เงี่ยมล้อเทียนจือ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 39 เสี่ยงตายใต้น้ำตก

ชื่อตอน : บทที่ 39 เสี่ยงตายใต้น้ำตก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 374

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2562 13:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 39 เสี่ยงตายใต้น้ำตก
แบบอักษร

พริบตาเดียวเท่านั้นผ่านไปกว่าเจ็ดวันแล้วที่ถังเฟยหู่ขี่เฮยกุ่ยออกมาจากเมือง ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์มานี้เฮยกุ่ยไม่จำเป็นจะต้องหยุดพักด้วยซ้ำไป นั่นก็เพราะมันใช้ปราณมารไร้ลักษณ์ของถังเฟยหู่เป็นพลังงานแทนการดื่มกิน หลายวันมานี้ชายหนุ่มได้ใช้ปราณมารอันลึกลับนี้ตลอดเวลาจึงทำให้เกิดความคล่องแคล่วในวิชานี้มากขึ้น

ยอดอาชาสีดำวิ่งอย่างรวดเร็วราวกับพายุสีดำ สายลมสีดำนั้นได้พัดพามาจนถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งห่างไกลผู้คน ในป่าเขาตรงหน้าของถังเฟยหู่นั้นได้ส่งเสียงอื้ออึงราวกับอัสนีบาตก็ไม่ปาน แต่เฮยกุ่ยยอดอาชาก็หาได้กลัวเสียงนี้เฉกเช่นม้าทั่วๆไปไม่ ถังเฟยหู่กระตุกบังเหียนเร่งให้เฮยกุ่ยพาเขาไปยังต้นตอของเสียงนั่น

ซ่า!

เสียงน้ำสาดซัดกระแทกอย่างรุนแรง ภาพตรงหน้าของถังเฟยหู่คือน้ำตกซึ่งยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เขาเคยพบเคยเห็นมาในชีวิต สายน้ำที่วิ่งลงจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำนั้นเป็นเส้นสายสีขาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เมื่อมองๆไปแล้วก็ราวกับเห็นสายน้ำตกนี้เป็นมังกรตัวหนึ่งซึ่งทะยานลงสู่ด้านล่าง ทะลุทะลวงผืนพสุธาจนบังเกิดสายธารขนาดใหญ่

น้ำตกมังกรพิโรธ! ถังเฟยหู่ได้เดินทางมาถึงที่หมายแล้ว เขากระโดดลงจากหลังของเฮยกุ่ยก่อนที่จะลูบหัวมันอย่างเอ็นดูเพื่อแสดงความขอบคุณก่อนจะเก็บมันเข้าสู่ห้วงวิญญาณของตนเอง ถังเฟยหู่พุ่งทะยานลงไปเบื้องล่างของน้ำตกตรงบริเวณใกล้ๆแม่น้ำใหญ่นั่น เมื่อมาอยู่ด้านล่างของน้ำตกก็เป็นอีกภาพลักษณ์หนึ่ง ถังเฟยหู่มองขึ้นไปก็เห็นน้ำตกที่ไหลบ่าอย่างรุนแรง พลังของธรรมชาติไม่อาจดูถูกได้ หากเขาฝึกฝนอย่างไม่ระวังในที่แห่งนี้ก็อาจจะตายได้อย่างง่ายดาย

แต่นั่นก็มิใช่ปัญหา

หากมีเรื่องหนึ่งที่เขาได้รู้แจ้งมาด้วยตนเองในเวลากว่าเจ็ดเดือนที่ผ่านมาก็คือการฝึกฝนที่เฉียดความตายคือวิธีที่เร็วที่สุดในการพัฒนาตนเองให้เร็วที่สุด ถังเฟยหู่ถอดเสื้อนอกออกและวางไว้บนพื้นจนเหลือแต่ท่อนบนที่เปลือยเปล่า เขาสังเกตบริเวณรอบๆน้ำตกและเห็นก้อนหินหนึ่งที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาตรงจุดหนึ่งที่ใกล้บริเวณจุดที่น้ำตกลงกระแทกพื้นน้ำที่สุด หากยืนอยู่บนนั้นก็คงจะเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดที่เข้าใกล้จุดที่สายน้ำตกล่วงหล่นลงมาได้ ถังเฟยหู่ใช้ท่าเท้าของตนเองในการไปหยุดยืนอยู่ตรงนั้น

ซ่า!

ถังเฟยหู่มองเส้นสายน้ำขนาดใหญ่สีขาวตรงหน้านี้ ในทัศนวิสัยของเขามีแต่น้ำตกสีขาวที่ร้องคำรามดุจมังกรพิโรธ เขาเดินพลังลมปราณเก้าเยือกแข็งใส่ในท่อนแขนขวาของตนเองอย่างเต็มเปี่ยมจนไอขาวแห่งความหนาวเย็นลอยออกมา

“ไอพลังวิญญาณในบรรยากาศที่นี่เต็มเปี่ยมไปด้วยธาตุวารี มีส่วนช่วยการหนุนเสริมปราณเก้าเยือกแข็งจริงๆด้วย การโคจรปราณเพื่อสร้างไอเย็นนับว่ารวดเร็วกว่าเดิมหลายส่วนมากนัก” ถังเฟยหู่วิเคราะห์สถานะการณ์ในร่างกายของตนเอง

เมื่อชายหนุ่มโคจรปราณเก้าเยือกแข็งเพื่อสร้างไอหนาวเย็นก็จะสร้างสภาวะพิเศษภายในร่างกายของตน ในจุดที่โคจรปราณเก้าเยือกแข็งก็จะเกิดไอเย็นขึ้นมาจากภายในเส้นลมปราณ ซึ่งสภาวะพิเศษนี้เองที่ได้ดูดกลืนเข้าวารีธาตุโดยรอบมาหนุนเสริมเพื่อสร้างพลังความเย็น และที่แห่งนี้ที่เต็มไปด้วยวารีธาตุจึงมีส่วนช่วยในการเสริมความเร็วและพลังของปราณเก้าเยือกแข็ง

ถังเฟยหู่มองฝ่ามือที่กลายเป็นสีซีดเซียวของตนเองด้วยความหนาวเย็น ไอเย็นที่ถูกส่งออกมาจากร่างของเขามีความเย็นที่ลึกล้ำกว่าแต่ก่อนอยู่หลายส่วน นั่นก็เพราะร่างกายของเขาได้ผ่านการฝึกฝนที่ทรหดจากไอเย็นของวิชามาถึงสองครั้ง ในตอนนี้ร่างของเขาสามารถทนรับและส่งไอเย็นได้มากกว่าเดิมมากนัก นี่เป็นผลจากการที่เขาสำเร็จวิชาปราณเก้าเยือกแข็งในขั้นที่สอง ถังเฟยหู่ค่อยๆดันฝ่ามือเยือกแข็งของตนเองออกไปสัมผัสกับน้ำตกมังกรพิโรธ

ปัง! ตู้ม!

เพียงแค่สัมผัสโดยผิวเผิน แรงผลักจากน้ำตกมังกรพิโรธถึงกับแทกให้ฝ่ามือของถังเฟยหู่กระเด็นออกไปในทันที! แรงผลักจากน้ำตกไม่เพียงกระแทกให้ฝ่ามือของชายหนุ่มกระเด็นออกไปเท่านั้น แม้แต่ร่างกายของชายหนุ่มยังถูกผลักดันจนหมุนคว้างก่อนจะตกลงในกระแสน้ำที่เชี่ยวกราดด้านล่าง

ถังเฟยหู่พยายามขึ้นมาจากน้ำและนอนพักอยู่ด้านข้างสายน้ำอันเชี่ยวกราดนี้ gขายกแขนข้างที่ได้สัมผัสกับน้ำตกขึ้นมามอง บนฝ่ามือข้างนั้นถึงกับแดงช้ำไปทั้งมือ นี่ขนาดเขาเตรียมการโดยการเดินปราณเก้าเยือกแข็งไว้ก่อนยังส่งผลถึงเพียงนี้

เขารีบชันกายเพื่อลุกขึ้นมานั่งจากนั้นจึงค่อยโคจรลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บให้หายโดยเร็ว เมื่อฝ่ามือของเขาดีขึ้นแล้ว ถังเฟยหู่ก็ได้ไปหยุดยืนอยู่บนก้อนหินก้อนเดิมอีกครั้งหนึ่ง แต่ในครั้งนี้เขาเตรียมตัวให้ดียิ่งกว่าเดิม ยืนให้มาดมั่น เกร็งกำลังขาเพื่อรองรับแรงกระแทกอันหนักหน่วง

ถังเฟยหู่ใช้พลังทั้งร่างเพื่อการโจมตีเพียงครั้งเดียว มือซ้ายยืดออกมือขวาเก็บรั้งไว้ที่เอว ท่อนขายืนอย่างมั่นคงดุจต้นไม้แกร่ง ที่ฝ่าเท้าของเขาก็โคจรไว้ด้วยปราณเก้าเยือกแข็งเพื่อเร่งสภาวะของร่างกายให้แกร่งยิ่งกว่าเดิมอีกทั้งยังแช่แข็งเท้าของตนเองให้ยึดติดกับหินให้มั่นคงยิ่งกว่าครั้งก่อน

ปัง!

เขายืนฝ่ามือขวาออกไปอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคงอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ถูกแรงน้ำนั้นกระแทกกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้เขาเตรียมรับแรงกระแทกเป็นอย่างดีจึงทำให้ไม่ลมหงายตกจากหินอีก แต่ฝ่ามือของเขาก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่เหมือนเดิม ถังเฟยหู่จับจ้องไปทางสายน้ำตกมังกรพิโรธอย่างไม่ยอมแพ้และฟาดฝ่ามือซ้ายใส่ไปอีกครั้งโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว! แต่ก็เป็นเหมือนเช่นเดิม แรงดันน้ำนั้นผลักให้ฝ่ามือของเขากระเด็นกลับไปอย่างแรง สั่นสะเทือนไปจนถึงกระดูกทั้งร่างของเขาราวกับพวกมันจะหลุดออกจากกัน!

แกร๊ก! แกร๊ก!! แกร๊ก!!!

เสียงข้อต่อและกระดูกดังออกมาไม่หยุด หากเป็นตอนที่เขายังไม่ผ่านการฝึกปราณเก้าเยือกแข็งแล้วมาลองโจมตีน้ำตกเช่นนี้ก็คงไม่ต่างจากฆ่าตัวตาย ร่างกายของเขาคงถูกแรงอันมหาศาลของธรรมชาติกระทบกระทบกระเทือนถูกจนกระดูกทั้งร่างแตกไม่มีชิ้นดี ร่างกายแหลกเลวไม่มีหนทางรอด

เมื่อถังเฟยหู่สังเกตเห็นว่าเขายังพอรับแรงที่ถูกส่งกลับมาจากน้ำตกมังกรพิโรธได้อยู่ส่วนหนึ่งก็จึงตั้งเป้าว่าจะฝึกฝนร่างกายให้เข้าที่เสียก่อนที่จะฝึกฝนในขั้นต่อไป เขาโครปราณเก้าเยือกแข็งไปจนทั่วทั้งร่างด้วยความเร็วสูงสุด เพียงไม่นานนักร่างของเขาก็ส่งไอเย็นเป็นหมอกสีขาวปกคลุมร่างกาย

ไอเย็นสีขาวนี้ส่งผลไปถึงน้ำตกและแม่น้ำอันเชี่ยวกราดที่ด้านล่างให้อุณหภูมิของน้ำลดต่ำลงไปเรื่อยๆ เหตุการณ์นี้ช่วยผลักดันให้ปราณเย็นของเขาทวีความเย็นมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายส่วน การโคจรปราณเก้าเยือกแข็งในสถานะการณ์เช่นนี้นับว่าเป็นผลดีมากกว่าเดิมและยังทำให้มีความพัฒนาในวิชามากขึ้น

ปราณเก้าเยือกแข็ง วิชาหมัดแปดปรมัตถ์!

ปัง! ปัง!! ปัง!!!

ถังเฟยหู่เปลี่ยนจากฝ่ามือเป็นหมัดและใช้หมัดของตนต่อยออกไปยังน้ำตกมังกรพิโรธอย่างไม่หยุดหย่อน หมัดแปดปรมัตถ์ถูกใช้ออกมาทุกกระบวนท่ากับน้ำตกอันเชี่ยวกราด หมัดทั้งสองเมื่อกระทบถูกน้ำตกนั้นก็ถูกแรงอันมหาศาลกระแทกกลับออกมาแต่ในจังหวะนั้นเองที่ชายหนุ่มก็ผลักดันหมัดอีกข้างสวนไปในทันที

หมัดทั้งสองข้างสลับซ้ายขวาจู่โจมใส่น้ำตกมังกรพิโรธอย่างบ้าคลั่ง หมัดทั้งสองกระหน่ำจู่โจมใส่น้ำตกคลั่งตรงหน้าอย่างไม่รู้วันคืน ราวกับพลังวิญญาณในธรรมชาติเป็นแหล่งพลังที่ไม่รู้จักหมด หมัดทั้งสองที่กระหน่ำใส่น้ำตกทำให้บังเกิดความหนาวเย็นที่แปลกประหลาดขึ้นที่น้ำตกมังกรพิโรธ แม้หมัดของเขาจะไม่ส่งผลมากมายเท่าใดนัก ยังไม่ถึงขั้นที่แช่แข็งน้ำตกทั้งหมดให้กลายเป็นน้ำแข็ง

แต่หมัดของเขาก็ยังส่งผลให้อุณหภูมิของน้ำลดต่ำลงไปกว่าหลายส่วน หมัดทั้งสองของเขาจากตอนแรกที่แดงเพราะถูกกระแทกจากแรงดันน้ำที่ผลักดันให้กระเด็นออกก็กลายเป็นโชกเลือดในที่สุด แต่เขาก็ไม่สนใจอาการบาดเจ็บในมือของตนเองเลยแม้แต่น้อย ความหนาวเย็นจากปราณในร่างแช่แข็งบาดแผลให้เลือดหยุดไหลในเวลาไม่นาน นี่จึงทำให้ชายหนุ่มยังคงชกน้ำตกคลั่งตรงหน้าต่อไปโดยไม่หยุด

น้ำตกคลั่ง แต่คนนับว่าคลั่งกว่า!

แม้จะบาดเจ็บมือทั้งสองข้างเพียงไรเขาก็ไม่หยุดการชกของมือทั้งสองเลยแม้แต่ลมหายใจเดียว สามวันผ่านไปตั้งแต่เขาชกใส่น้ำตก มือทั้งสองข้างของเขาถูกกระแทกและกดดันจนแข็งแกร่งมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า นี่ราวกับเป็นเหล็กกล้าที่ถูกทุบตีจนหนาแน่นและจนแข็งแกร่งมากกว่าเดิมหลายต่อหลายเท่า

ถังเฟยหู่ยกยิ้มขึ้นมาเมื่อรับรู้ได้ด้วยร่างกายของตนว่าหมัดทั้งสองสามารถทนรับแรงของน้ำตกมังกรพิโรธได้แล้ว เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆอีกต่อไป เขาก้าวขาเข้าไปใกล้น้ำตกอีกหนึ่งก้าว หมัดทั้งสองชกเข้าใส่น้ำตกมังกรพิโรธอย่างไม่หยุดหย่อนอีกครั้งแต่ครั้งนี้ท่อนแขนของเขารับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดเช่นเดียวกันกับสามวันก่อนที่ชกน้ำตกเป็นครั้งแรก เมื่อชกออกไปและชักมือกลับออกมา ทั้งท่อนแขนของเขากลับเป็นเป็นสีแดงเพราะความรุนแรงของน้ำตกมังกรพิโรธ

ปัง! ปัง!! ปัง!!!

แขนทั้งสองข้างชกออกไปยังน้ำตกมังกรพิโรธอย่างไม่หยุด แขนทั้งสองเป็นเหมือนดั่งมือทั้งสองข้างที่ไม่อาจทานทนในตอนแรกได้ แต่ถังเฟยหู่ก็อดทนต่อความเจ็บปวดและชกออกไปอย่างไม่หยุดหย่อนจนกว่าน้ำตกอันบ้าคลั่งจะทุบทำลายให้ร่างของเขาแข็งแกร่งขึ้น

จนผ่านไปอีกหลายวันที่แขนทั้งสองของเขาได้กลายเป็นแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมเหมือนดั่งหมัดทั้งสอง นอกจากกล้ามเนื้อและร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นแล้ว กระดูกและข้อต่อทั้งหมดในร่างเมื่อถูกกระแทกและฝึกฝนอย่างหนักโดยความโหดร้ายของธรรมชาติก็แปรเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งดุจปีศาจก็ไม่ปาน

ตึง!

ถังเฟยหู่ขยับขาอีกก้าวหนึ่งในรอบหลายวันที่ผ่านมาเพื่อเข้าใกล้น้ำตกมังกรพิโรธอีกสักหน่อย ท่อนแขนด้านบนรวมถึงไหล่ส่วนหนึ่งได้เข้าสู่น้ำตกและถูกทุบทำลายโดยพลังธรรมชาติอีกคำรบหนึ่ง ผ่านไปอีกหลายวันจนแขนทั้งสองข้างของเขาได้กลายเป็นแข็งแกร่งมากมายกว่าเดิมมากนัก

แกร๊ก! แกร๊ก!!

พื้นฐานร่างกายของถังเฟยหู่นับว่าหนาแน่นมากขึ้นกว่าเก่า หากเขาจะฝึกฝนวิชาปราณเก้าเยือกแข็งขั้นสามเพื่อผลัดเนื้อเปลี่ยนกระดูกในขั้นสุดท้ายก็จะง่ายดายกว่าเดิมมากมายนัก แต่เป้าหมายของถังเฟยหู่นั้นไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มความสะดวกสบายต่อการฝึกร่างกายในขั้นที่สามเท่านั้น

เพราะเมื่อเขามาถึงที่นี่เป็นครั้งแรกและได้เห็นความร้ายกาจของน้ำตกอันบ้าคลั่งนี้ก็ทำให้เขาคิดบางอย่างออก นั่นก็คือพลังธาตุวารีซึ่งแข็งแกร่งที่สุดในที่นี่ไม่ใช่ที่ตรงน้ำตกที่เขากำลังใช้ฝึกฝนร่างกาย หากแต่เป็นใต้น้ำตกซึ่งถูกแรงธรรมชาติถาโถมใส่มาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปี ไม่ว่าสิ่งใดเมื่อหลงลงไปสู่ใต้น้ำตกก็จะถูกแรงกดดันจากด้านบนให้จมดิ่งลงไปใต้น้ำลึก ไม่ทราบว่าหลายปีที่ผ่านมานี้มีสัตว์อสูรจำนวนมากเพียงใดที่ได้ตายภายใต้น้ำตกนี้

แต่หากได้ไปฝึกฝนร่างกายภายใต้น้ำตกอันบ้าคลั่งก็จะยิ่งเป็นผลดีกับการผลัดเนื้อเปลี่ยนกระดูกในขั้นต่อไปเท่านั้น หากเขาคาดการณ์ไว้ไม่ผิด ภายใต้น้ำตกมังกรพิโรธนี้ต้องลึกเป็นอย่างมาก แรงกดดันจากด้านบนของน้ำตกคลั่งที่ถาโถมตลอดเวลาอีกทั้งยังมีแรงดันน้ำที่บีบทำลายร่างกายจากรอบด้าน

นี่เป็นที่ๆเหมาะแก่การฝึกฝนร่างกายเป็นอย่างมาก มวลร่างกายและกระดูกที่ถูกผลัดเปลี่ยนใหม่จะถูกบีบอัดและควบแน่นให้พื้นฐานมั่นคงมากกว่าเดิม ในขั้นขอบเขตปราณซึ่งเป็นขอบเขตแรกแห่งการฝึกตนนั้นเป็นการสร้างรากฐานให้กับขั้นต่อไป การที่เขาได้ฝึกฝนร่างกายให้สมบูรณ์พร้อมเช่นนี้นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการเข้าสู่ขอบเขตก่อเกิด

ปัง! ปัง!! ปัง!!!

หมัดของถังเฟยหู่ปะทะกับน้ำตกอย่างไม่หยุดหย่อนจนเมื่อผ่านไปกว่าอีกครึ่งเดือน ร่างกายของชายหนุ่มก็สามารถทนรับแรงอันมหาศาลของน้ำตกได้โดยไม่เจ็บปวดใดๆอีกต่อไป ความเชี่ยวชาญในการใช้ปราณเก้าเยือกแข็งของเขานับว่าพัฒนาขึ้นไปมากนักอีกทั้งยังทำให้พลังของเขาเข้าสู่ขอบเขตปราณขั้นห้าระดับสุดยอดอีกด้วย

ถังเฟยหู่ที่ยืนอยู่บนหินนั้นได้ถอยหลังกลับมายังจุดที่มั่นคงบนหินก้อนนั้นและได้มองไปยังน้ำตกตรงหน้าอีกครั้ง การเตรียมการเพื่อรับแรงกดดันจากน้ำตกมังกรพิโรธในขั้นแรกนับว่าสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย ในขั้นต่อมาที่เขาจะฝึกฝนร่างกายต่อไปก็คือการเข้าไปฝึกยังใต้น้ำตกซึ่งไม่ทราบว่ามันจะลึกถึงเพียงไหน

ในขั้นตอนนี้นับว่าเสียงเป็นอย่างมาก หากเขาประเมินตัวเองจนสูงเกินไปก็อาจจะตายได้อย่างงายดาย ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากน้ำที่ถูกบีบอัดจากรอบด้าน หรือแม้แต่การขาดลมหายใจจนตายอยู่ใต้น้ำก็ตาม แม้เขาจะเคยอ่านตำรามาอยู่บ้างว่าในอดีตมีผู้ฝึกตนสายวารีธาตุได้ฝึกฝนที่ใต้ทะเลเพื่อเรียนรู้สำนึกของวารีธาตุจนหายใจใต้น้ำได้จากการหายใจภายใน แต่นั่นก็เป็นเพียงสิ่งที่อยู่ในตำราเท่านั้น

เขาไม่ทราบแม้แต่น้อยว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะจริงเท็จปานใด แต่หากจะพูดไปแล้วนั้นก็เป็นหลักพื้นฐานของการฝึกตน คนปกติที่ไม่ได้ฝึกตนมักจะต้องการพลังงานเพื่อใช้ชีวิตต่อไป เพื่อให้อวัยวะทำงาน พวกเขาจะได้พลังงานจากการดื่มกินและการหายใจเพื่อรับพลังวิญญาณมาหล่อเลี้ยงร่างกาย

แต่ผู้ฝึกตนนั้นต่างออกไป พวกเขาเหล่านั้นต่างก็รับพลังงานจากการรวบรวมพลังวิญญาณในโลกเข้าสู่ร่างกายและกักเก็บไว้เพื่อฝึกฝนและเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย และผลประโยชน์ที่ได้จากการรับพลังงานธรรมชาตินั้นเข้าสู่ร่างก็คือพวกเขาไม่จำเป็นต้องได้รับพลังงานอย่างเช่นการดื่มกินอีก ปราชญ์โบราณเคยกล่าวไว้ว่ามนุษย์ต่างมีร่างที่ไม่บริสุทธิ์เพราะบริโภคของไม่ดีเข้าสู่ร่างเป็นจำนวนมาก พวกเขาเหล่านั้นจะรับพลังงานได้เพียงส่วนหนึ่งจากของกินเหล่านั้นและจะขับถ่ายออกเป็นของเสียออกมา แต่ผู้ฝึกตนคือผู้ที่มีร่างบริสุทธิ์ดุจดั่งเซียน ดื่มกินเมฆหมอกเพื่อประทังชีวิต ซึ่งเมฆหมอกในคำกล่าวเหล่านั้นก็คือพลังวิญญาณในโลกนั่นเอง

ในทางกลับกัน การหายใจของคนในโลกนี้ก็เพื่อรับพลังวิญญาณมาหล่อเลี้ยงร่างกายเพื่อให้อวัยวะต่างๆยังทำงานได้ต่อไป การฝึกตนใต้น้ำก็เพียงใช้การหายใจภายในและรับพลังวิญญาณจากสายน้ำแทนการหายใจ แม้การพูดจะง่ายมากนักแต่การปฎิบัติก็ไม่ง่ายดายเช่นนั้น โดยเฉพาะถังเฟยหู่ที่ฝึกฝนด้วยตนเอง

ชายหนุ่มพุ่งทะยานกลับไปยังฟากฝั่งด้านข้างแม่น้ำอีกครั้ง จากนั้นเขาจึงหาก้อนหินขนาดใหญ่พอประมาณมา มันน่าจะมีน้ำหนักพอๆกับร่างกายของเขา ชายหนุ่มนำเสื้อนอกที่ถอดออกไว้ของตนมาใช้แทนเชือกและผูกก้อนหินนั้นเข้ากับขาข้างหนึ่งของตน เขาอุ้มก้อนหินนั้นและเดินไปทางแม่น้ำอันเชี่ยวกราด

ถังเฟยหู่เลือกจุดที่ห่างจากจุดที่น้ำตกอันบ้าคลั่งตกลงบนแม่น้ำ จุดที่ห่างออกมานี้เป็นบริเวณที่น่าจะน้ำตื้นกว่าบริเวณใต้น้ำตกมากนัก ทันใดนั้นเองที่ชายหนุ่มกระโดดสูงขึ้นไปเหนือน้ำและทิ้งล่างร่วงลงสู่ก้นแม่น้ำสายนี้ในทันที!

ตู้มมม

เสียงน้ำแตกกระจายออก หินที่ถ่วงขาของถังเฟยหู่ได้ลากเอาร่างของเขาจมลงสู่แม่น้ำอันเชี่ยวกราด ทัศนวิสัยโดยรอบของเขานั้นคือน้ำสีฟ้าใสที่ไหลผ่านร่างกายไป ยิ่งร่างของเขาจมลึกลงไปเท่าไหรก็สามารถรับรู้ได้ถึงแรงของน้ำที่บีบอัดร่างกายมาเท่านั้น จนเมื่อจมไปถึงก้นแม่น้ำซึ่งลึกลงไปประมาณครึ่งลี้ แรงดันน้ำโดยรอบก็ไม่ได้เพิ่มอีก

ถังเฟยหู่ซึ่งกำลังกลั้นหายใจอยู่นั้นยังไม่อาจสัมผัสได้ถึงการหายใจจากภายในใดๆเลย ร่างที่ลอยอยู่ใต้น้ำนั้นได้โคจรปราณเก้าเยือกแข็งจนแม่น้ำโดยรอบเย็นลงเรื่อยๆ ความหนาวเย็นยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปราณที่ไหลเวียนในร่างนั้นกลับโลดแล่นไปอย่างลิงโลด พลังปราณเก้าเยือกแข็งพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเมื่อเจอความเย็นที่ถูกหนุนเสริมโดยวารีธาตุโดยรอบ

พลังของวิชาปราณเก้าเยือกแข็งใกล้ไปแตะชายขอบของระดับสุดยอดของขั้นที่สอง แต่เมื่อฝึกได้ประมาณเกือบจะสองพันลมหายใจผ่านไป เขาก็เริ่มรู้สึกถึงความอึดอัด เขาเจ็บภายในหน้าอกราวกับหัวใจของเขาจะระเบิดออกมาก็ไม่ปาน เมื่อเขาทนไม่ไหวอีกต่อไปก็ได้ชกทำลายหินที่ถ่วงไว้ให้แตกออกและลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ

เมื่อขึ้นสู่ด้านบนแล้ว ชายหนุ่มก็ได้สูดลมหายใจรับเอาอากาศเข้าสู่ปอดอย่างเต็มที่ หากเขาขึ้นมาช้ากว่านี้อีกเพียงนิดก็อาจถึงขั้นหมดสติอยู่ใต้น้ำก็เป็นได้ เมื่อเทียบกับคนปกติที่สามารถกลั้นลมหายใจได้เพียงร้อยช่วงลมหายใจนี่ก็นับว่าเหนือกว่าคนธรรมดาตั้งไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่าแล้ว

แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลนัก เพราะเป้าหมายสุดท้ายของผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ก็คือการกลายเป็นเซียนในตำนาน ว่ากันว่าการกลายเป็นเซียนที่แท้จริงจำต้องผ่านด่านเคราะห์เซียนที่ถูกเรียกว่าสามหายนะเก้าภัยพิบัติในตำนาน เมื่อเดินในเส้นทางของผู้ฝึกตนก็คือการทิ้งหนทางเฉกเช่นมนุษย์ธรรมดาๆ

สำหรับผู้ฝึกตนในอดีตกาลนั้นหวังเพียงที่จะกลายเป็นเซียนและโบยบินขึ้นสู่สวรรค์ เสพสุขกลายเป็นเทพไปชั่วนิรันดร์ แต่ตำนานก็คือตำนาน เมื่อผ่านไปนานเข้า พวกมนุษย์ก็ยิ่งห่างไกลจากหนทางของเซียนมากขึ้น เมื่อมีคนผจญด่านเคราะห์เซียนส่วนมากก็มีล้มหายตายจากไปนักต่อนัก หากจะให้ไปเสี่ยงตายเช่นนั้น สู้พวกเขาเป็นใหญ่ในโลกมนุษย์ไม่ดีกว่าเหรอยังไงกัน?

ยิ่งนานเข้าผู้คนก็ยิ่งห่างไกลจากวิถีของเซียนอันแท้จริง ใช้พลังอำนาจของการฝึกตนเพื่อหวังแย่งชิงสิ่งที่ตนเองต้องการ บ้างก็อยากได้อำนาจ บ้างก็หวังเพื่อเงินทอง บ้างก็เพื่อศักดิ์ศรีของตน บ้างก็เพื่อชื่อเสียงหน้าตาของวงศ์ตระกูล แต่จะมีสักกี่คนในยุทธภพนี้กันที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวโดยไม่สนใจชีวิตเฉกเช่นถังเฟยหู่

ชายหนุ่มผู้มีดวงตาสองสีกระโดดขึ้นๆลงๆอยู่ตรงแม่น้ำนั้นกว่าหนึ่งสัปดาห์จนปอดของเขาพัฒนาไปจนแข็งแกร่งและทนทานกว่าเดิมมากนัก แม้เขายังไม่อาจใช้การหายใจจากภายในได้แต่ในช่วงของความเป็นตายก็ราวกับเขาจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอันน่าพิศวงของพลังบางอย่าง มันราวกับเขาใกล้จะเรียนรู้ที่จะใช้พลังงานภายในแทนการหายใจได้อยู่ร่อมร่อ แต่ก็เหมือนมีเมฆหมอกมาบดบังมันเสียก่อนที่จะไปถึง

ซึ่งเมฆหมอกที่ว่าก็คือการที่เขาเลือกที่จะขึ้นสู่ผิวน้ำ มันราวกับจิตใต้สำนึกของเขาทราบดีว่าไม่มีทางตายอย่างแน่นอน มันราวกับมีแสงสว่างสาดส่องอยู่เสมอ เมื่อเขาไม่อาจทานทนได้อีกต่อไปก็เลือกที่จะปลดปล่อยตัวเองออกจากหินที่ถ่วงอยู่

ถังเฟยหู่นอนหอบหายใจอยู่บนฝั่ง เขาคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆก็ค้นพบว่ามันเป็นเพราะเขายังไม่เข้าใกล้ความตายอย่างแท้จริง เขายังมุ่งมั่นในการฝึกไม่เพียงพอ เขาชันกายลุกขึ้นนั่งและหันไปมองยังจุดที่น้ำตกได้ไหลลงมากระทบกับน้ำจนเกิดเป็นฟองขาวฟูฟ่อง สายตาอันแน่วแน่ของเขาจับจ้องไปยังจุดนั้น

เขาคิดว่าการเตรียมการของเขาช่างไร้ค่าหากเขายังไม่เลือกที่จะลงมือเสียเดี๋ยวนี้ การฝึกใต้แม่น้ำแม้จะทำให้เขาได้เข้าถึงปราณเก้าเยือกแข็งขั้นที่สองในระดับสุดยอด แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาพัฒนามากกว่านี้

อีกทั้งใต้น้ำตกนั้นคงจะต้องลึกมากกว่าบริเวณที่เขาได้ฝึกฝนในหลายวันนี้หลายต่อหลายเท่า เมื่อลงลึกลงไปมากเท่าไหร แรงกดดันจากรอบด้านก็จะบีบอัดร่างกายของเขามากเท่านั้น ยิ่งลงลึกเท่าไหรก็ยิ่งหนาวเย็นมากเท่านั้น ไม่มีที่ใดที่จะฝึกฝนปราณเก้าเยือกแข็งในขั้นที่สามได้ดีกว่าที่แห่งนี้อีกแล้ว

ถังเฟยหู่พักพื้นจนร่างกายสมบูรณ์พร้อมที่สุดจากนั้นจึงทะยานร่างไปยังหินก้อนที่ใกล้น้ำตกที่สุดก้อนเดิมและยืนอยู่บนนั้น เขาจับจ้องไปทางน้ำตกตรงหน้าพร้อมกับคิดเรื่องราวต่างๆภายในหัวสมอง ในห้วงความจำของเขาปรากฎวิชาปราณเก้าเยือกแข็งที่ได้รับจากจิ้งจอกน้อยในป่า

เขาปล่อยวางเรื่องราวต่างๆและทบทวนภาพจำของวิชาเป็นครั้งสุดท้าย เขาโคจรปราณเก้าเยือกแข็งด้วยพลังสูงสุดของตนเอง เขาได้นำน้ำค้างแข็ง โสมหิมะและกุหลายเย็นที่เหลือจากการฝึกครั้งก่อนมาด้วย เขาเลือกที่จะกินพวกมันเข้าไปโดยตรงโดยหวังว่าพลังเย็นจากพวกมันอาจจะกระตุ้นพลังธาตุเย็นให้สูงสุดในการฝึกครั้งนี้ บางทีพวกมันอาจทำให้เขามีโอกาสทำสำเร็จมากขึ้นโดยสามารถใช้การหายใจจากภายในได้ในที่สุด

แต่การกินพวกมันเข้าไปโดยตรงเองก็นับว่าเสี่ยงอย่างมากเช่นกัน โดยทั่วไปหากทำเช่นนั้นก็อาจจะแช่แข็งอวัยวะภายในของคนให้กลายเป็นน้ำแข็งไปเลยก็ได้ แต่ร่างของถังเฟยหู่ต่างออกไป เขาได้ฝึกฝนวิชาในศาสตร์น้ำแข็งและยังจำเป็นต้องใช้ความเย็นอันสุดขั้วในการผลัดเนื้อเปลี่ยนกระดูกในครั้งสุดท้าย

หากไม่สำเร็จก็คือตาย!

หนทางแห่งการฝึกตนไม่ง่ายดาย และมันไม่มีวันที่จะเรียบง่าย ถังเฟยหู่ตลอดมาก็ไม่เคยฝึกฝนเช่นหนทางปกติ เขาใช้วิธีการที่ยากกว่าผู้อื่นเสมอเพื่อให้ได้พลังที่ตนเองต้องการมาครอบครอง เขาต้องไม่ตายและกลับมาอีกครั้ง!

ถังเฟยหู่ทิ้งร่างของตัวเองลงในน้ำตกตรงหน้า แรงอันมหาศาลของน้ำตกมังกรพิโรธกดร่างของชายหนุ่มให้จมลงไปใต้น้ำอย่างรวดเร็ว! แรงดันน้ำโดยรอบนั้นเพิ่มขึ้นในทุกลมหายใจราวกับจะบดทำลายร่างกายของเขาให้สลายหายไปในสายน้ำนี้! ถังเฟยหู่โคจรปราณเก้าเยือกแข็งและใช้พลังความเย็นสุดขั้วที่ส่งออกมาจากกระเพาะของตนในการฝึกวิชาขั้นที่สาม และเมื่อร่างของชายหนุ่มโดนกดให้ตกลงสู่เบื้องล่างเท่าไหนมันยิ่งหนาวเย็นและมีแรงดันมากขึ้นเท่านั้น

ในสายตาของชายหนุ่มนั้นไม่อาจมองเห็นแสงอาทิตย์จากผิวน้ำได้อีก โดยรอบกลับกลายเป็นมืดมิดในที่สุด และในเวลาไม่นานร่างของเขาก็จมลงสู่ก้นแม่น้ำ แรงดันน้ำตกจากด้านบนกดไม่ให้เขาขึ้นไป แรงดันจากน้ำรอบด้านพร้อมบีบทำลายเขาทุกเวลา น้ำโดยรอบตอบสนองต่อปราณเย็นที่ถูกส่งจากภายในร่างของเขาจนทวีความเย็นขึ้นเรื่อยๆ นี่ราวกับเขาโดนทุบทำลายจากทั้งนอกและในก็ไม่ปาน

ความคิดเห็น