ่งปีแล้วโดยที่เขาเข้ามาจีบฉันตอนที่ฉันจะขึ้นปีสอง เขาตามจีบฉันจนใจอ่อนยอมคบเป็นแฟน ทุกคนต่างอิจฉาที่ฉันได้พี่กันเป็นแฟนเพราะเขาฮอตใช่เล่นในมหาลัย แต่ตอนนั้นเขาก็เจ้าชู้ใช่เล่นเหมือนกัน ตอนเขาเข้ามาจีบใหม่ๆ ฉันก็ไม่เล่นด้วยเพราะได้ยินชื่อเสียงเขามามากพอสมควร แต่เขาก็พยายามพิสูจน์ตัวเองจนทำให้ฉันเห็นว่าเขาจริงใจกับฉันจริงๆ เขาเลิกเจ้าชู้บอกทุกอย่างกับฉันรายงานทุกเรื่องทั้งที่ฉันบอกว่าไม่ต้องทำ

แต่เขาก็ยังทำจนถึงทุกวันนี้ พี่กันน่ารักมากเวลาอยู่ด้วยกัน ทำให้ฉันรู้สึกรักเขาขึ้นมาจริงๆ จนยอมทุ่มเททุกอย่างให้

“จัดให้สักดอกสองดอกพี่กันคงยิ้มหน้าบาน” ฉันอ้าปากเหวอกับคำพูดของยัยเก้า ดอกสองดอกของมันคืออะไรฉันรู้ดีเชียวล่ะ

“เก้าพูดแบบนั้นได้ยังไง เป็นผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัวนะ” ขนาดยัยเมษายังรู้เลย ฉันไม่ต้องด่ามันเพราะมีคนด่าอย่างนุ่มนวลให้แล้วคือยัยเมษาผู้รักนวลสงวนตัว

“แกยังไม่เสียตัวให้พี่เขาอีกเหรอ” ยัยเก้าร้องถามอย่างไม่เชื่อ ฉันเม้มปากพยักหน้าเป็นคำตอบให้มัน เรื่องแบบนี้เราคุยกันได้ อยู่ที่ว่าอยากจะพูดรึเปล่าหรือเพื่อนจะถามรึเปล่า ตอนนี้มันกล้าถามฉันก็กล้าตอบ มันถามฉันก็ตอบตามความจริง

“ยัยอิง พี่กันเขาไม่จับกินเลยเหรอ” ยัยเชอเอมตาโตไม่เลิก มันไม่น่าเชื่อตรงไหน

“เรื่องแค่นี้ทำไมพวกแกต้องตกใจกันด้วย” ฉันถามพวกมันอย่างไม่เข้าใจ ใช่ว่าพี่กันจะไม่พยายามจับฉันกินแต่ฉันเลี่ยงมาตลอด ถึงฉันจะรักเขาแต่ฉันก็อยากมั่นใจอะไรมากกว่านี้ก่อนไม่อยากใจอ่อนยอมเป็นของเขาง่ายๆ

“ใช่ อิงทำถูกแล้ว” ยัยเมษาสนับสนุนฉัน

“แต่มันตั้งปีหนึ่งแล้วนะที่แกคบกับพี่เขา แล้วยิ่งผู้ชายแบบพี่กันนี่ไม่น่าเชื่อ ถ้ายัยเก้าไม่ถามฉันก็ไม่รู้นะว่าแกยังไม่เสร็จพี่กัน”

“ก็ฉันยังไม่พร้อมนิ”

“ระวังเขาจะออกไปหากินข้างนอก” สิ่งที่ยัยเชอเอมพูดทำให้ฉันคิดหนัก ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันคิดว่าพี่กันทนได้มาตลอดเพราะเขาบอกว่าไม่เป็นไรถ้าอิงไม่พร้อมพี่ก็ไม่บังคับ รอให้พร้อมก่อนก็ได้ ซึ่งมันทำให้ฉันซึ้งใจในการกระทำของเขา แต่ใช่ว่าฉันจะไม่ให้เขากอดจูบหรอกนะ มันก็มีบ้างแต่พอมันจะเลยเถิดฉันก็ห้ามเขาไว้ซะก่อน

“แต่เขาบอกรอได้”

“ใช่ถ้าเขารักเราจริงเขาต้องรอได้” ยัยเมษาผู้สนับสนุนเพื่อน

“แต่เสือมันก็คือเสือถ้าไม่ได้กินเหยื่อนานๆ ระวังมันจะหิวโซ”

“ไม่หรอกมั้ง พวกแกอย่าพูดให้ฉันคิดเยอะสิ” ฉันพูดหน้าหงอยๆ

“แล้วแกเอาไงยอมเสียตัวให้เขาเลยไหม”

“เก้า บอกว่าอย่าพูดแบบนี้” เมษามันร้องว่ายัยเก้าเสียงดัง คนหนึ่งก็ห้าวๆ ตรงๆ อีกคนก็เรียบร้อยใสซื่อ เข้ากันได้ดีจริงๆ เพื่อนฉัน

“ยัยเด๋อ ฉันอยากให้แกมีแฟนจริงๆ” ยัยเก้าหันไปว่ายัยเมษาที่ทำหน้ามุ่ยใส่

เสียงโทรศัพท์ฉันดังขึ้นขัดการสนทนา

“นั่นไงแค่พูดถึงก็โทรมาตายยากจริงๆ” เป็นพี่กันที่โทรเข้ามา ฉันรีบกดรับ

“ค่ะ พี่กันเลิกเรียนแล้วเหรอคะ” กับพี่กันฉันจะพูดเพราะตลอดเพราะเขาพูดเพราะกับฉัน

(ครับอิง พี่เลิกเรียนแล้วแต่พี่ต้องไปทำงานต่อกับเพื่อนนะ อิงกลับเองได้ไหม) ฉันหน้าจ๋อยเมื่อได้ยินแบบนั้น ทุกครั้งพี่กันจะมารับฉันไปส่งตลอด แต่ช่วงนี้เขาไม่ค่อยมีเวลาให้ฉันเลย

“ได้ค่ะ พี่กันไปทำงานเถอะค่ะ แล้วพรุ่งนี้พี่กันว่างไหมคะ” ถึงฉันจะยังคิดไม่ออกว่าจะให้อะไรเขาดี ได้ไปกินข้าวหรือดินเนอร์ด้วยกันน่าจะดีกว่าไม่มีอะไรให้เลย

(อือ ต้องดูก่อนครับ มีอะไรรึเปล่า อาจจะทำงานกับเพื่อนเหมือนเดิม) คำตอบของพี่กันทำให้ฉันผิดหวัง ดูเหมือนเขาจะจำวันเกิดของตัวเองไม่ได้ หรือว่าเขารอเซอร์ไพรส์จากฉันอยู่เลยทำเป็นไม่รู้

“อ่อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เอาไว้อิงจะโทรหานะคะ ขับรถดีๆ นะคะ”

“ครับ ถึงห้องแล้วไลน์บอกพี่ด้วยนะครับ”

“ค่ะ” ฉันวางสายด้วยท่าทางหงอยๆ

“เขาไม่ว่างอีกแล้วสิ”

“อืม ทำงาน”

“ช่วงนี้เขาไม่ว่างบ่อยนะ มีอะไรผิดปกติรึเปล่าแก” ยัยเชอเอมถามฉันด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“ก็ไม่นะ ถึงเราไม่ค่อยได้เจอกันแต่เขาก็ส่งข้อความหรือโทรหาฉันตลอด ไม่มีอะไรหรอกมั้ง”

“ไปเซอร์ไพรส์เขาไหมล่ะ แกรู้รึเปล่าเขาทำงานที่ไหน” ยัยเก้าเสนอ

“น่าจะที่ห้อง” พี่กันมักส่งข้อความมาบอกว่าทำงานกับเพื่อนที่ห้องของตัวเองหรือไม่ก็ไปห้องของเพื่อน แต่เขาไม่ค่อยให้ฉันไปหาหรอกเวลามีเพื่อนมา เขาบอกเขาหวงเพราะเพื่อนเขาเยอะมากโดยเฉพาะผู้ชาย อันนี้ฉันก็เข้าใจเพราะฉันก็ไม่ชอบอยู่ท่ามกลางผู้ชายเยอะๆ เหมือนกันโดยเฉพาะคนที่ไม่สนิท ฉันเคยไปครั้งหนึ่งเพื่อนผู้ชายเขาเป็นสิบ แต่ละคนสายตาไม่ธรรมดาทั้งนั้น มองฉันเหมือนจะจับกิน สงสัยถ้าฉันไม่ได้เป็นแฟนพี่กันพวกนั้นคงไม่เกรงใจ

“งั้นก็จัดไป” ยัยเก้าเป็นคนห้าวๆ ตรงๆ และก็จริงใจฉันไม่เคยโกรธมันหรอกนะที่มันพูดหรือถามอะไรตรงๆ เพราะแบบนี้แหละที่เขาเรียกว่าจริงใจ ไม่เหมือนพวกที่ชอบแอ๊บใสแต่ข้างในนี่นินทาเรา

หลังจากเมื่อวานที่ปรึกษากับเพื่อนว่าจะเอายังไงดี จะเซอร์ไพรส์อะไรพี่กันในวันเกิดเขา ฉันก็คิดไม่ออกว่าจะให้อะไรเขาเป็นของขวัญดี เลยได้ข้อสรุปว่าจะเอาเค้กไปเซอร์ไพรส์เขาที่คอนโดโดยมีเพื่อนๆ ฉันร่วมด้วย

แล้วตอนนี้เราก็มาอยู่หน้าคอนโดพี่กัน ซึ่งฉันก็เห็นรถเขาจอดอยู่ ฉันเดินผ่านเข้ามาในคอนโดเขาอย่างง่ายดายเพราะถึงไม่ได้มาบ่อยแต่พนักงานก็จำหน้าฉันได้ จนกระทั่งเราทั้งสี่คนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง หวังว่าเพื่อนพี่กันคงไม่ตกใจหรอกนะ

“แกเอาเค้กออกมา แล้วจุดเทียน ยัยเมษาไปเคาะประตู” ยัยเชอเอมเป็นคนชี้แจ้ง

“ทำไมห้องมันเงียบๆ เหมือนไม่มีคนอยู่” ยัยเมษายืนขมวดคิ้วมองประตูห้อง

“เขาจะส่งเสียงดังทำไมเขาทำงาน” จริงของมัน

ฉันถือเค้กอยู่ในมือ ยัยเก้าเป็นคนจุดเทียน

“ฉันต้องร้องเพลงไหมวะ” ยัยเก้าเป็นคนพูด

“ร้องสิ ไม่งั้นจะเรียกวันเกิดได้ไง”

“ถ้าห้องข้างๆ ออกมาด่าก็ด่าแกแล้วกันนะยัยเชอ” เก้าส่งค้อนให้เชอเอม

“เมเคาะประตูเร็ว” ฉันบอกเมื่อจุดเทียนเสร็จเรียบร้อย อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้

ก๊อกๆ ๆ เมษาเคาะประตูไปสามที ฉันกับยัยพวกที่เหลือหลบอยู่ข้างๆ ถ้าคนเปิดประตูออกมาเป็นพี่กันเราค่อยเผยตัวและร้องเพลง แต่ถ้าเป็นเพื่อนพี่กันค่อยขอให้เขาให้ความร่วมมือ

เสียงก๊อกแก๊กอยู่หน้าประตูทำให้รู้ว่ามีคนกำลังเปิดประตู ฉันจ้องอย่างใจจดใจจ่อ ประตูค่อยๆ แง้มออกมา

“มาหาใครเหรอคะ” ภาพตรงหน้าทำให้ฉันสตั้น ผู้หญิงตัวเล็กๆ หน้าตาน่ารักอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำพูดโดยไม่ลืมตาด้วยซ้ำ หน้าฉันชาไปเลยก็ว่าได้

“อ่อ....นึกว่าใครที่แท้ก็เพื่อนอิงกับพวกพ้องนี้เอง มาทำไมจ๊ะ” ผู้หญิงตรงหน้าชะงักไปเล็กน้อยที่ลืมตาแต่ก็แค่แป๊บเดียวเธอก็มีรอยยิ้มเหมือนยิ้มเยาะแกมสะใจส่งมาให้

“เธอมาทำอะไรที่นี่” ยัยเชอเอมพูดขึ้นเป็นคนแรก

“คิดว่ามาทำอะไรล่ะ” ยัยใบตองเน่าหัวเราะเบาๆ อย่างน่าหมั่นไส้พร้อมกับเบ้ปากให้พวกฉัน ใช่ ผู้หญิงตรงหน้าฉันชื่อใบตอง เป็นศัตรูอันดับหนึ่งของฉัน นิสัยของหล่อนไม่ได้น่ารักเหมือนชื่อและหน้าตาเลยสักนิด

คำพูดกำกวมของยัยนั้นพร้อมกับชุดที่ใส่ทำให้ฉันเดาได้ไม่อยาก ฉันไม่ใช่คนโง่ที่ดูจะไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร

“พี่กันอยู่ไหน” ยัยเชอเอมถามเสียงแข็ง

“หึ ทำไมเหรอ อย่าบอกนะว่าเอาเค้กมาเซอร์ไพรส์วันเกิดพี่กัน ฉันว่าคงไม่ต้องแล้วล่ะ เพราะเขาคงอิ่มแล้ว” ยัยใบตองพูดพร้อมกับยิ้มเยาะมาทางฉัน

ตอนนี้ฉันสั่นไปหมด ตาร้อนผ่าว มองแทรกเข้าไปข้างในห้องเพื่อหาพี่กัน นี่หน่ะเหรอที่เขาบอกว่าทำงานกับเพื่อน

“ใครมาใบตอง” เสียงเข้มดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมกับร่างสูงเดินเข้ามาโดยมีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันอยู่รอบเอวสอบ

“อิง” ฉันเม้มปากแน่นพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ไม่อยากให้ยัยศัตรูมันได้ใจว่าทำร้ายฉันได้สำเร็จ พี่กันดูตกใจมากที่เห็นฉัน แต่ฉันตกใจกว่าที่เห็นเขาในสภาพนี้ ถึงจะรู้ว่าทั้งสองคนทำอะไรกันก็เถอะ

“ไอ้เหี้ยเอ๊ย มึงทำเหี้ยแบบนี้ได้ไงวะ” เป็นยัยเก้าที่หายตกใจและพูดขึ้นก่อนเพื่อน มันด่าพี่กันโดยไม่นับพี่นับน้องกันเลยทีเดียว

“อิง ฟังพี่ก่อน” พี่กันจะเก้าออกมาหาฉัน แต่ฉันขยับหนีอัตโนมัติ ชาไปหมดทั้งร่าง

“ยังต้องฟังเหี้ยอะไรอีก อิงกลับ” ยัยเก้าพูด

“นานเท่าไหร่แล้วคะ” ฉันกลั้นใจถาม ในที่สุดเรื่องที่พวกเพื่อนๆ ฉันคุยกันก็เป็นเรื่องจริง เขาแอบกินคนอื่นตลอดเวลาที่คบกับฉัน

“เธอคบกับเขามานานเท่าไหร่แล้วล่ะจ๊ะอิง” ฉันหันไปมองคนพูดตาเขียว

“หุบปาก อิงฟังพี่ก่อนพี่รักอิงนะ” พี่กันหันไปด่ายัยใบตอง พยายามจะเดินเข้ามาหาฉัน แต่ฉันขยับหนีอีก

“รักแล้วทำแบบนี้เหรอคะ” ฉันถามเสียงสั่น ฉันเองก็รักเขา ฉันยอมรับเต็มปากว่ารักเขา เขาทำอะไรให้ฉันตั้งมากมายแสดงความจริงใจให้เห็นจนทำให้ฉันใจอ่อน ถึงหัวใจฉันจะไม่เต้นแรงตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเขา เหมือนที่นิยายเขียนไว้ว่าถ้าเจอเนื้อคู่หัวใจเราจะเต้นแรง แต่พี่กันก็ทำให้ฉันซึมซับการมีเขาเข้ามาในชีวิตเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดความหวั่นไหวและมอบใจให้เขาในที่สุด ฉันตัดสินใจจะเป็นของเขาด้วยซ้ำถ้าเขาขอ แต่ถ้าฉันเกิดทำแบบนั้นฉันคงเสียใจตลอดชีวิต

เพราะถ้าวันนี้ฉันไม่รู้ความจริงว่าเขาแอบทำอะไรลับหลังฉันบ้างฉันคงเป็นอีโง่ที่ถูกคนอื่นหัวเราะเยาะอยู่แน่

“อิงพี่ผิดพี่รู้ แต่พี่รักเราขอโอกาสให้พี่ได้ไหมครับ” คำว่ารักของเขาตอนนี้มันไม่มีความหมายกับฉันสักนิด เพราะสภาพอันน่าสมเพชของทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าทำให้ใจฉันมันมืดบอดไปหมด

ใครให้อภัยก็โง่เต็มทีแล้ว

“พี่กัน พูดอย่างนี้ไงยังไง แล้วใบตองล่ะ ใบตองเป็นเมียพี่นะ” ยัยใบตองโวยวาย

“เขาพูดขนาดนี้แล้วเธอยังไม่รู้อีกเหรอว่าเธอมันก็แค่ของเล่นฆ่าเวลา” ฉันพูดอย่างสมเพช

“ยัยอิง” ใบตองมองหน้าฉันอย่างโกรธแค้น

ฉันจำไม่ได้หรอกนะว่าไปเป็นศัตรูกับยัยนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็กัดกันไม่ปล่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ฉันไม่เคยหาเรื่องมันก่อน มีแต่ยัยนี่ที่คอยหาเรื่องฉัน และไม่คิดว่ายัยนี่จะใช้วิธีนี่เพื่อทำให้ฉันเจ็บ

“แต่ถึงยังไง ตลอดเวลาที่แกคบกับเขา เขาก็อยู่กับฉัน เรานอนด้วยกันทุกวันในขณะที่แกได้แค่คุยโทรศัพท์” ฉันกำมือแน่นเมื่อได้ยินแบบนั้น แสดงว่าตลอดเวลาที่ฉันคุยกับพี่กัน ยัยนี่ก็อยู่กับพี่กันตลอดงั้นสิ ฉันไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงที่ทำแบบนี้ได้ ยัยนี่แค้นอะไรฉันนักหนา

และยิ่งกว่านั้นฉันไม่คิดว่าพี่กันจะทำแบบนี้กับฉันได้ ไม่ว่าเหตุผลของเขาจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ จะบอกว่าเหงา หรือบอกว่าฉันให้เขาไม่ได้เลยไปหาคนอื่น มันก็ลบความผิดไม่ได้ เขามันเลวเกินกว่าจะให้อภัย รู้ทั้งรู้ว่ายัยใบตองมันเกลียดฉันยังเล่นด้วย

“ใบตองหยุดพูด เราตกลงกันแล้วเธออย่าลืมสิ” พี่กันหันไปขึ้นเสียงใส่ยัยใบตอง

“แต่ใบตองเป็นเมียพี่นะ”

“ไม่ใช่”

“พี่กัน”

“ไปเถอะแก จะมายืนดูเหี้ยสองตัวมันทะเลาะกันทำไม” ทั้งสองคนชะงักทันทีที่ยัยเก้าพูดขึ้น พร้อมกับมองยัยเก้าตาขวาง

“อิง อิงจะเอาเค้กมาเซอร์ไพรส์พี่ใช่ไหมครับ” ฉันมองเค้กที่อยู่ในมือ ที่ตอนนี้เทียนเริ่มจะสั้นลงเรื่อยๆ

“ใช่ค่ะ”

“รอ..พ”

“แต่ฉันได้เห็นอะไรที่เซอร์ไพรส์กว่า เค้กนี่คงไม่มีความหมายแล้วล่ะค่ะ” ฉันพูดอย่างห่างเหิน การที่เขาบอกว่าไม่ว่างและมากกอยู่กับยัยนี่แสดงว่าเขาไม่คิดจะไปฉลองวันเกิดกับฉัน

“มีสิครับ”

“อยากได้เหรอคะ” ฉันมองเค้กและมองหน้าเขา

“ครับ”

“อยากได้ก็เอาไป และเราเลิกกัน ถ้าเธออยากได้ก็เอาไป ผู้ชายเหี้ยๆ มันก็เหมาะกับตัวเหี้ยเหมือนกัน” พูดจบฉันก็ละเลงเค้กใส่หน้าพี่กันที่ยืนอ้าปากค้างกับคำพูดของฉัน เขาคงจะตกใจเพราะฉันไม่เคยพูดอะไรแบบนี้ ฉันพูดกับเขาเพราะเสมอไม่เคยพูดคำหยาบ แต่ครั้งนี้มันเหลืออด แม่ขอด่าเหี้ยสักวันเถอะ

มีเหลือติดถาดฉันก็ยัดใส่หน้ายัยใบตองที่ตกใจกับการกระทำของฉันอยู่

“อ๊าย ยัยบ้าแกทำบ้าอะไร”

“อิง”

ยัยใบตองโวยวาย ส่วนพี่กันก็เรียกฉันเสียงแผ่ว มือปาดเค้กออกจากหน้า

“กลับ” ฉันหันไปบอกเพื่อน

“อย่าโผล่หน้ามาให้พวกเราเห็นอีกนะ” ยัยเชอเอมพูดพร้อมกับชี้หน้า

“ถ้าเสนอหน้ามาให้เห็นแม่จะตบไม่เลี้ยง” ยัยเก้าต่อ ยัยนี่มันไม่กลัวผู้ชายหรอก

“เหี้ย” ฉันอ้าปากเหวอทันทีที่ยัยเมษาด่าพี่กัน คงแค้นแทนฉันมาก**



ฝากติดตามด้วยน๊าาาา เม้มกันเยอะๆนะคะ

ความคิดเห็น