เงี่ยมล้อเทียนจือ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 31 สายเลือดที่ถูกซ่อน

ชื่อตอน : บทที่ 31 สายเลือดที่ถูกซ่อน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 434

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2562 12:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 31 สายเลือดที่ถูกซ่อน
แบบอักษร

แม้ถังเฟยหู่จะพยายามดูดกลืนปราณมรณะเพื่อลดทอนพลังของจิ้นฝานด้วยสมาธิแทบทั้งหมดก็ตาม แต่เขาก็สามารถรับรู้ได้ถึงสหายของตนที่ได้ล้มลงไปพร้อมกับจิ้นฝานที่บาดเจ็บหนักได้ตรงเข้าไปยังนาง เขาไม่อาจทนรอได้อีกต่อไป ในวินาทีที่นางได้ล้มลงไปนั้น ถังเฟยหู่ทวีคูณพลังการดูดกลืนปราณมรณะโดยไม่สนสิ่งใดอีก ไม่ว่าจะเป็นความเป็นปวดใดก็ไม่อาจเทียบความเจ็บแค้นในใจที่ไม่อาจทำอะไรได้นี้

มุกมารเม็ดที่สามในจุดจว่อหยู่เสี้ยของชายหนุ่มถูกเติมเต็มและก่อร่างอย่างรวดเร็วด้วยการแลกด้วยความเจ็บปวดมหาศาลที่แทบจะทำลายสติสัมปชัญญะของคนผู้หนึ่งให้พังทลายไปได้อย่างง่ายดาย ไม่ทราบว่าเพราะความเจ็บใจในความอ่อนแอของตนหรือเป็นความโกรธที่เห็นสหายของตนกำลังจะโดนฆ่ากันแน่ที่ผลักดันเขาได้ขนาดนี้

ในชั่วพริบตาที่มุกมารเม็ดที่สามในร่างของถังเฟยหู่ก่อกำเนิดขึ้นมาได้สำเร็จ เส้นชีพจรลมปราณที่เชื่อมต่อมุกมารทั้งสามเม็ดเชื่อมโยงกันและหมุนเวียนปราณมรณะ ส่งต่อพลังแห่งความตายนี้ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนกันหมุนเวียนไปเป็นวัฏจักร ก่อเกิดพลังปราณแห่งความตายที่หมุนเวียนราวกับพายุขึ้นภายในร่างกายของชายหนุ่ม

ถังเฟยหู่ลืมตาขึ้นด้วยประกายตาแห่งความโกรธ นัยน์ตาสีเขียวของเขานั้นค่อยๆแปรเปลี่ยนจนกลายเป็นสีดำด้วยปราณแห่งความตายที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกด้านลบที่รุนแรง มันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความอาฆาตแค้นเกินกว่าสิ่งใดจะเทียบได้ แต่เพียงชั่วพริบตาเท่านั้นชายหนุ่มก็ได้ดึงสติของตนเองกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เขาเพียงเผลอพลั้งแค่นิดเดียวก็ถูกปราณมรณะอันน่าหวาดกลัวนี้กลืนกินจิตใจไปจนแทบควบคุมตนเองไม่ได้

ถังเฟยหู่เมื่อได้สติก็ทำใจของตนให้เข้มแข็งเข้าไว้เพื่อต่อต้านอำนาจของปราณมรณะที่ทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบทั้งหลาย นับจากนี้เป็นต้นไป ปราณมรณะไม่อาจทำอันตรายอันใดต่อร่างของเขาได้อีกต่อไป หากเขาได้กลับไปห้วงอเวจีที่นอกเมืองอีกครั้งหนึ่งนั้นย่อมไม่มีผลเสียใดต่อร่างกายเขาอีก จุดชีพจรทั้งสามที่กำเนิดมุกมารนั้นเชื่อมต่อถึงกันและไหลเวียนพลังแห่งความตายนี้เพื่อปรับเปลี่ยนร่างของตนให้เป็นมิตรต่อปราณมรณะ

ก็เปรียบปราณมรณะเป็นน้ำ มุกมารทั้งสามก็คือเหงือกปลาที่ทำให้ถังเฟยหู่สามารถอาศัยอยู่ได้ภายในสายน้ำแห่งความตายโดยไม่ส่งผลเสียใดๆเลย แต่ตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่พบเห็นสิ่งผิดปกติอย่างหนึ่ง ดวงตาสีดำข้างนี้ของเขากลับแปลกประหลาดออกไป เขาได้พบเห็นสิ่งที่เขาไม่ควรเห็นเข้าแล้ว?

เบื้องหน้าของเขาคือจิ้นฝานที่กำลังเข้าใกล้ร่างของแม่นางหยางที่สลบอยู่ แต่ดวงตาสีดำข้างนี้กลับสามารถทำให้เขามองเห็นพลังงานสีม่วงดำที่วนเวียนอยู่รอบตัวของจิ้นฝานไม่ห่างได้ เขากลับเกิดความเข้าใจขึ้นมากจากภายในได้ทันทีว่าสิ่งที่เขากำลังมองเห็นอยู่นี้ก็คือปราณมรณะ

ราวกับเขาสามารถรับรู้ได้ด้วยวิญญาณของตนเอง มันราวกับมีวิญญาณกระซิบบอกอยู่ข้างหูของเขาโดยไร้เสียง มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมากที่พบเห็นสิ่งนี้ด้วยตาของตนเอง หรืออาจจะเป็นเพราะวิชาลมปราณนอกรีตนี้และมุกมารที่ทำให้เขาสามารถมองเห็นพวกมันได้

จิ้นฝานหยุดร่างลงตรงข้างร่างของแม่นางหยางพร้อมกับขบคิดบางอย่าง “ไม่นึกว่าเป้าหมายจะมาอยู่ที่นี่ ดี! หึๆๆ เท่านี้แผนการของข้าก็จะสำเร็จ! ข้าตายไปก็ไม่นับว่าเสียเปล่าแล้ว!” เขากล่าวพร้อมกับเงื้อมือขึ้นมาหมายทะลวงกรงเล็บปีศาจของตนเข้าไปในร่างของแม่นางหยางเพื่อจบชีวิตของนางเสีย ปราณมรณะซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยไอแห่งความตายและการฆ่าฟันอัดแน่นอยู่ในแขนข้างนั้นของเขา แม้ปราณมรณะจะเป็นพลังงานที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเนื้อธรรมดาก็ตามที แต่กรงเล็บนี้ของจิ้นฝานส่งความรู้สึกด้านลบมหาศาลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน แค่มองมันก็สัมผัสได้ถึงความตายที่คลืบคลานแล้ว

“หยุดเดี๋ยวนี้!” ถังเฟยหู่พุ่งทะยานออกไปเพื่อต้องการหยุดยั้งจิ้นฝานเอาไว้ให้ได้ และที่ด้านหลังของเขานั้นมีอีกาสองหัวของแม่นางหยางซึ่งติดตามออกมาด้วยหมายช่วยเหลือนายของตนไว้ให้ได้ ตัวของมันนั้นเป็นเพียงทาสอสูรตนหนึ่งซึ่งผูกพันธ์กับนายของตนไว้ด้วยสายสัมพันธ์และอาคมพันธสัญญา แม้แม่นางหยางจะหมดสติไปแล้วแต่มันก็ยังสามารถสู้ต่อไปได้

ก่อนหน้านี้ถังเฟยหู่นับว่าไม่อาจต่อกรจิ้นฝานในร่างนี้ได้เลยแม้แต่น้อย ได้แต่ใช้อุบายและการร่วมมือกันเพื่อชิงความได้เปรียบ ในตอนนี้ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของเขาก็คือสิ่งใหม่ที่เขาได้รับมาและยังไม่เคยลองใช้มันมาก่อน พลังของปราณมารไร้ลักษณ์ซึ่งได้สำเร็จวิชาในขั้นต้นนี้แล้ว

ลมปราณมารไร้ลักษณ์ กรงเล็บมารอสูร!

มุกมารสีม่วงทั้งสามผสานกับลมปราณในกายของเขาจนก่อเกิดปราณสีม่วงดำแปลกประหลาดขึ้นมาและปลดปล่อยออกจากร่างของชายหนุ่มอย่างท่วมท้น ชายหนุ่มกางห้านิ้วมือออกไปด้านหน้าหมายจะห้ามจิ้นฝานไว้ให้ได้และในตอนนั้นเองที่ปราณสีม่วงดำรูปมือได้พุ่งออกไปจากมือราวกับเป็นแขนสีม่วงดำที่ยืดยาวออกไปจากร่าง

พลังงานไร้รูปไร้ลักษณ์ก่อเกิดเป็นกรงเล็บสีม่วงดำคว้าจับไว้ที่แขนของจิ้นฝานดุจคีมเหล็กจนจิ้นฝานไม่อาจขยับได้ หยุดการกระทำของจิ้นฝานไม่ให้พรากชีวิตของแม่นางหยางได้อย่างทันท่วงที จิ้นฝานได้มองกลับมายังถังเฟยหู่ด้วยสีหน้าแปลกประหลาดใจที่คนผู้นี้ก็สามารถใช้ปราณมรณะได้เฉกเช่นเดียวกับตน

“...ปราณมรณะ” จิ้นฝานแสยะยิ้มออกมาด้วยความแปลกใจ คนผู้นี้จะนับไปก็นับว่าคล้ายกับตนหลายๆอย่างเหมือนกัน หากไม่ใช่อยู่ต่างฝ่ายก็คงจะเป็นเพื่อนที่ดีของตนเอง ถึงอย่างไรก็ตามหลายวันมานี้เขาก็ถูกช่วยโดยถังเฟยหู่หลายต่อหลายครั้งจนเผลอคิดไปว่าคนผู้นี้เป็นเพื่อนอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อเรื่องทุกอย่างถูกเปิดเผยออกมาแล้วก็ช่วยไม่ได้ อีกอย่างหนึ่งก็คือ...สำหรับเขาแล้วย่อมไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้ว อาคมมรณะที่หล่อหลอมร่างของเขาให้กลายเป็นภูษาอสูรเทียมนั้นคือการเผาผลาญชีวิตของตัวเองเพื่อแลกกับพลังอำนาจชั่วคราว

ส่วนถังเฟยหู่ดูแปลกใจกับพลังอำนาจของปราณมารไร้ลักษณ์ในมือเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นเองภายในจิตใจของเขารู้สึกถึงความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างตนเองกับกรงเล็บมารข้างนี้ราวกับเขาสามารถบังคับมันได้ดุจดั่งเป็นแขนของตนเอง เขาเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาในภายในใจและลงมือมันในทันที

กรงเล็บมารกระดูกขาว ห้ามารหักกระดูก!!

ถังเฟยหู่กางห้านิ้วมือของตนออกและวาดมือข้างนั้นออกไปด้วยความรวดเร็ว ปราณสีม่วงดำกลายเป็นกรงเล็บมารอีกข้างและพุ่งทะยานออกไปใช้กระบวนท่าห้ามารหักกระดูกแทนมือจริงๆของชายหนุ่ม มือข้างนั้นข่วนทำลายใส่ร่างของจิ้นฝานเข้าที่กลางลำตัวอย่างถนัดถนี่จนบังเกิดเป็นปราณสีม่วงดำห้าเส้นสายทิ้งรอยแผลเป็นทางยาวไว้บนร่างของจิ้นฝาน นักรบแห่งซีเซี่ยผู้นี้ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

ถังเฟยหู่กระชากมืออีกข้างที่ใช้ยึดจับจิ้นฝานไว้เพื่อโยนร่างของบุรุษผู้นี้ให้ลอยออกไปอีกทางเพื่อให้ห่างจากร่างของแม่นางหยาง ร่างของจิ้นฝานลอยเข้าใกล้ร่างของถังเฟยหู่เข้ามาเรื่อยๆ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย นั่นก็เพราะเขาไม่ใช่คนผู้เดียวที่ต่อสู้อยู่

กว๊ากกกกก!

อีกาสองหัวที่ตามติดมานั้นกางกรงเล็บอันแหลมคมของมันออกพร้อมกับตะครุบไปยังร่างของจิ้นฝานที่เข้ามาใกล้ด้วยความโกรธ มันไม่อาจปล่อยให้ปีศาจตนนี้มาทำร้ายเจ้านายของมันได้เป็นอันขาด! เล็บอันแหลมคมดุมแหลมเหล็กของมันแทงเข้าไปในร่างของจิ้นฝานจนไปทะลุอีกฝั่ง หากไม่ใช่เพราะเขาบาดเจ็บหนักเพราะแม่นางหยางและโดนโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้ก็คงไม่ถูกหนึ่งคนหนึ่งอสูรโจมตีอย่างหนักเช่นนี้ จิ้นฝานเจ็บปวดบริเวณที่ถูกเล็บของอีกาสองหัวแทงทะลุเป็นอย่างมาก เขาฟาดฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยปราณมรณะออกไปกระแทกร่างของอีกาสองหัวจนมันยอมปล่อยให้เขาเป็นอิสระ

จิ้นฝานที่ลอยอยู่กลางอากาศนั้นได้พลิกตัวและเตะเข้าไปยังร่างของอีกาสองหัวด้วยความรุนแรงเป็นอย่างมากราวกับมีภูเขาขนาดใหญ่ฟาดเข้าใส่ร่างของอีกาสองหัวจนมันลอยออกไปไกล อีกาสองหัวกระแทกเข้ากับพื้นจนบังเกิดหลุมขนาดใหญ่ขึ้น ร่างของมันเจ็บปวดรวดร้าวเป็นอย่างมาก กระดูกในร่างของมันคงแตกหักไปเป็นจำนวนมาก

ชายหนุ่มเผ่าซีเซี่ยลงมายืนอยู่บนพื้นพร้อมกับเอามือกุมไว้ที่รอยแผลบนท้องของตนเองด้วยแขนที่เหลือเพียงข้างเดียว เขาหันไปมองยังถังเฟยหู่พร้อมกับคิดไปด้วย หากเขาฝืนเข้าไปใกล้ชายหนุ่มผู้นี้อีกก็อาจจะโดนพันธนาการโดยวิชาประหลาดมากมาย รวมถึงอาจโดนดูดกลืนปราณมรณะที่เป็นแหล่งพลังไปอีก ร่างกายของเขาเจ็บหนักจนเกินไปที่จะต่อสู้กับคนผู้นี้ เขาหันกลับไปมองอีกทาง

ทิศทางที่จิ้นฝานจับจ้องไปกลับเป็นทิศทางที่พวกสี่อสรพิษแห่งตระกูลถังกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ หากไม่นับถังเฟยหู่ที่มีทักษะที่สะกดข่มตนเองในหลายๆด้านแล้ว ดูเหมือนสี่อสรพิษพวกนี้จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า จิ้นฝานกระทืบเท้าใส่พื้นดินด้วยแรงมหาศาลเพื่อส่งร่างของตนเองให้ไปในทิศทางนั้นพร้อมกับใช้ฝุ่นควันอำพรางร่าง

“แย่แล้ว!” ถังเฟยหู่รีบวาดฝ่ามือออกไปเพื่อใช้กรงเล็บมารอสูรคว้าจับจิ้นฝานไว้ให้ทันอีกทั้งยังพุ่งตัวตามติดไปในทันทีเมื่อพบว่าจิ้นฝานต้องการจะทำอะไร แต่ก็ช้าไปเสียแล้วเพราะร่างของจิ้นฝานพุ่งทะยานไปด้วยความรวดเร็วที่เหนือชั้นด้วยพลังเท้าอันมหาศาล แขนข้างที่เหลืออยู่ของจิ้นฝานกางออกและใช้ใบมีดกระดูกที่ติดอยู่ที่แขนกางออกข้างลำตัวและทันใดนั้นใบมีดกระดูกก็ได้วาดผ่านร่างของถังเหยียนไปอย่างรวดเร็ว!

“อ๊ากกกกก” ถังเหยียนร่างโหยหวนด้วยความเจ็บปวดที่แล่นจากแขนซ้ายขึ้นมาถึงสมองในพริบตา เมื่อเขามองลงไปยังแขนซ้ายของตนก็พบว่ามันได้ขาดหายไปแล้ว เลือดสีแดงข้นพุ่งทะลักออกมาราวกับน้ำหลาก เขาครวญครางด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับกุมแผลของตนเองไว้ ถังหลิว ถังฝู รวมถึงถังชิงหน้าซีดเซียว หากขยับเคลื่อนตำแหน่งอีกเพียงนิดเดียว หัวของถังเหยียนมิต้องหลุดออกจากบ่าหรอกเหรอ? ความคมของมีดกระดูกผสานกับความเร็วของจิ้นฝานไม่อาจดูถูกได้เลย

จิ้นฝานที่หยุดร่างลงบนพื้นหากไม่หลายก้าวนั้นเมื่อกระแทกลงบนพื้นถึงกับทำให้พื้นปฐพีแตกร้าวออกเป็นเส้นสาย ในปากของเขานั้นคาบไว้ด้วยแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของถังเหยียน ด้วยตาที่เต็มไปด้วยแววอำมหิตของเขาไม่ได้สนใจสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย คมเขี้ยวอันแหลมคมของเขาเจาะเข้าไปในแขนข้างนั้นและดื่มกินเลือดเนื้อของถังเหยียนอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน

บาดแผลที่ท้องและแขนขวาของจิ้นฝานดิ้นไหวไปมาราวกับฝูงนอนที่ขยับเขยื้อนพร้อมกับนับร้อย ไม่นานนักเลือดจากบาดแผลของเขาก็หยุดไหลและเริ่มสมานแผลเข้าด้วยกันอย่างเชื่องช้า อีกทั้งหงอนบนหัวของเขายังงอกยาวมากขึ้นอีกเล็กน้อย แววตาอันโหดเหี้ยมของจิ้นฝานมองไปยังสี่อสรพิษที่อยู่ตรงนั้นด้วยความกระหาย ในสายตาของเขานั้น เหล่าคนสกุลถังไม่ใช่มนุษย์ หากแต่เป็นยาบำรุงชั้นดีต่างหาก

กรงเล็บมารกระดูกขาว มารเจาะกะโหลก!

ฟุ่บบบบบบบบ

ถังเฟยหู่ที่พุ่งทะยานตามมาติดๆนั้นปลดปล่อยปราณม่วงดำของตนเองออกมา ห้านิ้วมือของกรงเล็บมารอสูรไร้รูปร่างพุ่งออกไปด้วยความรวดเร็วหมายเจาะร่างของจิ้นฝานให้เป็นรู แต่จิ้นฝานเองก็เริ่มมีกำลังวังชาฟื้นคืนจากการดื่มกินเลือดคนสกุลถังแล้ว จิ้นฝานเกร็งกำลังขึ้นมาใช้วิชากายาปีศาจขึ้นต้านทาน

เคร้งงง

เกล็ดบนร่างของจิ้นฝานกลับกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนซึ่งแข็งแกร่งดุจหินผา เมื่อปะทะเข้ากับห้านิ้วปีศาจของถังเฟยหู่ก็ราวกับนำเข็มไปกระทบเข้ากับหินผาอันแข็งแกร่ง ปราณสีม่วงดำเมื่อปะทะแล้วก็สลายหายไปกลายเป็นหมอกควัน ถังเฟยหู่สลายอาวุธจิตวิญญาณของตนให้กลายเป็นอสูรทมิฬเพื่อช่วยกันต่อสู้ หากคนเดียวสู้ไม่ได้ อย่างน้อยต้องใช้กำลังที่มากกว่าสะกดข่ม ร่างของจิ้นฝานนับว่ายังอ่อนแอหลังจากรับการโจมตีจากแม่นางหยางไป ในขณะที่จิ้นฝานยังไม่ฟื้นตัว นี่เป็นเพียงโอกาสเดียวของเขาเท่านั้น ไม่อาจปล่อยให้จิ้นฝานดื่มกินเลือดเนื้อคนสกุลถังเพื่อฟื้นคืนพลังได้อีก!

กรงเล็บมารกระดูกขาว เลาะเอ็นหักกระดูก

ร่างของหนึ่งคนหนึ่งกระดูกพุ่งทะยานตามติดกันไปและฟาดทำลายไปยังร่างของจิ้นฝานพร้อมๆกัน แต่นั่นก็ไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย! แต่เขาก็ไม่หยุดเพียงเท่านั้น ในจังหวะนั้นเขาเร่งรีบเดินกำลังลมปราณมารไร้ลักษณ์เพื่อใช้มุกมารดูดกลืนปราณมรณะของจิ้นฝานเพื่อเร่งเวลาตายของภูษาอสูรเทียม

แต่ดูเหมือนจิ้นฝานจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่โดนกระชากพลังปราณมรณะออกไป มันราวกับชีวิตของเขาโดนสูบไปพร้อมกับมัน เปลวไฟจากผลึกบนหน้าอกสั่นไหวและลดน้อยถอยลงในพริบตา จิ้นฝานเร่งรีบสลายสภาวะป้องกันของตนเองและต่อยเข้าไปยังถังเฟยหู่และจิตวิญญาณอสูรทมิฬ

แต่ถังเฟยหู่ก็ไหวตัวได้ทันจึงทะยานร่างถอยหลังออกมาก่อนจึงทำให้สลายสภาวะหมัดของจิ้นฝานได้หลายส่วน แม้พลังหมัดจะสลายไปได้หลายส่วนแต่ก็ยังนับว่าเพียงพอที่จะทำให้เลือดลมของถังเฟยหู่ปั่นป่วนได้ บนแขนของเขาตรงจุดที่กระทบเข้ากับหมัดของจิ้นฝานยังทิ้งร่องรอยหมัดจมลึกเข้าไปในเนื้อจนเห็นได้เป็นรอยหมัด พลังของภูษาอสูรเทียมเริ่มฟื้นคืนขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็มีแต่ทางตายที่รออยู่

ถังเฟยหู่มองไปยังรอบด้านพร้อมกับขบคิดไปด้วย แม้ในที่แห่งนี้ยังมีเหล่าชาวยุทธ์มากมายที่ยังหลบรอดูสถานะการณ์อยู่รอบข้าง แต่คงจะหวังพึ่งอันใดมากไม่ได้เท่าไหร ในสายตาของคนพวกมีหากไม่หวาดกลัวจนทำอะไรไม่ได้ก็มีแต่ดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโลภที่จะรอโอกาสหวังกอบโกยผลประโยชน์ในท้ายที่สุดโดยไม่ลงมือทำอะไร

หนทางที่เหลือจริงๆก็มีเพียงแต่ต้องเอาตัวรอดไปให้ได้เรื่อยๆ และดูดกลืนปราณมรณะจากร่างของจิ้นฝานไปด้วยจริงๆ ถังเฟยหู่ดึงรั้งปราณมรณะสีม่วงดำที่ใช้ออกเข้าสู่ร่างอีกครั้งเพื่อเพิ่มพลังการดูดกลืนปราณมรณะของมุกมารให้มากที่สุด เขาโคจรพลังเข้าสู่มุกมารทั้งสามอย่างสุดชีวิตเพื่อสร้างแรงดึงดูดอันมหาศาลเพื่อดูดกลืนปราณมรณะพวกนั้นเข้าสู่ร่างอย่างรวดเร็วที่สุด แม้จิ้นฝานจะพุ่งทะยานตามมาหมายจะฆ่าเขาให้ตายก็ตามที ถังเฟยหู่ก็ได้ใช้ท่าเท้าอสรพิษลี้ลับเพื่อหลบหลีกจิ้นฝานอย่างฉิวเฉียดและพยายามสร้างระยะห่างออกจากอสูรร้ายตนนี้ตลอดเวลา

แต่จิ้นฝานเองก็ไม่ใช่นักสู้ธรรมดาสามัญที่จะมาล่อหลอกง่ายๆอย่างนี้ได้ไปตลอดเช่นกัน ในจังหวะที่ถังเฟยหู่ใช้ท่าเท้าหลบหลีกออกไปอีกทางหนึ่ง จิ้นฝานได้ใช้หางของร่างภูษาอสูรของตนพุ่งออกไปและจับไปยังขาของถังเฟยหู่แน่นดุจคีบเหล็ก ถังเฟยหู่หน้าเปลี่ยนสีเมื่อรู้ว่าไม่อาจหลบรอดไปได้แล้ว เขาพยายามเกร่งพลังขึ้นต้านรับอีกทั้งพยายามจะเรียกปราณมรณะของตนออกมาป้องกันอีกทั้งยังเรียกให้อสูรทมิฬพุ่งทะยานมาช่วยตนอีกแรงแต่นั่นก็สายจนเกินไป

“อ๊ากกกก!” ถังเฟยหู่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เลือดหนืดข้นทะลักออกมาจากปาก ความเจ็บปวดจากท้องแล่นขึ้นมาถึงสมองในชั่วพริบตา และเมื่อมองลงไปก็เห็นกรงเล็บปีศาจของจิ้นฝานแทงทะลุเข้าไปในร่างของตนจนทะลุออกไปถึงด้านหลัง

แม้ความเจ็บปวดนี้จะเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดระหว่างฝึกฝนวิชาต่างๆแต่ความเจ็บย่อมคือความเจ็บ ในชั่วพริบตานั้นราวกับพบเห็นภาพต่างๆมากมายในช่วงชีวิตของตนแล่นเข้ามาในหัวในชั่วพริบตา ผู้คนที่รู้จักมากมายรวมถึงมารดาของตนเอง

ไม่! ข้าจะมาตายที่นี่ไม่ได้

ไม่! ข้าไม่ยอม!

ความคิดมากมายของถังเฟยหู่พุ่งทะยานขึ้นมาในชั่วพริบตาที่เข้าใกล้ความตายเพียงเอื้อมมือ เขายังไม่อาจตายได้ หากตายไปแล้วมารดาของเขาจะทำเช่นไร แล้วแม่นางหยางที่สลบอยู่เล่าจะเป็นเช่นไร ไม่ใช่ว่าจิ้นฝานเมื่อสังหารตนเองแล้ว ก็จะไปสังหารนางต่ออย่างงั้นไม่ใช่หรือ? เขายังตายไม่ได้เป็นอันขาด!

ในตอนนั้นเองที่ความรู้สึกมากมายระเบิดออกมาในหัวของเขาในชั่วพริบตา ราวกับมันไปกระตุ้นบางสิ่งบางอย่างที่หลบซ่อนอยู่ภายในร่างกายของตนเอง ภายในห้วงวิญญาณของเขาสั่นสะเทือนไปแทบทั้งหมดและจุดที่ลึกที่สุดและดำมืดที่สุดภายในห้วงวิญญาณของเขา สถานที่ๆไม่เคยบังเกิดเสียงใดมาก่อนกลับบังเกิดเสียงอันแปลกประหลาดขึ้นภายในนั้น

ตึง! ตึง!! ตึง!!!

มันราวกับเป็นเสียงกระแทกอันดังก้องที่สะท้านไปทั่วทั้งห้วงวิญญาณของถังเฟยหู่ มันเป็นเสียงอันก้องกังวานดุจเสียงโลหะกระทบกัน และที่ดำมืดในห้วงวิญญาณนั้นก็ได้บังเกิดแสงสีฟ้าหนึ่งขึ้นมา มันเป็นจุดแสงสีฟ้าครามดุจอัสนีบาตสองจุดที่ทอแสงอันเจิดจ้าออกมาในชั่วพริบตา

ตึงงง!!!

แสงสีฟ้าครามนั้นเองที่ทำให้สามารถมองเห็นต้นกำเนิดเสียงนั้นได้ มันคือพยัคฆ์ขาวลายพาดกลอนสีดำตนหนึ่งที่มีดวงตาสีฟ้าคราม คมเขี้ยวของมันช่างแหลมคม ขนของมันช่างขาวบริสุทธ์และงดงาม ถึงแม้มันจะสวยงามมากเพียงใดแต่ก็ปฎิเสธถึงความโหดเหี้ยมที่มันปลดปล่อยออกมาไม่ได้ ร่างของพยัคฆ์ขาวถูกคุมขังอยู่ในกรงใบหนึ่งในห้วงวิญญาณของถังเฟยหู่ แม้แต่เจ้าตัวเองน่าจะไม่ทราบถึงสิ่งนี้ด้วยซ้ำไป

โฮกกกกกก!!!

เสียงของมันสั่นสะท้านก้องกังวาลไปทั่วทั้งห้วงวิญญาณของถังเฟยหู่จนชายหนุ่มถึงกับรู้สึกได้ในชั่วพริบตานั้น ความรู้สึกร้อนลวกราวกับเผาไหม้ได้บังเกิดขึ้นจากภายในร่างกายของชายหนุ่มจนราวกับเลือดทั้งร่างของเขาเดือนพล่านดุจเปลวไฟ

ตู้มมม!!

ในตอนนั้นเองกรงเหล็กภายในห้วงวิญญาณของถังเฟยหู่ได้พังทลายลง กรงเหล็กด้านหน้าถูกกระแทกออกจนกระเด็นลอยไปไกลลิบ ร่างของพยัคฆ์หนุ่มได้โจนทะยานออกไปสู่เบื้องนอกกรงขังเป็นครั้งแรกพร้อมกับสายเลือดหนึ่งที่พุ่งทะยานออกมาจากตันเถียนที่เชื่อมต่อกับห้วงวิญญาณของชายหนุ่ม

สายเลือดที่ร้อนระอุนี้ได้พุ่งทะยานออกไปหมุนเวียนโคจรในร่างของถังเฟยหู่อย่างรวดเร็วและได้บังเกิดพลังอัสนีอันแปลกประหลาดขึ้นรอบกายของถังเฟยหู่จนจิ้นฝานถึงกับต้องปล่อยร่างของชายหนุ่มก่อนที่จะได้ดื่มกินเลือดเนื้อนี้ไป จิ้นฝานถอยหลังมาไกลด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดเมื่อมองเห็นอัสนีสีฟ้าโจนทะยานอยู่รอบตัวของถังเฟยหู่

บาดแผลบนท้องของถังเฟยหู่สมานตัวกันอย่างรวดเร็ว อาการบาดเจ็บนั้นดีขึ้นมาอย่างน่าแปลกใจ เพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น บาดแผลบนท้องของชายหนุ่มก็หายเป็นปลิดทิ้ง เหลือทิ้งไว้ก็เพียงแต่คราบเลือดบนท้องเท่านั้น

ดวงตาซ้ายที่เคยมืดบอดและขุ่มมัวของถังเฟยหู่กลับบังเกิดแสงเปล่งประกายขึ้นมาตรงกลางดวงตา มันเป็นจุดแสงสีฟ้าครามดุจเดียวกันกับดวงตาของพยัคฆ์ขาวภายในห้วงวิญญาณของเขา เพียงเวลาไม่นานนักจุดแสงนั้นก็ขยายออกและกลืนกินบริเวณที่ขุ่นมัวไปจนหมดสิ้น ในตอนนี้นัยน์ตาที่เคยมืดบอดกลับมามองเห็นอีกครั้ง ดวงตาข้างซ้ายภายใต้หน้ากากกลับกลายเป็นสีฟ้าครามอันงดงามไปได้

ไม่หยุดเพียงเท่านั้น สายเลือดอันร้อนระอุนี้ยังคงวิ่งทะยานออกไปรอบร่างกายของเขาและส่งผลที่แปลกประหลาดต่อไป คมเขี้ยวของถังเฟยหู่กลับงอกยาวแหลมคมมากขึ้น ผมสีดำเงางามของเขากลับแปรเปลี่ยนจนกลายเป็นสีขาวไปตลาดทั้งหัวและมันดูยืดยาวมากขึ้นกว่าเดิม เล็บทั้งสิบบนนิ้วมือของเขากลับงอกยืดยาวและหนาขึ้นราวกับเป็นเล็บของพยัคฆ์ตนหนึ่ง ดวงตาสีฟ้านั้นหันกลับไปมองจิ้นฝานอีกครั้งหนึ่งด้วยแววตาอำมหิตดุจปีศาจร้าย

ในตอนนี้สติสัมปชัญญะของถังเฟยหู่ได้สูญสิ้นไปจนหมดแล้ว หลงเหลือก็เพียงแต่สัญชาตญาณดิบของสัตว์ร้ายที่มองว่าอสูรสีดำตรงหน้าคือศัตรู อสูรทิมฬเองก็สูญสลายกลับเข้าสู่ร่างอีกครั้ง ส่วนจิ้นฝานเองก็มองไปยังถังเฟยหู่ด้วยแววตาตื่นตกใจ มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าสิ่งนี้คือสิ่งใด มันคือการใช้จิตวิญญาณแบบของชนซีเซี่ย การรวมร่างระหว่างจิตวิญญาณและร่างผู้ใช้ หัวสมองของจิ้นฝานหมุนวนไม่หยุด เขาไม่เข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้านี้เลยแม้แต่น้อย “เจ้า..เป็นคนซีเซี่ยเช่นเดียวกับข้าอย่างงั้นเหรอ?”

ความคิดเห็น