บับเบิ้ลTea

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 6

คำค้น : mpreg เคะท้องได้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 220

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2562 20:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6
แบบอักษร

ตอนที่ 6 



       "ฮ้าว พ่อให้มาตามเหรอจ๊ะ เมื่อคืนเล็กคงวิ่งมาเหนื่อย หลับใต้ต้นไม้เฉยเลย" 

     "โอ๊ย ตายห่าตายโหง" คนของผู้ใหญ่สิงห์ร้องขึ้นพร้อมเกาหัวยุ่งเป็นการใหญ่ และยังไม่ทันจะได้จัดการอะไรก็มีชาวบ้านเดินตามมาเห็นเหตุการณ์เข้าอีกสองสามคน เมื่อเห็นว่าใครที่ยืนประคองกันอยู่ในโพรงต้นไม้ก็ได้แต่อ้าปากค้างทำหน้าเหวอไม่ต่างจากคนของผู้ใหญ่สิงห์ 

     "ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาเห็นอะไรอย่างนี้" 

     "ตบหน้าข้าทีว่ะ ข้าคิดว่าข้ากำลังฝัน" 

     เพี๊ยะ! 

     เสียงตบดังสนั่นช่วยดึงสติของแต่ละคนที่หนีหายไปให้กลับมายังตัวได้เป็นอย่างดี คนของผู้ใหญ่สิงห์ดูจะได้สติดีที่สุด เดินมาดึงร่างเล็กออกจากการเกาะกุมของคิน 

     "น้องเล็กกลับบ้านกันเถอะ พ่อผู้ใหญ่ให้พี่มาตาม" 

     "อื้ม ไปสิ เอารถมาหรือเดินกลับ" ถามพลางยกมือขึ้นขยี้ตาปัดความง่วงงุน 

     "มีรถมา จอดอยู่วัดโน่น มาเถอะ เดี๋ยวพ่อผู้ใหญ่คอย" 

     "เดี๋ยวฉันกับพ่อจะตามไปที่บ้าน ไม่เกินสายนี้หรอก บอกพ่อผู้ใหญ่ด้วย" คินโพล่งไล่หลังคนของผู้ใหญ่สิงห์ที่กำลังพาคุณเล็กไปขึ้นรถราวกับจะกลบเกลื่อนเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยการทำเหมือนไม่รับรู้ เกิดความเงียบทันทีพร้อมฝีเท้าที่ชะงัก  

     "ใครให้ไปบ้าน ไม่ต้องตามมาเลยนะ เราไม่รู้จักกันเหมือนเดิม เรื่องเมื่อคืนก็ลืมๆไปให้หมด เข้าใจ๊!" เป็นคุณเล็กเองที่หันมาแหวใส่ ก่อนจะพึมพำอย่างอารมณ์เสีย "หลับไปซะได้นะเรา น้ำลายยืดน่าอายหรือเปล่าก็ไม่รู้" 

     "น้องเล็กพูดกับว่าที่คู่หมั้นแบบนี้ไม่ดีนา" ชาวบ้านที่เดินมาเห็นเหตุการณ์ด้วยโดยตลอดเย้าขึ้น 

     "หุบปากเลยนะตาเฒ่า!" คนของผู้ใหญ่สิงห์เอ็ด  

     "หึหึ พวกแกก็เห็นว่าอะไรมันเป็นอะไร แล้วกฎนี้เราคนภูน้ำผึ้งก็ต่างยึดถือและปฏิบัติเป็นแนวเดียวกันมาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้ใหญ่สิงห์ที่เป็นผู้นำหมู่บ้านยิ่งไม่น่าเพิกเฉย นอกจากนั้นพยานรู้เห็นก็ตั้งหลายคน แกกลับไปบอกพ่อผู้ใหญ่ดีกว่าจะได้เตรียมรับขันหมากลูกชายกำนันเสือทัน" 

     "หมายความว่าอะไรเหรอพี่เสริม" คุณเล็กผู้ไม่รู้เรื่องอะไรถามอย่างงงงวย 

     "ไม่มีอะไรหรอกจ้ะน้องเล็ก เรากลับบ้านกันเถอะ" คนของผู้ใหญ่สิงห์พยายามตัดบท 

     "น้องเล็กรู้หรือเปล่าว่าต้นไม้ที่มานอนหลับเมื่อคืนน่ะต้นอะไร" ผู้เฒ่าคนเก่าเอ่ยถามพลางยิ้ม 

     "ก็ต้นไม้ใหญ่ธรรมดาไง นี่" ว่าพลางเงยหน้าพร้อมชี้มือใส่ต้นไม้ แต่ไม่นานก็อ้าปากค้างหันมามองคินด้วยความตกตะลึง ทำไมคุณเล็กจะไม่รู้ว่ามันคือต้นอะไร หลายต่อหลายคู่ได้ครองคู่กันมานักต่อนักเพราะต้นไม้ต้นนี้แล้ว และพ่อของคุณเล็กก็ถูกเชิญไปเป็นเถ้าแก่ให้ฝ่ายชาย-ฝ่ายหญิงหลายครั้ง 

     "เล็กว่ารีบกลับกันเถอะ" เป็นคุณเล็กเองที่เสียงสั่นและเอ่ยปากชวนคนของพ่อพร้อมออกเดินนำไปก่อน ปล่อยให้คินยิ้มกริ่มอยู่เบื้องหลังเพราะพอใจต่อปฏิกิริยารับรู้ของคุณเล็ก 

      "พวกเอ็งว่ายังไงนะ!!!" 

     "เอ่อ...ก็อย่างที่ฉันรายงานพ่อผู้ใหญ่ไปแล้วนั่นแหละจ้ะ" 

     "เดี๋ยวนี้เอ็งกล้าพูดเรื่องเลอะเทอะกับข้าเรอะ ไอ้พวกขี้ครอก!" 

     "โอ๊ยพ่อ!!!" สิ้นเสียงร้องร่างสองร่างก็ลงไปกองกับพื้นทันทีด้วยแรงยันของผู้ใหญ่สิงห์ ดวงหน้าที่ถมึงทึงอยู่แล้วกลับถมึงทึงขึ้นอีกหลายเท่าจนลูกน้องลนลานออกห่างไปหลบมุมเสาคนละต้น เมื่อเอ่ยเล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจบ ในขณะที่คุณเล็กนั่งก้มหน้าตัวลีบแบนอยู่ที่โต๊ะใต้ถุนบ้าน รอพ่อจัดการต่อจากที่จัดการลูกน้องที่ไปตามคุณเล็กเสร็จแล้ว 

     "พวกฉันไม่ได้โกหกนะจ๊ะ ฉันไปเจอน้องเล็กที่นั่นจริงๆ" 

     "ข้าหมายถึงที่พวกเอ็งรายงานว่าเจอลูกข้ากับลูกไอ้กำนันเสืออยู่ด้วยกันต่างหาก!" ร้องด่าพลางปรี่จะเข้าไปเล่นงานอีก คนงานทั้งสองต่างแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทางเพราะเกรงในฤทธิ์ฝ่าเท้า เมื่อลูกน้องไม่มีใครกล้าอยู่รายงานต่อ เป้าหมายของการถูกซักจึงตกมายังคุณเล็กที่ก้มหน้างุดด้วยความกลัว 

     "ไหนบอกพ่อมาหน่อยว่าที่ไอ้สองตัวมันพูดไม่ใช่เรื่องจริง" 

     คุณเล็กกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ตาแดงเถือกไปหมดก็จริงแต่ความใจแข็งก็ไม่ยอมให้น้ำตาไหลนองออกมาได้แม้จะกลัวพ่อจับใจแค่ไหนก็ตาม เอ่ยตอบเสียงเครือๆ 

     "เล็กไม่ได้ตั้งใจเข้าไปกับนายนั่นนะพ่อ แต่เมื่อคืนเสียงปืนดัง นายนั่นเลยคว้ามือเล็กวิ่ง เล็กยอมตามไปเพราะตกใจ เล็กไม่รู้จริงๆนะจ๊ะพ่อว่ามันเป็นต้นไม้นี้" 

     "นี่จะบอกพ่อว่าที่ไอ้สองคนพูดนั่นมันเป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ" 

     "ก็...คือ...แต่เล็กไม่ได้ตั้งใจขัดคำสั่งพ่อจริงๆนะ" พาดวงหน้าสลดเงยขึ้นบอกพ่ออย่างรู้สึกผิด คุณเล็กรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ร้ายแรงมหันต์นัก 

     "ไอ้คินมันร้าย เห็นมันเงียบๆแต่ข้ารู้ว่ามันตั้งใจจะหักหน้าข้าอยู่ตลอด นี่คงเห็นว่าข้าเฝ้าลูกคนโตไว้ เลยไปฉุดคนเล็กเข้าป่าสินะ กะจะทำให้ข้าอับอายให้ได้" หนวดผู้ใหญ่สิงห์กระตุก สีหน้าเต็มไปด้วยความแค้นเคือง  

     "แต่มันรู้จักคนอย่างข้าน้อยไป" ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันออกมาแล้วหันมาสั่งคุณเล็กเสียงเขียว "ขึ้นไปข้างบน อาบน้ำล้างคราบเหม็นสาปลูกไอ้กำนันออกให้หมด ปะแป้งแต่งตัวให้ผ่องให้หอม พ่อจะไปจัดการธุระสักหน่อย" 

     "พ่อจะไปบ้านกำนันเหรอ" คุณเล็กถามพ่อสีหน้ากังวล 

     "ไม่ใช่ธุระของเด็ก ไปจัดการตามที่พ่อสั่ง เล็กขัดคำสั่งพ่อมามากเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่ต้องทำตามคำสั่งพ่ออย่างเคร่งครัดสักที ขึ้นไปข้างบนเดี๋ยวนี้ ไป!" นับว่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดจนเติบโตมาที่คุณเล็กโดนพ่อตวาดไล่ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อออกมาอาบสองแก้มพร้อมสะอื้นฮักขณะเดินคอตกขึ้นบ้านไปทำตามคำสั่งพ่อ 

     อีกด้านคินกำลังเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมาให้พ่อฟังเช่นกัน และกำนันเสือก็ตกอยู่ในอาการน้ำท่วมปากพูดไม่ออก 

     "นี่เอ็งกำลังล้อพ่อเล่นใช่มั้ย" 

     "ฉันเคยล้อเล่นกับพ่อเหรอ" คำพูดของลูกชายทำกำนันเสือพูดไม่ออกอีกครั้ง  

     "เอ็งทำแบบนั้นทำไม" พ่อถามลูกชายอย่างจริงจัง 

     "ก็ฉันบอกแล้วว่าตกใจ แล้วอยู่ใกล้คุณเล็กพอดี เลยฉุดพากันวิ่งออกไปไม่รู้เหนือรู้ใต้ ก็อย่างที่เล่าให้พ่อฟังว่าพอรุ่งสางถึงได้รู้ว่าที่ไหน" เล่าให้พ่อฟังพร้อมยิ้มกริ่ม ผู้เป็นพ่อหรี่ตาจับผิด 

     "เอ็งตั้งใจใช่ไหม สารภาพมาดีๆเลยนะไอ้ลูกหมา" 

     "ตั้งใจที่ไหน ก็บอกแล้วว่าตกใจ" 

     "หน็อย เอ็งอย่ามาโกหกให้ยาก ให้เอ็งหลับตาเดินทั่วหมู่บ้านเอ็งยังไม่หลงเลย แล้วประสาอะไรกับคืนวันเพ็ญฟ้าออกสว่างเอ็งจะไม่รู้ทิศรู้ทาง เอ็งตั้งใจฉุดลูกไอ้ผู้ใหญ่ไปใช่มั้ย สารภาพกับพ่อมาตรงๆ" กำนันดักทางลูกชายพร้อมไล่ต้อน 

     คินยิ้มกริ่มสบสายตากับพ่อตรงๆ ไม่มีแววเกรงกลัวอะไรเลยทั้งสิ้น "โธ่ ไม่สนุกเลย พ่อรู้ทันฉันหมด ก็ได้ๆ สารภาพก็ได้ว่าตั้งใจ จริงๆฉันกะจะไม่ทำให้พ่อเสียใจมากเกินไปนะเนี่ย พ่อดันจับได้ซะงั้น" 

     "ไอ้ลูกคนนี้!" ขึ้นเสียงสูงอย่างลืมตัว แต่ก็ลดท่าทีโกรธลงในที่สุด กำนันเสือรักลูกมากเกินกว่าจะลงไม้ลงมือหรือด่าหยาบๆ ทำได้เพียงยกมือขึ้นเสยผมตัวเองแรงๆพร้อมหัวที่กำลังปวดตุบ "ถ้าเอ็งรู้ว่าจะทำให้พ่อเสียใจแล้วทำไมเอ็งถึงทำ ฮึ" 

     "ก็..." คินนิ่งไปนิด ท่าทียุ่งยากใจของพ่อทำให้ลดท่าทีลิงโลดลง ก่อนจะเลื่อนตัวลงจากเก้าอี้คุกเข่ากับพื้นแล้วกราบลงที่ตักพ่อ เอ่ยเสียงอ่อน "ฉันขอโทษนะพ่อที่ทำให้พ่อเสียใจ แต่ฉันก็ยังยืนยันว่าฉันตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น" 

     "เอ็งรักลูกไอ้ผู้ใหญ่สิงห์งั้นเหรอ" 

     "จ้ะ ฉันรักคุณเล็ก" 

     "เฮ้อ เอ็งรักเค้าแบบไหน" 

     "แบบไหนก็ได้ ที่จะได้ดูแล ปกป้องเขา" สารภาพอย่างลูกผู้ชายแล้วยิ้มกว้างขวางให้พ่อ 

     "สาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหมู่บ้านมารุมรักเอ็งกันทั้งนั้น เอ็งดันไม่ชอบ ที่ชอบก็ดันเป็นคนที่ไม่ควรชอบ เอ็งมันคนยังไงนะไอ้ลูกหมา" ถึงจะบ่นแต่กระนั้นก็ยกมือขึ้นวางบนหัวลูกโยกเบาๆด้วยความรักเกินกว่าจะโกรธ "ข้าต้องไปขอลูกบ้านนั้นให้เอ็งจริงๆสินะ ว่าแต่คนเล็กจริงเหรอ" 

     "อื้ม คนโตฉันคิดกับเค้าแค่น้องสาว" 

     "แล้วทำไมคนเล็กถึงคิดว่าเค้าเป็นน้องบ้างไม่ได้" 

     "คุณเล็กเค้าไม่เหมือนใคร และฉันชอบแบบนี้" 

      "เอ็งนี่น้า ชอบคนแสบๆเหรอ ข้าได้ยินกิตติศัพท์ความปากร้ายมาไม่เบานาคนเล็ก" พ่อเย้า ปลงตกมากพอที่จะแซวเล่นได้ 

     "ก็รู้สึกว่าต้องรับมือดี" 

     "ไอ้ลูกคนนี้มันแปลกคน เอาเถอะ ข้าเป็นผู้นำหมู่บ้าน อันไหนเป็นกฎบ้านกฎเมืองข้าก็จะทำตามโดยดี เอ็งไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ ข้าจะไปปรึกษาย่าว่าจะต้องเตรียมอะไรไปขอเขาบ้าง" จัดแจงแล้วก็ลุกออกจากโต๊ะเดินขึ้นบ้านเพื่อไปปรึกษากับแม่หรือก็คือย่าของคิน คินเองก็ไปเตรียมตัวอย่างที่พ่อบอกเช่นกัน 

   เรื่องราวยุ่งๆที่เกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมา แม้มีคนรู้เรื่องไม่กี่คนในคราวแรกแต่ก็ถูกเล่าปากต่อปากจนในที่สุดก็ขยายเป็นวงกว้างไปทั่วหมู่บ้าน ต่างมีการคาดเดาไปเป็นทางเดียวว่า คินกำลังเอาคืนผู้ใหญ่สิงห์แทนพ่อที่เมื่อหลายปีก่อนผู้ใหญ่สิงห์แย่งนภาสาวงามที่สุดของภูน้ำผึ้งจากกำนันเสือด้วยการใช้ช่วงชุลมุนพาวิ่งเข้าป่าศักดิ์สิทธิ์จนต้องแต่งงานกันและกำนันเสือต้องอกหักครั้งใหญ่คราวนั้น 

     "คินมันร้ายนะ รู้ว่าคนพี่ผู้ใหญ่เค้าตามคุมแจ มันเลยเล่นคนน้องแทน" 

     "หรือมันจะรักคนน้องตั้งแต่แรกรึเปล่า เอ็งก็พูดไป" 

     "เด็กผู้ชายคนไหนมันก็ชอบลูกสาวคนโตผู้ใหญ่สิงห์กันทั้งนั้นแหละ ถ้าให้พูดถึงว่าสวยหล่อเหมาะสมกันที่สุดในภูน้ำผึ้งก็หนีไม่พ้นน้ำหวานกับเจ้าคินนี่แหละ ไม่ใช่เรอะ" 

     "เหมาะไม่เหมาะมันไม่สำคัญหรอกข้าว่า อยู่ที่เด็กมันชอบคนไหนต่างหาก เพราะถ้าพูดเรื่องเหมาะจะเปรียบลูกสองบ้านนี้ใส่ด้วยกันไม่ได้เลย พ่อจะฉะกันตลอดทุกครั้งที่เห็นหน้ากัน มันจะดองเป็นญาติกันได้ยังไง้" 

     "เออนั่นน่ะสินะ" 

     "เอ็งคิดว่าผู้ใหญ่สิงห์แกจะทำยังไงวะ เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว" 

     "เอ้า ยังไงก็ต้องยอมแหละ แกเป็นผู้นำหมู่บ้านนี่ แถมเคยได้ตบแต่งเมียก็เพราะกฎบ้านข้อนี้ แกจะทำเหมือนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ได้เรอะ ชอบไม่ชอบยังไงก็ต้องยอมอยู่ดีแหละ คนเฒ่าคนแก่ก็รับรู้เรื่องกันทั่วแล้ว ถึงยังเด็ก ยังไม่ถึงวัยควรแต่งก็ต้องหมั้นหมายไว้ก่อน ให้รู้ว่านี่เป็นว่าที่คู่ครองกัน" 

     "งั้นเรื่องราวคู่กัดตลอดกาลก็จะมาจบลงง่ายๆที่รุ่นลูกแบบนี้เหรอ" 

     "หึหึหึ แต่ข้าว่าบางทีเราอาจมีเรื่องให้ได้ช็อคกันอีกรอบนะ สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหารเลยดีกว่าเอ็งเอ้ย" 

     "ว่าแต่รีบกลับบ้านกินข้าวกินปลาเถอะ วันนี้เราต้องรอสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวสองบ้านไม่ให้พลาดเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ได้มีเรื่องตื่นเต้นน่าติดตามในภูน้ำผึ้งแบบนี้มานานแล้ว" 

     "เออๆ เผื่อได้ร่วมขบวนขันหมากกับฝ่ายกำนันเขาด้วย" 

     "หรือไม่ก็ได้ร่วมวิ่งหนีลูกปืนกับขบวนขันหมาก" 

     "ฮ่าๆๆๆ วันนี้มันช่างสนุกจริงๆ" 

    การจัดเตรียมขันหมากไปสู่ขอลูกคนใหญ่คนโตของหมู่บ้านเกิดขึ้นอย่างฉุกละหุก แต่กระนั้นด้วยการจัดแจงของย่านอมและความเป็นคนกว้างขวางของกำนันเสือก็ทำให้การเตรียมการครบถ้วนสมบูรณ์ในเวลาอันรวดเร็ว คินในชุดเสื้อเชิ้ตขาวกางเกงแสล็คสีดำดูเป็นหนุ่มกว่าครั้งไหนๆเดินเคียงคู่กับพ่อออกเดินทางพร้อมพานพุ่มดอกไม้ธูปเทียนสำหรับขอขมาที่เกิดเหตุไม่งามขึ้นในคืนที่ผ่านมาไปยังบ้านผู้ใหญ่สิงห์ พร้อมด้วยญาติผู้ใหญ่ที่สนิทสนมอีกจำนวนหนึ่ง ชาวบ้านร้านตลาดที่อยู่ตามรายทางออกมาออรอชมอยู่หน้าบ้านเมื่อขบวนขันหมากเคลื่อนผ่าน บ้างหัวเราะชอบใจบ้างจับกลุ่มคุยกันเป็นที่สนุกสนาน 

     "พาลูกชายหอบพานธูปเทียนไปไหนเรอะพ่อกำนัน" คนที่รู้เหตุการณ์อยู่แล้วแสร้งร้องถามเย้าหยอกอย่างสนุกสนาน 

     "พามันไปขอขมาพ่อตา" กำนันเองก็ตอบกลับยิ้มๆอย่างไม่นึกโกรธ 

     "อ้าว ใครล่ะ ทำไมฉันตกข่าว" 

     "ไม่ใช่ใครที่ไหนไกลหรอก ลูกผู้ใหญ่สิงห์นี่แหละ" ประโยคนี้กำนันเสือร้องขึ้นเสียงดังอย่างตั้งใจป่าวประกาศเป็นนัยๆ หลายคนที่ได้ยินยิ้มกว้างและบางคนก็ถึงกับหัวเราะงอหงาย ยกย่องในการยอมรับความจริงของกำนันเสือ 

     "ทางโน้นเขาตอบรับขันหมากแล้วรึกำนัน" 

     "ไว้ถ้ามีชีวิตรอดจากลูกปืนจะมาเล่าให้ฟังแล้วกัน" 

     "ฮ่าๆๆๆๆๆๆ" ขบวนแห่ครึกครื้นกว่าที่ใครๆคาด ทั้งที่คิดว่าคงได้เห็นหน้าถมึงทึงของกำนันเดินนำหน้าขบวนแท้ๆ แต่ทว่าทุกคนประเมินความรักลูกของกำนันผิด แม้จะต้องทำอะไรที่ไม่ชอบใจแต่ด้วยความรักลูกชายและความเป็นผู้นำหมู่บ้านกำนันก็พร้อมละทิ้งทิฐิเพื่อจะทำตามใจลูกและทำให้ถูกต้องตามกฎอย่างไม่มีข้อบิดพลิ้วใดใด 

     "ว่าแต่ไปขอคนไหนล่ะกำนัน" ยังมีเสียงร้องถามตามรายทางไม่ขาด และกำนันก็ทำใจได้มากพอที่จะตอบกลับอย่างอารมณ์ดี 

     "คนเล็กนั่นแหละ" 

     "อ้าวไม่ใช่คนโตหรอกเหรอพ่อคิน เมื่อคืนน้องน้ำหวานแต่งตัวไปประกวดนางนพมาศออกสวย"  

     คินแค่ยิ้มน้อยๆเมื่อถูกร้องแซว  

     "ไอ้เจ้านี่มันไม่ชอบคนสวย มันชอบคนด่าเก่งๆว่างั้น" เป็นกำนันที่เป็นคนตอบกลับแทนลูกชาย และก็เรียกเสียงหัวเราะและโห่แซวจากผู้คนได้ครึกครื้นอีกครั้ง 

     "ระดับกำนันกับผู้ใหญ่ดองกัน งานนี้น่าจะงานช้างน่าดูนะกำนัน" 

     "ข้าน่ะพร้อมงานช้างอยู่แล้ว เท่าไหร่เท่ากัน แต่ทางโน้นเค้าจะงานช้างด้วยหรือเปล่าน่ะสิ" กล่าวอย่างใจป้ำ 

     "งี้สินสอดก็คงมโหฬารน่าดูนะพ่อกำนัน" 

     "ก็ระดับลูกผู้ใหญ่ หวงอย่างกับไข่ในหิน เขาจะเอาเท่าไหร่ก็ต้องทุ่มให้เขาล่ะ ไอ้ลูกเรามันไปผิดผีเขาแล้วนี่" 

     "บ๊ะ ได้ดองกับกำนันนี่เหมือนหนูตกถังข้าวสารดีดีนี่เอง" กำนันเสือได้รับยิ้มรับคำเยินยอกับความใจป้ำเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นต่างพูดคุยกันว่างานนี้กำนันให้เกียรติบ้านผู้ใหญ่สิงห์สมฐานะจริงๆ 

    ขบวนเลยผ่านบ้านแล้วบ้านเล่าจนผ่านมาถึงแนวรั้วไม้ยาวเหยียดที่ล้อมบ้านไม้หลังใหญ่ของผู้ใหญ่สิงห์ แต่ทว่ารถยนต์คันหรูหลายคันที่จอดเรียงรายอยู่หน้าบ้านยาวมาถึงประตูทางเข้าก็ทำให้ทั้งขบวนของกำนันเสือหยุดชะงักพร้อมเกิดความสงสัย ต่างชะโงกมองกันเป็นแถว 

     "รถอะไรเต็มหน้าบ้านผู้ใหญ่สิงห์น่ะพ่อกำนัน" คนในขบวนที่ขนาบอยู่ข้างๆเอ่ยถาม พลางชะเง้อมองไม่หยุด 

     "ข้าก็ไม่รู้ หรือเขามีงานอะไรวะ" 

     "เอ หรือเขาเรียกญาติสนิทมิตรสหายมาต้อนรับเราพ่อ" คนสนิทของกำนันอีกคนเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น 

     "จะเป็นไปได้เหรอวะ คนอย่างไอ้ผู้ใหญ่สิงห์น่ะเหรอจะมาต้อนรับข้า เชื่อได้ยาก" 

     "แต่ผู้ใหญ่แกก็เป็นผู้นำหมู่บ้านนา รู้กฎบ้านกฎเมืองดี แกอาจจะยอมรับความจริงอย่างที่พ่อกำนันยอมรับก็ได้" อีกคนแย้งขึ้น 

     "เอ้า งั้นรีบเดินเถอะ จะได้รู้กันว่ามันเป็นยังไง" ขบวนแห่รีบเร่งรุดตามผู้นำขบวนไป แต่ทว่าเมื่อผ่านรั้วบ้านเข้าไปต่างก็ต้องชะงักกันเป็นแถวเมื่อที่ชานบ้านด้านบนผู้ใหญ่สิงห์กำลังเดินยิ้มแย้มออกมาพร้อมแขกที่แต่งตัวโก้หรูใส่ทองเส้นใหญ่ ซึ่งต่างก็รู้จักแขกของผู้ใหญ่สิงห์คนนี้ดี 

     "อ้าวกำนันเสือ มาทำธุระบ้านผู้ใหญ่สิงห์เหมือนกันเหรอ ว่าแต่ยกขบวนอะไรกันมายกใหญ่นั่น" เถ้าแก่เส็งเจ้าของโรงสีรายใหญ่ของอำเภอ คนดังของจังหวัดเอ่ยทักมาก่อนอย่างอารมณ์ดี กำนันเสือระงับความสงสัยตอบกลับอย่างอัธยาศรัยดี 

     "มาทำธุระเรื่องลูกๆกับคนบ้านนี้นั่นแหละ ว่าแต่เถ้าแก่มาทำอะไรล่ะนั่น" 

     "อ้าว นี่ผมก็มาธุระลูกเหมือนกัน ว่าแต่คงไม่ใช่เรื่องเดียวกันหรอกมั้งใช่มั้ย" เถ้าแก่ร้องถามมา แต่คนที่ยืนข้างๆอย่างผู้ใหญ่สิงห์กลับมีรอยยิ้มเยาะอย่างที่ทำให้กำนันเริ่มรู้สึกว่าไม่น่าไว้วางใจ 

     "งั้นก็คงต้องถามแล้วล่ะว่าเถ้าแก่เส็งมาธุระเรื่องลูกเรื่องอะไร" กำนันถามออกไปในที่สุด ยืนตรงมือไขว้หลังปักหลักอยู่ลานด้านล่างบ้านผู้ใหญ่สิงห์รอฟังคำตอบ 

     "ก็เรื่องหมั้นหมายระหว่างลูกชายผมกับลูกคนเล็กผู้ใหญ่นั่นแหละครับ"  

     "หา!!!" คำตอบของเถ้าแก่เส็งเหมือนสายฟ้าฟาดผ่านขบวนขันหมากของกำนันเสือ ต่างอุทานออกมาด้วยคำเดียวกันพร้อมหันมองกันเลิ่กลั่กไปมา 

     "เอ๊ะ เหมือนเราจะมาเรื่องเดียวกันรึเปล่านะกำนัน ผมชักสงสัย" เถ้าแก่เส็งทำทีถามกลับมา แต่สายตากระหยิ่มยิ้มย่องอย่างปิดไม่มิดนั่นทำให้กำนันรู้ว่าเถ้าแก่เส็งน่าจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนหมดแล้ว และการมาปรากฏตัวที่นี่ได้ทันท่วงทีก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ 

     "ก็ถ้าเถ้าแก่มาที่นี่ด้วยเรื่องหมั้นหมายลูกคนเล็กของผู้ใหญ่สิงห์เห็นทีว่าคงจะเป็นเรื่องเดียวกันนั่นแหละเถ้าแก่เส็ง พอดีเมื่อคืนลูกชายผมเขาพาลูกคนเล็กของผู้ใหญ่ไปนอนค้างอ้างแรมในที่ต้องห้ามเลยต้องพามาขอขมาพร้อมยกขันหมากมาสู่ขอให้เป็นเรื่องเป็นราวตามกฎบ้านกฎเมือง" กำนันป่าวประกาศด้วยน้ำเสียงบอกความเหนือกว่า 

   "หน็อย มึงหยุดพูดเลยนะไอ้กำนัน ให้ตายคนอย่างผู้ใหญ่สิงห์ก็ไม่มีวันดองกับบ้านมึงหรอก มึงฝันไปอีกซักร้อยชาติเถอะ!!!" และผู้ใหญ่สิงห์ก็ร้องตอบกลับมาอย่างเดือดดาลทันที ราวกับไม่อยากทนฟังประโยคเหล่านี้แม้สักน้อย  ดวงหน้าที่ถมึงทึงอยู่แล้วยิ่งดูดุยิ่งขึ้นเมื่อยามอารมณ์เดือดเต็มที่ 

     "พูดอย่างนั้นก็ไม่ได้นา ผู้ใหญ่เองก็เป็นผู้นำหมู่บ้าน น่าจะรู้ว่าพวกเรามีกฎบ้านกฎเมืองกันยังไง หลายปีก่อนนั่นผู้ใหญ่ก็ได้แต่งงานเพราะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเหมือนกันไม่ใช่เรอะ" กำนันสิงห์เอ่ยอย่างใจเย็นแต่รู้ว่าจะยั่วโมโหคู่ปรับตลอดกาลได้แน่ๆ 

     "มึงกับลูกรอวันแก้แค้นแค้นอยู่ตลอดเลยสินะไอ้กำนัน ตัวเองทำอะไรไม่ได้ก็ยืมมือลูก เหอะ แต่โทษทีไอ้คิน เอ็งกับข้ามันกระดูกคนละเบอร์ ไม่มีทางที่เอ็งจะชนะข้าได้หรอก" ผู้ใหญ่สิงห์แสยะยิ้มใส่ขบวนของกำนันกลับคืนเมื่อตอบบกลับอย่างเหนือกว่า 

     "เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้เกี่ยวกับการแก้แค้นอะไรเลยนะพ่อผู้ใหญ่" คินที่นิ่งฟังมานานปฏิเสธเสียงแข็ง 

     "โกหก!!! เอ็งมันก็เหมือนพ่อเอ็งนั่นแหละ คิดจะเป็นใหญ่เหนือบ้านข้า ทำทุกวิถีทางแม้จะเป็นทางเลวๆ เล็กลูกข้ายังเด็ก ไม่มีทางทันเล่ห์เหลี่ยมคนอย่างเอ็งได้ โดยเฉพาะแผนเลวๆที่เอ็งวางไว้" 

     "ฉันบริสุทธิ์ใจต่อคุณเล็กเสมอ!!!" คินสวนกลับเสียงดังทันที โกรธที่ถูกกล่าวหาในเรื่องไม่จริง และยิ่งกว่านั้นคือกลัวคุณเล็กมาได้ยินแล้วจะเข้าใจผิด 

     "ข้าไม่เชื่อน้ำหน้าอย่างเอ็ง ที่เทียวมาบ้านข้าตั้งแต่ที่นภายังอยู่ก็เพราะเอ็งจะได้เข้ามาสนิทสนมกับลูกข้ารอคอยโอกาสเอาคืน พอเห็นว่าคนโตอยู่กับข้าเอ็งก็หันไปคว้าคนเล็กทันทีที่มีโอกาส ใช้กฎบ้านกฎเมืองบังคับข้า เอ็งมันก็ชั่วเหมือนพ่อเอ็งนั่นแหละ" 

     "เออ! แล้วถ้าลูกข้ามันตั้งใจทำแบบนั้นแล้วจะทำไม เอ็งจะทำอะไรได้ ลูกเอ็งมันก็ต้องเป็นของลูกข้าอยู่วันยังค่ำตามกฎที่ยึดถือกันมาตั้งแต่ตั้งรกรากบ้านนั่นแหละ ยังไงเอ็งกับข้าก็ต้องดองกันแบบเลี่ยงไม่ได้" กำนันประกาศขึ้นด้วยความเดือดที่ลูกชายถูกด่าไม่ไว้หน้า 

     "พ่อ ทำไมพูดแบบนั้นเล่า!" คินร้องขึ้น มองไปยังด้านบนบ้านผู้ใหญ่ด้วยความเป็นห่วงความรู้สึกคุณเล็กเผื่อจะแอบฟังอยู่ที่ไหนสักที่ 

     "เอ็งไม่ต้องพยายามอธิบายให้เมื่อยปากหรอก คนอคติ ให้อธิบายยังไงเอ็งมันก็ไม่มีทางดีขึ้นในสายตาเค้าหรอก เลวๆไปให้สมใจว่าที่พ่อตาเอ็งเลยจะได้จบๆ" 

     "เลวโดยสันดานก็อย่ามาโยนขี้ให้ข้า แล้วอย่ามาเรียกข้าว่าพ่อตา ข้าไม่รับลูกเขยอย่างเอ็ง และไม่มีวันดองกับบ้านเอ็งด้วย!!!" ผู้ใหญ่สิงห์ประกาศกร้าวอย่างเดือดจัดพอกัน 

     "อ้อ นี่ประกาศว่าจะขัดกฎบ้านกฎเมืองงั้นเหรอผู้ใหญ่ ทำอย่างนี้ใครมันจะเชื่อถือ เป็นถึงผู้นำหมู่บ้านแต่กลับทำผิดกฎบ้านซะเอง เฮอะ!" กำนันทำเสียงในลำคอเยาะผู้ใหญ่ว่าไม่แน่จริง 

     "เปล่าเล้ย ข้าจะทำให้ถูกต้องชัดเจนต่างหาก ลูกชายบางบ้านจะได้รู้ตัวว่ากำลังยุ่งกับคนที่เค้ามีเจ้าของแล้ว" 

     "พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง" กำนันร้องถามร้อนใจ ผู้ใหญ่สิงห์จึงเป็นฝ่ายที่ยิ้มเหนือกว่าเมื่อเอ่ยเรียกคนด้านใน 

     "ออกมากันได้แล้วลูก" 

     คำสั่งของผู้ใหญ่พาให้ขบวนของกำนันด้านล่างจ้องตาแทบไม่กระพริบรอคอยความเคลื่อนไหวด้านบน และไม่นานคนทั้งขบวนก็ได้พากันตกตะลึงทั่วหน้าเมื่อคุณเล็กในชุดเสื้อขาวกางเกงสีฟ้าอ่อนสุภาพถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งจูงมือออกมาด้านนอกชานบ้าน ผู้ใหญ่สิงห์เป็นคนดึงเด็กทั้งสองให้มายืนเคียงเบื้องหน้าให้ขบวนของกำนันเห็นกันถ้วนทั่ว 

     "คุณเล็ก..." คินเรียกชื่อของคนที่ยืนเคียงอยู่กับเด็กหนุ่มบนชั้นสองของบ้านด้วยความเจ็บปวด 

     "ถ้าเอ็งคิดว่าเอ็งแน่ เอ็งชนะข้าได้ เอ็งคิดผิดแล้วไอ้คิน กฎข้อที่ว่าถ้าหนุ่มสาวคู่ใดพากันไปค้างอ้างแรมในป่าศักดิ์สิทธิ์กันทั้งคืนจะต้องแต่งงานกันนั่นก็ถูก แต่เอ็งรู้หรือเปล่าว่ากฎทุกกฎย่อมมีข้อยกเว้น..." ผู้ใหญ่สิงห์เอ่ยถามทั้งยิ้มเหนือกว่าใส่คนทั้งขบวนอย่างคนที่รู้ว่าจะต้องได้รับชัยชนะในครั้งนี้แน่ 

     "ผู้ใหญ่สิงห์!!!" เป็นกำนันเองที่คำรามออกมาอย่างโกรธจัด เพราะรู้ดีว่าผู้ใหญ่สิงห์จะยกข้อยกเว้นใดขึ้นมางัดข้อ และลูกชายของกำนันคือผู้ที่จะได้รับความเจ็บปวดอย่างแน่นอน 

     "หึหึ พอแผนเลวๆของลูกชายกำลังจะล่มเต้นเร่าเลยล่ะสิไอ้กำนัน จำไว้ว่าไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม เอ็งไม่มีวันชนะข้าหรอก และคนอย่างเอ็งกับข้าไม่มีวันญาติดีต่อกันได้!" 

     "พ่อผู้ใหญ่หมายความว่ายังไง ฉันไม่เข้าใจ" คินร้องถามร้อนรน  

     "พ่อเอ็งคงไม่เคยบอกข้อยกเว้นของกฎสินะ งั้นข้าจะพูดให้เอ็งตาสว่างก็ได้ จะได้รู้ว่าแผนที่เอ็งวางไว้น่ะมันไม่มีวันได้ผลกับคนที่มีคู่หมายอยู่แล้วหรอก!" กำนันประกาศกร้าวพร้อมรอยยิ้มหยัน 

     "ว่าไงนะ..." คินครางในลำคอแทบไม่เชื่อหู 

     "เล็กลูกข้ามีคู่หมั้นแล้วคือพ่อวินลูกเถ้าแก่เส็ง ดังนั้นคนที่มีคู่หมายเป็นที่รับรู้ของผู้ใหญ่แล้วไม่มีสิทธิ์ไปหมั้นหมายทับซ้อนกับผู้อื่น เพราะงั้นเรื่องของเอ็งกับลูกข้าคืนนั้นถือเป็นโมฆะ"  

     "ไม่จริง พ่อผู้ใหญ่โกหก!" คินตะโกนโต้อย่างไม่เชื่อ แต่ผู้ใหญ่สิงห์แค่เลิกคิ้วใส่อย่างยียวน มองสีหน้าตกตะลึงของคนทั้งขบวนของกำนันอย่างขบขัน ก่อนจะประคองมือของลูกคนเล็กขึ้นมาให้คนในขบวนได้เห็นวัตถุวาววับที่ประดับอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายอย่างชัดเจน 

     "ถ้าเอ็งไม่เชื่อก็ดูแหวนหมั้นนี่สิ พ่อวินเค้าเพิ่งสวมให้เล็กก่อนหน้าที่ขบวนเอ็งจะกระเสือกกระสนมาถึงนี่เอง" 

     "อ้อ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ วงนี้แค่แหวนหมั้น วันแต่งจะวงใหญ่กว่านี้มาก" เถ้าแก่เส็งรีบพูดแก้เป็นการใหญ่ แต่ฝั่งกำนันเสือต่างก็รู้ว่ารอยยิ้มกว้างขวางหลังจากพูดแก้นั้นแท้ที่จริงคือความภูมิใจที่ได้อวดความรวยเห็นๆ 

     "ฮ่าๆๆๆๆ เถ้าแก่นี่ให้เกียรติเล็กลูกฉันจริงๆ" ผู้ใหญ่ระเบิดเสียงหัวเราะพออกพอใจ 

     "แต่ฉันมาก่อน เรื่องระหว่างฉันกับคุณเล็กเกิดขึ้นก่อน พ่อผู้ใหญ่จะมาทำพิธีตัดหน้าแบบนี้ได้ยังไง พ่อผู้ใหญ่ไม่เคารพกฎนี่" คินยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ใดใดทั้งสิ้น มองคุณเล็กที่ยืนเคียงกับลูกเถ้าแก่เส็งด้านบนด้วยสายตาเว้าวอน 

     "อย่ามั่นอกมั่นใจไปนัก หน้าอย่างเอ็งน่ะเรอะจะมาก่อน รู้ไว้ซะด้วยว่าเถ้าแก่เส็งกับข้าเราคุยกันนานแล้วเรื่องที่จะให้ลูกมาดองกัน แต่ติดที่ว่าเล็กยังเด็กถึงไม่ได้ทำให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที จริงๆข้าก็ต้องขอบใจเอ็งเหมือนกันที่ทำให้อะไรๆมันไม่ต้องรอ เพราะพอมาเห็นเล็กสวมแหวนหมั้นยืนข้างๆพ่อวินเค้าอย่างนี้ข้าก็รู้สึกว่าลูกข้าไม่ใช่เด็กๆแล้ว" 

     "แต่คุณเล็กแค่สิบขวบ" คินค้าน 

     "สิบขวบแล้วยังไง ข้าให้หมั้นไว้ยังไม่ได้แต่งซักหน่อย สิบปีข้างหน้าค่อยจัดงานแต่งยังไม่สาย เพราะยังไงพ่อวินเค้าก็ต้องไปเรียนต่อเมืองนอกอยู่ดี จบจากนอกมาก็ค่อยมาจัดงานแต่ง ถึงตอนนั้นก็โตพร้อมมีครอบครัว งานนี้ล่ะใครๆเขาก็จะได้ลือกันทั่วทั้งจังหวัดว่าผู้ใหญ่สิงห์ได้ลูกเขยจบนอก ฮ่าๆๆๆ ข้าต้องขอบคุณเอ็งจริงๆที่ทำให้เรื่องมันไวขึ้น" ผู้ใหญ่สิงห์ระเบิดเสียงหัวเราะพออกพอใจออกมาดังลั่น 

     "คุณเล็กมองพี่ บอกพี่มาว่าคุณเล็กถูกบังคับหรือเปล่า" คินหันไปถามคนตัวเล็กที่สุด ที่ยืนเงียบมานาน 

     "เอ็งไม่ต้องมาพูดกับลูกข้า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเอ็งไม่มีสิทธิ์พูดหรือแม้แต่พบหน้าลูกข้า ถ้าเอ็งยังขืนดันทุรังข้าจะย้ายลูกข้าทั้งสองคนไปเรียนกรุงเทพ ไม่ให้กลับมาที่นี่จนกว่าจะเรียนจบคอยดู" 

     "ทำไมพ่อผู้ใหญ่ต้องพยายามตีกรอบคุณเล็ก คุณเล็กอายุแค่สิบขวบเอง ควรจะได้มีช่วงเวลาของวัยเด็ก พ่อผู้ใหญ่เอาแต่ยัดเยียดความเกลียดชัง ความต้องการให้ลูกต้องรู้สึกแบบนั้นแบบนี้โดยไม่สนใจความรู้สึกของคุณเล็กสักนิด ถามจริงเถอะพ่อผู้ใหญ่รักลูกจริงมั้ย" 

     "ชะ! เอ็งอย่ามาพูดยุยงให้ลูกข้าเข้าใจผิด ที่ทำมาทั้งหมดก็เพราะข้ารักลูก ไม่อยากให้ไปได้ไอ้คนตระกูลเอ็ง!" 

     "ก็มันทำไมล่ะ ตระกูลฉันมันเป็นยังไง" คินถามกลับไม่กลัวเกรง 

     "ก็เป็นพวกที่ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยน่ะสิ" 

     "สุดท้ายก็ทำตามความรู้สึกตัวเองอยู่ดี พ่อผู้ใหญ่ไม่เคยคิดถึงใจใครหรอก แม้แต่ลูกก็ตาม" คินกล่าวเยาะหยันแล้วหันไปหาคนตัวเล็กสุด บอกเสียงอ่อน "ฟังพี่นะ คุณเล็กไม่ต้องกลัว บอกมาว่าจะเลือกใคร ถ้าคุณเล็กเลือกพี่ พี่จะปกป้องคุณเล็กเอง ถึงใครไม่ให้เราหมั้นกันพี่ก็จะหมั้น จะให้พี่ทำยังไงก็ได้ ขอแค่คุณเล็กบอกว่าเลือกพี่" คินอ้อนวอนคนตัวเล็ก คุณเล็กหันมองคินกับพ่อสลับกันไปมาอย่างสับสน  

     "พูดออกมาได้ไม่อายปาก คู่หมั้นลูกข้าก็ยืนอยู่ตรงนี้ นี่ไอ้กำนัน มึงสอนให้ลูกเป็นขอทานมายืนขอความรักแบบนี้เหรอวะ เสียศักดิ์ศรีหมด ทุเรศสิ้นดี" ผู้ใหญ่สิงห์เอ่ยเสียงเยาะ ก่อนจะหันมาจับที่ต้นแขนลูกลากมาตรงหน้าให้ทั้งขบวนของกำนันเห็นชัดๆ แล้วสั่งเสียงดัง "เล็ก บอกให้ไอ้ขอทานนี่ได้ยินชัดๆหน่อยว่าเล็กจะเลือกใครระหว่างมันกับพ่อ" 

     "คุณเล็กพูดมาเลยความจริงที่อยู่ในใจ กลัวอยู่ใช่ไหม ถ้ากลัวให้มองมาที่พี่ พี่จะปกป้องคุณเล็กเอง ไม่ต้องกลัวว่าพูดความจริงแล้วจะโดนตีนะ" คินปลอบเสียงอ่อนโยน จนแม้แต่กำนันผู้เป็นพ่อยังปวดใจเมื่อเห็นสายตาของเด็กทั้งสองที่มองกัน คนหนึ่งยืนหยัดต่อสู้ไม่ลดละในขณะที่อีกคนมองมาอย่างขลาดกลัว ซึ่งกำนันมองเห็นจุดจบของเรื่องนี้อยู่แล้ว  

     "เล็ก...ฮึก..." 

     "คุณเล็กไม่เป็นไร อย่าร้องไห้" คินเจ็บปวดเมื่อเห็นร่างน้อยๆนั้นสะอื้นเพราะถูกกดดัน 

     "เอ็งทำให้เรื่องราวมันยุ่งเหยิง เอ็งทำให้เล็กกดดัน ลูกข้าเกลียดเอ็งมาโดยตลอดเอ็งก็รู้ แล้วยังจะมาบังคับให้ลูกข้าทำอย่างที่เอ็งต้องการอีก ไสหัวไปซะก่อนที่ข้าจะชักปืนออกมายิงทั้งพ่อทั้งลูก" ผู้ใหญ่สิงห์ตวาดหนัก กอดลูกแนบอกแน่น 

     "คนที่กดดัน คนที่ทำให้ทุกอย่างยุ่งเหยิงคือพ่อผู้ใหญ่ต่างหาก ดูก็รู้ว่าคุณเล็กไม่อยากหมั้นกับไอ้หน้าขาวคนนี้ซักนิด รู้จักมักจี่กันรึก็ไม่เคย แต่ยังไง คุณเล็กก็ขัดความต้องการพ่อผู้ใหญ่ไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ ขนาดสั่งให้เกลียดฉันคุณเล็กยังทำตามคำสั่งโดยไม่ขาดตกบกพร่องเลย" 

     "รู้ก็ดีว่าเล็กจะเกลียดเอ็งอย่างที่ข้าสั่งให้เกลียดไม่ขาดตกบกพร่อง งั้นก็ไสหัวไปซะ เพราะข้าจะสั่งให้ลูกรักใครก็ได้เหมือนที่สั่งให้เกลียดคนอย่างเอ็งไปตลอดชีวิตไง!" 

     "ฉันจะยอมแพ้วันนี้ก็ได้ ไม่ใช่เพราะฉันกลัวหรอกนะ แต่เพราะคุณเล็กยังเด็กเกินกว่าที่จะต่อสู้ไปพร้อมฉัน ไว้เมื่อไหร่ที่ถึงเวลาฉันจะมาทวงคืน!" คินประกาศกร้าว ก่อนจะพูดกับคนตัวเล็กที่กำลังสะอื้นอยู่ในอกพ่อ "สัญญาว่าจะรอพี่นะคุณเล็ก อย่าเพิ่งให้ใจกับใคร พี่จะกลับมาทวงหัวใจอีกครั้ง" 

     "คนกระจอกอย่างเอ็งน่ะเหรอ จะอีกกี่ปีข้าก็ไม่เอาเอ็งมาเป็นลูกเขยหรอก รอดูเล็กกับพ่อวินเค้าเป็นฝั่งเป็นฝาเถอะ อีกไม่กี่ปีหรอก พ่อวินกลับจากนอกก็จัดงานแต่งได้เลย ส่วนเอ็งก็เป็นได้แค่ไอ้ขี้แพ้หลงรักลูกข้าฝ่ายเดียวอย่างนี้แหละ หึ สะใจข้ายิ่งนัก!" 

     "รอดูคนกระจอกอย่างที่พ่อผู้ใหญ่ว่าเถอะ แล้วฉันจะกลับมาทวงคืน!" คินประกาศกร้าว วางพานขอขมาไว้ลานหน้าบ้านแล้วหันหลังกลับ บอกพ่อเสียงเด็ดเดี่ยว "กลับพ่อ วันนี้ยังไม่ใช่วันของเรา แต่พ่อไม่ต้องห่วงหรอก พ่อได้ยกขันหมากมาที่นี่อีกแน่ ฉันสัญญา!" 

     แล้วกำนันก็ต้อนคนกลับ ผู้ใหญ่สิงห์ผู้กุมชัยชนะเหนือสองพ่อลูกหัวเราะไล่หลังพลางร้องบอก 

     "เป็นข้าคงอับอายไม่กล้าสู้หน้าผู้คน หนีเข้ากรุงเทพหลบอายให้คนลืมๆเรื่องไปก่อนดีกว่าว่ะไอ้คิน"  

  เรื่องราวการหักหน้ากันของสองครอบครัวถูกเล่าปากต่อปากกลายเป็นข่าวใหญ่ครึกโครม บ้างก็ตบเข่าฉาดเพราะเดาถูกอยู่แล้วว่ายังไงก็ลงรอยกันไม่ได้ บ้างก็ทึ่งในการแก้เกมตัดหน้าเพียงเสี้ยววินาทีของผู้ใหญ่สิงห์ แต่ที่ลือไม่แพ้กันก็คือว่าที่ลูกเขยผู้ใหญ่สิงห์ที่เป็นคนไม่ใกล้ไม่ไกลลูกเถ้าแก่เส็งคนดังรวยติดอันดับในจังหวัดนี่เอง การได้มาดองกันระหว่างคนรวยกับคนรวยก็เท่ากับการเอาเงินมาต่อยอด ใครๆจึงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามองยังไงก็เหมาะสมกันไม่มีผิด 

     "ถึงคินมันจะรวยพอๆกับลูกเถ้าแก่เส็ง แต่ฝ่ายลูกเถ้าแก่เส็งเขาก็ภาษีดีกว่าตรงถูกใจว่าที่พ่อตานี่แหละ ร้อยทั้งร้อยถ้าถูกใจว่าที่พ่อตายังไงก็ได้เป็นลูกเขยชัวร์" วงสนทนาหนึ่งในหมู่บ้านภูน้ำผึ้งกำลังถกเถียงถึงประเด็นร้อนนี้อย่างออกรส 

     "จริงๆก็สงสารคินมันนะ มันก็รักของมัน ถ้าไม่นับเรื่องพ่อกับพ่อไม่ถูกกันมันไม่มีอะไรที่ขาดตกบกพร่องเลยสักนิด แล้วข้าว่าให้มองเชิงความเป็นผู้ใหญ่ ความเป็นผู้นำ คินมันดูเป็นผู้ใหญ่กว่าลูกเถ้าแก่เส็งเห็นๆ อย่างว่าพ่อกำนันแกปลูกฝังมาดี เลือดผู้นำมันเข้มข้น อะไรๆมันก็เก่งทุกอย่าง เฮ้อ สงสารเด็กมัน จะรักกันผู้ใหญ่ก็ดันมามีปัญหากันซะ" 

     "แต่ไม่แน่หรอก ผู้ใหญ่แกประกาศปาวๆว่าว่าที่ลูกเขยจะไปต่อนอก กลับมาก็คงโก้หรูไม่หยอกเหมือนกันแหละ" 

     "โห ถ้าถึงตอนนั้นคินมันคงถูกเหยียบจมดินแน่ แค่ตอนนี้ยังถูกเยาะเย้ยไม่หยุดไม่หย่อน ถ้าลูกเถ้าแก่เส็งกลับมาพร้อมดีกรีนักเรียนนอกนะ ผู้ใหญ่สิงห์ได้หัวเราะเยาะมันกับกำนันไม่หยุดแน่" 

     "นั่นสิ" 

     "ข่าวด่วนๆ โว้ย ข่าวด่วน!" ยังไม้ทันที่วงสนทนาจะวิเคราะห์จบ เจ้ากรมข่าวลือคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตื่นร้องโวยวายเข้ามาหอบแฮ่กๆ 

     "ข่าวด่วนอะไรวะไอ้เดช ร้องมาแต่ไกลอย่างกับมีใครตาย" 

     "ไม่มีใครตายหรอกพี่ แต่มีคนคนนึงกำลังจะขาดใจเพราะลูกชาย" 

     "ใครวะ เอ็งรีบพูดมาเร็วๆเลย ก่อนที่คนขาดใจเพราะความอยากรู้จะเป็นพวกข้า"  

     "โอ๊ย อย่าเพิ่งเขย่าฉัน เล่าเดี๋ยวนี้แหละพี่" เจ้ากรมข่าวลือที่ชื่อนายเดชสูดหายใจเข้ายาวๆ ก่อนจะเริ่มเล่าถึงข่าวที่ได้ยินมาสดๆร้อนๆ "วันนี้คินมันไปลาออกจากโรงเรียนกับครูใหญ่ วันหยุดมันก็ไม่สน จะลาออกให้ได้ มันจะย้ายไปเรียนที่กรุงเทพกับญาติ กำนันแกกุมขมับเพราะห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง" 

     "นั่นปะไร ใครมันจะทนอายได้วะ" แทบจะตบเข่าฉาดเพราะเดาถูกกันทั้งกลุ่ม "พ่อของคนที่รักจงเกลียดจงชัง กีดขวางทุกทางแบบนี้ แถมไล่อย่างกับหมูกับหมา"   

     "นั่นน่ะสิ เป็นข้าไม่อยู่ให้เขาเยาะเย้ยถากถางหรอก หลบไปเลียแผลใจที่ไกลๆแบบนี้เหมือนกัน" 

     "แล้วพ่อกำนันแกยอมเรอะ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะไปจากอกแบบนี้" 

     "ไม่ยอมแล้วจะทำยังไง คินมันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ใจเด็ดตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว มันบอกว่าจะไปก็คือไป เนี่ยย่านอมนั่งเช็ดน้ำตาป้อยๆอยู่ใต้ถุนบ้านตอนที่ฉันวิ่งมาบอกข่าวเนี่ย" 

     ต่างก็ถอนหายใจด้วยความเห็นใจลูกชายกำนันกันทั้งกลุ่ม 

     "มันคงเจ็บคงแค้นมาก ถ้ามันกลับมาเอาคืนซักวันอย่างที่มันว่า คนที่น่ากลัวว่าจะโดนเล่นงานที่สุดก็คือผู้ใหญ่สิงห์นั่นแหละ" 

     "เออ ข้าเห็นด้วย" 




100% 

#เด็ดดอกฟ้าKS 



.................................... 

Talk ดอกรักยังไม่ทันผลิดอกสวยก็โดนเด็ดทิ้งซะแล้ว เหมือนกับใจพี่คินที่มีให้ลูกคนเล็กผู้ใหญ่สิงห์ #ทดลองทอล์กด้วยคำเสี่ยวๆ โปรดติดตามตอนต่อไปจ้าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น