จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภาระจากโลกใบเก่า

ชื่อตอน : ภาระจากโลกใบเก่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 100

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2562 18:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาระจากโลกใบเก่า
แบบอักษร

ต้นแบบของคิตตี้ & ริต้า ก็คือ แพท ชยานิต ค่ะ

……………………… .               

 การเดินทางของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์และคณะ..เริ่มขึ้นอีกครั้ง..

เวลานี้..เหลือเพียงแค่จินดาพิสุทธิ์..ซึ่งเดินเคียงอจินไตย..แพคเกจศศินา..วาหุสินธุ..ปักษามีนา..รวมแปดคนเท่านั้น..สำหรับการเดินทางไปยังที่เร้นลับอันตราย..ขอเพียงมีคนแปดคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นแน่วแน่..บางทีอาจจะดีกว่านำพาคนไปเป็นจำนวนมากเสียอีก..

จินดาพิสุทธิ์เดินทางพร้อมกับเล่าเรื่องราวให้แพคเกจกับศศินาฟัง..จะมากจะน้อย..ทั้งสองก็คือคนร่วมยุคสมัย..และร่วมรบกับเทวีแวมไพร์จนตัวตายมาแล้ว..

ฟังเรื่องราวทั้งหมด..ทั้งแพคเกจกับศศินา..ก็ตัวสั่นระริก..

ความตายที่เกิดขึ้นกับทั้งสอง..เหมือนกับว่า..มันเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้เอง..

รสชาติแห่งความตายเป็นอย่างไร..อาจจะไม่มีใครทราบ..แต่มีคนสามคนรู้ดี..นั่นคือริต้าหรือจินดาพิสุทธิ์..แพคเกจ..และศศินานี่แหละ..

ศศินาอดถามไม่ได้..

“..ริต้า..อาแคทอาออย..พูดถึงลูกของฉันให้ฟังหรือเปล่า..”

ลูกคือสิ่งที่ศศินาคิดถึงมากที่สุด..

แม่ที่เพิ่งคลอดลูกสองคนแล้วตายทันที..มันเป็นรสชาติที่สุดบรรยายจริง ๆ ..

คนที่ตอบเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดีกลับเป็นอจินไตย..

“..ศึกระหว่างเทพในอีกแผ่นดินที่ไกลโพ้น..ลูกของเธอคือบุคคลสำคัญ..พวกเขาเติบใหญ่แต่ยังไม่กล้าแข็งพอจะรับมือศัตรูอันดับหนึ่ง..”

ศศินาน้ำตาไหล..

ลูก..อยากกอดลูกสักครั้ง..

แพคเกจโอบร่างศศินาอย่างเห็นใจ..

“..พี่นา..แพคเข้าใจพี่นะคะ..แต่เราต้องทำในส่วนของเราเพื่อพวกเขา..”

พร้อมกับถอนหายใจ..

“..เพื่อพ่อแม่ของพี่..เพื่อทุกคน..”ใจของแพคเกจล่องลอยไปถึงสองคนรักที่ไม่อาจจะอยู่ร่วมกันอีก..นั่นคือคิตตี้และกัษษากรหรือกัสจัง..

จินดาพิสุทธิ์รู้สึกเหมือนบ่าหนักอึ้งเหลือเกิน..

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เหมือนกับวางบนบ่าของเธอในตอนนี้..

ใครจะคิดว่าตอนมีชีวิตอยู่ในโลกเก่า..ชีวิตแม้จะเงียบเหงา..แต่ก็ได้ประกอบวีรกรรมลือลั่นก่อนตาย..ทุกอย่างอาจจะไม่ได้ตั้งใจกระทำ..ชีวิตมีแต่ความว่างเปล่า..

พอตายมาอยู่ในมิติเร้นแห่งนี้..ภาระจากโลกใบเก่ากลับกดทับเข้ามาอีก..การหาตำราของราชาแวมไพร์ทั้งสี่เล่ม..กลายเป็นภาระสำคัญที่สุดไปเสียแล้ว..

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..พูดขึ้นว่า..

“..ตอนนี้เราต้องหาตำราเล่มสุดท้ายให้ได้ในเจ็ดวันก่อนที่เทวีแวมไพร์จะบุกสำนักสูญญตาสำเร็จและลงมือฆ่าทุกคน..นายแม่ตึกแดงไม่มีจิตแห่งเทวีสงครามเหลืออยู่อีก..หากเผชิญหน้ากับเทวีแวมไพร์อีกครั้ง..คงรักษาชีวิตไว้ไม่ได้แน่นอน..รวมถึงนายแม่อารามขาว..คิตตี้..แม้แต่ป้าสองป้าป้อน..”

แพคเกจอารมณ์พลุ่งพล่าน..

“..ที่ฉันกับพี่นาต้องตายมาที่นี่..ก็อาจจะเป็นเพราะภารกิจนี้ใช่ไหม..ที่ต้องช่วยเธอหาตำราสองเล่มสุดท้าย..”

“..อาจจะเป็นไปได้..”จินดาพิสุทธิ์รู้สึกว่า..ไม่มีอะไรดีไปกว่าคำตอบนี้อีกแล้ว..

แต่ยิ่งคิด..ก็ยิ่งรู้สึกเกรงใจ..

“..ท่านวาหุ..ท่านสินธุ..ปักษา..มีนา..พวกท่านทั้งสี่..ไม่จำเป็นต้องสละชีพเพื่อโลกที่เหมือนเป็นบ้านเกิดข้ากับท่านหมาป่าท่านค้างคาว..ภารกิจสุดท้าย..ข้ารู้สึกละอายหากพวกท่านแม้แต่คนเดียวต้องเสียสละชีวิต..”

ปักษามีนามองหน้ากัน..มีนากล่าวว่า..

“..องค์หญิง..ท่านราชินีโสมมวดีมอบให้ข้าทั้งสองดูแลท่าน..ในฐานะเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..การสละชีวิตเพื่อรับใช้..เป็นหน้าที่ของข้าทั้งสองที่ได้รับมอบหมายอยู่แล้ว..อย่าได้กังวลไปเลย..”

สินธุเองก็พยักหน้า..

“..อาจารย์ผู้มีพระคุณก็กำชับให้ดูแลท่าน..สืบเนื่องเพราะบิดาของท่านมีบุญคุณอันใหญ่หลวง..เรื่องสละชีวิต..เป็นสิ่งที่ข้าสมควรกระทำตามคำสั่ง..”

วาหุสีหน้าเคร่งขรึม..

“..ชีวิตข้าวาหุเป็นนักดาบหยาบกร้าน..ใช้ชีวิตอย่างไร้ความหมายตลอดมา..มีแต่ท่านที่ทำให้ข้าตอบคำถามให้ตัวเองได้ว่า..เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร..องค์หญิง..สิ่งเหล่านี้..แม้แลกกับชีวิตของข้าก็สมควรอยู่..”

ปักษาอดถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มไม่ได้..

“..ท่านวาหุ..ท่านมีชีวิตเพื่ออะไร..”

วาหุสีหน้าอ่อนโยนลง..

“..เดิมที..ข้าคิดว่า..ดาบของข้ามีแต่จะฆ่าคน..การฆ่าคนมีอันใดดี..ชีวิตมีเพียงนี้เท่านั้นหรือ..แต่องค์หญิงทำให้ข้าได้คิดว่า..หากแม้นกระทำในสิ่งที่มีคุณค่า..แม้จะน้อยนิด..ขอให้ได้ตอบคำถามของบางสิ่งที่ติดค้างในใจได้..ดาบที่ไร้ความหมาย..ก็กลายเป็นมีความหมายขึ้นมาแล้ว..”

อะไรคือสิ่งที่มีความหมายหรือ..

วาหุทีแรกไม่ทราบ..แต่พอเห็นเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ที่ช่วยเหลือผู้คนตลอดระยะเวลาที่เดินทางท่องทั่วแผ่นดิน..นานวันเข้าก็ซาบซึ้ง..

การกระทำเพื่อคนอื่น..คือความหมาย..ได้เห็นความสุขของคนอื่น ๆ ที่หลุดพ้นจากห้วงทุกข์..ก็คือความหมาย..

ดาบของวาหุที่มีแต่ฆ่าคน..ก็กลายเป็นดาบช่วยคน..

จนกระทั่งเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรามอบหมายให้ดูแลร้านสำราญข้ามคืน..สืบข่าวหาช่องทางขึ้นเทือกเขาปัญจา..เสาะหาตำราเล่มหนึ่ง..แม้วาหุอาจจะไม่เข้าใจความนัยว่าทำไมถึงต้องกระทำ..แต่ก็ยังกระทำเพราะเชื่อถือ..เชื่อมั่นในตัวเจ้าหญิง..

ถึงเวลานี้..วาหุเข้าใจกระจ่าง..

แม้จะไม่เกี่ยวข้องกันกับโลกอีกแห่ง..แต่นี่คือสำนึกของวีรบุรุษผู้กล้า..ช่วยเหลือทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม..

สีหน้าเย็นชาของวาหุ..ก็มีแววอบอุ่นขึ้นทุกขณะ..

ไม่ว่าจะกระทำการใด..ยังคงมีปัญหาให้ขบคิดตลอดมา..ครั้งนี้ก็เช่นกัน..

จินดาพิสุทธิ์ถามเจ้าหญิงที่เดินเคียงข้าง..

“..อจินไตย..เราจะเข้าแคว้นสนธยาได้อย่างไร..”

อจินไตยที่เป็นชาวแคว้นสนธยามาตั้งแต่เกิด..กลับดูจะหนักใจ..

“..ชาวแคว้นสนธยาทุกคนหากจะเข้าออกแว่นแคว้นของตนต่างก็ทำได้ไม่ยาก..เพราะทุกคนจะมีพลังและความสามารถในการแทรกมิติ..”

พลังในการแทรกมิติ..เธอเสียมันไปแล้วใช่ไหม..อจินไตย..

เพราะฉัน..

จินดาพิสุทธิ์อดรู้สึกผิดไม่ได้..

“..แต่ก็ใช่ว่า..คนนอกแคว้นจะแทรกมิติไม่ได้..ริต้า..เธอฝึกวิชาอากาศมนตรา..ใช้ความว่างเปล่าเป็นพลังนับอนันต์..สามารถเปลี่ยนแปลงให้เป็นพลังแทรกมิติได้ไม่ยาก..”อจินไตยพูด.. “..ริต้า..การแทรกมิติ..ก็ต้องแทรกที่ช่องว่าง..เธอแค่ปรับปรุงวิชาความว่างมาใช้งานแค่นั้น..”

จินดาพิสุทธิ์ขบคิดไปเรื่อย ๆ ..

ยังไม่เข้าใจกระจ่างนัก..

แต่ว่า..คราครั้งนี้ทั้งแปดคนกำลังเดินมาถึงเชิงเขา..และเบื้องหน้า..มีบางสิ่งบางอย่างทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความผิดปรกติ..

“..ให้ตาย.นี่เรายังอยู่ในแคว้นอุตระ..และทหารของแคว้นอุตระกำลังดักรอพวกเราที่ลงจากเทือกเขาปัญจา..”สินธุอุทาน.. “..องค์หญิง..เราคงไม่มีทางเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับกองทหารของแคว้นอุตระ..”

แพคเกจสบตากับศศินา..

และศศินาพูดขึ้นว่า..

“..แม้พวกทหารอุตระดักทางและรายล้อมอยู่..แต่มันก็ควรจะมีช่องว่างให้เราเล็ดรอดออกไปได้..”

“..หากว่าค้นหาได้ทันการก็ดีไป..เพียงแต่..มันไม่ทันการแล้ว..”สินธุเป่าปาก..

เพราะขณะนี้..ทางเบื้องหน้า..ปรากฏกองทหารแคว้นอุตระ..และมีการแปรขบวนล้อมรอบคนทั้งแปดไว้..

แพคเกจกำหมัด..

“..ดี..หากไม่มีช่องว่าง..งั้น..เราฝ่าออกไป..”

คำว่าช่องว่าง..ทำให้จินดาพิสุทธิ์กลับนึกขึ้นได้..

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..แม้จะเป็นสิ่งที่ละเอียดลึกล้ำที่สุด..แท้ที่จริง..ก็ยังมีช่องว่าง..”

จินดาพิสุทธิ์พลันโคจรพลังอากาศมนตรา...

อจินไตยยิ้มออกมาได้..

“..ริต้า..เธอฉลาดมาก..ใช่..เดินพลังกลับทิศ..เดิมใช้ความว่างเป็นพลัง..แต่เปลี่ยนเป็นใช้พลังหาความว่าง..”

เดินพลังหาความว่างหรือ...

ศศินากับแพคเกจสบตากัน..

“..ริต้า..ถ้าเธอทำได้..นั่นหมายถึง.”ศศินาใจเต้นตูมตาม..

ทหารของแคว้นอุตระแปรขบวนล้อมคนทั้งแปด...

จินดาพิสุทธิ์ตากระจ่าง..

“..หาเจอแล้ว..ช่องว่างที่ว่า..”

อจินไตยร้องว่า..

“..พาพวกเราทุกคนเข้าไปในช่องว่างนั้น..”

ทหารแคว้นอุตระเรียงรายเงื้อธนูขึ้น...นายทหารร้องว่า..

“..เตรียมยิงเกาฑัณฑ์...”

จินดาพิสุทธิ์ดึงร่างของแพคเกจ..ที่เกาะกุมมือของศศินา..และอจินไตยก็เกาะแขนคนรัก..

มิเพียงเท่านั้น..ศศินาก็คว้าข้อมือปักษา..ซึ่งเกาะกุมมือมีนา..และดึงแขนสินธุ..ซึ่งจับไหล่วาหุ..

เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราเห็นช่องว่างเบื้องหน้า..ก็รีบถลาเข้าไปยังช่องว่างนั้น..พาทุกคนที่เกาะแขนตามกันไปเข้าไปในช่องว่างนั้นด้วย...

พอดีกับนายทหารผู้บัญชาการสั่งให้ยิงเกาฑัณฑ์..แต่ร่างของคนทั้งแปดก็หายวับไปกับตาอย่างเหลือเชื่อ..

ลูกเกาฑัณฑ์พลาดเป้าหมาย...ท่ามกลางความตื่นตะลึง...

......

ช่องว่างที่จินดาพิสุทธิ์เห็นและนำพาทุกคนเข้าไป..ทำให้คนทั้งแปดเหมือนลอยเคว้งคว้าง..สุดที่จะกำหนดได้ว่าจะไปสิ้นสุดที่แห่งใด..

ศศินาใจเต้นตูมตาม..ร้องขึ้นว่า..

“..ถ้าเป็นแบบนี้..เราก็อาจจะกลับไปยังโลกของเราได้ใช่ไหม..แพค..ริต้า...”

คนที่ดับความปราถนาทั้งปวงก็คืออจินไตย...

“..ความตายคือการเดินทางที่ไม่อาจย้อนกลับ..พวกเธอตายไปแล้วจากโลกของเธอ..จึงกลับไปไม่ได้..”

จินดาพิสุทธิ์ร้องว่า..

“..อจินไตย.เราจะไปถึงที่ไหนกัน..”

“..ปัญหาใหญ่ของเธอคือ..การควบคุมว่าจะให้พวกเราไปที่ไหนกันแน่..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

“..ควบคุมอย่างไร..บอกด้วย..”

“..หาความว่างอีกครั้ง..”

จินดาพิสุทธิ์ตั้งสติ..กำหนดวิชาอากาศมนตราอีก..

“..มีความว่างหลายต่อหลายแห่งหน..”จินดาพิสุทธิ์ร้อง..

“..ความว่างที่นำพาไปยังแคว้นสนธยา..จะมีสีเลื่อมพรรณราย..ราวกับอาทิตย์อัสดง..นี่คือที่มาของชื่อว่าแคว้นสนธยา..”

จินดาพิสุทธิ์อุทานออกมา..

“..มีอยู่หลายช่องความว่าง..ที่มีสีคล้ายอาทิตย์อัสดงอย่างที่เธอว่านะอจินไตย..”

“..พาไปสักที่หนึ่ง..”อจินไตยร่างสั่นระริกเล็กน้อย..

การมองเห็นความว่างในท่ามกลางมิติที่เหมือนไร้ทิศทาง..ไร้การควบคุม..มีแต่จินดาพิสุทธิ์เท่านั้น..

ถ้าเป็นเมื่อก่อน..อจินไตยก็จะเห็นสิ่งเหล่านี้..

บัดนี้..นางไม่อาจจะเห็นได้อีก..

จินดาพิสุทธิ์ผวาพุ่งร่างไปที่ช่องว่างที่มีสีราวกับอาทิตย์อัสดงช่องหนึ่ง..

เมื่อมุดร่างทะลุออกมา..ร่างก็เหมือนกับปรากฏในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งดูแล้วเป็นภูมิประเทศที่แปลกประหลาด..

ร่างของผู้ติดตามอีกเจ็ดคนก็ทยอยปรากฏขึ้นเช่นกัน...

เมื่อปรากฏกายในสถานที่แห่งนี้..คนแรกที่มีปฏิกิริยาที่สุดคืออจินไตย..

นางสะท้านร่าง..แต่ก่อนที่จะล้มลง..จินดาพิสุทธิ์ก็เข้าไปรับร่างนางไว้เสียก่อน..

อจินไตยหอบหายใจ..

“..นี่คือบ้านของฉัน..ริต้า..นี่คือแคว้นสนธยา..และชาวแคว้นสนธยาที่ไม่มีพลังของชาวสนธยาอีก..จะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ ..และจะตายในอีกเจ็ดวัน..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..พูดอย่างแน่วแน่..

“..ฉันไม่ให้เธอตายหรอกอจินไตย...”

สายตามองไปที่ใบหน้างดงามและเหมือนปลงตกกับบางสิ่งบางอย่าง..

อจินไตยกลับพูดขึ้นว่า..

“..ริต้า..ไม่ว่าการปฏิบัติการณ์ของเธอจะสำเร็จหรือไม่..ฉันขอร้อง..เธอต้องมีชีวิตอยู่..”

นางพูดอย่างปลอดโปร่ง..

“..แม้ว่าฉันจะต้องตายด้วยเหตุผลใด..เธอก็ห้ามตาย..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มเล็กน้อย..

“..คิดว่าฉันจะอยู่ได้โดยไม่มีเธอน่ะหรือ..”

เวลานี้..ไม่ว่าแพคเกจหรือศศินา..ตลอดจนปักษามีนา..ก็รู้ความคิดของจินดาพิสุทธิ์แล้ว..

ศศินาหัวเราะ...

“..ริต้า..เธอคงตกลงใจแล้วใช่ไหม..”

ตัวเองกลับเข้าใจความคิดของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์อย่างกระจ่างชัด..

เพราะไม่ว่าอย่างไร..ศศินาก็รู้สึกเช่นเดียวกัน..

อจินไตยยิ้มแย้มอีก..

“..เราไม่ตายหรอก..ริต้า..ฉันเชื่อในพลังแห่งความว่างเปล่าของเธอ..”

สินธุพยายามเบนความสนใจ..

“..ทุกท่าน..ดินแดนแห่งแคว้นสนธยาช่างกว้างใหญ่..เราจะหาตำแหน่งที่ซุกซ่อนตำราเล่มสุดท้ายได้อย่างไร..”

“..ตำราเล่มสุดท้าย..มันกำลังเรียกหาข้า..”จินดาพิสุทธิ์พูด..

“..เรียกหาหรือ..”แพคเกจขมวดคิ้ว.. “..ทำไมล่ะ..”

คนที่ตอบเรื่องราวทั้งหมดได้ดีกว่าทุกคนก็คือศศินา..

ศศินานึกถึงตอนที่มีชีวิตอยู่ในบ้านเกิดของตัวเธอเอง..นึกถึงการต่อสู้กับเทวีแวมไพร์..

และเธอก็บอกว่า..

“..เทวีแวมไพร์ไม่ใช่สิ่งที่แวมไพร์ปรารถนา..เพราะนางต้องการให้แวมไพร์ทุกตัวตนอยู่ภายใต้การควบคุมของนางแต่ผู้เดียว..โดยไม่มีสิทธิ์จะเอ่ยอ้างอันใดได้..นางจริง ๆ แล้ว..คือเทพีที่ไม่ว่าใครก็ไม่ต้องการ..แม้แต่แวมไพร์ด้วยกัน..”

ศศินานิ่งคิด..

“..แม้แต่ราชาแวมไพร์รุ่นที่สี่ถัดจากสิตา..ก็กลายเป็นบริวารของนางแบบไม่ยินยอม..คิดว่าราชาแวมไพร์สิตาในรุ่นที่สาม..ก็ไม่ยอมรับเทวีแวมไพร์เช่นกัน..ดังนั้น.วิธีการจัดการกับนาง..จึงไม่ไร้เหตุผลไปเสียทีเดียวว่าทำไมถึงอยู่ในบันทึกของราชาแวมไพร์รุ่นที่สามนี้ด้วย..”

แพคเกจนิ่งคิดตามเช่นกัน..

“..นี่จึงมีเหตุผลว่า..ทำไมเทวีแวมไพร์ถึงเลือกที่จะจุติหลังจากราชาแวมไพร์รุ่นที่สามสิตาตายไปแล้ว..แต่การล้างพันธุ์แวมไพร์เพราะเพลงเทพส่งวิญญาณของพี่ป้อน..ทำให้ตำราลับข้อมูลสำคัญสูญหายไปหมดสิ้น..แวมไพร์รุ่นต่อมาจึงไม่รู้วิธีการจัดการกับเทวีแวมไพร์..นางจึงเลือกที่จะจุติในรุ่นนี้..”

ทั้งแปดสนทนาพลางเดินไปพลาง...จินดาพิสุทธิ์ก็นำหน้าเหมือนกับจะรู้ว่าต้องไปทางไหน..

……

ในแคว้นสนธยา..สภาพภูมิประเทศกลับไม่ผิดแผกไปจากโลกที่จากมา…

จินดาพิสุทธิ์เงยหน้ามองท้องฟ้า…

“..ความรู้สึกของข้า..อีกไม่นานเราจะถึงที่หมาย..”

“..ไฉนเร็วปานนี้..”มีนาอดถามไม่ได้..

“..การเลือกหาจุดที่จะเข้าแคว้นสนธยา..มันมาจากจิตสำนึกที่ไม่อาจจะบอกได้..แต่คล้ายกับว่า..ข้าควรจะปรากฏตัวใกล้วัตถุประสงค์ของเรามากที่สุด..นั่นคือ..ตำราเล่มสุดท้าย..”

อจินไตยพยักหน้า..

“..ทางเข้ามิติแห่งแคว้นสนธยามีมากมายหลายทาง..จิตจะบอกได้ว่า..เราควรใช้ช่องทางเข้าทางใดถึงจะใกล้ที่หมายมากที่สุด..และนั่นก็คือ..”

อจินไตยถอนหายใจ..พูดอีกว่า..

“..วังสนธยา..”

…….

มิติอันไกลโพ้น..

ในห้องโถงใหญ่ของสำนักสูญญตา..

เวลานี้..เจ้าสำนักสูญญตาทั้งฝ่ายตึกแดงอารามขาว..อยู่กับพร้อมหน้า..

รวมทั้งสองป้อน..หนึ่งเดือน..คิตตี้กัษษากร...ดินปุ้น..รวมกับธีร์กับไอ...

ถ้ายังขาดอยู่ก็จะมีแต่เพลินตาที่วางตัวเป็นภรรยาเจ้าสำนักอย่างแคท.และไม่ยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ทั้งหมด..

แคทสีหน้าเรียบเฉย..พูดขึ้นว่า..

“..นับแต่บัดนี้..คิตตี้..เธอเป็นเจ้าสำนักตึกแดงแทนนายแม่..และฉันจะฝึกฝนจิตสูญญตาให้ลึกล้ำขึ้น..ไม่ต้องปฏิเสธอะไรทั้งสิ้น..เพราะฉันละทิ้งจิตของเทวีแห่งสงครามไปแล้ว..ไม่มีเทวีแห่งสงครามจุติอีกต่อไปแล้ว..”

เวลานี้สีหน้าของแคทแจ่มใส..ไม่มีประกายตากร้าวแบบเจ้าสำนักตึกแดงที่แข็งแกร่งอีก..สีหน้าเรียบเฉยว่างเปล่ายิ่งกว่าเดิมเสียอีก..

ทุกคนได้แต่เคารพการตัดสินใจของแคท..และส่วนหนึ่งก็รู้สึกเสียดาย..

การต่อสู้ที่ไม่มีวันแพ้..จะมีใครยังจะได้เห็นอีกหรือ..

แคทหยิบดาบสองเล่มคู่กาย..หนึ่งคือดาบอัศวินี..และอีกหนึ่งคือดาบสายธารา..มอบให้คิตตี้ทั้งสองเล่ม..

คิตตี้แม้มีสีหน้าไม่ยินยอม..แต่ถึงตอนนี้..ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว..ได้แต่รับดาบทั้งสองเล่ม..ก่อนจะนิ่งเล็กน้อย..และยื่นดาบให้กัษษากร..

“..หือ..”กัษษากรดูแปลกใจ..รับสองดาบนั้นมา..

“..ดาบตัวแทนของเทวีแห่งสงคราม..ควรจะอยู่กับลูกของเธอนะ..กัสจัง..”คิตตี้พูด

กัษษากรเข้าใจความหมาย..มอบดาบสองเล่มให้ธีร์กับไอคนละเล่ม..

เด็กหนุ่มสาวทั้งสองรับดาบด้วยความรู้สึกประหลาด...ธีร์ชักดาบอัศวิณีออก..ประกายเย็นเยียบแข็งกล้า..

ไอก็ชักดาบสายธาราออกมาเช่นกัน..

พริบตานั้น..เหมือนทั้งสองจะซึมซับเพลงดาบของแคทได้ทั้งหมด...

แคทมองเห็นหลานทั้งสอง..ก็ยิ้มออกมา..

“..พลังจิตแห่งเทวีสงคราม..แผ่ให้พวกหลานคนละครึ่ง..ดีจริง ๆ ..”

เดือนกับหนึ่งสบตากัน..และเดือนก็พูดขึ้นว่า..

“..สายของฉันบอกมาว่า..เทวีแวมไพร์เตรียมจะบุกเข้ามาจัดการกับเราแล้ว..”

“..วางใจได้อย่างหนึ่ง..นางถือดีในความสามารถ..และจะบุกเข้ามาเพียงลำพัง..”แคทพูด..

“..แต่ต่อให้เป็นอย่างนั้น..”เดือนดูร้อนรน.. “..นางต้องฆ่าเราให้หมดให้ได้..ไม่งั้นคงไม่เลิกราแน่นอน..”

แคทหลับตาชั่วครู่..ก่อนจะหันมาทางสองป้อน..

“..พี่สอง..พี่ป้อน..ถ้ามีอะไรก็ไม่ต้องใส่ใจ..เฉพาะหนีเทวีแวมไพร์ไปกันแค่สองคน..พวกพี่หนีได้สบายอยู่แล้ว..”

สองสบตาป้อน..มีสีหน้าหนักใจ..

“..ใครจะทิ้งให้ครอบครัวอยู่เผชิญความตายได้..”

“..ภาระร้องเพลงเทพส่งวิญญาณรอบต่อไป..ยังไงเสียก็ต้องทำต่อให้สำเร็จนะคะพี่สอง.พี่ป้อน..”

ป้อนถอนหายใจ..

“..จะให้ฉันเอาตัวรอดกันสองคน..อย่าว่าแต่สองเลย..ฉันก็รับไม่ได้หรอกแคท..”

เดือนส่งสายตาไปหาเพื่อนสนิท..สาวเสียงเทพที่เป็นอมตะ..จวบจนถึงการร้องเพลงเทพส่งวิญญาณแวมไพร์ในรอบต่อไป..

แม้จะหนักใจ..แต่สำหรับสาวเสียงเทพและแวมไพร์บอดี้การ์ดรุ่นแรก..เดือนก็ยังยิ้มให้ได้เสมอ..

“..มันคือชะตาที่ลิขิตสำหรับเธอสองคน..สอง..ป้อน..”

แคทเป่าปาก..

“..แคทไม่มีทางเลือก..การปะทะกันในครั้งล่าสุดระหว่างเทวีแวมไพร์กับธีร์และไอ..ทำให้นางประเมินได้ว่า..ควรจะทำการอย่างใดต่อ..นางเตรียมจะยึดโลกแล้ว..ซึ่งบีบให้ฉันต้องละทิ้งจิตแห่งเทวีแห่งสงครามที่นางยังมีข้อกริ่งเกรง..เพื่อติดต่อกับริต้าในมิติแห่งเทพอสูรให้ได้..”

“..แล้วติดต่อกับริต้าได้ไหม..”เดือนถาม..

“..ได้..แถมยังรู้ข้อมูลที่น่ายินดีอีกว่า..เวลานี้..ริต้าเจอกับแพคเกจกับศศินาแล้ว..ทั้งสามจะช่วยกันปฏิบัติภารกิจในมิติเร้นให้สำเร็จให้ได้..ซึ่งเราก็ได้แต่เดิมพันชะตากรรมไว้กับพวกเธอทั้งสาม..”

คิตตี้กับกัษษากรมองหน้ากัน..รู้สึกพลุ่งพล่านไปทั้งหัวใจ..บีบมือกันแน่น..

“..หน้าที่ของเราในตอนนี้..คือพยายามหาทางยันการต่อสู้กับเทวีแวมไพร์ให้ได้นานที่สุด..”แคทพูด..

ทุกคนมีสีหน้าหนักใจ..

จวบจนมีเสียงเปิดประตู..ผู้รับใช้ของสำนักสูญญตาคนหนึ่งรีบเข้ามารายงานเรื่องราวที่น่าตระหนก..

“..ท่านเจ้าสำนักทั้งสอง..มีร่องรอยของการแยกม่านมิติที่ประตูสำนัก..”

ทุกคนแตกตื่น..

ป้อนหลับตานิ่งเพื่อส่งจิตไปตามเพลงเทพส่งวิญญาณบทที่สอง..

ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง..

“..เทวีแวมไพร์ส่งกำลังทหารส่วนหนึ่งข้ามมิติมาที่นี่..”

เดือนกับหนึ่งสบตากัน..หนึ่งร้องขึ้นว่า..

“..หมายความว่ายังไง..”

“..นางเวลานี้..ครอบงำหน่วยแวมไพร์ฮันเตอร์ได้..จะส่งทหารของแวมไพร์ฮันเตอร์มาก่อนก็ไม่แปลก..”ป้อนพูด..

“..นางควรจะส่งมาก่อนหน้านี้แล้ว..”

“..ไม่มีประโยชน์หรอกถ้ายังมีจิตแห่งเทวีสงครามอยู่..แต่ตอนนี้..นางสัมผัสได้ว่าไม่มีจิตแห่งเทวีสงครามแล้วสิ..”

แคทเป่าปาก..

“..ตามกลยุทธ..นี่คงเป็นการหยั่งเชิงสินะ..”

ธีร์กับไอลุกขึ้น..

“..งั้นก็ให้นางหยั่งไป..คุณย่าครับ..”ธีร์หันมาทางแคท.. “..ผมกับไอจะจัดการทุกอย่างเอง..”

“..หือ..”ปุ้นที่นั่งเงียบมานานถึงกับตกใจ.. “..ธีร์..จะไหวหรือลูก..”

ดินกลับกุมมือปุ้น..

เวลานี้..ดินกับปุ้นถือเป็นพ่อแม่ของธีร์กับไอ..โดยมีกัษษากรได้ชื่อว่านายแม่..

เพราะเด็กทั้งสองถือกำเนิดมาด้วยกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ชั้นสูง..และเป็นร่างสังขารให้จิตแห่งเทพเทวีสูงสุดของชาวเผ่าหมาป่าและหน่วยโซลาร์ได้จุติ..แม่ที่อุ้มท้องเด็กทั้งสองที่แท้จริง..ก็คือศศินาซึ่งตายไปแล้ว..

ภาระของความเป็นพ่อแม่..จึงมอบให้ดินกับปุ้น..และเนื่องจากการถือกำเนิดของธีร์กับไอ..ต้องใช้สายเลือดแท้แห่งจันทราของกัษษากร..ดังนั้น..ลูนาร์วูแมนจึงถือเป็นหนึ่งในผู้ให้กำเนิด..แต่ก็ให้เด็กทั้งสองเรียกว่านายแม่แทน..

เด็กหนุ่มสาวทั้งสองที่เวลานี้..เติบโตเหมือนเด็กหนุ่มสาววัยสิบเก้ายี่สิบปี..ทั้งที่อายุจริงแค่สามขวบเศษเท่านั้น..

ปุ้นยังคงวิตก..แต่สำหรับกัษษากร..คิตตี้..หรือแม้แต่แคท..ต่างก็รู้ดีถึงศักยภาพของเด็กทั้งสอง..

แคทพูดขึ้นว่า..

“..ธีร์กับไอ..ได้เพลงดาบของย่าไปคนละครึ่ง..ใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วยนะ..”

พลางหลับตาลง..เหมือนไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวอะไรอีก..

คิตตี้พยักหน้า..

“..ถ้าเทวีแวมไพร์คิดจะหยั่งเชิงเรา..ก็ได้แต่ให้นางหยั่งอะไรไม่ได้..โดยการส่งธีร์กับไอไปรับมือแค่สองคน..ที่เหลือให้นิ่ง ๆ ไว้..”

ธีร์กับไอรับคำ..

ต่างคนต่างกุมมือกัน..อีกมือถือดาบที่เพิ่งได้รับมาจากนายแม่..

และต่างก็ใช้พลังแห่งเทพที่ตนเองมี..หายตัวไปจากที่นั่น...

.....

ม่านมิติบริเวณประตูสำนักกระเพื่อมไหว..

แล้วอีกไม่ช้า...

ขบวนของคนกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้น..อาวุธทันสมัยครบมือ..

และคนที่นำหน้า..ก็คือ..พท.จอห์น พงษ์..คนที่ได้รับการดัดแปลงร่างเพื่อให้เป็นอัลตร้าฮิวแมน..และเป็นหนึ่งเดียวที่เหลือรอดอยู่..

จอห์น พงษ์มองดูป้ายหน้าประตูสำนักสูญญตา..ก่อนจะถอนหายใจ

ทหารที่อยู่ข้าง ๆ อดถามไม่ได้..

“..ท่านครับ..ดูท่าท่านไม่อยากจะทำภารกิจนี้เลย..”

จอห์น พงษ์พยักหน้า..

“..อย่างต่ำ ๆ ..พวกเขาก็เคยช่วยโลกเราไว้ได้สองครั้ง..”

แต่แล้ว..ม่านมิติที่กระเพื่อมเบื้องหน้าก็ทำให้กำลังทหารตื่นตัวขึ้น.

ร่างสองร่างปรากฏ...

แน่นอน..เด็กหนุ่มสาวคู่นี้เอง..ธีร์กับไอ..

ธีร์ดึงดาบอัศวิณีขึ้น..พร้อมกับไอตวัดดาบสายธารา...

กองทหารต่างตื่นตระหนก..

“..ชาวสำนักสูญญตา..นี่คือคำสั่งจากเจ้าสำนัก..”เสียงธีร์ดังกังวาน.. “..ห้ามปะทะกับทหาร..หน้าที่นี้เป็นของเราสองคนเอง..ศิษย์สูญญตาล่าถอยออกไปให้หมด..”

จอห์น พงษ์ยกมือขึ้น..ทหารทุกคนประทับปืนเตรียมยิง..

ธีร์กับไอปราดเข้าหากองทหาร..

ไม่มีทางเลือก.จอห์น พงษ์จำเป็นต้องสั่งการอย่างเด็ดขาด..

“..ยิง..”

...........

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น