เงี่ยมล้อเทียนจือ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 33 มังกรจากฟ้า

ชื่อตอน : บทที่ 33 มังกรจากฟ้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 416

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2562 13:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 33 มังกรจากฟ้า
แบบอักษร

ดวงตาเซียนพยัคฆ์...

หนึ่งประโยคที่ก้องกังวานอยู่ภายในหัวของถังเฟยหู่อย่างไร้ที่มาที่ไป เสียงนี้เป็นเสียงที่เก่าแก่เป็นอย่างมากราวกับเป็นเสียงที่มาจากห้วงบรรพกาลอันโบราณ ความร้อนที่บังเกิดขึ้นภายในดวงตาซ้ายของถังเฟยหู่นั้นลุกลามไปถึงหัวสมองของเขาอย่างรวดเร็วและทันใดนั้นเองที่เกิดความผิดปกติขึ้น

ราวกับสัมผัสทั้งห้าของถังเฟยหู่ถูกเร่งเร้าจนถึงจุดสูงสุด โดยเฉพาะการมองเห็นของเขาที่ถูกพัฒนาขึ้นในชั่วพริบตา ดวงตาของเขาราวกับจะสามารถมองรายละเอียดทุกๆอย่างภายในคลองจักษุได้อย่างชัดเจนถึงที่สุด มองเห็นได้แม้แต่กระทั่งฝุ่นละอองภายในอากาศหากเขาต้องการ การเคลื่อนไหวของจิ้นฝานในครรลองสายตาของเขากลับช้าลงเรื่อยๆลงในทุกขณะ

ไม่ถูกต้อง! เป็นห้วงคิดของเขาต่างหากที่เร็วขึ้น ดวงตาข้างนี้ของเขาทำให้สามารถมองทุกอย่างได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น แม้จิ้นฝานจะดูเหมือนเคลื่อนไหวช้าลงเพราะความคิดของเขาที่รวดเร็วขึ้น แต่ร่างของเขาก็ใช่ว่าจะขยับได้มากมายในสภาวะแบบนี้ เขาเร่งรีบหาช่องวางจากหมัดนี้ของจิ้นฝานอย่างรวดเร็วและใช้การเคลื่อนไหวที่น้อยที่สุดในการหลบรอดจากกระบวนท่านี้ของศัตรู

ถังเฟยหู่ใช้ท่าเท้าอสรพิษลี้ลับได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเก่าก่อนด้วยห้วงความคิดที่รวดเร็วมากขึ้น เขาหลบหนีออกไปในทิศทางที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แม้สำหรับห้วงความคิดที่รวดเร็วมากขึ้นของถังเฟยหู่จะดูเชื่องช้าและขยับได้อย่างยากลำบากในสภาวะเช่นนี้ แต่สำหรับผู้อื่นที่มองด้วยสายตาของคนปกติแล้วเป็นการช่วงชิงไหวพริบที่ฉิวเฉียดและใกล้ความตายเพียงเอื้อมอย่างมาก

จิ้นฝานพยายามจะคว้าร่างของถังเฟยหู่ให้อยู่ในมือไว้ให้ได้แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำเช่นนั้นได้ ร่างของถังเฟยหู่พลิ้วไหวไปมาราวกับงูพิษที่พลิ้วไหวไปมายากจะจับไว้ได้ ทุกการเคลื่อนไหวของจิ้นฝานแม้จะเฉียบคมมากเพียงใดแต่ก็ราวกับคนตรงหน้านี้รับรู้ได้ถึงความคิดและการเคลื่อนไหวของเขาตลอด ถังเฟยหู่มักจะหลบรอดไปได้ทุกครั้งโดยหาช่องวางในกระบวนท่าของจิ้นฝานได้เสมอ

แต่ยิ่งผ่านไปนานเข้าเท่าไหร ถังเฟยหู่เองก็สามารถรับรู้ได้ว่าสภาวะเช่นนี้ไม่อาจที่จะคงอยู่ได้ตลอดไป นั่นก็เพราะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นภายในดวงตาของเขา ยิ่งเขาอยู่ในสภาวะเช่นนี้นานเข้าเท่าไหร ความเจ็บปวดยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อถึงจุดๆหนึ่งที่ดวงตาของเขาไม่อาจทนทานรับไหวได้อีกต่อไป เขาก็คงจะหลุดออกสภาวะอันได้เปรียบเช่นนี้และอาจถูกจิ้นฝานฆ่าในกระบวนท่าเดียว

จะมีสิ่งใดที่เขาทำได้ดีไปกว่าการถ่วงเวลาละ? ถังเฟยหู่เร่งเดินลมปราณมารไร้ลักษณ์ขึ้นอีกทางเพื่อเร่งดูดกลืนปราณมรณะออกจากร่างของจิ้นฝานให้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ชีวิตของถังเฟยหู่ขึ้นอยู่กับพลังอันลึกลับที่เขาพึ่งได้รับมาแล้วว่าจะสามารถอยู่ได้นานแค่ไหน ดวงตาข้างขวาของเขากลับกลายเป็นสีดำเพราะสภาวะของลมปราณมารในร่าง แต่แปลกยิ่งนักที่ดวงตาซ้ายของเขาไม่ได้รับผลใดๆเมื่ออยู่ในสภาวะเช่นนี้

ท่ามกลางสายตาของชาวยุทธ์ทุกผู้คนที่ชมการต่อสู้ของปีศาจทั้งสอง ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่จะชนะ สำหรับพวกเขานับว่าแย่ไม่แพ้กันเท่าไหร ในสายตาของทุกคนนั้น ทั้งสองก็คือปีศาจต้าเซี่ยที่เป็นศัตรูของชาติ แต่สำหรับบางคนนั้นไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น ใครบางคนที่ยังรั้งรออยู่ก็มีเหตุผลที่มากกว่านั้น พวกเขาหวังจะกอบโกยผลประโยชน์จากจิ้นฝาน พวกเขาเห็นกับตาว่าในคราแรกนั้นจิ้นฝานยังพ่ายแพ้ให้กับหลิวจิวฮุ่ยอย่างง่ายดายอยู่เลย แต่ด้วยความช่วยเหลือจากอาคมในแผ่นยันต์ซึ่งพวกเขาไม่เข้าใจว่าคืออะไรกลับสามารถทำให้ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองกลายเป็นลูกไก่ในกำมือได้อย่างง่ายดาย

ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม พวกเขาก็ต้องการมันไว้ในครอบครอง หากพวกเขาไม่ได้มันไว้ในมือเสียเอง ศัตรูของพวกเขาก็จะได้มันไปอยู่ดี แล้วอย่างงี้ทำไมถึงไม่หาโอกาสช่วงชิงไว้เป็นของตัวเองเล่า?

ฟุ่บบบบ

ท่าเท้าอสรพิษลี้ลับของถังเฟยหู่เมื่อถูกใช้พร้อมกับดวงตาเซียนพยัคฆ์และลมปราณมารไร้ลักษณ์ก็ทำให้เกิดสถาวะกดดันต่อจิ้นฝานเป็นอย่างมาก สำหรับนักรบซีเซี่ยผู้นี้ ทุกวินาทีที่เขาต่อสู้กับถังเฟยหู่ก็ราวกับเขากำลังจมน้ำอยู่ก็ไม่ปาน มันราวกับพลังของเขาที่เปรียบเสมือนลมหายใจก็หายไปทุกขณะ ในตอนนี้เขาจำต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดให้ได้ ทันใดนั้นเองที่จิ้นฝานได้พุ่งทะยานออกไปอีกทางซึ่งด้วยสภาวะห้วงคิดที่รวดเร็วของถังเฟยหู่ก็สามารถเห็นการกระทำของจิ้นฝานได้อย่างไม่ยากและพยายามเข้าไปขวางไว้แต่ก็ทำได้เพียงชะลอการเคลื่อนที่ของจิ้นฝานเท่านั้น

ทุกกระบวนท่าของจิ้นฝานนั้นล้วนเป็นกระบวนท่าสังหารทั้งสิ้น เพียงสัมผัสเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถตายได้อย่างง่ายดาย ถังเฟยหู่พยายามอย่างที่สุดแล้วแต่ก็ยังไม่มากพอ จิ้นฝานพุ่งทะยานออกไปและกัดเข้าที่คอของคนสกุลถังผู้หนึ่งจนตานในทีเดียวและดื่มกินเลือดไปจนหมดเพื่อต่ออายุของตนเองไปอีกสักหน่อย

จิ้นฝานยังคงพุ่งทะยานออกไปและพยายามฆ่าคนให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อทดแทนปราณมรณะที่ถูกช่วงชิงไปแต่ก็ถูกขัดชวางไว้โดยถังเฟยหู่ เขาใช้ปราณมารไร้ลักษณ์ในรูปแบบแขนที่ยืดยาวออกไปดึงร่างของคนที่ถูกจิ้นฝานหมายจะฆ่าเพื่อขัดขวางเขา แม้จะสิ้นเปลืองพลังไปมากแต่ก็นับว่าคุ้มค่าที่ยังสามารถช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้และยังป้องกันไม่ให้จิ้นฝานได้ฟื้นฟูพลัง

แต่ก็มีบ้างที่ชาวยุทธ์บางคนไม่ได้วิ่งหนีหรือรอความตายเฉยๆ พวกเขาหันดาบและกระบี่ขึ้นต่อสู้กับจิ้นฝาน แต่พวกเขาไม่อาจสร้างแม้แต่รอยร้าวให้แก่ร่างของจิ้นฝานได้เลยแม้แต่น้อยเมื่อคนผู้นี้ได้ใช้วิชากายาปีศาจขึ้นป้องกันและช่วงชิงโอกาสฆ่าศัตรูในจังหวะที่อีกฝ่ายพลาดพลั้ง แม้จะไม่มากแต่ก็นับว่าสามารถยืดอายุของเขาได้ไปอีกหน่อย

“บ้าเอ้ย! พวกเราทำอะไรมันไม่ได้เลยหรือยังไงกัน!” ชาวยุทธ์สกุลหลิวผู้หนึ่งซึ่งลุกขึ้นต่อสู้กับจิ้นฝานได้ร้องขึ้นมาอย่างสิ้นหวังเมื่อพบเห็นสหายตายไปเป็นจำนวนมากมายเช่นนี้ แม้จะมีถังเฟยหู่ช่วยสร้างช่องว่างให้แต่พวกเขาก็มีพลังอ่อนแอเกินไปที่จะสร้างความเสียหายให้แก่ร่างปีศาจเช่นนี้ได้

“ว๊ากกกก ตายเป็นตายว่ะ!!” ชาวยุทธ์คนนั้นทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาได้ละทิ้งอาวุธของตนไปและวิ่งเข้าใส่ร่างของจิ้นฝานไปอย่างนั้น เขากระโดดพุ่งเข้ากอดขาของจิ้นฝานเอาไว้เพื่อหมายพันธนาการร่างนี้เอาไว้ เมื่อคนอื่นที่มีใจคิดสู้เช่นกันเห็นแบบนั้นก็ได้เอาอย่างชายคนนั้นบ้าง ทุกคนต่างก็เข้าไปกอดร่างของจิ้นฝานเอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อไม่ให้ปีศาจตนนี้ได้เคลื่อนไหวได้อีก

“ปล่อยนะโว้ยยย ไอ้พวกสวะต้าหลิง! อ๊ากกกก” จิ้นฝานพยายามจะดิ้นให้หลุดรอดออกจากพันธนาการนี้ของเหล่าผู้คนจำนวนมากหลายสิบคน ไม้แรงหนึ่งคนจะไม่อาจต่อต้านแรงช้างสารของจิ้นฝานได้ แต่เมื่อรวมแรงของคนหลายสิบคนที่ใช้ออกด้วยพลังปราณอย่างสุดชีวิตเข้าตรึงร่างของเขาโดยไม่สนชีวิตเช่นนี้ สำหรับปีศาจอย่างจิ้นฝานยังนับว่ามีความลำบากอยู่บ้าง ไฟแค้นในดวงตาของจิ้นฝานยิ่งลุกโชติช่วงเข้าไปใหญ่ เขาร่วมรวมแรงทั้งหมดเพื่อพยายามสลัดให้พวกคนน่ารำคาญโดยรอบให้หลุดออกไป

แต่ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้เข้าร่วมวงด้วยอีกหนึ่งคน ถังเฟยหู่ปลดปล่อยมือมารจำนวนมากจากวิชาปราณมารไร้ลักษณ์ออกมาและเข้าตรึงร่างของจิ้นฝานในจุดที่จำเพาะเจาะจงอย่างยิ่ง ด้วยความสามารถของดวงตาเซียนพยัคฆ์ทำให้ถังเฟยหู่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างละเอียดว่าจุดไหนบนร่างของจิ้นฝานที่มีเรี่ยวแรงมากมายเพื่อหวังช่วยเหลือเหล่าชาวยุทธ์อีกแรงในการพันธนาการร่าง

จิ้นฝานคลั่งแค้นเป็นอย่างมากที่ถูกคนที่อ่อนแอกว่าจำนวนมากเช่นนี้มาจับร่างของตนเอาไว้ อาคมมรณะบนร่างของจิ้นฝานก็อ่อนแอลงไปมากเพราะถูกดูดกลืนปราณมรณะไปเป็นจำนวนมากโดยวิชาปราณมารไร้ลักษณ์ของถังเฟยหู่ “บ้าเอ้ยยย งั้นลองนี่ดูหน่อยเป็นไง!” จิ้นฝานปลดปล่อยพิษของงูพิษนิลกาฬจำนวนมากออกมาจากผิวหนังของตนเพื่อหวังฆ่าชาวยุทธ์ที่พันธนาการร่างของตนไว้

แต่ภายใต้สภาวะอันพิเศษจากดวงตาเซียนพยัคฆ์จึงทำให้ถังเฟยหู่สามารถสังเกตได้แต่แรกแล้วว่าจิ้นฝานต้องการจะทำอะไร การขยับของเกล็ดบนผิวหนัง การหายใจที่แปลกไป ทั้งหมดทั้งมวลทำให้ถังเฟยหู่สามารถวิเคราะห์ได้โดยง่าย เขาเร่งเรียกอาวุธจิตวิญญาณปลอกแขนอสูรหมื่นเข็มออกมาโดยเร็วที่สุด

เข็มทิพย์ดอกเหมย บงกชสีชาด

ถังเฟยหู่ปลดปล่อยเข็มนับพันเล่มในรูปของดอกบัวสีชาดออกไปในจังหวะเดียวกันกับที่จิ้นฝานได้เริ่มปลดปล่อยพิษออกมาจากผิวหนัง! กระบวนท่านี้ของถังเฟยหู่มาได้อย่างถูกจังหวะ ดอกบัวนับพันได้บานออกพร้อมกันและดูดกลืนพิษจำนวนมากที่เริ่มปลดปล่อยออกไปในทันที เขาได้ช่วยหลายสิบชีวิตไว้ในพริบตา

ดอกบัวสีชาดหลายสิบดอกได้แยกย้ายออกไปปักบนร่างของผู้คนที่สละตนเองเพื่อพันธนาการร่างของจิ้นฝานไว้คนละดอก แม้ในตอนแรกพวกเขาจะไม่เข้าใจถังเฟยหู่และคิดว่าคนผู้นี้ใช้โอกาสนี้ในการโจมตีพวกเขาลับหลัง แต่ในชั่วอึดใจหนึ่งต่อมานั้นเองที่พวกเขาพอเข้าใจต้นสายปลายเหตุอยู่บ้าง ในตอนแรกพวกเขานั้นรู้สึกเจ็บปวดอยู่ข้างในร่างเพราะคาดว่าโดนพิษของปีศาจตรงหน้าเขาไป

แต่เมื่อถูกเข็มของบุรุษหน้ากากปีศาจแทงเข้าไปก็รู้สึกหายเจ็บไปเป็นปลิดทิ้ง พวกเขานั้นสามารถเข้าใจได้ในทันทีว่านี่คือการรักษาพวกเขาจากพิษของปีศาจ แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมปีศาจซีเซี่ยทั้งสองถึงได้ขัดแย้งและต่อสู้กันเอง แต่ในตอนนี้พวกเขาก็หาได้สนใจไม่ ชีวิตของพวกเขาสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด ตราบเท่าที่รอดไปได้เขาก็ไม่สน หลังจากนี้จะทำการอันใดต่อกับถังเฟยหู่นั้นเป็นเรื่องของอนาคต ในตอนนี้พวกเขาต้องกำจัดศัตรูร่วมของทุกคนอย่างเช่นจิ้นฝานให้ได้เสียก่อน!

จิ้นฝานคับแค้นใจจนอกแทบจะระเบิดออกมา แม้อยากจะดิ้นรนให้หลุดออกไปจากสถานการณ์เช่นนี้สักที แต่ทุกช่วงลมหายใจที่ผ่านไปก็เท่ากับเข้าใกล้ความตายไปเรื่อยๆเท่านั้น เขาหันกลับไปมองชายในหน้ากากปีศาจด้วยความโกรธแค้น เขาเคียดแค้นชายหนุ่มผู้นี้ยิ่งกว่าผู้ใดทั้งหมด

แผนการของเขาต้องมาจบสิ้นก็เพราะถังเฟยหู่ แม้ในใจหมายอยากจะพุ่งไปฆ่าคนผู้นี้ให้ตายคามือมากแค่ไหนก็ตาม แต่มันก็ไร้ผลใดๆอย่างสิ้นเชิง เขานั้นเชี่ยวชาญในด้านการป้องกันและการฝึกฝนร่างกาย การบ่มเพาะโดยร่างกายเช่นนี้นับว่ามีพัฒนาการเชื่องช้าเป็นอย่างมาก แต่ก็แลกมาด้วยพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง

แต่ก็ใช่ว่าการฝึกฝนเช่นนี้จะมีแต่ข้อดีเสมอไป พลังโจมตีของเขานับว่าเป็นจุดอ่อนอย่างมาก แม้จะใช้ภูษาอสูรเทียมเพื่อให้ได้รับพิษของทาสอสูรมาใช้เพื่อจู่โจมก็ตามที ในคราแรกมันสมควรเป็นการส่งเสริมพลังให้เขาที่สมบูรณ์แบบ หนึ่งป้องกันด้วยร่าง อีกหนึ่งโจมตีด้วยพิษ แต่ทั้งหมดนั้นก็ไร้ค่าเมื่อมาพบคนอย่างถังเฟยหู่

ไหนจะปราณมรณะที่ควรส่งผลร้ายต่อผู้คนโดยทั่วไปก็ถูกแย่งชิงไปโดยถังเฟยหู่ ทำให้พลังของอาคมมรณะเสื่อมลงเรื่อยๆในทุกช่วงลมหายใจ จะใช้กำลังที่มากมายของตนเพื่อเข้าสู้ก็ไร้ผลอีกเพราะเจอเหล่าชาวยุทธ์ที่รวมพลังปราบอธรรมเช่นตนเอง ร่างของเขาบาดเจ็บจนเกินไป พลังที่มีนั้นเสื่อมถอยไปมากมายนัก คงยากที่จะต่อต้านเหล่าชาวยุทธ์พวกนี้ ที่เขาทำได้ก็คือใช้กายาปีศาจหินเพื่อป้องกันพวกต้าหลิงนี้รุมโจมตีตน

หนึ่งลมหายใจ....

สิบลมหายใจ.....

ร้อยลมหายใจ......

เวลาเป็นดั่งวารี พวกมันไหลไปเรื่อยๆอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด พลังปราณมรณะในผลึกที่กลางอกของจิ้นฝานนั้นลดถอยลงไปมากกว่าเดิมอีกหลายส่วนด้วยพลังลมปราณมารไร้ลัษณ์ของถังเฟยหู่ แต่เมื่อมองกลับไปยังชายหนุ่มตาสองสีก็พบว่าเขามีทีท่าเหนื่อยอ่อนเป็นอย่างมาก เหงื่อกาฬหลั่งไหลจนทั่วทั้งร่างกาย สีหน้าของถังเฟยหู่ดูเจ็บปวดเป็นอย่างมากราวกับกำลังใกล้ถึงขีดจำกัดของร่างกายตนเอง โดยเฉพาะตาซ้ายที่ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าของเขานั้นเต็มไปด้วยเส้นเลือดที่ขึ้นไปทั่วทั้งตาขาว ความเจ็บปวดที่ได้รับจากตาซ้ายของเขานั้นเจ็บเป็นอย่างมาก ความเจ็บปวดนี้ราวกับความเจ็บที่ไม่อาจทานทนได้ ราวกับเป็นความเจ็บปวดที่เขารับรู้ได้ด้วยวิญญาณของตน

อีกเพียงนิดเดียว ทนอีกเพียงนิดเดียว! ถังเฟยหู่พูดวนเวียนคำนี้อยู่ในใจกับตนเองในทุกขณะจิตที่ได้ตรึงร่างของจิ้นฝานไว้ เขาแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่ทางด้านจิ้นฝานเองก็ไม่ต่างกันเช่นเดียวกัน ปราณมรณะที่เปรียบเสมือนชีวิตของจิ้นฝานก็ราวกับเป็นแสงเทียนริบหรี่ที่ใกล้จะดับดิ้น! เกล็ดกายที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลด้วยวิชากายาปีศาจหินก็เสื่อมถอยไปจนเหลือเกล็ดสีน้ำตาลเป็นด่างดวงแค่บางจุดบนร่าง นี่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าจิ้นฝานใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว

แต่แล้วผลตัดสินสุดท้ายก็ได้ออกมา!

เป็นถังเฟยหู่ต่างหากที่พ่ายแพ้ไป สติของเขาที่เหมือนด้ายที่ดึงตึงจนถึงขีดสุดก็ได้ขาดสะบั้นลง สติของชายหนุ่มได้ดับวูบลงไปพร้อมกับมือที่สร้างจากปราณมรณะทั้งหลายได้สลายไปพร้อมๆกับดอกบัวสีชาดนับพันที่สลายไปกลางอากาศ เข็มดำนับพันเล่มได่ล่วงหล่นลงมาจากฟ้าราวกับฝนสีดำ

ร่างของผู้คนด้านล่างมากมายที่ช่วยกันพันธนาการร่างของจิ้นฝานไว้ต่างก็บาดเจ็บกันไปตามๆกันด้วยฝนเข็มที่ร่วงหล่นลงมา ทั้งหมดทั้งมวลที่ได้เกิดขึ้นทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ภายใต้การพันธนาการร่างของจิ้นฝานนี้ จิ้นฝานสัมผัสได้ถึงแรงที่ลดน้อยถอยลงของคนโดยรอบเช่นกัน

ทันใดนั้นเองที่จิ้นฝานได้ระเบิดพลังสุดท้ายของตนออกมา จิ้นฝานเสียสละปราณมรณะสี่ในห้าส่วนสุดท้ายที่เหลือให้เป็นระเบิดปราณทำลายห้วงอากาศโดยรอบร่างในชั่วพริบตาเดียว ส่งแรงกระแทกผู้คนโดยรอบให้กระเด็นลอยออกไปไกลจนบาดเจ็บกันตามๆกัน การทำเช่นนี้ก็เท่ากับเป็นการลดอายุไขที่เหลืออยู่น้อยของตนเองไปด้วยเช่นกัน หากเป็นก่อนหน้านี้นั้น เขาย่อมไม่ยินยอมทำเช่นนี้แน่นอน

แต่ในตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาถูกขับเคลื่อนด้วยความอาฆาตแค้นที่มีต่อบุรุษผู้สวมใส่หน้ากากปีศาจ เขายินยอมทำทุกอย่างขอเพียงได้ฆ่าคนผู้นี้ให้ได้ก็พอ! ไอ้คนที่มันขัดขวางแผนการณ์ทุกอย่างของเขา ไอ้คนทรยศชาติของตัวเองไปเข้ากับพวกโหดร้ายไร้ศีลธรรมเช่นต้าหลิง! เขาไม่อาจปล่อยให้ถังเฟยหู่รอดต่อไปได้อีก!!

จิ้นฝานได้มองไปยังร่างที่ไร้สติของถังเฟยหู่และยิ้มออกมาอย่างวิปลาศ เขาค่อยๆลากสังขารที่แทบจะแหลกสลายของตนเข้าไปให้ใกล้ร่างที่หมดสติอยู่บนพื้น เขาหยุดยืนอยู่เหนือร่างนั้นก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างผู้มีชัย จิ้นฝานเงื้อมือที่เหลือเพียงข้างเดียวของตนขึ้นมาเพื่อหมายจะทะลวงหัวใจของถังเฟยหู่ให้ทะลุเป็นรูในครั้งเดียว เขาไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะตาย แต่อย่างน้อยก็ขอเอาศัตรูคู่แค้นนี้ให้ตายไปด้วยแล้วกัน!

“อ็อก!” เสียงของจิ้นฝานดังขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด เลือดหนืดข้นไหลขึ้นมาจนถึงคอของเขา ความเจ็บปวดจากหน้าอกของตนแล่นเข้าไปที่สมองในชั่วพริบตา และเมื่อจิ้นฝานได้มองลงไปยังหน้าอกของตนเองก็พบว่าได้มีดาบสีทองเล่มหนึ่งแทงทะลุหน้าอกของตนเองไปแล้ว

จิ้นฝานพยายามที่จะหันกลับไปมองว่าผู้ใดกันที่ได้แทงเขาจากข้างหลัง และเมื่อมองหันกลับไปก็พบว่าเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ายอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมือง หลิวจิวฮุ่ย คนผู้นี้ช่างเลือกจังหวะได้อย่างเหมาะเจาะเสียจริง! หลบซ่อนมาตลอดเวลาดุจหนูสกปรกหลบซ่อนในรู และเมื่อเห็นว่าจิ้นฝานพลาดท่าเสียที หนูสกปรกตนนี้ก็ได้ออกมาในเวลาสุดท้ายเพื่อที่จะช่วงชิงทุกอย่างให้ไปเป็นของตนในที่สุด!

“ฮ่าๆๆ ทำไมถึงมองข้าด้วยสายตาแบบนั้นละเจ้าปีศาจ!” หลิวจิวฮุ่ยตะคอกใส่จิ้นฝานด้วยความซะใจ สายตาที่โกรธแค้นเหรอ? แค้นแล้วได้อะไรละ มีความแข็งแกร่งด้วยวิธีการพิเศษแล้วมันยังไงกัน ยังไงคนที่ยืนอยู่บนสนามรบคนสุดท้ายก็คือเขาอยู่ดี! “อย่าได้มาโกรธแค้นกันเลย ชนะเป็นจ้าว พ่ายแพ้ก็เป็นโจร มันเป็นกฎอันพื้นฐานที่ทุกคนเข้าใจเป็นอย่างดี จงเสียใจในความโง่เง่าของตัวเองเถอะ!”

หลิวจิวฮุ่ยได้ชักดาบของตนออกไปพร้อมกับร่างของจิ้นฝานที่ได้ล้มลงไป ไฟชีวิตดวงสุดท้ายของจิ้นฝานได้ดับลงไปแล้ว ในวันนี้ นักรบซีเซี่ยผู้หนึ่งได้ตายลงภายใต้ผืนแผ่นดินต้าหลิงที่เขาเกลียด หลิวจิวฮุ่ยได้ใช้ดาบของตนเองเฉือนร่างของจิ้นฝานออกเพื่อเก็บเอาผลึกกลางหน้าอกของปีศาจตนนี้ไปด้วย ตามความเห็นของเขา วัตถุนี้น่าจะเป็นตัวกุมความลับของพลังอันร้ายกาจผิดธรรมชาติเช่นนี้

หลิวจิวฮุ่ยหันกลับไปมองยังร่างของถังเฟยหู่ที่บัดนี้ผมสีขาวบริสุทธิ์ได้กลับกลายเป็นสีดำดุจเดิมแล้ว เขาค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ร่างนั้นและเงื้อดาบขึ้นมาเหนือศีรษะของตนเองและหมายจะฟันฟาดเสียให้ตายไปในดาบเดียว

“หยุดนะ!!” ในตอนนั้นเองที่มีเสียงหนึ่งตะโกนห้ามไว้ด้วยความโกรธ เมื่อหลิวจิวฮุ่ยหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นแม่นางหยางที่ฟื้นขึ้นมาทันได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหลาย หลิวจิวฮุ่ยยิ้มเยาะใส่แม่นางหยาง ในตอนนี้เขาหาได้หวาดกลัวนางเลยแม้แต่น้อย

เขาสามารถสัมผัสได้ในทันทีว่าพลังของนางนั้นสูญเสียไปเป็นจำนวนมากเพื่อใช้ต่อสู้กับจิ้นฝาน นางแทบไม่เหลือแรงที่จะยืนด้วยซ้ำไป พลังมากกว่าสองขั้นใหญ่แล้วเป็นอย่างไร ในตอนนี้เพียงวาดดาบธรรมดาๆที่ไร้กระบวนท่ายังสามารถฆ่านางได้อย่างง่ายดาย หลิวจิวฮุ่ยเลือกที่จะยังไม่ฆ่าถังเฟยหู่และรอดูว่านางจะมาไม้ไหน

แม่นางหยางค่อยๆลากสังขารอันเจ็บปวดของตนไปทางถังเฟยหู่อย่างทรมาณ คุณหนูสกุลใหญ่เช่นนางไม่เคยได้รับความเจ็บปวดเช่นนี้มาก่อน นี้เหรอคือโทษของการฝืนใช้พลังที่เกินตัวไป ไม่นานนักนางก็ได้มาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าของถังเฟยหู่พร้อมกับพร้อมยามยกแขนทั้งสองข้างของตนขึ้นมากางออกไปเพื่อแสดงให้หลิวจิวฮุ่ยเห็นว่านางต้องการที่จะปกป้องถังเฟยหู่

“คุณชายท่านนี้...ทำไมท่านต้องเสียสละให้กับปีศาจตนนี้ด้วยละ? ถ้าเจ้าไม่รู้ข้าก็จะบอกให้ว่าคนผู้นี้ก็เป็นคนซีเซี่ยเหมือนเจ้าปีศาจที่ข้าได้ฆ่าไปก่อนหน้านี้ พวกเราเป็นมนุษย์ เป็นชาวต้าหลิง มีหน้าที่ต้องกำจัดปีศาจร้ายที่เป็นภัยแผ่นดิน หลีกไปเสีย ไม่อย่างงั้นข้าจะฆ่าพวกเจ้าทั้งคู่ให้ตายตกไปตามกัน!” หลิวจิวฮุ่ย

ในตอนที่แม่นางหยางที่ได้ฟื้นขึ้นมาก็ได้สังเกตถึงเส้นผมและเล็บที่ได้เปลี่ยนไปของถังเฟยหู่เช่นกัน นางได้เห็นกับตาตอนที่มันได้กลับกลายเป็นเหมือนของมนุษย์ปกติ แต่คนผู้นี้ช่างไม่เหมือนสิ่งที่นางได้เรียนรู้มาตลอดช่วงชีวิตของนาง ได้ถูกปลูกฝังไว้เสมอว่าคนซีเซี่ยเป็นปีศาจที่ไร้จิตใจ กลืนกินคนเป็นอาหาร ไร้ซึ่งคุณธรรมใดๆทั้งสิ้น

แต่ถ้าหากสหายนางผู้นี้ของนางเป็นคนซีเซี่ยจริงๆ สิ่งที่นางได้รับรู้มานั้นก็ผิดไปหมด ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของนางตีกันในหัวจนสับสนไปหมด แต่ในชั่วอึดใจต่อมาก็เหมือนนางได้ตัดสินใจแล้ว สายตาที่แน่วแน่ของนางได้มองไปยังหลิวจิวฮุ่ย

“ข้าไม่สนว่าเขาจะเป็นปีศาจหรือไม่ แต่ในเมื่อเขาเป็นสหายของข้า เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวของเขา!” เสียงของนางได้สะท้อนเข้าหูของทุกคนที่ยังมีสติอยู่โดยรอบ มันช่างเป็นคำพูดที่วิปลาสเป็นอย่างมาก หากทางการมาได้ยินเข้าว่านางเข้าข้างคนซีเซี่ย มีหวังต้องถูกประหารทั้งครอบครัวเป็นแน่

ฮ่าๆๆๆๆๆ

ในตอนนั้นเองที่ได้มีเสียงหัวเราะแปลกประหลาดสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งป่าอสูร ต้นไม้ทั้งหลายสั่นสะเทือนจนใบไม้ปลิวไสวราวกับพายุไปรอบๆสนามรบราวกับเป็นพายุที่ถูกสร้างโดยเสียงหัวเราะ เหล่าชาวยุทธ์ต่างก็พยายามหาต้นตอของเสียงว่าเป็นผู้ใดกันที่มีพลังมากมายถึงเพียงนี้ แต่พวกเขาก็มี่เห็นแม้แต่เงา

ฮ่าๆๆๆ ข้าชอบใจเจ้านักไอ้หนู! ช่างคิดไม่เหมือนใครและไม่อยู่ในกรอบใดๆของสังคมที่พวกราชวงศ์กำหนดกรอบให้! เมื่อข้าบังเอิญผ่านมาก็เท่ากับมีวาสนาต่อกัน อย่างงั้นข้าก็จะช่วยเจ้าครั้งหนึ่งเป็นอย่างไร!!

ตู้มมมม

ในตอนนั้นเองที่เมฆบนท้องฟ้าได้แหวกลงมาและก่อร่างจนกลายเป็นมังกรตนหนึ่งพุ่งทะยานลงมา ในสายตาของทุกคนนั้นราวกับท้องฟ้าจะถล่มทลายลงมาก็ไม่ปาน มันเป็นปราณที่แฝงสำนึกของพลังอันยิ่งใหญ่ไว้ภายในนั้น และผู้ที่เป็นเป้าหมายนั้นกลับกลายเป็นหลิวจิวฮุ่ยไปเสียได้ ในสายตาของหลิวจิวฮุ่ยนั้นราวกับพบเห็นยมทูตมากวักมือเรียกก็ไม่ปาน แค่ปะทะเข้ากับสายลมที่มาพร้อมกับปราณรูปมังกรตนนี้ก็แทบจะบดขยี้จิตสำนึกของเขาให้พังทลาย

เขากำลังจะตายเช่นนั้นเหรอ....?

ความคิดเห็น