Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 24 ความสัมพันธ์ของสกุลไป๋กับสกุลจู

ชื่อตอน : บทที่ 24 ความสัมพันธ์ของสกุลไป๋กับสกุลจู

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 115

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2562 00:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 24 ความสัมพันธ์ของสกุลไป๋กับสกุลจู
แบบอักษร

        เมื่อเลขาของเขาเข้ามาบอกว่าคุณชายหมดสติไปเพราะอาการโรคกระเพาะกำเริบ ไป๋เทียนจ้าวก็เพียงแค่เงยหน้าขี้นมาจากเอกสารที่ดูอยู่ แต่พอเลขาบอกว่าไป๋อวี่ไปล้มอยู่ในห้องของจูอี้หลงที่โรงพยาบาล เขาก็ต้องอุทาน หา? แล้วก็ต้องลุกพรวดขึ้นยืน เมื่อเลขาบอกต่อว่า ดูเหมือนจะทำเอาคุณแม่ของจูเหล่าซือเป็นลมหน้ามืดไปด้วย       

        ไป๋เทียนจ้าวให้เลขาติดต่อกับถังซัน แล้วให้จัดการตามที่เห็นสมควร เมื่อเรื่องเรียบร้อยเลขาจึงเข้ามารายงาน...


        "แล้วทำไมปล่อยให้คุณชายอยู่ในห้องจูเหล่าซือ โรงพยาบาลมันไม่มีห้องอื่นแล้วหรือยังไง แล้วไปวุ่นวายอะไรกับคุณแม่จูเหล่าซือ ห๊า? ทางนั้นเขาจัดการเรื่องห้องเรื่องหมอเองไม่ได้หรือไง" ไป๋เทียนจ้าวปรอทแตก เลขาหลี่ถึงกับตัวสั่นงันงก

        "คุณถังซันบอกว่า ไม่อยากให้ใครรู้ว่าคุณชายป่วย เลยให้อาศัยนอนพักในห้องจูเหล่าซือครับ ไม่ได้แอดมิด" เขาหยุดหายใจ แล้วรีบพูดต่อเมื่อเห็นเจ้านายเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าบูดบึ้ง      

        "แล้ว แล้ว เอ่อ พอให้คุณชายนอนที่เตียงคนเฝ้าไข้ คนเฝ้าไข้ก็ไม่มีที่นอน ... " เขาเอามือเกาด้านหลังศรีษะแกรกๆ 

        "คุณนายจูก็ความดันขึ้นหน้ามืด เลยต้องแอดมิด... พี่ถังซันเลยขอให้ช่วยเรื่องห้องหน่อย.... "       

        "แล้วผู้จัดการของจูเหล่าซือไปไหน ไม่มีปัญญาทำอะไรให้คนของตัวเองเลยหรือไง" ไป๋เทียนจ้าวเริ่มใจเย็นลงบ้าง น้ำเสียงที่ถามจึงอ่อนลง       

        "ดูเหมือนว่า คุณนายจูท่านจะเป็นลมเพราะคุณชายเป็นเหตุ... คุณถังซันเลย.." เลขาหลี่ถูกตัดบทก่อนจะพูดจบ อารมณ์ที่สงบลงของไป๋เทียนจ้าวเริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอีก       

        "โง่ โง่ งี่เง่า!  คนมีอายุ แล้วลูกชายก็มาโดนแทง จะเป็นลมก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ไอ้ถังซันงี่เง่า เข้าไปจัดการอย่างงี้ก็เท่ากับโยนความรับผิดชอบไปให้อาอวี่ มันเป็นผู้จัดการดาราภาษาอะไร เรื่องที่ควรจะหลบหลีกมันกลับไม่หลบไม่หลีก..." ไป๋เทียนจ้าวชะงักเหมือนจะนึกเรื่องอะไรขึ้นมาได้       

        "แล้วเรื่องคุณนายจูนี่ ถังซันจัดการเอง คุณไม่ได้เข้าไปช่วยอะไรใช่ไหม" คุณพ่อไป๋อวี่ถาม เลขาค้อมตัวลงต่ำ ตอบอ้อมแอ้มในคอ       

        "ผมต้องอาศัยชื่อของท่านถึงจะกันห้องพิเศษที่อยู่ซีกนั้นให้คุณแม่ของจูเหล่าซือได้น่ะครับ"        

        "หา?" ไป๋เทียนจ้าวนึกคำพูดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่า หา ก่อนจะทรุดตัวนั่งพิงลงกับพนักเก้าอี้สูง ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้นวดคลึงบริเวณหัวคิ้วทั้งสองข้าง อีกมือหนึ่งโบกไล่ให้เลขาออกไปจากห้อง       

        "บทจะโง่ มันก็โง่ขึ้นมาพร้อมๆกัน ไอ้คนนึงก็โง่ยอมรับผิด ไอ้อีกคนนึงก็โง่ยอมรับความสัมพันธ์" เขากล่าวงึมงัมหลังจากเลขาหลี่ออกไปจากห้อง        

        ดูเอาเถอะ ตอนนี้ระดับผู้บริหารของโรงพยาบาลคงเริ่มซุบซิบกันแล้ว ว่าไป๋อวี่กับจูอี้หลงดูท่าจะมีความสัมพันธ์กันจริงๆกระมัง ทางครอบครัวก็คงจะรับรู้ด้วยแล้วกระมัง ถึงได้สามัคคีกลมเกลียวออกหน้ามาช่วยเหลือกันอย่างนี้        

        "............  "  ไป๋เทียนจ้าวหลับตาลง ในใจนึกหาหนทางที่จะแก้ไขเรื่องงี่เง่าที่ถังซันกับหลี่เจิ้นหัวก่อเอาไว้ 


         **********      


        พอมาดามจูลืมตาตื่น สิ่งแรกที่เข้ามาในหัวสมองไม่ใช่บุตรชาย แต่กลับเป็นไป๋อวี่ เธอค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่ง ลูกชายคนเล็กรีบลุกจากโซฟาเบดที่พับเก็บเป็นโซฟาเรียบร้อยแล้ว มาช่วยพยุงเธอ     

        "เด็กคนนั้น...." มาดามจูหยุดเพียงแค่นั้น ไม่กล่าวต่อ      

        "เด็ก? .... อ๋อ แม่หมายถึงไป๋อวี่เหรอ" เสียวหวู่ ค่อยๆพยุงมารดาที่อยากจะลุกออกจากเตียง มาดามจูคราง อืมม เบาๆ

        "ไปแล้ว เขาต้องบินไปเซี่ยงไฮ้แต่เช้า" มาดามจูค่อยๆเดินไปห้องน้ำโดยมีบุตรชายคอยพยุง      

        "แม่ยังเวียนหัวมั้ย" เสียวหวู่ถาม มาดามจูโคลงศรีษะก่อนจะหยุดอยู่ที่ประตูห้องน้ำ เงยศรีษะขึ้นถามบุตรชายที่สูงกว่าหกฟุต      

        "แล้วมันเรื่องอะไรกัน.... มาตีอกชกหัวร้องห่มร้องไห้อะไรกัน..."      

        "แล้วแม่นึกว่าอะไรล่ะ ทำเอาหน้ามืดไปเลยน่ะ ผมล่ะตกใจแทบแย่" มาดามจูเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องน้ำ ก่อนจะก้าวเข้าไปพร้อมกล่าวตัดบท      

        "ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก..." เสียวหวู่รีบโอบเอวมารดาไว้      

        "เผิงเกอบอกว่า ไป๋อวี่กำลังซ้อมบทน่ะ พอดีเกอเหนื่อย จะนอน เผิงเกอกับหงเจี่ยเลยช่วยพยุงนอน ไป๋อวี่ก็ซ้อมบทไป แม่เดินเข้าไปพอดี เห็นแค่นั้นก็หน้ามืดไปแล้ว ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ" เสียวหวู่หัวเราะมารดา ก่อนจะคลายอ้อมกอดแล้วช่วยปิดประตูห้องน้ำ      


        ที่จริงเขาไม่ค่อยเชื่อที่เผิงกวนอิงบอกนักหรอก แต่ตอนนั้นเขากำลังตกใจกับอาการของแม่ รีบอุ้มแม่ออกมาที่ทางเดินหน้าห้อง ทำให้ไม่ทันสังเกตุให้ละเอียดว่าในห้องเกิดอะไรขึ้น เขาเดินตามหลังแม่เข้าไป จึงเห็นเหตุการณ์ไม่ชัด เผิงกวนอิงบอกว่าอะไร เขาจึงว่าตามนั้นไม่อยากซักไซร้ให้มากเรื่อง จะมีที่ให้หงุดหงิดใจก็คงจะเป็นภาพของพี่ชายที่กำลังป้อนส้มให้ไป๋อวี่ที่นอนหนุนอยู่บนตัก ที่เขาบังเอิญไปเห็นเข้าเมื่อตอนเช้ามืดนี้      

        ตอนนั้นเสียวหวู่เพียงคิดรำคาญใจที่พี่ชายไม่ระมัดระวังตัวเอง ทำอะไรที่จะทำให้คนเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับไป๋อวี่ได้ แต่ตอนนี้เสียวหวูกลับยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนในใจยิ่งขึ้น เพราะพฤติกรรมของคนสกุลไป๋ทำให้เขานึกหวาดระแวงไปหมด ถ้าแม่มารู้ว่าทางคุณพ่อของไป๋อวี่ช่วยดูแลเรื่องการแอดมิดเข้าโรงพยาบาลของเธอ แม่คงลมจับเป็นคำรบสองแน่ๆ

        คนสกุลไป๋จะต้องมายุ่งวุ่นวายอะไรกับคนสกุลจูเล่า ไม่ได้เกี่ยวข้องมีความสัมพันธ์อะไรกันสักหน่อย....

​        ................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}