ธรรมภัทรนาคา สิริภัทรนาคี

นวนิยายรัก by ธรรมภัทรนาคา สิริภัทรนาคี (จิ้มที่ชื่อผู้แต่งเลย) มีหลายเรื่อง หลายคู่ หลายตอน หลายแบบ ชอบตอนไหน แบบไหน เลือกอ่านได้ครับผม #กดติดตามด้วยนะครับ

ภรรยาของผมเป็นผู้ชาย 1

ชื่อตอน : ภรรยาของผมเป็นผู้ชาย 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 216

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2562 23:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภรรยาของผมเป็นผู้ชาย 1
แบบอักษร

“คุณไกรค่ะ มีแขกมารอพบค่ะ”

เกรียงไกร ภัทรวงศ์ เงยหน้าขึ้นมา..แวบแรกที่ได้พบเห็นทำเอาชายหนุ่มตะลึงไปชั่วขณะ

#ทำไมน่ารักจัง

สายตาคมกริบจ่องมองไปยังเด็กหนุ่มหน้าตาดีหน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวขาวสะอาดสะอ้าน ในชุดนักเรียน ที่ยืนอยู่ตรงหน้าหลังจากที่เลขาส่วนตัวของเขาแจ้งมา เมื่อตอนบ่ายว่ามีแขกมารอพบ... ในขณะที่ตัวเขาเองก็ทำงานเพลินไปซะหน่อยจนค่ำ.....

ไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะอยู่รอเพื่อพบเจอเขาจนดึกจนดื่น...ได้ขนาดนี้

เกรียงไกรรู้สึกผิดในใจที่ให้คนรอนาน ...เขาลืมไปจริงๆ

“คุณไกรค่ะ เดี่ยวอรขอตัวกลับก่อนนะค่ะ พอดีลูกไม่สบาย”

“ความจริงพี่อรน่าจะกลับบ้านนานแล้วนะครับได้เลยครับ ...”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

เลขาคนสนิทของเกรียงไกร ยกมือไหว้ลาเจ้านาย แม้เธอจะอายุมากกว่าแต่ในที่ทำงานเขามีศักย์สูงกว่า ในขณะที่เกรียงไกร รีบไหว้กลับ ยิ้มให้เลขาของเขาเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเดินออกไป

ในห้องทำงาน...เหลือเพียงแต่เด็กนักเรียนชาย กับเจ้านายของเธอ เพียงสองคนเท่านั้น

เอมอร เลขาของเกรียงไกร เธอเองก็ไม่รู้หรอกว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีธุระอะไรกับเจ้านายของเธอ..แต่วันๆหนึ่งมีคนมาขอพบเกรียงไกรมากมายไปซ้ำหน้า ...และส่วนใหญ่ก็เรื่องซื้อขายที่ดินทั้งนั้น เพราะเกรียงไกรถือว่าเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เสพกำไรเล็กน้อยเท่านั้น

“คุณครับ”

เสียงนุ่มๆของเด็กหนุ่มดังขึ้น หากแต่เกรียงไกรยกมือห้าม เป็นเครื่องหมายบอกว่า อย่าพึ่งกวนเขา

เกรียงไกร ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ แสร้งทำเป็นไม่สนใจเด็กนักเรียนชายหน้าตาดีที่ยืนรอเขาอยู่

จนกระทั้งแฟ้มเอกสารเล่มสุดท้ายถูกปิด เขาเสร็จงานแล้ว...

“เสร็จแล้วใช่ไหมครับ”

เสียงนุ่มๆ ชัดแจ๋ว..ของคนที่อยู่ตรงหน้าทำเอาหัวใจของเกรียงไกรเต้นเบาๆ

เขาเองไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน แววตาสดใสคู่นี้ทำให้หัวใจของชายแท้อย่างเขาต้องไหวหวั่น

“ว่าไง”

ชายหนุ่มถามเสียงเข้ม และดุ

ดวงตาคมกริบ จ่องมองตาใสใส ราวกะจะขย้ำให้เป็นผุยผง

“ผมมาเอาโฉนด”

“หื่ม????”

เกรียงไกรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง184 เซนติเมตร ทำให้หนุ่มน้อยที่สูงเพียง172 ดูเตี้ยไปในทันที ชายหนุ่มสบตาใสๆคู่นั้น แบบไม่กะพริบตา ทำให้เด็กหนุ่มรีบหลบตา และสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีด้วยความกลัว

เมื่อเทียบรูปร่างแล้ว เกรียงไกรสูงเด่นเป็นสง่า แข็งแรงกำยำสมชายชาตรี อกผ่ายไหลตึง กล้ามเนื้อแน่นไปทุกสัดส่วน

ในขณะที่อีกคนรูปร่างธรรมดาๆ ออกจะผอมบางด้วยซ้ำไป

“โฉนดอะไร”

“ก็โฉนดที่ลุงของผมเอามาแลกกับเงินของคุณไงครับ”

แลกเงิน..อย่างนั้นเหรอ เขาจำได้ว่าวันนี้มีชายแก่ ท่าทางเมามาก ถือโฉนดเข้ามา....

เกรียงไกรได้ยิน ก็นึกได้ เขาก็ยิ้มออกมา

“จำนองอย่างนั้นเหรอ”

“ใช่ครับ ..จำนอง”

“แล้วเธอ..เป็นอะไรกับ นายลุงขี้เมานั่น”

“หลาน”

“แล้วคิดว่าจะได้คืนหรือ???”

เกรียงไกรหยิบโฉนดที่ลุงมั่นขี้เมา นำมาแลกกับเงินไม่กี่หมื่นสำหรับนำไปถลุงในวงไพ่ และกินเหล้า

 “ได้ครับ”

น้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ ทำให้เกรียงไกรยิ้มในความไร้เดียงสา ก่อนจะเพ่งมองไปที่ใบหน้าหวานๆ ที่ทั้งหล่อ และหวานละมุนไปพร้อมๆ กัน ...หน้าใสไร้สิวฝ้าขาวนวล แก้มแดงเปล่ง ริมฝีปากบางกระจับน่าจูบเหลือเกิน

ทำไม

ทำไม

ทำไมเด็กผู้ชายคนนี้ทำให้เกรียงไกร คิดอะไรได้มากมายขนาดนี้

นี่มันเด็กผู้ชายนะไอ้ไกร...

ชายหนุ่มพยายามคุมสติตัวเอง

“ผมอยากได้โฉนดคืน ผม....”

“เรียนอยู่ ม.ไหนละ” เกรียงไกร ไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขาพูด แต่ชายหนุ่มอยากรู้เรื่องของเด็กคนนี้มากว่า

“หก”

“เมียละ มียัง”

เกรียงไกรถาม เพราะเด็กสมัยนี้แค่มัธยมปลายก็กินกันเล่นกันจนหมดแล้ว

“ผมไม่มีเมีย และถ้าหมายถึงคนรักหรือว่าแฟน ผมก็ไม่มี..เพราะผมไม่เคยมีแฟน” เด็กหนุ่มตอบไปตามตรง ทั้งๆที่ไม่เข้าใจว่าเขาจะถามเรื่องนี้ทำไมกัน

คำตอบของเด็กคนนี้ทำเอาเกรียงไกรใจชื้นขึ้นมา

“มีเงินเหรอ ถึงมาไถ่เอาโฉนดคืน”

“มี”

เสียงตอบสั้นๆ ทำให้เกรียงไกรเดาได้ว่า เด็กคนนี้คงมีเงินมาเอาโฉนดคืนแน่นอน และคงอยากได้โฉนดกลับบ้านแล้ว

ชายหนุ่มรู้สึกใจหวิว ขึ้นมาทันที

ที่เขาจะไม่ได้เห็นหน้าหล่อๆ น่ารักๆ ของเด็กชายคนนี้อีกแล้ว

คนอย่างเกรียงไกร เป็นคนจริง ให้ไปเท่าไร ก็แค่เอามาแลกคืนเท่านั้น ไม่คิดจะเอาเปรียบใครอยู่แล้ว โดยเฉพาะเด็กผู้ชายตรงหน้า

“ลุงของนาย เอาเงินไปสี่หมื่น แลกกับโฉนดที่ดินบ้านที่นายและป้าอยู่ ... เอาเงินมา ตามที่เอาไป แล้วนายก็เอาโฉนดคืน ส่วนกำไร ผมไม่เอา”

คำพูดของผู้ชายตรงหน้า ที่บอกถึงจำนวนเงิน ทำเอามาวิน แทบช๊อค ได้แต่ยืนนิ่ง ในมือกำเงินจนเปียกไปหมด

เด็กหนุ่มกลับมาจากโรงเรียนในวันสอบปลายภาควันสุดท้าย ก็เห็นลุงกับป้ากำลังมีปากเสียงกันอย่างหนัก

“มึงเอาไปจำเขากี่บาท ไอ้มั่น ไอ้เลว”

ป้าแม้น ถีบลงไปที่สามีที่นอนกอดขวดเหล้าอยู่ ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น

“ไอ้ชั่ว ไอ้สารเลว กูจะไปอยู่ไหน มึงคิดบ้างไหม ทำไมมึงมันเลวได้ขนาดนี้ฮึ ไอ้มั่น...ต่อไปพวกกูจะไปอยู่ไหน ฮื้อๆๆๆๆ ”

ยายแม้นถีบ ด่าทอสามีไป ร้องให้ไป

และมาวินก็นำเงินที่ป้าให้มา นำมาไถ่โฉนด

และก็ได้มายืนตรงนี้

สุดท้ายเงินที่ป้าให้มานำไปไถ่โฉนด มีแค่ห้าพันกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นเงินที่สะสมเป็นแรมปี

เกรียงไกรมองไปที่เหงื่อที่ผุดออกมาจากรูขุมขน ของเด็กหนุ่มตรงหน้า ทั้งๆที่เขาเปิดแอร์จนเย็นเฉียบ

สีหน้าท่าทางมั่นอกมั่นใจเมื่อสักครู่ เปลี่ยนเป็นลังเลใจ ไม่มั่นใจในทันที

“ว่าไง”

“ลุงบอกว่า จำนำแค่” มาวินเสียงสั่นเทา..เขาเองก็ไม่แน่ใจว่ากี่บาท

“ลุงบอกว่า...ห้าพันครับ”

เกรียงไกรหัวเราะขึ้นมา ราวกับราชสีห์กู่ร้องในป่าใหญ่

“ห้าพันอย่างนั้นเหรอ...”

“ใช่ครับ ลุงบอกอย่างนั้น”

“นี่คงว่าผมโกงสินะ”

“ไม่กล้าครับ”

มาวินเหงื่อแตกมากขึ้น

เกรียงไกรหยิบเอกสารขึ้นมา ให้เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าดู และชัดเจนไปกว่านั่น คือรูปลุงของตนที่ถือเงินปึกใหญ่ ยิ้มดีใจตาเยิ้มเป็นประกาย มองดูก็รู้ว่าเมาแค่ไหน ที่เกรียงไกรเองถ่ายเอาไว้เป็นหลักฐานอย่างดีแบบนี้นี่เอง

“ชัดเจนนะ”

“ครับ” เด็กหนุ่มตอบเสียงสั่น

มาวิน ยืนนิ่งตาแดงก่ำ ด้วยความเสียใจ เด็กหนุ่มรู้ตัวเสมอว่าเป็นแค่เด็กที่ลุงกับป้าเก็บมาจากถังขยะ สงสารเลยเอามาเลี้ยงด้วยความยากลำบาก มีกินบ้าง อดบ้าง แม้พักหลังๆ ลุงจะติดเหล้า และติดการพนัน จนผลาญเงินทั้งของป้า และตัวเขาเองจนแทบไม่มีเงินซื้อข้าวกิน

แต่มาวินก็ไม่เคยนึกโกรธลุงเลย เพราะถ้าไม่มีลุง เขาคงตายไปในถังขยะแล้ว

หลายคนที่พบเห็นต่างสงสัยและลือไปตามๆกันว่า มาวินคือลูกหลานใคร เพราะผิวพรรณหน้าตา ดูสดใสโดดเด่นกว่าเด็กทั่วไปมากหลายสิบเท่า กิริยามารยาท การพูดจา ก็แตกต่างจากเด็กแถวนี้โดยสิ้นเชิง

มาวินเป็นเด็กที่ขยัน เรียนเก่ง มีน้ำใจ และสำคัญที่สุดคือ กตัญญู อะไรที่มาวินทำแล้วทำให้ป้ากับลุงสบาย เขาทำหมดทุกอย่าง

แต่ปัญหาคราวนี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เด็กอายุสิบแปดปีบริบูรณ์อย่างเขาจะทำได้

น้ำตาปริ่มเออล้น เบ้าตา เด็กหนุ่มยืนนิ่งไม่ตอบ คิดอะไรไม่ออก ทุกอย่างมืดแปดด้าน

“ว่าไง จะมาร้องให้เรียกความสงสารไม่ได้หรอกนะครับ สี่หมื่นบาททำอะไรได้หลายอย่าง ไม่ใช่เอาไปทำอะไรไม่ดีแบบนั้น”

เกรียงไกร จัดไปชุดใหญ่

เสียงขู่เข็น จนอีกคนแทบจนตรอก

“ผมเข้าใจครับ”

“ก็ดีที่เข้าใจ...แล้วมีเงินอยู่กี่บาท”

เกรียงไกรมองเงินที่เด็กหนุ่มติดตัวมา

มาวินยื่นเงินที่ใส่ถุงหนักอื้อ .... เป็นเงินเหรียญจำนวนถุงใหญ่ เกรียงไกรมองดูคร่าวๆ แล้วส่งเงินนั้นกลับคืน

“มีอะไรจะพูดอีกไหม” เกรียงไกรถาม พร้อมกับมองไปที่ใบหน้าที่งดงามสง่างามราวกับรูปปั้น แต่ดวงตาปริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

“ผมจะทำยังไง แล้วถ้าไม่มีเงินมาไถ่ บ้านจะโดนยึดไหม”

“ไม่มีที่อยู่ว่างั้น”

มาวินพยักหน้า.

“มีคนอยากได้ที่ดินตรงที่ป้ากับลุงและนายอยู่ คิดเอานะ ผมควรจะทำยังไง”

เกรียงไกร นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หนุ่มโสดที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย หลายประสบการณ์เขาผ่านมาหมดแล้ว ยืนมองเด็กหนุ่มที่ตาแดงก่ำ น้ำตาไหล ภายใต้ความเศร้าของเด็กคนนี้ มีความน่าดึงดูด ร่วมด้วย อะไรบางอย่างทำให้เขานึกสนุก อยากทบทวนประสบการณ์กามรมย์กับเพศเดียวกัน เช่นเมื่อหลายปีก่อนที่เขาเมามากจนพลั้งเผลอไป แต่ก็สร้างความสุขให้เขาได้จดจำมิรู้ลืม

“แล้วนายจะทำไง”

“ผมผ่อนจ่ายได้ไหมครับ”

“ผ่อนจ่ายอย่างนั้นเหรอ... นายจะไปทำงานอะไร ไม่เรียนต่อเหรอ”

“ไม่ครับ”

เกรียงไกร เสียดายขึ้นมาทันที.

“เคยมีเซ็กส์ยัง” เกรียงไกรถามตรงๆ

คำตอบที่ได้คือส่ายหน้า ยิ่งทำให้เขาชอบใจมากขึ้น

“อยู่กับผมสักคืน แล้วผมจะให้โฉนดคืนและไม่เอาเงินสักบาท จะยกเลิกหนี้สินให้ ว่าไง”

ข้อเสนอของเขาแบบตรงๆ ทำให้มาวินแทบช๊อค ยืนนิ่ง คิดอยู่นานโข ก็ไม่ให้คำตอบแก่เกรียงไกรสักที

“อยู่เพื่อทำอะไรครับ”

“ก็อยู่เพื่อแบบนั้นแหละ”

มาวินใจเต้น ตึบๆๆๆๆๆ

มาวินมองไปยังชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าในชุดสูดสีดำ ใบหน้าหล่อๆ มีหนวดเคราที่งอกขึ้นมาเขียวครึ่้ม

ข้อเสนอของเขา ง่ายดายสำหรับคนบางคนแต่สำหรับมาวินที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง กลับดูยากเหลือเกิน

และคิดภาพไม่ออกว่า ผู้ชายกับผู้ชายจะเล่นบทสวาทได้ยังไง

“ว่าไง ข้อเสนอ ... ถ้าไม่รับข้อเสนอ นายก็กลับไปบ้านไปซะ”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น